ครูตอง High Selling Skill Expert ทักษะการขายรายได้สูง

ครูตอง High Selling Skill Expert ทักษะการขายรายได้สูง เป้าหมายของครูตองคือการสร้างทักษะการขายระดับสูงให้คนทำธุรกิจเพื่อผลลัพธ์ทางธุรกิจที่สูงขึ้นในระยะยาว

ลูกค้าขอใบเสนอราคาไปแล้วเงียบ…หรือกลับมาพร้อมประโยคว่า“อีกเจ้าหนึ่งราคาดีกว่าครับ”หลายคนจึงคิดว่าปัญหาอยู่ที่ราคาหรืออยู...
18/09/2026

ลูกค้าขอใบเสนอราคาไปแล้วเงียบ…
หรือกลับมาพร้อมประโยคว่า
“อีกเจ้าหนึ่งราคาดีกว่าครับ”

หลายคนจึงคิดว่าปัญหาอยู่ที่ราคา
หรืออยู่ที่การปิดการขาย

แต่บางครั้งธุรกิจอาจแพ้ไปก่อนหน้านั้นแล้ว

นี่คือหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ครูตองสอนเรื่อง High Ticket เพราะลูกค้าไม่ได้เปรียบเทียบเฉพาะราคา แต่กำลังเปรียบเทียบคุณค่าที่เขามองเห็นจากคุณด้วย

“ช่วยส่งใบเสนอราคามาให้ผมก่อนครับ”

หรือบางธุรกิจอาจเป็น

“ช่วยส่ง Proposal มาก่อน เดี๋ยวผมเอาเข้าไปคุยกับทีม”

แค่ได้ยินสองประโยคนี้

เจ้าของธุรกิจหลายคนน่าจะเดาตอนต่อไปออก

อีกไม่กี่วันก็เงียบ

หรือไม่ก็กลับมาพร้อมประโยคเดิม

“อีกเจ้าหนึ่งราคาดีกว่าครับ”

และเมื่อถึงจุดนั้น

คุณจะเริ่มเห็นอะไรบางอย่าง

ถ้าลูกค้ามองว่าทุกเจ้าคล้ายกันหมด

สิ่งเดียวที่เหลือให้เปรียบเทียบ

ก็คือราคา

แล้วเราก็เริ่มคิด

จะลดราคาดีไหม

เพิ่มอะไรได้อีก

หรือจริง ๆ แล้ว…เราพลาดตรงไหน

…

ช่วงหลังมีเจ้าของธุรกิจหลายคนมาคุยกับผม

แม้จะอยู่คนละอุตสาหกรรม

แต่กลับบ่นเรื่องเดียวกันแทบทุกคน

“สุดท้ายลูกค้าก็เอาผมไปเทียบราคากับเจ้าอื่นอยู่ดี”

เมื่อคืน…

ผมกำลังอ่านบทความธุรกิจอยู่บทความหนึ่ง

มีข้อสังเกตประโยคหนึ่งที่ผมอ่านแล้วหยุดคิดอยู่พักใหญ่

ธุรกิจที่เติบโตจนลูกค้าไม่รู้สึกว่าต้องเอาไปเปรียบเทียบกับใคร

ไม่ได้ใช้เวลาหาวิธีชนะการเปรียบเทียบ

แต่ใช้เวลาสร้างเหตุผลที่ชัดเจน…

ว่าทำไมการเปรียบเทียบนั้นจึงไม่มีความหมาย

แล้วอยู่ ๆ

ผมก็นึกถึงบทสนทนากับเจ้าของธุรกิจหลายคนในช่วงที่ผ่านมา

จนมีคำถามหนึ่งผุดขึ้นมาในหัว

ทำไม…

เวลาลูกค้าขอใบเสนอราคา

เจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่

ถึงรีบถามตัวเองว่า

“เราจะทำยังไงให้ลูกค้าเลือกเรา”

ทั้งที่คำถามที่สำคัญกว่าอาจเป็น

“อะไร…ที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า เราควรถูกเอาไปเปรียบเทียบตั้งแต่แรก”

เพราะดูเผิน ๆ

สองคำถามนี้เหมือนจะพูดเรื่องเดียวกัน

แต่จริง ๆ แล้ว

มันพาธุรกิจไปคนละทาง

━━━━━━━━━━━━━━

ถ้าคุณเริ่มจากคำถามแรก

“เราจะทำยังไงให้ลูกค้าเลือกเรา”

