Family Business Asia

Family Business Asia "ภารกิจเล็กๆ ของเรา คือการเป็นส่วนหนึ่งในความสุขที่ยิ่งใหญ่ของครอบครัว"

Family Business Asia (FBA) จัดตั้งขึ้นโดยผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขาเพื่อให้บริการแก่ธุรกิจครอบครัว

🎢 ธุรกิจครอบครัวล็อตเต้ : เมื่อสวนสนุกเริ่มไม่สนุก เพราะศึกสายเลือดกรณีศึกษาที่สั่นสะเทือนวงการธุรกิจเอเชีย เมื่อยักษ์ให...
28/05/2026

🎢 ธุรกิจครอบครัวล็อตเต้ : เมื่อสวนสนุกเริ่มไม่สนุก เพราะศึกสายเลือด
กรณีศึกษาที่สั่นสะเทือนวงการธุรกิจเอเชีย เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง "ล็อตเต้" (Lotte) เผชิญมรสุมการแย่งชิงอำนาจระหว่างพี่น้องและพ่อผู้ก่อตั้ง สะท้อนให้เห็นว่าหากขาดระบบการสืบทอดกิจการที่ดี "ครอบครัว" อาจกลายเป็นจุดอ่อนที่อันตรายที่สุด
📝 ลำดับเหตุการณ์ : ศึกชิงบัลลังก์ชิน
ความขัดแย้งปะทุในปี 2558 เมื่อ ชิน กุ๊กโฮ ผู้ก่อตั้งวัย 92 ปี ปลดลูกชายคนโต ชิน ดองจู เพื่อเปิดทางให้ลูกชายคนเล็ก ชิน ดองบิน ขึ้นเป็นผู้นำเพียงหนึ่งเดียว
แต่เรื่องราวกลับพลิกผันเมื่อพี่ชายพาพ่อในวัยชรามาประกาศไล่บอร์ดบริหารและน้องชายออกกลางที่ประชุม ฝ่ายน้องชายจึงแก้เกมด้วยการเรียกประชุมบอร์ดเพื่อ "ปลดพ่อแท้ ๆ" ออกจากตำแหน่งประธาน และตั้งเป็นเพียงประธานกิตติมศักดิ์เพื่อตัดอำนาจการตัดสินใจ นำไปสู่การสาดโคลนผ่านสื่อจนเสียชื่อเสียงทั้งตระกูล
💡 4 บทเรียนสำคัญเพื่อป้องกันสงครามครอบครัว
ลูกน้อยคนไม่ใช่คำตอบ : แม้มีทายาทเพียง 2 คน ก็ขัดแย้งได้จากบุคลิกที่ต่างกันและการแยกกันบริหารจนเกิดช่องว่างความไม่ไว้วางใจ
ระบบที่ดีต้องมาพร้อมความชัดเจน : แม้เป็นบริษัทมหาชนหรือมี Holding Company แต่หากโครงสร้างหุ้นซับซ้อนและมีการถือหุ้นไขว้ จะกลายเป็นช่องโหว่ในการแย่งชิงอำนาจ
ความโปร่งใสคือเกราะป้องกัน : การสื่อสารผลประกอบการและการลงทุนอย่างตรงไปตรงมา จะช่วยลดความหวาดระแวงที่เป็นชนวนเหตุของความร้าวฉาน
ภาพลักษณ์และความกตัญญู : ในสังคมเอเชีย การแตกหักกับผู้ก่อตั้งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความเชื่อมั่นและชื่อเสียงของวงศ์ตระกูล
การสืบทอดกิจการไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมาย แต่คือการบริหารจัดการ "ความสัมพันธ์" และ "ระบบ" ไปพร้อม ๆ กัน เพื่อรักษาธุรกิจที่สร้างมาหลายทศวรรษไม่ให้พังทลายเพราะความไม่เข้าใจกัน

อ่านบทความเต็มได้ในคอนเมนต์
บทความจากอาจารย์นวพล วิริยะกุลกิจ
ที่ปรึกษาความขัดแย้งในธุรกิจครอบครัว และเจ้าของเพจ Family Business Asia
#ธุรกิจครอบครัว #การสืบทอดกิจการ

จะเป็นอย่างไร? ถ้าส่งต่อธุรกิจครอบครัวที่ “ไม่มีใครเป็นเจ้าของ” ทางเลือกที่แตกต่างของนาฬิกาแบรนด์หรู Rolexเชื่อไหมว่า “R...
27/05/2026

