22/08/2026
จากร้านที่ยอดขาย 800 ต่อวัน
จนร้านไปต่อไม่ไหว..แต่มาวันนี้
ขายได้วันละ 100,000 บาท
ซึ่งพี่บีเจ้าของร้านนี้
ก็กลับเดินทางมาปรึกษาผม
ด้วยคำถามธรรมดาๆว่า..
“บีจะทำไงให้คนยังนึกถึงร้านบีอยู่เสมอ ?
ในวันที่ร้านอาหารแถวนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆได้อีก
และคู่แข่งก็เริ่มทำเมนูคล้ายเรามากขึ้น“
นี่คือเรื่องของ คุณบี
เจ้าของร้านบ้านขุนทวี
ร้านอาหารริมน้ำแม่กลอง
ในจังหวัด สมุทรสงครามครับ
พี่บีเดินทางมาหาผม
เพราะจริง ๆ ร้านนี้ปัญหาคือ
ไม่ใช่ว่าไม่มีของดีๆขายนะ
ร้านมีเมนูที่ลูกค้าชอบอยู่แล้ว
อย่าง กุ้งแม่น้ำทอดเกลือ
รสชาติพี่เขาก็มั่นใจ
บรรยากาศร้านก็มีเอกลักษณ์
แต่ปัญหาที่เริ่มเจอคือ
พอจะทำคอนเทนต์
ก็วนกลับมาถ่ายเมนูเดิม
ถ่ายกุ้ง , ตักกุ้ง ,ราดน้ำ
ซูมอาหารแล้วบอกว่าอร่อยนะ
อย่าลืมแวะกันมาบ่อยๆนะ
น่าเบื่อขนาดตัวเราเห็นคลิปแนวนี้
ก็คงรู้สึกไม่ได้อยากไป
เพราะการโดนขายตรงๆ
ที่สำคัญคือพอทำไปเรื่อย ๆ
ก็เริ่มไม่รู้ว่าจะพูดอะไรอีก
ขณะเดียวกัน
ร้านในบริเวณใกล้เคียงก็มีมากขึ้น
บางร้านเริ่มทำเมนูคล้ายกัน
คำถามจึงไม่ใช่แค่
“กุ้งของใครอร่อยกว่า?”
แต่กลายเป็นว่า
“ทำยังไงให้เวลาคนนึกอยากกินกุ้งแม่น้ำ
ชื่อร้านของเราเป็นหนึ่งในร้านแรก ๆ
ที่เขานึกถึง?”
วันนั้นผมจึงไม่ได้เริ่มจาก
คิดมุมถ่ายกุ้งใหม่ให้พี่เขา
แต่เริ่มจากสอน Framework
ในการหาเรื่องที่ซ่อนอยู่ในร้าน
ทั้งการคิดหัวข้อ
การหาแก่นเรื่อง
และการเรียบเรียงบท
จากนั้นผมให้แบบฝึกหัด
ทำกันสด ๆ ตรงนั้นเลย
ผมถามพี่บีว่า
“ตั้งแต่เปิดร้านมา
มีเหตุการณ์อะไรไหม
ที่พี่จำไม่เคยลืม?”
“มีเรื่องไหนที่ร้านต้อง
พยายามมาก ๆ
กว่าจะมาถึงวันนี้?”
หรือ
“มีเหตุการณ์อะไร
ที่ถ้าลูกค้าได้รู้
เขาจะมองร้านนี้ไม่เหมือนเดิม?”
เพราะบทเล่าเรื่องที่ดี
ไม่ได้เริ่มจากการนั่งคิดว่า
“วันนี้จะถ่ายอะไรดี?”
แต่มันเริ่มจากการขุดให้เจอว่า
“ร้านนี้มีอะไรที่คนอื่น
ไม่มีทางเล่าแทนเราได้?”