สุดท้ายคุณจะวนอยู่กับเรื่องเดิม

ราคา

ส่วนลด

ของแถม

เงื่อนไขการชำระเงิน

คุณจะพยายามชนะ

ในเกมที่ลูกค้าเป็นคนกำหนด

คุณอาจชนะการต่อรองในดีลนี้

แต่กำลังแพ้ในเกมของธุรกิจ

━━━━━━━━━━━━━━

แต่ถ้าคุณเริ่มจากคำถามที่สอง

“อะไร…ที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า เราควรถูกเอาไปเปรียบเทียบตั้งแต่แรก”

คุณจะเริ่มกลับมามองธุรกิจของตัวเอง

มองคุณค่าที่คุณสร้าง

มองประสบการณ์ที่ลูกค้าได้รับ

มองวิธีที่คุณกำลังสื่อสารกับตลาด

แล้วถามตัวเองว่า

“เราต้องเปลี่ยนอะไร…เพื่อให้ลูกค้าไม่รู้สึกว่า เราเป็นอีกเจ้าหนึ่งที่เอาไปเทียบได้”

━━━━━━━━━━━━━━

หลายคนอ่านมาถึงตรงนี้

มักถามต่อว่า

“แล้วต้องทำยังไง?”

ผมคิดว่า

จุดเริ่มต้นอาจไม่ใช่การขายเก่งขึ้น

แต่อาจเป็นการทำให้ธุรกิจของคุณชัดขึ้น

ชัดว่าคุณเหมาะกับใคร

ชัดว่าคุณแก้ปัญหาอะไร

และชัดว่าทำไมลูกค้าต้องเลือกคุณ

แทนที่จะเลือกใครก็ได้

บางครั้ง

ทางออกไม่ใช่การพยายามเอาชนะคู่แข่ง

แต่คือการทำให้ตัวเอง

อยู่ในสนามที่ไม่ต้องแข่งแบบเดิม

อาจเป็นการเลือกโฟกัสลูกค้าให้แคบลง

อาจเป็นการแก้ปัญหาที่เฉพาะขึ้น

หรืออาจเป็นการสร้างผลลัพธ์บางอย่าง

ที่ยังไม่มีใครสื่อสารได้ชัดเท่าคุณ

เพราะเมื่อคุณชัดขึ้น

การเปรียบเทียบจะยากขึ้น

และเมื่อการเปรียบเทียบยากขึ้น

ราคาจะมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจน้อยลง

━━━━━━━━━━━━━━

แล้วผมก็ย้อนกลับมานึกถึงประโยคเดิม

“ช่วยส่งใบเสนอราคามาให้ผมก่อนครับ”

จริง ๆ แล้ว…

วันที่ลูกค้าขอใบเสนอราคา

ไม่ใช่วันที่เกมเริ่ม

เกมเริ่มตั้งแต่วินาทีที่ลูกค้าตัดสินใจว่า

“คุณเป็นอีกเจ้าหนึ่งที่เอาไปเปรียบเทียบได้”

━━━━━━━━━━━━━━

ผมไม่ได้เขียนเรื่องนี้

เพราะอยากสอนให้ขายเก่งขึ้น

ผมเขียน

เพราะช่วงหลังผมเริ่มรู้สึกว่า

เจ้าของธุรกิจจำนวนมาก

กำลังพยายามหาคำตอบ

ให้กับคำถามที่ผิด

ทั้งที่บางครั้ง

สิ่งที่ควรเปลี่ยนก่อน

อาจเป็นคำถาม

หลายครั้ง

สิ่งที่ควรเปลี่ยนก่อน

ไม่ใช่ราคา

ไม่ใช่โปรโมชั่น

และไม่ใช่วิธีปิดการขาย

แต่อาจเป็นคำถามที่คุณกำลังถามตัวเองอยู่ต่างหาก

ระหว่าง

“เราจะทำยังไงให้ลูกค้าเลือกเรา”

กับ

“อะไร…ที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า เราควรถูกเอาไปเปรียบเทียบตั้งแต่แรก”

เพราะสองคำถามนี้

ดูเหมือนจะใกล้กันมาก

แต่พาธุรกิจไปคนละทาง

━━━━━━━━━━━━━━

ครั้งต่อไป…

ก่อนจะรีบคิดว่า

“เราจะทำยังไงให้ลูกค้าเลือกเรา”

ลองหยุดถามตัวเองอีกคำถามหนึ่ง

“เราจะสร้างธุรกิจแบบไหน…ที่ลูกค้าไม่รู้สึกว่าต้องเอาเราไปเปรียบเทียบกับใครตั้งแต่แรก”