จะเป็นอย่างไร? ถ้าส่งต่อธุรกิจครอบครัวที่ “ไม่มีใครเป็นเจ้าของ” ทางเลือกที่แตกต่างของนาฬิกาแบรนด์หรู Rolex
เชื่อไหมว่า “Rolex” แบรนด์นาฬิกาหรูที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก ทรัพย์สินมูลค่ามหาศาลกว่า 10,000 ล้านฟรังก์สวิส (ประมาณ 4.16 แสนล้านบาท) กลับเป็นองค์กรที่ “ไม่มีเจ้าของ” นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือ “วิสัยทัศน์” ของ Hans Wilsdorf ผู้ก่อตั้งที่ต้องการให้ธุรกิจนี้ “ไม่มีวันตาย” แม้ตัวเขาจะจากไปแล้วก็ตาม
📍 จากเด็กกำพร้า สู่ผู้สร้างอาณาจักรที่ยั่งยืน
Hans Wilsdorf เผชิญกับความสูญเสียตั้งแต่อายุ 12 ปี เขาต้องพึ่งพาตนเองจนกลายเป็นนิสัย และนั่นคือรากฐานที่ทำให้เขามองการทำธุรกิจต่างออกไป
เขาไม่ได้มองแค่เรื่องกำไร แต่มองหา “ความสมบูรณ์แบบ” และ “ความยั่งยืน“
📍 นวัตกรรมที่มาพร้อมการตลาดที่แยบยล
Rolex ไม่ได้ดังเพราะโชคช่วย แต่เพราะ Hans รู้วิธีพิสูจน์คุณภาพ ในปี 1926 เขาได้สร้างนาฬิกากันน้ำเรือนแรก (Oyster) และให้คนใส่ว่ายน้ำข้ามช่องแคบอังกฤษ และทำการตลาดที่ประกาศให้คนทั้งโลกรู้ไปเลย! และในปี 1931 ได้พัฒนาระบบไขลานอัตโนมัติที่กลายเป็นมาตรฐานโลก
📍 จุดเปลี่ยนสำคัญ ทำไมต้องเป็น "มูลนิธิ
เมื่อภรรยาสุดที่รักเสียชีวิตลงอย่างกระทันหัน และไม่มีทายาทสืบทอดโดยตรง แต่ก็ไม่อยากให้ธุรกิจต้องเผชิญกับแรงกดดันจากตลาดหุ้นหรือนักลงทุนที่เน้นแต่ผลกำไรระยะสั้น ๆ
ในปี 1945 เขาจึงตัดสินใจก่อตั้ง “Hans Wilsdorf Foundatio” และโอนหุ้นทั้งหมด 100% ให้มูลนิธิเป็นผู้ดูแล
ผลที่ตามมาคืออะไร?
1. ความเป็นอิสระของ Rolex ที่ไม่ต้องวิ่งตามยอดขายเพื่อเอาใจผู้ถือหุ้น
2. การรักษาจิตวิญญาณของแบรนด์ยังคงรักษามาตรฐานไว้ได้เหมือนวันแรก ๆ
3. การคืนสู่สังคม โดยกำไรส่วนหนึ่งถูกส่งกลับไปช่วยเหลือกิจการเพื่อการกุศลต่าง ๆ
💡มุมมองสำหรับธุรกิจครอบครัวจากเคสนี้
ทางออกของการสืบทอดกิจการ ไม่ได้มีแค่การส่งมอบให้ "ลูกหลาน" เท่านั้น แต่อยู่ที่การวางโครงสร้างที่เหมาะสม เพื่อให้ "อุดมการณ์" ของผู้ก่อตั้งยังคงอยู่สืบไป
แล้วคุณล่ะ วางแผนจะรักษา "จิตวิญญาณ" ของธุรกิจครอบครัวให้ยั่งยืนแบบไหน? มาแชร์ไอเดียกันได้ในคอมเมนต์
บทความโดย
อาจารย์นวพล วิริยะกุลกิจ ที่ปรึกษาความขัดแย้งในธุรกิจครอบครัว
เจ้าของเพจ Family Business Asia
เรียบเรียงใหม่จากบทความต้นฉบับที่เคยเผยแพร่ในเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (LiVE Platform)
#ธุรกิจครอบครัว #การสืบทอดธุรกิจ

ครอบครัวห่านย่าง Yung Kee กับ “สองเสือ” ที่ไม่อาจอยู่ถ้ำเดียวกันภัตตาคาร Yung Kee แห่งเกาะฮ่องกง ร้านอาหารระดับโลกที่มีอ...
26/05/2026