แล้วพี่บีก็เล่าเรื่องหนึ่งให้ผมฟัง
สมัยที่ร้านยังไม่ได้เป็นอย่างทุกวันนี้
มีช่วงหนึ่ง ยอดขายเคย
อยู่เพียงหลักร้อย หลักพัน
จนร้านเกือบไปต่อไม่ไหว
และในช่วงเวลานั้น
คุณแม่ของพี่บีเคยพูดกับลูกว่า
ก่อนตาย…
อยากมีโอกาสไป
ออกรายการโทรทัศน์
สักครั้งในชีวิต
พี่บีจึงหยิบมือถือขึ้นมา
ถ่ายคลิปที่แม่พูดเรื่องนี้
แล้วนำไปลง TikTok
โดยไม่ได้รู้เลยว่า
คลิปธรรมดาๆคลิปนั้น
กำลังจะเปลี่ยนบางอย่างของร้าน
คลิปมีคนดูจำนวนมาก
และสิ่งที่ไม่น่าเชื่อคือ
มีรายการโทรทัศน์ติดต่อเข้ามาจริง ๆ
ซึ่งเรื่องนี้เกิดขึ้นมานานแล้วครับ
แต่ตอนที่ผมได้ฟัง
ผมถามพี่เขากลับทันทีว่า
“แล้วทำไมเราไม่เอา
เรื่องนี้กลับมาเล่าอีก?”
เพราะเจ้าของร้านจำนวนมาก
มักคิดว่า เรื่องที่เคยเล่าไปแล้ว = เรื่องเก่า
แต่สำหรับลูกค้าใหม่ ที่เพิ่งรู้จักคุณวันนี้
เขาไม่เคยได้ยินเรื่องนั้นมาก่อนเลย
ผมจึงแนะนำให้พี่บี
นำเรื่องทั้งหมดกลับมาเรียบเรียงใหม่
แต่คราวนี้ไม่ใช่เล่าเพียง
เรื่องแม่อยากออกรายการ
เราขยายให้คนเห็นเส้นทางทั้งหมด
จากวันที่ร้านเคยขายได้
เพียงหลักร้อยหลักพัน
วันที่ร้านเกือบไปต่อไม่ได้
ความพยายามของครอบครัว
คลิปเล็ก ๆ ที่เริ่มจากคำพูดของแม่
จนถึงวันที่ร้านสามารถกลับมา
และบางวันทำยอดขาย
ได้ถึง 100,000 บาท
ผมจึงให้หัวข้อไปประมาณว่า
“จากยอดขายหลักร้อย
สู่วันที่ขายได้วันละ 100,000 บาท
ร้านนี้กลับมาได้อย่างไร?”
เมื่อพี่บีกลับไป
ทำตาม Framework
และนำเรื่องจริงของร้าน
มาเล่าใหม่คลิปนั้นมียอด
คนดูมากถึง 70,000 คน
มีคนเข้ามาคอมเมนต์จำนวนมาก
และจากที่พี่เขาเล่าให้ฟัง
ก็มีทั้งลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่
แวะเวียนกลับมาที่ร้านมากขึ้น
สิ่งที่ผมอยากให้สังเกตคือ
เราแทบไม่ได้เปลี่ยนอะไร
ในเมนูกุ้งแม่น้ำทอดเกลือเลย
เราเปลี่ยน “เรื่องที่ลูกค้าได้รับรู้”
นี่คือ
สิ่งที่เจ้าของร้านจำนวนมาก
ยังมองข้าม เวลายอดขายตก
เรามักคิดว่า
ต้องมีเมนูใหม่ไหม?
ต้องลดราคาไหม?
ต้องยิงโฆษณาเพิ่มไหม?
ต้องถ่ายอาหารให้สวยกว่าเดิม ?
ทั้งที่บางครั้ง
คุณมีเรื่องที่ดีอยู่แล้วเต็มร้าน
เพียงแต่ยังไม่มีใครขุดมันออกมา
และ
นี่คือเหตุผลที่เวลา
ผมช่วยนักเรียนหาเรื่อง
มาทำคอนเทนต์
ผมไม่ได้มองแค่ว่า
“ร้านขายอะไร?”