เปลี่ยนคำถาม

คุณอาจไม่ได้แค่เปลี่ยนผลลัพธ์ของดีลถัดไป

แต่กำลังเปลี่ยนทิศทางของทั้งธุรกิจในอีกหลายปีข้างหน้า

16/09/2026

นักขายส่วนใหญ่หยุดอยู่ที่คำตอบแรก

แต่นักขายมืออาชีพ
จะพยายามหาความจริงที่อยู่เบื้องหลังคำตอบนั้น

เพราะสิ่งที่ลูกค้าพูดออกมา
มักไม่ใช่เหตุผลที่แท้จริงที่ทำให้เขายังไม่ตัดสินใจ

และตราบใดที่คุณยังไม่รู้ว่า
อะไรคือสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้เขายังไม่ตัดสินใจ

คุณก็ยังช่วยเขาแก้ปัญหาไม่ได้

เพราะคุณจะช่วยลูกค้าไม่ได้
ถ้าคุณยังไม่เข้าใจสิ่งที่เขาติดอยู่จริง ๆ

สิ่งที่ครูตองชอบในเรื่องนี้ไม่ใช่เทคนิคการตลาดแต่เป็นลำดับความคิดของคนที่เข้าใจการเติบโตของธุรกิจดึงความสนใจเปลี่ยนความส...
14/09/2026

สิ่งที่ครูตองชอบในเรื่องนี้

ไม่ใช่เทคนิคการตลาด

แต่เป็นลำดับความคิดของคนที่เข้าใจการเติบโตของธุรกิจ

ดึงความสนใจ

เปลี่ยนความสนใจเป็นรายได้

และเปลี่ยนลูกค้าให้กลายเป็นช่องทางการเติบโต

หลายคนพยายามหาวิธีขายเก่งขึ้น

ทั้งที่บางครั้ง คำถามสำคัญกว่าคือ

คุณได้ออกแบบธุรกิจให้การขายเกิดขึ้นง่ายขึ้นแล้วหรือยัง

มหาเศรษฐีคนหนึ่งเดินเข้าไปในร้านตัดผมเล็ก ๆ กับน้องชาย

ในร้านมีเก้าอี้อยู่แค่ 2 ตัว

ช่างตัดผม 1 คน กำลังนั่งไถมือถือรอลูกค้า

หน้าร้านมีป้ายเก่า ๆ เขียนไว้ว่า

“ตัดผม 100 บาท!”

น้องชายมองไปรอบ ๆ แล้วหลุดหัวเราะ

“100 บาท… ยังไม่มีลูกค้าอีกเหรอ?”

ช่างตัดผมยิ้มแห้ง ๆ

“มีร้านใหม่มาเปิดใกล้ ๆ ครับ”

“ร้านเขาสวยกว่า ดูดีกว่า”

“คนเลยไปที่นั่นกันหมด”

มหาเศรษฐีไม่ได้พูดอะไร

เขาเดินดูร้านเงียบ ๆ อยู่พักหนึ่ง

ก่อนถามขึ้นมา

“ทุกวันนี้มีลูกค้ากี่คน?”

“เฉลี่ย ๆ ก็วันละ 10 คนครับ”

“ถ้าวันไหนดีหน่อยก็เยอะกว่านั้นนิดหน่อย”

มหาเศรษฐีพยักหน้า

ก่อนถามต่อ

“แล้วร้านนี้ขายเท่าไหร่?”

ช่างตัดผมเงียบไปนิดหนึ่ง

ก่อนตอบกลับมา

“ถ้าอยากได้…”

“ผมขายล้านห้าครับ”

มหาเศรษฐีพยักหน้า

แล้วพูดว่า

“ผมให้คุณก่อนเลยสองแสน”

“แล้วขอเวลา 10 วัน”

“ถ้าผมทำให้ร้านนี้กลับมาคึกคักได้”

“ผมจะซื้อร้านต่อ”

“แต่ถ้าผมทำไม่ได้…”

“ผมยกเงินก้อนนี้ให้คุณฟรี ๆ”

ช่างตัดผมตอบตกลงทันที

——

พอเดินออกจากร้าน

น้องชายรีบถาม

“พี่จะทำยังไง?”

มหาเศรษฐียิ้ม

ก่อนตอบสั้น ๆ

“ร้านเดิม”

“เก้าอี้เดิม”

“แต่เราจะเปลี่ยนเกม”

——

เช้าวันรุ่งขึ้น

มีป้ายใหม่ถูกติดไว้หน้าร้าน

“ร้านตัดผมที่ห่วยที่สุดในเมือง — ตัดฟรี!!”