ครอบครัวห่านย่าง Yung Kee กับ “สองเสือ” ที่ไม่อาจอยู่ถ้ำเดียวกัน
ภัตตาคาร Yung Kee แห่งเกาะฮ่องกง ร้านอาหารระดับโลกที่มีอายุเก่าแก่กว่า 73 ปี ต้องถูกศาลสั่ง “เลิกกิจการ” จากความขัดแย้งภายในตระกูล Kam อะไรคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้ธุรกิจกงสีแสนมั่นคงนี้ต้องปิดตัวลง?
จุดเริ่มต้นมาจาก "โครงสร้างการถือหุ้น" หลังผู้ก่อตั้งเสียชีวิต หุ้นถูกแบ่งให้ลูกชายคนโตและคนรองคนละ 35% เท่ากัน โดยมีหุ้นของแม่และน้อง ๆ อีกคนละ 10% เป็นตัวกลางคานอำนาจ เพื่อหวังให้พี่น้องร่วมมือกันบริหาร
แต่สมดุลนี้พังทลายลงเมื่อน้อง ๆ ทยอยโอนหุ้นให้ลูกชายคนรอง จนทำให้เขากลายเป็นผู้ถือหุ้นเสียงข้างมาก (55%) และเริ่มรวบอำนาจบริหาร ตัดสิทธิ์และลดบทบาทพี่ชายคนโต นำไปสู่ความขัดแย้งอย่างรุนแรงและการฟ้องร้องในชั้นศาลยาวนาน จนลงเอยด้วยการสั่งปิดบริษัทแม่
💡 บทเรียนสำคัญสำหรับธุรกิจครอบครัว
1. การแบ่งหุ้นเท่ากันไม่ใช่คำตอบเสมอไป
การให้สัดส่วนที่เท่ากันโดยไม่มีกลไกบริหารจัดการที่ดี มักนำไปสู่ภาวะทางตัน (Deadlock) เมื่อความคิดเห็นไม่ตรงกัน
2. อย่าพึ่งพาสมดุลที่เปราะบาง
การคานอำนาจโดยใช้บุคคลอื่น เช่น แม่หรือพี่น้องคนอื่น อาจเปลี่ยนไปได้เสมอเมื่อมีการเปลี่ยนมือหุ้นหรือเกิดเหตุไม่คาดคิด
3. ขาดธรรมนูญครอบครัว
หากไม่มีข้อตกลงและกติกาที่ชัดเจนในการจัดการความขัดแย้งและการโอนหุ้น ธุรกิจครอบครัวก็ยากจะยั่งยืน
ความขัดแย้งในกงสีไม่ใช่เรื่องไกลตัว การวางโครงสร้างผู้ถือหุ้นและกลไกการสืบทอดอำนาจอย่างมืออาชีพ คือสิ่งสำคัญที่จะช่วยรักษาทั้ง "ธุรกิจ" และ "ความสัมพันธ์ในครอบครัว" ให้คงอยู่ต่อไป

#ธุรกิจครอบครัว #ธรรมนูญครอบครัว #การสืบทอดธุรกิจ #วางแผนกงสี

อยากมีธุรกิจครอบครัวที่ยั่งยืน จงเรียนรู้จากธุรกิจครอบครัวที่ล้มเหลวสิ่งที่เราได้เรียนรู้จากธุรกิจที่ประสบความสำเร็จนั้น...
23/05/2026

อยากมีธุรกิจครอบครัวที่ยั่งยืน จงเรียนรู้จากธุรกิจครอบครัวที่ล้มเหลว
สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากธุรกิจที่ประสบความสำเร็จนั้นน่าสนใจเสมอ แต่สิ่งที่เราจะได้เรียนรู้จากธุรกิจที่ล้มเหลวนั้นยิ่งน่าสนใจกว่า!
ทุกครอบครัวที่อยากส่งมอบกิจการจากรุ่นสู่รุ่นจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการรักษา “อำนาจควบคุม” ให้อยู่ในมือของคนในครอบครัว รู้จักการบริหาร “ความสัมพันธ์” ระหว่างคนในตระกูลให้ดีเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งที่บานปลาย และสุดท้ายคือการปรับเปลี่ยน “ธุรกิจให้ก้าวทันโลก” เพื่อให้ธุรกิจครอบครัวสามารถยืนหยัด และเป็นความภาคภูมิใจของคนในตระกูลสืบไป
เหตุผลที่ 1 ขยายธุรกิจจนเสีย “อำนาจควบคุม”
การเติบโตผ่านกลยุทธ์การควบรวมกิจการ (M&A) อาจทำให้สัดส่วนหุ้นของครอบครัวเจือจางลงจนคนนอกเข้ามามีบทบาทตัดสินใจแทน กรณีศึกษาอย่างตระกูล Guinness ขยายอาณาจักรจนหุ้นลดเหลือ 20% ในปี 1980 และเมื่อควบรวมเป็น Diageo ในปี 1997 ครอบครัวก็กลายเป็นเพียงผู้ถือหุ้นรายย่อยที่ไม่มีอำนาจบริหารแบรนด์ของตัวเองอีกต่อไป
เหตุผลที่ 2 ความขัดแย้งที่บานปลาย
ความขัดแย้งรุนแรงมักเกิดจากโครงสร้างหุ้นที่ไม่สมดุลหรือการสื่อสารที่ล้มเหลว ซึ่งทำลายความไว้วางใจระหว่างทายาท กรณีศึกษาอย่างภัตตาคารห่านย่าง Yung Kee ในฮ่องกงเกิดจุดแตกหักเมื่อลูกชายคนเล็กโอนหุ้นให้พี่ชายคนรอง ทำให้สมการอำนาจเปลี่ยนจนพี่ชายคนโตรับไม่ได้และฟ้องศาลให้เลิกกิจการเพื่อตัดขาดจากกัน
เหตุผลที่ 3 ธุรกิจปรับตัวไม่ทันโลก
การยึดติดกับวัฒนธรรมเดิมหรือความสำเร็จในอดีตทำให้ธุรกิจตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้ช้าเกินไปจนสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน กรณีศึกษาอย่าง Toyota ยอมทิ้งธุรกิจเครื่องทอผ้ามาทำรถยนต์จนเป็นเบอร์หนึ่งของโลก ต่างจาก Guinness ที่ยึดติดกับวัฒนธรรม "ลูกชายคนโต" นานกว่า 200 ปี จนเลือกคนบริหารผิดพลาดและปรับตัวไม่ทันความต้องการของตลาด
ด้วยสามเหตุผลจากกรณีศึกษานี้ การเรียนรู้ความล้มเหลวของธุรกิจครอบครัว จึงเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้ธุรกิจครอบครัวคงต่อไปได้อย่างยั่งยืน
อ่านต่อได้ในคอมเมนต์
บทความจากคุณนวพล วิริยะกุลกิจ
ผู้เชี่ยวชาญการจัดการความขัดแย้งในครอบครัว
#ธุรกิจครอบครัว #ความสำเร็จ #ความล้มเหลว

