กุนซือมือเซียน

กุนซือมือเซียน บริการงานที่ปรึกษาทางธุรกิจ (ฺีBusiness Advisor)

07/06/2021
06/02/2017

พวกเถรตรง, ซี๊ปังโต้ว, เรดเทป คนพวกนี้หัวสี่เหลี่ยมคิดนอกกรอบไม่เป็น

อะลุ่มอะหล่วยไม่เป็น เน้นแต่กฏเกณฑ์ บ้าแต่กฏระเบียบ จัดเป็นพวกซื่อบื้อเพราะไม่รู้จักคิดพลิกแพลง สังคมใดมีคนแบบนี้มากๆ ยากที่ประเทศชาติจะเจริญ

_/ \_ บนขบวนรถไฟคันหนึ่งที่มุ่งสู่มณฑลซีอัน
พนักงานเก็บตั๋วสาวสวยนางหนึ่งกำลังยืนจ้องชายวัยกลางคนคนหนึ่ง ซึ่งแต่งตัวปอน ๆ เหมือนกรรมกรชนชั้นแรงงาน. “ตรวจตั๋ว". เธอพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เชิดสูง. เขารีบคลำหาตั๋วรถที่กระเป๋าเสื้อและกระเป๋ากางเกง และเมื่อเจอตั๋วก็กำไว้ในมือ เธอมองเขา ด้วยสีหน้าประหลาดใจและก็ยิ้มเยาะ. “นี่มันตั๋วเด็กนี่นา" ชายวัยกลางคนหน้าแดงด้วยความอาย พูดออกมาด้วยเสียงสลดว่า “ตั๋วเด็กกับตั๋วคนพิการไม่ใช่ราคาเดียวกันหรือครับ?" เธอมองเขาตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า “คุณเป็นคนพิการเหรอ" น้ำเสียงยังคงเชิดสูง “เอาบัตรประจำตัวคนพิการออกมาให้ฉันดูหน่อยสิ" ประโยคนี้ของเธอ ทำให้เขาร้อนรนขึ้นมาทันที. “เอ่อ ผม เอ่อ ไม่มีบัตรคนพิการครับ ตอนที่ซื้อตั๋ว คุณเจ้าหน้าที่บอกผมว่าเมื่อไม่มีบัตรคนพิการก็จะออกตั๋วเด็กให้ครับ".

เธอหัวเราะหึหึในลำคอ “เมื่อไม่มีบัตรประจำตัวผู้พิการ แล้วเอาอะไรมายืนยันว่าคุณเป็นคนพิการล่ะ?” เขาไม่ได้ตอบว่าอะไร ได้แต่ถลกขากางเกงให้เธอเห็นถึงขาของเขาที่ขาดไปข้างหนึ่ง. “ฉันต้องการบัตรยืนยัน ว่าคุณเป็นคนพิการจริง ๆ". เธอพูดออกมาทั้ง ๆ ที่ก็เห็นว่าเขาขาขาด. เขามองเธออย่างวิงวอนขอความเห็นใจ. “ทะเบียนบ้านผมไม่ได้อยู่ที่นี่ ทางการก็เลยไม่ออกบัตรให้กับผม ผมก็ทำงานที่โรงงานเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง พอเกิดเรื่องเจ้านายก็หนีหายหน้าไปไม่ยอมรับผิดชอบ ผมไม่มีเงินไปรักษาที่โรงพยาบาลก็เลยไม่มีหลักฐานยืนยันครับ”