คนที่เดินผ่านเริ่มหยุดดู

บางคนงง

บางคนหัวเราะ

บางคนเดินเข้ามา

เพราะอยากรู้ว่ามันคืออะไร

แต่พอเข้ามาข้างใน

สิ่งที่พวกเขาเจอ

คือร้านตัดผมธรรมดา ๆ

ตัดสะอาด

เรียบร้อย

ไม่ได้ห่วยอย่างที่ป้ายบอกเลย

แต่ลูกค้าทุกคนที่เข้ามาตัดผมฟรี

จะถูกขออยู่เรื่องหนึ่ง

“ช่วยอัดคลิปรีแอ็กชันระหว่างตัดผมให้หน่อยได้ไหม?”

ไม่นานหลังจากนั้น

คลิปเริ่มถูกโพสต์ลงโซเชียล

“ร้านนี้บอกว่าตัดผมห่วยที่สุดในเมือง”

“แต่ดูดิ… ตัดออกมาดีเฉย”

คลิปเริ่มถูกแชร์

คนเริ่มพูดถึง

และคนเริ่มต่อคิว

น้องชายยิ้มออกมา

“อ๋อ… เข้าใจละ”

“ไอ้ป้ายนี่คือแผนสินะ”

มหาเศรษฐีส่ายหน้า

“ยัง”

“นี่มันเป็นแค่ฮุคให้คนหันมามอง”

“เกมจริง ๆ เพิ่งจะเริ่ม”

——

Step แรก

ทำให้คนหยุดมอง

ทำให้คนพูดถึง

ทำให้คนอยากเดินเข้ามาดู

นั่นคือหน้าที่ของป้าย

“ร้านตัดผมที่ห่วยที่สุดในเมือง”

มันไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อขาย

แต่มันถูกสร้างมาเพื่อดึงความสนใจ

——

Step ที่สอง

พอคนเริ่มเดินเข้าร้าน

สิ่งต่อไปที่พวกเขาทำ

ไม่ใช่การหาลูกค้าเพิ่ม

แต่เป็นการเปลี่ยนลูกค้าขาจร

ให้กลายเป็นลูกค้าประจำ

พวกเขาออกบัตรสมาชิกขึ้นมา

VIP Haircut Pass

1,000 บาทต่อเดือน

ตัดได้ไม่จำกัด

แต่รับแค่ 100 คนแรกเท่านั้น

คนรีบแห่กันมาสมัคร

บางคนซื้อ

ทั้งที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะมาตัดบ่อยไหม

เหตุผลมีแค่อย่างเดียว

ไม่อยากพลาดโอกาส

น้องชายขมวดคิ้ว

“ตัดได้ไม่จำกัด?”

“แบบนี้ไม่ขาดทุนเหรอ?”

มหาเศรษฐียิ้ม

“คนส่วนใหญ่ไม่ได้มาตัดบ่อยขนาดนั้นหรอก”

“แต่คนส่วนใหญ่ชอบความรู้สึกว่า…”

“ตัวเองได้ดีลที่คุ้ม”

——

Step ที่สาม

เมื่อมีคนเข้าร้าน

และเริ่มกลับมาซ้ำ

สิ่งที่พวกเขาทำต่อ

คือทำให้ลูกค้าเป็นคนช่วยการตลาดแทน

มีป้ายอีกอันถูกนำไปติดไว้หน้ากระจก

“ทุกครั้งที่ตัดผม”

“คุณจะได้รับสิทธิ์ลุ้นแปลงโฉมฟรี”

“พร้อมถ่ายภาพโปรไฟล์ระดับมืออาชีพ”

คราวนี้คนเริ่มกลับมาซ้ำ

กลับมาบ่อยขึ้น

บางคนพาเพื่อนมา

บางคนถ่ายคลิปการเปลี่ยนลุค

หลายคนโพสต์ภาพลุคใหม่ของตัวเองลงโซเชียล

มหาเศรษฐีนั่งดูตัวเลขรายรับ

ก่อนหันไปบอกน้องชาย

“คนสมัครสมาชิก 100 คน”

“จ่ายคนละพันบาทต่อเดือน”

“นั่นก็แสนบาทที่เราได้มาล่วงหน้าแล้ว”

“ยังไม่รวมลูกค้าที่เดินเข้ามาหน้าร้าน”

“ยังไม่รวมสินค้าดูแลเส้นผม”

“ยังไม่รวมคนที่กลับมาซ้ำ”

“และยังไม่รวมการบอกต่อทั้งหมด”

น้องชายพยักหน้า

ก่อนมองไปที่กิจกรรมแปลงโฉม

“ต้นทุนค่าถ่ายรูปมันไม่แพงไปเหรอ?”