สร้างอนาคตจากรากฐานที่แข็งแกร่ง: ถอดบทเรียน Pella Corporation สู่ศตวรรษที่ 2เคยสงสัยไหมว่า... ทำไมบางธุรกิจครอบครัวถึงอย...
22/05/2026

สร้างอนาคตจากรากฐานที่แข็งแกร่ง: ถอดบทเรียน Pella Corporation สู่ศตวรรษที่ 2
เคยสงสัยไหมว่า... ทำไมบางธุรกิจครอบครัวถึงอยู่รอดมาได้นานกว่า 100 ปี?
วันนี้ Family Business Asia ขอนำกรณีศึกษาที่น่าสนใจจาก Pella Corporation (ทายาทรุ่นที่ 5) ที่เพิ่งเปิดเผยแนวคิดการบริหารภายใต้ชื่อ "Framing the Future"
Pella Corporation ไม่ได้มองว่าการเป็นเจ้าของคือการมีอำนาจสั่งการ แต่พวกเขานิยามตัวเองว่าเป็น "Stewards" (ผู้ดูแลรักษา) มรดกของตระกูล เพื่อส่งต่อให้คนรุ่นต่อไปอย่างสมบูรณ์ที่สุด
3 เคล็ดลับที่ทำให้ Pella แข็งแกร่ง:
✅ 1. Culture of Caring
วัฒนธรรมที่ให้เกียรติและใส่ใจกัน ไม่ใช่แค่กับคนในครอบครัว แต่รวมถึงพนักงานทุกคน ทำให้เกิดความจงรักภักดี (Employee Loyalty) ที่หาได้ยากในปัจจุบัน
✅ 2. Separation of Roles
แยกบทบาท "เจ้าของ" และ "ผู้บริหาร" ออกจากกันอย่างชัดเจน สมาชิกครอบครัวเน้นการเป็นผู้ถือหุ้นที่ทรงพลังผ่านระบบ Governance แทนการลงไปบริหารงานรายวัน
✅ 3. One Voice Policy
ครอบครัวตกลงที่จะ "พูดเป็นเสียงเดียวกัน" (Voting with one voice) แม้จะมีผู้ถือหุ้นหลายคน เพื่อสร้างเสถียรภาพสูงสุดให้กับการดำเนินธุรกิจ
ความสำเร็จของ Pella พิสูจน์ให้เห็นว่า "ธุรกิจครอบครัวจะเติบโตได้ไกล ไม่ใช่แค่เพราะมีทุนหนา แต่เพราะมีโครงสร้างการกำกับดูแลที่ชัดเจน และหัวใจที่พร้อมจะดูแล (Stewardship) คนทุกรุ่น"

#ธุรกิจครอบครัว #การบริหารจัดการ

กติกาของการทะเลาะ เครื่องมือจัดการความขัดแย้งในครอบครัว เริ่มต้นที่สามี-ภรรยาผมได้มีโอกาสอ่านต้นฉบับหนังสือเล่มใหม่ของ ศ...
21/05/2026