เมื่อเจ้าพนักงานรักษารถซึ่งอยู่ไม่ไกลนักได้ยินเข้าก็เข้ามาสอบถามว่าเกิดอะไรขึ้น ชายวัยกลางคนได้บอกแก่เจ้าหน้าที่ชายคนนั้นว่า ตนเองคือคนพิการและได้ซื้อตั๋วเด็กที่มีราคาเดียวกันกับตั๋วคนพิการ
“บัตรประจำตัวผู้พิการของคุณล่ะ?”
“ผมไม่มีบัตรคนพิการ”
จากนั้นก็ถลกกางเกงให้เจ้าหน้าที่ดู
เจ้าหน้าที่รักษารถไม่แม้แต่จะชายตาแลดู กลับกระแทกเสียงใส่ว่า
“เราต้องการหลักฐานยืนยันเท่านั้น หากคุณมีบัตรคนพิการมายืนยันคุณก็ไม่ต้องตีตั๋วเพิ่ม หากไม่มีคุณก็ต้องทำตามกฎ"

ชายวัยกลางคนลุกลี้ลุกลน ควานหาเงินในกระเป๋ากางเกงและกระสอบสัมภาระ แต่เขาไม่มีเงินพอที่จะซื้อตั๋วเพิ่มได้ เขาพูดกับเจ้าหน้าที่ชายด้วยเสียงสะอื้น
“ตั้งแต่ผมถูกเครื่องจักรตัดขา ผมก็ไม่ได้ทำงานอีกเลย ผมไม่มีเงิน แม้แต่เงินซื้อตั๋วกลับบ้านผมยังไม่มีเลย ส่วนตั๋วเด็กใบนี้เพื่อน ๆ ก็รวมเงินกันซื้อให้ผม ขอความกรุณาถือว่าทำทานกับคนพิการเถอะครับ"
“ไม่ได้หรอก กฎก็ต้องเป็นกฎ"
เจ้าหน้าที่ชายยืนยันคำเดิม
พนักงานตรวจตั๋วรีบพูดขึ้นแทรกว่า
“ให้เขาไปนั่งที่ห้องสัมภาระไหมคะ ถือว่าทำทาน คิดเสียว่าเขาเป็นพนักงานบนรถคนหนึ่ง”

พนักงานรักษารถ"ได้ฟังดังนั้น ก็พยักหน้าบอกว่าได้. ชายชราคนหนึ่งที่นั่งตรงข้ามกับชายพิการนิ่งทนดูอยู่เป็นเวลานานก็ทนไม่ได้อีกต่อไป เขายืนขึ้นและก็จ้องมองไปที่เจ้าหน้าที่ชายด้วยสายตารังเกียจ
“คุณเป็นผู้ชายหรือเปล่า?” ชายชราถามออกไป
“มันเกี่ยวอะไรกับผมเป็นผู้ชายหรือไม่เป็นผู้ชาย"เขาถามออกไปแบบไม่เข้าใจ
“ก็บอกผมมาสิ ว่าคุณเป็นผู้ชายหรือเปล่า” ชายชราเริ่มเสียงดัง
“ผมก็เป็นผู้ชายนะสิถามได้” เขาตอบเสียงดังออกไปเหมือนกัน
“แล้วคุณเอาอะไรมายืนยันว่าคุณเป็นผู้ชาย? ผมขอดูหลักฐานที่ยืนยันว่าคุณเป็นผู้ชายให้ทุกคนบนรถนี้ดูหน่อยได้ไหม”
เสียงหัวเราะของผู้โดยสารก็ดังขึ้นมา
เจ้าหน้าที่มองชายชราอย่างงง ๆ แล้วพูดว่า
“คุณก็รู้ ผมเป็นผู้ชายทั้งแท่ง ผมจะเป็นผู้ชายปลอมได้ยังไง?”
ชายชราส่ายหน้าไปมา
“ผมก็เหมือนพวกคุณทั้งสองเมื่อสักครู่นี้ ผมต้องการบัตรยืนยันว่าคุณเป็นผู้ชาย มีบัตรยืนยันถึงเป็นผู้ชายแท้ ไม่มีบัตรยืนยันคุณก็ไม่ใช่ผู้ชายจริง"
เจ้าหน้าที่ชายได้แต่ยืนมองชายชรา ไม่รู้จะพูดอะไร