มหาเศรษฐียิ้ม

“ไม่ใช่”

“นั่นไม่ใช่ค่าใช้จ่าย”

“มันคือเครื่องขยายเสียง”

——

สิบวันผ่านไป

ร้านเดิมร้านนั้น

แน่นไปด้วยลูกค้า

มีคนต่อแถวรอหน้าร้านยาวเหยียด

มีคนรอคิวเพื่อจะได้เข้าไปตัดผม

และเรื่องที่น่าสนใจที่สุดก็คือ…

แบบทรงผม และวิธีการตัด แทบไม่มีอะไรเปลี่ยนไปจากเดิมเลย

——

เพราะในโลกธุรกิจ

คนไม่ได้ต่อแถวรอ

เพื่อซื้อของที่เขาหาที่ไหนก็ได้

แต่คนจะต่อแถวรอ

ถ้าสิ่งนั้น…

ทำให้เขารู้สึกแตกต่าง

ทำให้เขาคาดไม่ถึง

มีเรื่องให้เอาไปเล่าต่อ

และ

ถูกออกแบบมาอย่างตั้งใจ

——

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของเรื่องนี้คือ

ตลอด 10 วัน

เขาไม่ได้เปลี่ยนสินค้าเลย

ไม่ได้เปลี่ยนช่าง

ไม่ได้เปลี่ยนวิธีตัด

ไม่ได้เปลี่ยนคุณภาพของบริการ

ร้านเดิม

คนเดิม

บริการเดิม

——

สิ่งเดียวที่เปลี่ยน

คือวิธีที่ธุรกิจถูกออกแบบ

ให้คนอยากพูดถึง

อยากกลับมา

และอยากชวนคนอื่นมา

——

เจ้าของธุรกิจจำนวนมาก

เวลายอดขายตก

มักรีบกลับไปแก้ที่สินค้า

แก้ที่ราคา

แก้ที่โปรโมชั่น

ทั้งที่ปัญหาอาจไม่ใช่ว่าของคุณไม่ดีพอ

แต่เป็นเพราะ

คุณยังไม่ได้ออกแบบธุรกิจ
ให้คนอยากพูดถึง

——

หลายครั้ง

ธุรกิจไม่ได้โตช้า

เพราะสินค้าคุณไม่ดีพอ

แต่โตช้า

เพราะคุณเอาแต่พัฒนาสินค้า

จนลืมออกแบบธุรกิจ

13/09/2026

ถ้าลูกค้ายังรู้สึกว่า

“รออีกหน่อยก็ได้”

เขาจะไม่ซื้อ

ต่อให้สินค้าของคุณดีแค่ไหนก็ตาม

หน้าที่ของคุณ

ไม่ใช่แค่ทำให้เขาเห็นว่าเขาจะได้อะไร

แต่ต้องทำให้เขาเห็นด้วยว่า

เขากำลังเสียอะไรอยู่ทุกวันที่ยังไม่ตัดสินใจค่ะ

เจ้าของธุรกิจหลายคนเข้ามาปรึกษาครูตอง เพราะรู้สึกว่าธุรกิจเริ่มไม่โต ยอดขายเริ่มติดเพดานแต่พอคุยกันลึก ๆ กลับพบว่าปัญหาไ...
11/09/2026

เจ้าของธุรกิจหลายคนเข้ามาปรึกษาครูตอง เพราะรู้สึกว่าธุรกิจเริ่มไม่โต ยอดขายเริ่มติดเพดาน

แต่พอคุยกันลึก ๆ
กลับพบว่าปัญหาไม่ใช่เรื่องการขาย

แต่เพราะทุกครั้งที่มีดีลสำคัญ เจ้าของยังต้องเป็นคนลงไปปิดการขายเอง ยิ่งดีลใหญ่เท่าไร ยิ่งปล่อยให้ทีมดูแลเองไม่ได้

จริง ๆ แล้ว ธุรกิจไม่ควรเติบโตจากการที่เจ้าของทำงานเก่งขึ้นเรื่อย ๆ แต่ควรเติบโตจากการสร้างระบบ สร้างทักษะให้ทีม และสร้างมาตรฐานในการทำงาน เพื่อให้ธุรกิจเดินต่อไปได้ แม้ในวันที่เจ้าของไม่อยู่