กติกาของการทะเลาะ เครื่องมือจัดการความขัดแย้งในครอบครัว เริ่มต้นที่สามี-ภรรยา
ผมได้มีโอกาสอ่านต้นฉบับหนังสือเล่มใหม่ของ ศ.นพ.วันชัย วัฒนศัพท์ ที่มีชื่อว่า “คืนความสุขให้ชีวิตคู่” และพบว่าเป็นหนังสือที่น่าสนใจมาก ในหนังสือพูดถึงปัญหาและเครื่องมือ 12 วิธีที่จะช่วยแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในครอบครัว โดยเนื้อหาเริ่มต้นจากปัญหาของคนสองคนที่เป็นต้นกำเนิดของทุกครอบครัว
นั่นก็คือสามี-ภรรยา คนสองคนที่แม้จะรักกันมากแค่ไหนก็ยังหนีไม่พ้นที่จะทะเลาะกัน ทั้งยังเป็นทั้งจุดเริ่มต้นหรือจุดรอยต่อที่สำคัญของธุรกิจครอบครัวอีกด้วย หนังสือเล่มนี้พูดถึงความขัดแย้งในแง่มุมที่น่าสนใจ ผมจึงได้นำเนื้อหาบางส่วนจากหนังสือเล่มนี้มาเล่าสู่กันฟังในวันนี้ครับ
คืนความสุขให้ชีวิตคู่
มีหนังสืออยู่หลายเล่มที่พูดถึงการสื่อสาร และมีอีกหลายเล่มที่พูดถึงการบริหารธุรกิจ แต่มีน้อยเล่มที่พูดถึงธุรกิจครอบครัว และยิ่งน้อยลงไปอีกที่พูดถึง “การสื่อสารกันในครอบครัว” ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว
เจมส์ เครย์ตัน นักจิตวิทยาชื่อดังชาวสหรัฐฯได้อธิบายไว้ในหนังสือ “How Loving Couples Fight” ว่าคู่สามีภรรยามีโอกาสเสี่ยงต่อความขัดแย้งที่อาจนำไปสู่การหย่าร้างกันได้ หากไม่มีการสร้างกติกาของการอยู่ร่วมกัน โดยเฉพาะ “กติกาของการทะเลาะกัน” เพราะแม้แต่เรื่องที่ดูธรรมดา ๆ ที่เกิดขึ้นทุกวันในบ้านก็อาจจะนำไปสู่ความแตกแยกอย่างรุนแรงได้
การพิชิตความขัดแย้งระหว่างสามีภรรยาเริ่มต้นจากกระบวนการ 3 ข้อ ดังนี้
ตีกรอบของปัญหา
ดึงออกมาให้ได้ว่าอะไรคือสิ่งที่อยู่ในสมองและในใจของแต่ละฝ่าย กรองเอาอารมณ์ที่อยู่ในคำพูดของแต่ละคนออกไป
สื่อสารทางอารมณ์
เมื่อรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่อยู่ในใจของตนเอง สื่อมันออกไปว่าฉันคิดอะไร ฉันต้องการอะไรกันแน่
กำหนดกติกาของการทะเลาะใหม่
ระมัดระวังกติกาซ้อนเร้นของคู่สมรสของคุณ เพราะมันอยู่กับเขามานานมาก สามีภรรยาเมื่อสร้างครอบครัวใหม่ร่วมกัน พวกเขาจะต้องกำหนด“กติกาใหม่” ในการทะเลาะกัน!
แม้เป็นไปได้ยากที่จะหลีกเลี่ยงการทะเลาะเบาะแว้งกันของสามี ภรรยา แต่การมี "กฎกติการในการทะเลาะร่วมกัน" ก็ช่วยลดปัญหาที่อาจลุกลามไปถึงธุรกิจครอบครัวได้
อ่านบทความเต็มใต้คอมเมนท์
บทความจากคุณนวพล วิริยะกุลกิจ เจ้าของเพจ Family Business Asia

#ธุรกิจครอบครัว #กติกา #การทะเลาะ

สร้างปรากฎการณ์ “มรดกข้ามรุ่น: อาณาจักร Nippon Paint ที่ส่งตรงถึงรุ่นหลาน”ส่งต่อธุรกิจยังไงไม่ให้พี่น้องตีกัน และรุ่นหลา...
20/05/2026