พนักงานสาวเห็นหัวหน้าเริ่มจนมุม จึงเข้ามาช่วยเบี่ยงประเด็น
“ฉันไม่ใช่ผู้ชาย ลุงมีอะไรพูดกับฉันก็ได้”
ชายชราชี้หน้าหญิงสาวแล้วพูดว่า
“เธอนี่ไม่น่าจะใช่คนนะ”
เธอได้ฟังก็ปรี๊ดแตก พูดออกมาด้วยเสียงอันแหลมเล็กว่า
“หน๊อย! ตาแก่ พูดให้ดี ๆ นะ ฉันไม่ใช่คนแล้วฉันจะเป็นอะไรห๊า? ”
ชายชรามองเธอด้วยสายตาแน่นิ่ง
“เธอเป็นคนเหรอ? ถ้างั้นขอดูบัตรยืนยันหน่อยได้ไหม”
คนทั้งขบวนหัวเราะพร้อมกันขึ้นมาอีกครั้ง

มีเพียงคนเดียวที่ตอนนี้ไม่ได้หัวเราะไปกับเขาด้วย เขาคนนั้นก็คือชายขาพิการ เขาได้แต่นิ่งมองการสนทนาของชายชราและเจ้าหน้าที่ จู่ ๆ น้ำตาก็ไหลอาบแก้ม ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเขารู้สึกอดสูใจ หรือซาบซึ้ง หรือเคียดแค้นชิงชัง
……………………………

||::น้ำเอ๋ยน้ำใจ อะลุ่มอล่วยกันได้ก็จงมอบให้กันไป. อย่าเอากฎหมายมาบดบังมโนธรรม หากเป็นญาติของเรา เราจะรู้สึกอย่างไร หัวโขนที่คุณสวมใส่อยู่นี้ จะอยู่กับคุณได้นานสักแค่ไหน?
จงเอาใจเขามาใส่ใจเรา เคารพเขา เขาย่อมเคารพตอบ

www.facebook.com/EcardArtwork

16/11/2016

ค น ห นึ่ ง กับ อี ก ค น ห นึ่ ง

คำ ว่ า ชี วิ ต ที่ ดี ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
คนหนึ่ง ชีวิตที่ดีคือ ต้องรวย ต้องมีทุกอย่าง
แต่อีกคน มีพอกิน เหลือเก็บบ้างเล็กน้อยก็พอแล้ว

๑. คนหนึ่ง โกรธถ้าเพื่อนตักเตือน
อีกคน ดีใจที่มีเพื่อน คอยตักเตือนเมื่อทำผิด

๒. คนหนึ่ง ชอบเปรียบเทียบชีวิตกับคนอื่น
อีกคน เข้าใจว่าโอกาสของแต่ละคนมีไม่เหมือนกัน

๓. คนหนึ่ง มองหาแต่ความรัก
อีกคน เข้าใจว่าจริงๆแล้ว ไม่มีรักก็ไม่ทุกข์

๔. คนหนึ่ง วิตกกังวลแต่วันข้างหน้า
อีกคน ทำวันนี้ให้มีความสุขที่สุด

๕. คนหนึ่ง มัวแต่ผิดหวัง ในอดีต
อีกคน รู้ว่าอดีตแก้ไขไม่ได้ เลยเริ่มต้นใหม่ในวันนี้

๖. คนหนึ่ง หลอกตัวเองมีความสุขครั้งคราว
อีกคน ยอมรับทุกความจริง

๗. คนหนึ่ง ทนทุกข์เพราะเสียดายเวลา
อีกคน ไม่เคยเสียดายเวลาถ้ามันทำให้เกิดทุกข์

๘. คนหนึ่ง โกหกเพื่อไม่อยากโดนโกรธ
อีกคน พูดความจริง เพื่อไม่อยากโดนเกลียด

๙. คนหนึ่ง ทำร้ายคัวเอง เพื่อให้คนกลับมารัก
อีกคน ไม่มีคนมารัก ก็รักตัวเองให้เป็น

๑๐. คนหนึ่ง ใช้เวลาที่มีค่ามองหาสิ่งที่ขาด
อีกคน ใช้เวลาที่มี มีความสุข ณ.ปัจจุบัน...................................
เพจ "ภาษาญี่ปุ่นและสิ่งดีๆ".. อยากให้ช่วยคิด ...