ครูตองคิดว่าโพสต์นี้ น่าจะเป็นประโยชน์ทั้งกับคนที่ทำธุรกิจอยู่แล้วแต่ยังต้องแบกทุกอย่างไว้เอง
และคนที่กำลังคิดจะลาออกจากงานประจำเพื่อออกมาเป็นนายตัวเองค่ะ

สมถวิลทำงานเป็นบาริสต้าในร้านกาแฟชื่อดังแห่งหนึ่งมาหลายปี

จนเป็นเซียนในการคั่วกาแฟ และละเลงฟองลาเต้ราวกับศิลปินวาดภาพบนผืนผ้าใบจนเป็นที่เลื่องชื่อ

เธอฝันเห็นภาพตัวเองเป็นเจ้าของร้านกาแฟของตัวเองสักวันหนึ่ง

หลังจากมองย้อนกลับไปที่ประสบการณ์และฝีมือในการชงกาแฟที่สั่งสมมาหลายปี

เธอก็ตัดสินใจได้ว่า

“ถึงเวลาแล้ว”

“ถึงเวลาที่ฉันจะมีร้านกาแฟเก๋ ๆ เป็นของตัวเองเสียที”

……………………………………………………

หลายคนเริ่มต้นธุรกิจ

จากความชำนาญในสิ่งที่ตัวเองทำ

พวกเขาอยากเป็นนายตัวเอง

อยากทำงานตามความคิดของตัวเอง

และไม่ต้องการใช้ความสามารถที่มีอยู่

สร้างความสำเร็จให้กับคนอื่นอีกต่อไป

……………………………………………………

ถ้าเรื่องของคุณฟังดูคล้ายกับเรื่องของสมถวิล

คุณอาจกำลังคิดแบบเดียวกับเธอ

นั่นคือ

ถ้าคุณเก่งในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง

คุณก็น่าจะทำธุรกิจเรื่องนั้นได้ไม่ยาก

แต่ปัญหาคือ

คนที่ทำกาแฟเก่ง

ไม่ได้แปลว่าจะเปิดร้านกาแฟสำเร็จ

เพราะการทำงานเป็น

กับการสร้างธุรกิจ

เป็นคนละเรื่องกัน

……………………………………………………

กลับมาที่เรื่องของสมถวิล

ช่วงแรกที่เธอได้มีร้านกาแฟเก๋ ๆ เป็นของตัวเอง

เธอมีความสุขมาก

ได้เป็นเจ้านายของตัวเอง

ได้อยู่กับสิ่งที่รัก

และไม่ต้องรับคำสั่งจากใคร

เธอทำเองทุกอย่าง

ลูกค้าเก่า ๆ ก็ยังคงตามมาอุดหนุน

ผ่านไปเดือนกว่า ๆ

ลูกค้าเริ่มเห็นได้ว่าโต๊ะเก้าอี้ในร้านเริ่มไม่เป็นระเบียบ

เธอเริ่มรับออร์เดอร์ไม่ทัน

ลูกค้าเก่าเริ่มหาย

ลูกค้าใหม่ก็ไม่เข้า

เหตุผลก็เพราะว่า

เธอต้องจัดการทุกอย่างในร้านเอง

ขณะที่เวลาส่วนใหญ่ยังคงหมดไปกับการคั่วกาแฟ และการละเลงฟองลาเต้

พอเธอเริ่มคิดได้

สมถวิลจึงจ้างพนักงานมาช่วย

เธอเริ่มมีเวลามากขึ้น

แต่ด้วยการขาดทักษะในการบริหารและจัดการ

ปัญหาใหม่ก็เริ่มตามมา

เริ่มมีเสียงบ่นจากลูกค้า

ว่ากาแฟร้านเธอไม่อร่อยเหมือนเมื่อก่อน

การบริการก็ไม่เหมือนเดิม

เธอเริ่มเจอกับปัญหาและภาระหลาย ๆ อย่าง

สมถวิลเริ่มรู้สึกว่า

เธอกลายเป็นเจ้าของกิจการในแบบที่เธอไม่เคยอยากเป็น

……………………………………………………

คุณต้องขีดเส้นใต้เอาไว้เลย

ปัญหาของสมถวิล

ไม่ใช่เธอชงกาแฟไม่เก่ง

ตรงกันข้าม

เธอเก่งมาก

เก่งจนกล้าลาออกมาเปิดร้านของตัวเอง

แต่สิ่งที่สมถวิลไม่เคยรู้ก็คือ

ความเก่งในงาน

อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้คนเริ่มต้นธุรกิจ