สร้างปรากฎการณ์ “มรดกข้ามรุ่น: อาณาจักร Nippon Paint ที่ส่งตรงถึงรุ่นหลาน”
ส่งต่อธุรกิจยังไงไม่ให้พี่น้องตีกัน และรุ่นหลานไม่ผลาญสมบัติจนเกลี้ยง?
พบกับคำตอบสุดขั้วจาก โก๊ะ เชง เหลียง แห่ง Nippon Paint ที่ฉีกทุกตำราธุรกิจครอบครัวด้วยโมเดล “รุ่น 3 มั่งคั่ง รุ่น 2 กุมอำนาจ”! กลยุทธ์ที่มอบเงินหลายพันล้านให้หลาน ๆ โดยตรง แต่รวบอำนาจเบ็ดเสร็จไว้ที่ลูกชายเพียงคนเดียว
บทความนี้จะพาคุณไป "ผ่าตัด" สถาปัตยกรรมทางกฎหมายสุดล้ำ ที่เขาใช้แยกทรัพย์สินออกจากอำนาจอย่างเด็ดขาด ผ่านเครื่องมืออย่าง “ทรัสต์ครอบครัว” และ “หุ้นวิเศษ” ที่มีสิทธิ์ออกเสียงไม่เท่ากัน แต่นี่คือแผนอัจฉริยะ หรือแค่การเตะระเบิดเวลาให้คนรุ่นต่อไป?
การเสียชีวิตของโก๊ะ เชง เหลียง มหาเศรษฐีวัย 98 ปี ผู้สร้างอาณาจักร Nippon Paint ไม่ได้ทิ้งไว้เพียงตำนานธุรกิจ แต่ยังสร้าง “สูตรใหม่” ของการวางแผนมรดกที่ทำให้นักธุรกิจทั้งเอเชียต้องหันมามอง
แทนที่จะส่งไม้ต่อให้ลูกชายเหมือนที่ครอบครัวธุรกิจส่วนใหญ่มักทำ เขากลับเลือกโอนหุ้นมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ “ข้ามรุ่น” ตรงไปยังหลานทั้ง 6 คน ทำให้พวกเขากลายเป็นมหาเศรษฐีในพริบตา นี่ไม่ใช่การกระทำโดยบังเอิญ แต่คือการออกแบบอย่างมีกลยุทธ์ เพื่อ “ปลดชนวนคำสาปรุ่นที่สาม” ที่ว่า รุ่นแรกสร้าง รุ่นที่สองรักษา และรุ่นที่สามทำลาย
โก๊ะเลือกเก็บอำนาจการบริหารไว้ที่ลูกชายคนเก่งอย่าง โก๊ะ ฮับ จิน ผู้ผ่านสมรภูมิธุรกิจเคียงบ่าเคียงไหล่กันมานานหลายทศวรรษ ในขณะที่มอบอิสรภาพทางการเงินให้หลาน ๆ ได้ออกไปสร้างเส้นทางของตัวเอง นี่คือ “พิมพ์เขียวใหม่” ของการส่งต่อความมั่งคั่ง ที่บอกกับโลกว่ามรดกไม่จำเป็นต้องเป็นเพียง “หุ้น” แต่ “การเปิดโอกาส” ให้คนรุ่นใหม่ได้สร้างตำนานของตัวเองก็ถือเป็นมรดกที่มีคุณค่าไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน
.
ท้ายที่สุดแล้ว โมเดลของตระกูลโก๊ะอาจกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่สำหรับครอบครัวที่มีความมั่งคั่งสูงในยุคที่ทายาทมีความเป็นสากล มีการศึกษา และมีความหลากหลายทางความคิดมากขึ้น มันคือการยอมรับว่าความสำเร็จของครอบครัวอาจไม่ได้วัดจากการเติบโตของธุรกิจแต่เพียงอย่างเดียว แต่คือผลรวมของความสำเร็จในหลากหลายมิติที่สมาชิกทุกคนในครอบครัวร่วมกันสร้างขึ้น

#ธุรกิจครอบครัว

เคล็ดวิชาราชวงศ์สู่ธุรกิจครอบครัว บริหารกงสีครอบครัวให้ยั่งยืนอะไรคือเคล็ดลับที่ทำให้ “ราชวงศ์” ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกเหล...
19/05/2026