แต่จะพยายามหา
Human Interest
หรือเรื่องที่มนุษย์สนใจโดยธรรมชาติ
ซ่อนอยู่ตรงไหนในธุรกิจนั้น
(ร้านคุณเอาไปใช้ได้เลยนะ) *
เช่น
1. เงินและความมั่นคง
จากเคยขายได้หลักร้อย
ธุรกิจกลับมาอยู่รอดได้อย่างไร
2. ครอบครัวและความสัมพันธ์
ใครคือคนที่อยู่ข้างเจ้าของร้าน
ในวันที่ธุรกิจยังไม่มีอะไร
3. สุขภาพและคุณภาพชีวิต
เจ้าของต้องแลกอะไรกับการทำร้าน
ทั้งเวลา ร่างกาย หรือการพักผ่อน
4. การอยู่รอดและการสูญเสีย
เคยมีวันไหนที่ร้านเกือบปิด
เงินเกือบหมด หรือกำลัง
จะเสียบางอย่างไป
5. ความฝันและความสำเร็จ
จากวันที่ไม่มีใครรู้จัก
คุณอยากพาร้านไปถึงตรงไหน
6. ความผิดพลาดและการกลับมา
เคยตัดสินใจอะไรผิด
และเรื่องนั้นเปลี่ยนวิธีทำธุรกิจอย่างไร
7. ความหวังและการเปลี่ยนแปลง
อะไรทำให้คนธรรมดาคนหนึ่ง
ยังลุกขึ้นมาสู้อีกครั้ง
เราไม่จำเป็นต้องยัดทั้ง 7 เรื่อง
ลงไปในคลิปเดียวครับ
แค่หาให้เจอว่า
เรื่องของร้านเราครั้งนี้
กำลังแตะความรู้สึก
ของมนุษย์เรื่องไหน
เรื่องธรรมดา
ก็สามารถกลายเป็น
เรื่องที่คนอยากฟังได้
นี่คือสิ่งที่ผมพยายามสอนนักเรียน
ไม่ใช่ให้ทุกคนแต่งเรื่องดราม่า
แต่ให้รู้จักขุดเรื่องจริง
ที่เกิดขึ้นในธุรกิจตัวเอง
เพราะเรื่องที่ร้านอื่น
เลียนแบบได้ง่ายที่สุดคือ
เมนู ราคา โปรโมชั่น
หรือแม้แต่วิธีถ่ายคลิป
แต่สิ่งหนึ่งที่คู่แข่ง
ก๊อปปี้จากคุณไม่ได้
คือ
สิ่งที่คุณและครอบครัว
ผ่านมากว่าจะมีร้านนี้ในวันนี้
ร้านอาหารยุคนี้ที่ทำได้แค
อร่อยอย่างเดียว ไม่พอแล้วครับ
เพราะร้านที่อร่อยกว่า
แต่ไม่มีใครเห็น
อาจกำลังแพ้ร้านที่ธรรมดากว่า
แต่เขาสื่อสารจนลูกค้านึกถึงได้ตลอด
ลองเปิดดู 10 โพสต์
ล่าสุดของร้านคุณครับ
ถ้ามีแต่รูปสินค้า โปรโมชั่น
และคำว่า “แวะมาอุดหนุนกันนะ”
แต่ยังไม่มีสักโพสต์ที่ทำให้คนรู้ว่า
คุณต้องผ่านอะไรมากว่าจะมีร้านนี้
ปัญหาอาจไม่ใช่ร้านคุณไม่มีเรื่องครับ
คุณอาจเพียงยังไม่เคยหยิบเรื่องที่มีค่า
ออกมาเล่าให้คนเห็น
เจ้าของธุรกิจคนไหนที่
กำลังเจอปัญหา มีของดีแต่คนยังไม่รู้จัก
ลองพิมพ์ปัญหาของร้านไว้ใต้คอมเมนต์ครับ
ผมจะเลือกบางเคสมาช่วยวิเคราะห์ให้
ื่อธุรกิจ
#ครูควอทซ์