แต่ไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ

เจ้าของธุรกิจจำนวนมาก

ไม่ได้ล้มเหลวเพราะสินค้าหรือบริการไม่ดี

แต่ล้มเหลวเพราะพยายามสร้างธุรกิจ

ด้วยวิธีคิดแบบคนทำงาน

พวกเขาไม่ได้เริ่มต้นจากการสร้างธุรกิจ

พวกเขาเริ่มต้นจากงานที่ตัวเองทำเก่ง

แล้วค่อยเรียกมันว่าธุรกิจ

คนจำนวนมากลาออกจากงานประจำ

เพื่อมาสร้างงานประจำที่หนักกว่าเดิมให้ตัวเอง

พวกเขาคิดว่ากำลังสร้างธุรกิจ

แต่จริง ๆ แล้ว

พวกเขากำลังสร้างงานที่ขาดตัวเองไม่ได้

และนั่นไม่ใช่ธุรกิจ

เพราะแก่นของธุรกิจ

ไม่ใช่การสร้างงานให้เจ้าของทำ

แต่คือการสร้างระบบที่สามารถส่งมอบคุณค่าให้ลูกค้า

และสร้างรายได้ให้กิจการได้อย่างต่อเนื่อง

แม้ในวันที่เจ้าของไม่อยู่

และนั่นคือเหตุผลที่

ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มต้นธุรกิจ

คุณต้องเริ่มมองธุรกิจเป็นระบบ

ไม่ใช่มองแค่งานที่ตัวเองทำ

ระบบในการสร้างสินค้า

ระบบในการหาลูกค้า

ระบบในการส่งมอบคุณค่า

และระบบในการบริหารจัดการ

เพราะถ้าทุกอย่างยังต้องรอคุณ

คอยตัดสินใจ

คอยแก้ปัญหา

คอยลงมือทำด้วยตัวเอง

ธุรกิจก็ยังไม่โต

มันแค่มีงานเพิ่มขึ้น

วันที่สมถวิลเปิดร้านกาแฟ

เธอคิดว่ากำลังสร้างร้านกาแฟ

แต่สิ่งที่เธอควรสร้างจริง ๆ

คือระบบที่ทำให้ร้านกาแฟแห่งนั้น

สามารถดำเนินต่อไปได้

โดยไม่ต้องพึ่งเธอในทุกเรื่อง

เพราะสุดท้ายแล้ว

ธุรกิจที่ดี

ไม่ใช่ธุรกิจที่เจ้าของทำงานเก่งที่สุด

แต่คือธุรกิจที่ยังทำงานได้

แม้ในวันที่เจ้าของไม่ได้ทำงาน

และบางที

ก่อนที่คุณจะเริ่มต้นธุรกิจ

คำถามแรกที่ควรถามตัวเอง

อาจไม่ใช่

“ฉันชอบอะไร”

หรือ

“ฉันเก่งอะไร”

แต่คือ

“ธุรกิจนี้จะเดินต่อไปได้ไหม

ถ้าวันหนึ่งฉันไม่อยู่”

10/09/2026

โฟกัสกับการให้สิ่งที่เป็นคุณค่าสำหรับลูกค้า
ถึงเขาอาจไม่ใช่ลูกค้าคุณตอนนี้
ไม่ได้หมายความว่าเขาแนะนำคุณต่อไม่ได้

09/09/2026

หยุดรอให้ลูกค้าพูดสิ่งที่เขากังวลก่อน

เพราะเมื่อไหร่ที่ลูกค้าเป็นฝ่ายหยิบข้อกังวลขึ้นมา

คุณจะกลายเป็นฝ่ายอธิบายทันที

และเมื่อคุณต้องอธิบาย

คุณกำลังเสียความได้เปรียบในการขายไปแล้ว

หลายคนพยายามฝึกตอบ Objection

แต่ไม่เคยถามตัวเองว่า…

ถ้ารู้อยู่แล้วว่าลูกค้าจะกังวลเรื่องอะไร

ทำไมไม่เป็นฝ่ายพูดมันออกมาก่อน

เพราะนักขายระดับสูง

ไม่ได้เก่งที่การแก้ Objection

แต่เก่งที่การไม่ปล่อยให้ Objection เกิดขึ้นตั้งแต่แรกค่ะ

ได้รับโอกาสจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ ให้ร่วมถ่ายทอดแนวคิดด้านการขายและการเจรจาต่อรองทางธุรกิจแบบ B2B ให้กับสมาชิกสหกรณ์กว่า 3...
09/09/2026

