07/02/2026
เมื่อวานมีลูกค้าทักมาปรึกษา เค้าบอกว่า "ทำไมเว็บผมมีของตั้ง 200 อย่าง แต่ลูกค้าบอกหาของไม่เจอเลย”
ผมเลยขอเข้าไปดูเว็บ…สรุปปัญหาเดียวสั้น ๆ เลย "เมนูมั่วมาก ทุกอย่างกองอยู่หน้าเดียว เสื้อก็ปน กางเกงก็ปน ของแถมก็ปน ลูกค้าต้องเลื่อนหาเองเหมือนเดินตลาดนัด
ลองคิดภาพนะ…ถ้าคุณเข้าห้าง แต่ไม่มีป้ายว่า “เสื้อผ้า / เครื่องใช้ไฟฟ้า / ของกิน” คุณจะเดินหาของไหวไหม? เว็บก็เหมือนกันครับ
สิ่งแรกที่คนเข้าเว็บ E-commerce จะมองหาไม่ใช่โปรโมชันนะ แต่คือ “จะกดไปตรงไหนต่อดี” เพราะงั้น “เมนู” สำคัญกว่าที่คิดมาก
ดังนั้นการออกแบบเมนูอาจจะต้องเหมาะสมกับหมวดหมู่หรือจำนวนสินค้าเป็นประมาณนี้
- สินค้าน้อย (ไม่เกิน 20 ชิ้น) → ใช้เมนูชั้นเดียวพอ เช่น หน้าแรก | สินค้า | รีวิว | ติดต่อเรา
- สินค้าปานกลาง → แบ่งหมวดหมู่หลัก เช่น เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า โปรโมชัน
- สินค้าเยอะมาก (100+ ชิ้นขึ้นไป) → ต้องทำเมนู 2–3 ชั้น เช่น
-- เสื้อผ้า → ผู้ชาย → เสื้อยืด
-- เสื้อผ้า → ผู้หญิง → เดรส
ทริคที่ผมใช้กับลูกค้าทุกเจ้า ให้เรียงเมนูแบบนี้เลย
- สินค้าขายดี
- สินค้าหลัก
- อย่างอื่นค่อยตามมา
เว็บสวยไม่ช่วยอะไร ถ้าลูกค้าหาของไม่เจอ แค่จัดหมวดใหม่ก็เพิ่มโอกาส ยอดสั่งซื้อเพิ่ม 20–30% แบบไม่ต้องยิงแอดเพิ่มเลยนะ เรื่องเล็ก ๆ แต่โคตรมีผลจริง ๆ
ใครกำลังจะทำเว็บขายของ หรือมีเว็บแล้วแต่รู้สึกว่าลูกค้าชอบทักมาถาม “ของอยู่ตรงไหน” อาจถึงเวลาจัดเมนูใหม่แล้วครับ 🙂
#ทำเว็บขายของ
ือใหม่
#เว็บสำหรับเจ้าของร้าน