06/08/2016
"หากไปผิดทางตั้งแต่แรกแล้ว  ยิ่งเร็วเท่าไรก็ยิ่งเสียหายเท่านั้น"สมมติว่าเรามีนัดสำคัญที่ถนนพระราม 2  เราจึงเร่งรีบขับรถส...
12/12/2014

"หากไปผิดทางตั้งแต่แรกแล้ว ยิ่งเร็วเท่าไรก็ยิ่งเสียหายเท่านั้น"

สมมติว่าเรามีนัดสำคัญที่ถนนพระราม 2 เราจึงเร่งรีบขับรถสปอร์ตด้วยความเร็วสูง เมื่ออยู่บนทางด่วนแทนที่จะเลี้ยวซ้ายไปดาวคะนอง แต่เผลอขับเลยไปทางแจ้งวัฒนะจนเตลิดไปถึงเมืองทอง ถ้าเป็นลักษณะแบบนี้ ต่อให้มีรถสปอร์ตสมรรถนะสูง เมื่อไปผิดทางแล้ว ยิ่งขับเร็วเท่าไรก็ยิ่งเสียหายเท่านั้น ทำให้เสียทั้งงาน-เสียเวลา-เสียค่าใช้จ่าย

เทียบเคียงกับการทำธุรกิจ หากเรากำหนดทิศทางของธุรกิจผิดตั้งแต่แรก ยิ่งขยันเท่าไรก็ยิ่งเสียหายเท่านั้น เช่นไปกู้เงินธนาคารมาขยายโรงงาน แล้วมาเจอสินค้าจากประเทศจีนที่ราคาถูกกว่าเกือบครึ่ง สู้ไม่ได้สุดท้ายต้องปิดโรงงานพร้อมกับหนี้สินก้อนโต คนบางคนทุ่มเททำงานอย่างหนักมาค่อนชีวิต แต่เคยได้ยินประโยคนี้มั๊ยครับ.."ทำงานผิดที่ สิบปีก็ไม่รวย"

เด็กบางคนอยากเรียนวิศวะ แต่พ่อแม่อยากให้เรียนหมอ ยอมตามใจพ่อแม่ แม้จะสอบเข้าคณะแพทย์ศาสตร์ได้แต่ใจไม่รัก สุดท้ายถูกรีไทร์ปี 2 เสียทั้งเวลา, เสียหน้าและเสียเงิน

ดังนั้นเราต้องกำหนดทิศทางให้ถูกต้องตั้งแต่แรก แล้วจึงค่อยเร่งสปีดให้เต็มที่ ทำแบบนี้มีแต่สำเร็จครับ

กุนซือมือเซียน www.facebook.com/TaokaeChok

"ความจริงใจ" เป็นสิ่งเดียวที่ผู้บริหารมืออาชีพ  ต้องการจากเจ้าของกิจการคติส่วนตัวอย่างหนึ่งของผมก็คือ...ความจริงใจต่อกัน...
08/12/2014

"ความจริงใจ" เป็นสิ่งเดียวที่ผู้บริหารมืออาชีพ ต้องการจากเจ้าของกิจการ

คติส่วนตัวอย่างหนึ่งของผมก็คือ...ความจริงใจต่อกัน เป็นที่มาของความไว้วางใจกัน และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีที่สุด