ได้รับโอกาสจากกรมส่งเสริมสหกรณ์
ให้ร่วมถ่ายทอดแนวคิดด้านการขายและการเจรจาต่อรองทางธุรกิจแบบ B2B ให้กับสมาชิกสหกรณ์กว่า 35 กลุ่มจากทั่วประเทศ กว่า 150 ท่าน

ในหัวข้อ

“การยกระดับการสื่อสารเชิงธุรกิจ และสร้างอำนาจต่อรองในการจับคู่ธุรกิจ”

เป็นอีกหนึ่งวันที่ครูตองได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้แทนสหกรณ์ ชาวไร่ ชาวสวน และผู้ผลิตสินค้าจากหลากหลายพื้นที่ทั่วประเทศ

สิ่งที่ตั้งใจถ่ายทอดในวันนี้ ไม่ใช่เพียงเรื่องการขายหรือการเจรจาต่อรอง

แต่คือการทำความเข้าใจว่า

การขายที่ดี เริ่มต้นจากการเข้าใจความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า
หาจุดที่ใช้ในการตัดสินใจของลูกค้า

เพราะหลายครั้งผู้ขายมักเริ่มต้นจากการเล่าว่าสินค้าของตัวเองดีอย่างไร

แต่ลูกค้าไม่ได้ตัดสินใจซื้อจากสิ่งที่เราอยากเล่า

ลูกค้าตัดสินใจซื้อจากสิ่งที่เขาต้องการแก้ไข หรือสิ่งที่เขาอยากได้รับ
โดยเฉพาะในการทำธุรกิจแบบB2B ผลลัพธ์สุดท้ายที่ลูกค้าต้องการได้ไม่ใช่ตัวสินค้า แต่คือการทำกำไรจากการนำสินค้านั้นไปขายต่อ 

เมื่อเราเข้าใจความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า เราจะสามารถนำเสนอสินค้า บริการ หรือแนวทางที่ตอบโจทย์เขาได้ตรงจุดมากขึ้น

การเจรจาก็จะง่ายขึ้น การสร้างคุณค่าก็จะชัดขึ้น และความสัมพันธ์ทางธุรกิจก็มีโอกาสพัฒนาไปสู่การเป็นคู่ค้าในระยะยาว

เราไม่ได้อยากเห็นผู้ผลิตสินค้าแข่งขันกันด้วยราคาเพียงอย่างเดียว

แต่อยากเห็นผู้ผลิตสินค้าไทยสามารถสร้างคุณค่า สร้างความแตกต่าง และมีอำนาจต่อรองมากขึ้นบนโต๊ะเจรจา

ตลอดการอบรม ครูตองพยายามปรับเนื้อหาให้เป็นเรื่องที่ผู้เรียนสามารถนำกลับไปใช้ได้จริง ทั้งในการค้นหาความต้องการของลูกค้า การนำเสนอคุณค่า และการเจรจาทางธุรกิจ

เพราะสุดท้ายแล้ว

สินค้าที่ดี ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้คุณได้รับเงิน

แต่สินค้าที่ดี บวกกับ ทักษะในการค้นหาความต้องการของลูกค้า การสื่อสารคุณค่า และการปิดการขายต่างหาก ที่ทำให้ธุรกิจเติบโต

ในหลายอุตสาหกรรม สินค้าอาจไม่ได้แตกต่างกันมากนัก

แต่สิ่งที่ทำให้บางคนเติบโตเร็วกว่าคนอื่น คือ “วิธีการขาย”

ขอบคุณกรมส่งเสริมสหกรณ์สำหรับโอกาสดี ๆ ในครั้งนี้ค่ะ

02/09/2026

นักขายส่วนใหญ่
รอให้ลูกค้าถามก่อนค่อยตอบ
แต่นักขายระดับสูงจะตอบคำถามในหัวลูกค้า
ตั้งแต่ก่อนที่เขาจะถาม

01/09/2026

คุณอธิบายสินค้าแล้ว

ตอบคำถามแล้ว

เสนอราคาแล้ว

แต่ลูกค้ายังบอกว่า
“ขอผมคิดดูก่อน”

หลายครั้ง…

สิ่งที่ขาดไป
ไม่ใช่ข้อมูลเพิ่มเติม

แต่คือคุณยังช่วยเขาตอบ
3 คำถามสำคัญในหัวไม่ได้

ซึ่งนี่คือเหตุผลที่ลูกค้าหลายคน
ยังไม่ตัดสินใจ

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ครูตอง High Selling Skill Expert ทักษะการขายรายได้สูงผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แนะนำ

แชร์