เคล็ดวิชาราชวงศ์สู่ธุรกิจครอบครัว บริหารกงสีครอบครัวให้ยั่งยืน
อะไรคือเคล็ดลับที่ทำให้ “ราชวงศ์” ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกเหล่านี้สามารถสืบทอดความมั่งคั่งและอำนาจจากรุ่นสู่รุ่นได้อย่างยาวนาน?
บทความนี้จะเชื่อมโยงโลกของ “ราชวงศ์” กับโลกของ “ธุรกิจครอบครัว” เข้าด้วยกัน โดยมองว่าราชวงศ์คือ “รูปแบบที่เก่าแก่ที่สุดของธุรกิจครอบครัว” การศึกษาเชิงเปรียบเทียบนี้ได้วิเคราะห์ผ่านกรณีศึกษา 4 ราชวงศ์ ได้แก่ ราชวงศ์อังกฤษ ลิกเตนสไตน์ ซาอุดีอาระเบีย และราชวงศ์ฮับส์บูร์กในอดีต
เพื่อค้นหา “บทเรียนสำคัญ” ที่อาจช่วยให้ธุรกิจครอบครัวของคุณยืนหยัดได้อย่างมั่นคง เสมือนราชวงศ์ที่ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์
บทเรียนที่ 1 : จัดหมวดหมู่ “มรดกราชวงศ์”
รากฐานสำคัญของการบริหาร “มรดกราชวงศ์” หรือทรัพย์สินของครอบครัวที่ยั่งยืนคือ การแบ่งแยกทรัพย์สินและระบบการเงินที่เข้มงวด การสร้างขอบเขตที่ชัดเจนระหว่างทรัพย์สินของธุรกิจ ทรัพย์สินที่ครอบครัวเป็นเจ้าของร่วมกัน (กงสี) และทรัพย์สินส่วนตัวของแต่ละบุคคล เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง และควรมีการบันทึกไว้อย่างเป็นระบบ และมีระเบียบที่สามารถบังคับใช้ได้จริง
บทเรียนที่ 2 : สร้างกลไกปกป้อง “มรดกราชวงศ์”
ราชวงศ์ที่ยิ่งใหญ่จงใจสร้างกลไกเพื่อรักษาเงินทุนหลักไว้ในระยะยาว โดยป้องกันไม่ให้ถูกใช้จ่ายหรือแบ่งแยกในระยะสั้น แนวคิดคือ การบริหารจัดการเพื่อให้มรดกราชวงศ์เติบโต สามารถส่งต่อความมั่งคั่งไปยังคนรุ่นต่อไป ไม่ใช่นำไปบริโภคทั้งหมด
บทเรียนที่ 3 : ตรวจสอบจากภายในและภายนอก
กงสีที่ยั่งยืนจะรักษาสมดุลที่ดีระหว่างการควบคุมภายในครอบครัวกันเอง และการนำกลไกการตรวจสอบจากภายนอกเข้ามาใช้เมื่อธุรกิจเติบโตและซับซ้อนขึ้น
บทเรียนที่ 4 : วางภารกิจที่มีความหมาย
ความรู้สึกร่วมต่อ “ภารกิจที่มีความหมาย” สามารถเป็นตัวเชื่อมที่ทรงพลังสามารถยึดโยงสมาชิกครอบครัวเข้าไว้ด้วยกัน เมื่อครอบครัวเห็นว่าการรักษากงสีให้คงอยู่ไม่ได้เป็นไปเพื่อความสุขสบายของสมาชิกแต่เพียงอย่างเดียว แต่จะส่งผลดีต่อความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว และเผื่อแผ่ต่อไปยัง สังคม ประเทศชาติ ผ่านกิจกรรมเพื่อสังคม และการทำความดีต่างๆ จะช่วยให้กงสีสามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงในระยะยาว
การจัดหมวดหมู่ทรัพย์สินให้ชัดเจน กลไกในการปกป้องทรัพย์สินส่วนกลาง การตรวจสอบการใช้จ่ายจากภายนอก และการวางภารกิจที่มีความหมายจะเป็นปัจจัยที่ช่วยดูแลรักษา “กงสีครอบครัว” ให้คงอยู่ได้ในระยะยาว และเพิ่มโอกาสในการเอาชนะคำพูดที่ว่า “พ่อสร้าง ลูกใช้ หลานทำลาย”


#กงสี #ธุรกิจครอบครัว #ทรัพย์สิน

(ประมวลภาพบรรยากาศ) งานเสวนาพิเศษ จาก Krungthai Wealth ร่วมกับ Krungthai Care และ Krungthai-AXA Life  ในหัวข้อ “Borderle...
16/05/2026

(ประมวลภาพบรรยากาศ)
งานเสวนาพิเศษ จาก Krungthai Wealth ร่วมกับ Krungthai Care และ Krungthai-AXA Life ในหัวข้อ “Borderless Legacy: Breaking the Frame of Wealth Transfer ก้าวข้ามขีดจำกัด สู่การวางรากฐานธุรกิจครอบครัว”
ทาง Krungthai Wealth ร่วมกับ Krungthai Care และ Krungthai-AXA Life จัดงานเสวนาพิเศษระดับพรีเมียม สำหรับลูกค้ากลุ่มครอบครัว เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ และเตรียมความพร้อมการวางรากฐานธุรกิจครอบครัวสู่ความยั่งยืน
✨ โดยได้รับเกียรติจาก ดร.รัฐยา ทองรัตน์ ที่ปรึกษาที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และคุณธนา บุญธีรวร หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์การลงทุนและให้คำปรึกษาบริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ร่วมเป็นผู้เสวนาในครั้งนี้
🎤 พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญ คุณนวพล วิริยะกุลกิจ ผู้อำนวยการสถาบันธุรกิจครอบครัวแห่งเอเชีย (Family Business Asia) ร่วมเสวนาในประเด็นเกี่ยวกับแนวคิดการวางรากฐานธุรกิจครอบครัว การสื่อสารกันในครอบครัว รวมถึงเทคนิคการแบ่ง "สมบัติ" ที่อาจไม่จำเป็นต้องพูดเรื่องทรัพย์สิน
และดำเนินรายการโดย คุณแบม ปีติภัทร คูตระกูล
📅 เมื่อวันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา
📍 ณ โรงแรม Waldorf Astoria Bangkok
ทางทีมงานขอขอบคุณ Krungthai Care และ Krungthai-AXA Life ที่ให้เกียรติอาจารย์นวพล และ Family Business Asia ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานเสวนาครั้งนี้ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าแขกผู้มีเกียรติทุกท่านจะได้รับประโยชน์และแนวทางไปปรับใช้กับธุรกิจครอบครัวได้อย่างยั่งยืน