ประสบการณ์ในการเป็นผู้บริหารมืออาชีพสอนให้รู้ว่า.."ความสามารถ-ความซื่อสัตย์-ความทุ่มเท" เป็น 3 สิ่งที่เจ้าของกิจการมองหาจากผู้บริหารมืออาชีพ แต่สำหรับผู้บริหารมืออาชีพ กลับมองหาเพียงสิ่งเดียวจากเจ้าของกิจการนั่นคือ.."ความจริงใจ"

เพื่อไม่ต้องคอยหวาดระแวงว่า จะถูกเจ้าของกิจการหลอกใช้งาน โดยมุ่งไปสู่ความสำเร็จของตนเองเพียงฝ่ายเดียว และปล่อยให้ผู้อื่นตกอยู่ในวังวนของปัญหา เป็นเหยื่อหรือเป็นแพะรับบาปจากความผิดพลาด, ความโลภ และการเอาแต่ใจตัวเอง

เจ้าของกิจการที่ขาดความจริงใจ เป็นอันตรายอย่างยิ่งสำหรับผู้บริหารมืออาชีพ ควรถอยห่างหรือยืนให้ไกลออกไปจะดีที่สุด

Credit : สุรเธียร จักรธรานนท์

"ต้องใช้ใจแลกใจ  จึงจะได้ใจผู้บริหาร"ขงเบ้งฉลาดกว่าเล่าปี่หลายเท่า  แต่รับใช้เล่าปี่จนเล่าปี่ตาย  และรับใช้ลูกเล่าปี่จนต...
07/12/2014

"ต้องใช้ใจแลกใจ จึงจะได้ใจผู้บริหาร"

ขงเบ้งฉลาดกว่าเล่าปี่หลายเท่า แต่รับใช้เล่าปี่จนเล่าปี่ตาย และรับใช้ลูกเล่าปี่จนตัวเองตาย เพราะเหตุใดเล่า?...........................เพราะเล่าปี่ได้ใจของขงเบ้ง

เล่าปี่นั้นด้วยศักดิ์และด้วยวัยเป็นถึงเจ้าเมืองซินเอี๋ยและมีศักดิ์เป็นพระเจ้าอาของพระเจ้าเหี้ยนเต้ อีกทั้งมีอายุรุ่นคราวพ่อของขงเบ้ง (เล่าปี่อายุ 46 ส่วนขงเบ้งอายุ 26 ปี) แต่ยอมไปคำนับขงเบ้ง ผู้เป็นชาวป่าชาวดอยที่เขาโงลังกั๋งท่ามกลางหิมะที่หนาวเหน็บ

หลังจากถูกลองใจให้คารวะผิดตัวอยู่หลายครั้ง จนได้มาพบตัวขงเบ้ง ซึ่งก็แกล้งนอนหลับ ทำเป็นทองไม่รู้ร้อนตั้งแต่เช้าจรดเย็น และสั่งคนใช้ว่าห้ามปลุก เพื่อให้เล่าปี่เกิดความเดือดดาล หมดสิ้นความอดทน แต่เล่าปี่หาเป็นเช่นนั้นไม่ กลับยืนสำรวมกิริยา ด้วยลักษณาการแห่งศิษย์ที่พึงกระทำต่ออาจารย์ อยู่เบื้องปลายเท้าของเจ้าหนุ่มบ้านนอก ซึ่งอายุน้อยกว่าตน 20 ปี.....ด้วยความอดทนเชื่อมั่นและรอคอย เล่าปี่จึงได้ใจขงเบ้งอย่างเต็มๆ

ขงเบ้งได้ชื่อว่าเป็น "อัจฉริยะแห่งยุค" ได้ช่วยให้เล่าปี่ขึ้นเป็นฮ่องเต้ ครองดินแดน หนึ่งในสามของประเทศจีน

ที่อยู่

Bangkok
10230

เบอร์โทรศัพท์

+66800429000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ กุนซือมือเซียนผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง กุนซือมือเซียน:

แนะนำ

แชร์