#ธรรมนูญครอบครัว #วางแผนมรดก

"แบ่งหน้าที่ก่อนแบ่งสมบติ" ช่วยลดความขัดแย้งในครอบครัว?✨Exclusive Insight: ก้าวข้ามขีดจำกัด สู่การวางรากฐานธุรกิจครอบครั...
16/05/2026

"แบ่งหน้าที่ก่อนแบ่งสมบติ" ช่วยลดความขัดแย้งในครอบครัว?

✨Exclusive Insight: ก้าวข้ามขีดจำกัด สู่การวางรากฐานธุรกิจครอบครัวอย่างเข้มแข็งกับ Krungthai Wealth
เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา Krungthai Wealth และ Krungthai-AXA ให้เกียรติเชิญคุณนวพล วิริยะกุลกิจ จากสถาบันธุรกิจครอบครัวแห่งเอเชีย มาร่วมแบ่งปันมุมมองในงานสัมมนา "Borderless Legacy: Breaking the Frame of Wealth Transfer" ณ โรงแรม Waldorf Astoria Bangkok
บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติจากกลุ่มลูกค้า Krungthai Wealth และ Krungthai AXA โดยเฉพาะในช่วงการเสวนาเรื่องการส่งต่อธุรกิจครอบครัว ซึ่งคุณนวพลได้ถ่ายทอดแนวคิดสำคัญว่าหัวใจของการส่งต่อธุรกิจครอบครัวที่ราบรื่นอาจไม่ใช่แค่เรื่อง "สมบัติ" เพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการจัดการ 3 ส่วนหลัก ทั้งธุรกิจ ทรัพย์สิน และความสัมพันธ์ในครอบครัว
ประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจในงานเสวนานี้ คือการส่งต่อมรดกที่ยั่งยืนอาจแค่เริ่มจากการวางแผนล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ โดยการสร้าง "ธรรมนูญครอบครัว" ก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่เป็นเครื่องมือช่วยกำหนดกติการ่วมกัน ซึ่งนำไปสู่ความชัดเจนในบทบาทหน้าที่ของสมาชิกแต่ละคน ก่อนที่จะพูดเรื่องการแบ่งทรัพย์สินกัน หรือพูดง่ายๆ ว่า ให้ "แบ่งหน้าที่ก่อนแบ่งสมบัติ"
ทำไม่ถึงเป็นเช่นนั้น?
สิ่งที่ทำให้การแบ่งหน้าที่ก่อนแบ่งสมบัติจะช่วยลดความขัดแย้งได้ก็เพราะ หน้าที่ที่แบ่งกันจะกลายเป็น "เหตุผล" ของการได้รับสมบัติของสมาชิกแต่ละคน เช่น เพราะลูกคนหนึ่งรับหน้าที่ดูแลกิจการครอบครัว เขาจึงได้รับหุ้นมากกว่าลูกคนอื่นๆ หรือเพราะลูกอีกคนรับที่จะอยู่ดูแลพ่อแม่ที่บ้าน เขาจึงได้รับบ้านของพ่อแม่... เป็นต้น
"หน้าที่" คือ "เหตุผล" ของการได้ "สมบัติ"
การทำให้ธุรกิจคงอยู่ยาวนานควบคู่ไปกับความสัมพันธ์ในครอบครัวที่แน่นแฟ้น หากจัดการเรื่อง "หน้าที่" และ "ความรัก" ได้ลงตัว การส่งต่อความมั่งคั่งก็จะไม่ใช่ "ภาระ" แต่จะเป็น "พร" ที่ส่งต่อไปสู่คนรุ่นหลังอย่างแท้จริง

16/05/2026

ถ้าไม่ใช่เรื่อง “เงิน”
ธุรกิจครอบครัวทะเลาะกันเรื่องอะไร?

ที่อยู่

Family Business Asia 75/33 Richmond Building, Soi Sukhumvit 26, Sukhumvit Road
Bangkok
10110

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66813999581

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Family Business Asiaผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Family Business Asia:

แนะนำ

แชร์