เพื่อนแท้ร้านอาหาร

เพื่อนแท้ร้านอาหาร แหล่งรวมความรู้ หลักสูตรสัมมนา ไฟล์เอกสาร ให้คำปรึกษา จัดการ ธุรกิจร้านอาหาร ก่อตั้งเมื่อปี 2015
📍ติดต่อโฆษณา >091-780-4724 (โอ๋) / 092-294-9549 (ออม)

สนับสนุนข้อมูล ความรู้ สินค้า กิจกรรม และเป็นช่องทางส่งเสริมให้ผู้ประกอบการร้านอาหารสำเร็จ

Series : Restaurant Health Checkตอนที่ 13▬▬▬▬▬Food Cost สูงขึ้นเรื่อย ๆอย่าเพิ่งโทษ “วัตถุดิบแพงขึ้น”เช็คเรื่องนี้ด่วน!▬...
20/08/2026

Series : Restaurant Health Check
ตอนที่ 13
▬▬▬▬▬
Food Cost สูงขึ้นเรื่อย ๆ
อย่าเพิ่งโทษ “วัตถุดิบแพงขึ้น”
เช็คเรื่องนี้ด่วน!
▬▬▬▬▬
เมื่อ Food Cost สูงขึ้น
ตัวการที่หลายคนนึกถึง คือ
“ของแพงขึ้น”

ก็เป็นเรื่องจริงแหละ
ราคาวัตถุดิบ
มีผลทำให้Food Costสูง
▬▬▬▬▬
แต่ถ้า Food Cost
ไหลขึ้นต่อเนื่อง
โดยที่ร้าน
ยังหาสาเหตุไม่เจอ
การโทษราคาวัตถุดิบ
อย่างเดียว
อาจทำให้มองข้าม
ต้นเหตุสำคัญอื่น ๆ ในร้านไป
▬▬▬▬▬
เพราะ Food Cost
สูงขึ้นได้
ไม่ได้เกิดจาก
ราคาว้ตถุดิบปรับขึ้นเท่านั้น
▬▬▬▬▬
แต่ Portion ใหญ่ขึ้น
ก็เป็นสาเหตุหนึ่ง
▬▬▬▬▬
ของเสียเพิ่ม
ก็เป็นสาเหตุหนึ่ง
▬▬▬▬▬
พนักงานตักไม่เท่ากัน
วัตถุดิบหาย
สูตรไม่อัปเดต
สั่งซื้อผิด
หรือขายเมนูกำไรต่ำ
มากขึ้น
ก็ทำให้ตัวเลขขึ้นได้
ทั้งหมด
▬▬▬▬▬
วิธีตรวจ
จึงควรเริ่มจาก
แยก “ราคา”
ออกจาก “การใช้”
▬▬▬▬▬
เลือกวัตถุดิบ
ที่มีมูลค่าสูง
10 รายการแรก
แล้วเทียบ
ราคาซื้อย้อนหลัง
4–8 สัปดาห์
▬▬▬▬▬
ถ้าราคาซื้อ
เพิ่มจริง
ค่อยพิจารณา
เจรจาซัพพลายเออร์
เปลี่ยนแหล่งซื้อ
ปรับสูตร
หรือทบทวนราคาเมนู
▬▬▬▬▬
แต่ถ้าราคาซื้อ
แทบไม่เปลี่ยน
Food Cost ยังขึ้น
ให้ตรวจ Usage ต่อทันที
▬▬▬▬▬
เอายอดขาย
แต่ละเมนู
คูณด้วย
ปริมาณวัตถุดิบ
ตามสูตร
▬▬▬▬▬
จะได้
ปริมาณที่
“ควรใช้”
▬▬▬▬▬
แล้วเทียบกับ
ของที่ “ใช้จริง”
จากสต๊อก
▬▬▬▬▬
ถ้าของจริง
หายมากกว่า
ที่สูตรควรใช้
ส่วนต่างนั้น
กำลังบอกเรา
ว่ามีบางอย่างรั่วอยู่
▬▬▬▬▬
จุดต่อไป
คือ Portion Control
▬▬▬▬▬
เมนูเดียวกัน
เชฟแต่ละคน
ให้ปริมาณเท่ากันไหม
▬▬▬▬▬
มีตาชั่ง
ช้อนตวง
หรือภาชนะมาตรฐาน
หรือยังใช้
“กะเอา”
ด้วยสายตา
▬▬▬▬▬
แล้วตรวจ
Waste Log ด้วย
▬▬▬▬▬
ของเสีย
จากเตรียมผิด
ทำผิดออเดอร์
หมดอายุ
ลูกค้าคืน
หรือทำเกิน
ถูกบันทึกหรือไม่
▬▬▬▬▬
ถ้าไม่บันทึก
ร้านจะเห็นเพียงว่า
Food Cost สูง
แต่ไม่รู้ว่า
เงินหายไปตรงไหน
▬▬▬▬▬
อีกเรื่อง
ที่มักถูกมองข้าม
คือ Menu Mix
▬▬▬▬▬
ถ้าเดือนนี้
ลูกค้าสั่งเมนู
Food Cost สูง
มากกว่าเดิม
สัดส่วน Food Cost
ทั้งร้านก็สูงขึ้นได้
แม้ทุกอย่างในครัว
จะทำถูกต้อง
▬▬▬▬▬
ดังนั้น
อย่าโทษแต่
Food Cost
ทุกกรณี
▬▬▬▬▬
ถ้าราคาซื้อสูง
แก้ Procurement
▬▬▬▬▬
ถ้าใช้เกินสูตร
แก้ Portion
และ Training
▬▬▬▬▬
ถ้า Waste สูง
แก้กระบวนการ
เตรียมและเก็บ
▬▬▬▬▬
ถ้า Menu Mix เปลี่ยน
กลับไปดู
Menu Engineering
และการขาย
▬▬▬▬▬
Restaurant Health Check
ของอาการนี้
จึงไม่ใช่ถามว่า
“Food Cost เท่าไร”
อย่างเดียว
▬▬▬▬▬
แต่ต้องถามต่อว่า
“มันสูงขึ้น
เพราะราคา
เพราะใช้เกิน
เพราะเสีย
หรือเพราะขายผิด Mix”
▬▬▬▬▬
พอแยกโรคได้
การรักษา
ถึงจะตรงจุด
▬▬▬▬▬
#เพื่อนแท้ร้านอาหาร
#ทำร้านอาหารให้มีความสุข

สูตรจัด Manpowerสำหรับร้านเล็กคุม Labor Cost ไม่หลุดคุณภาพงานไม่สะดุดทุกช่วงเวลา▬▬▬▬▬ปัญหาเรื่องคนจะร้านเล็ก กลาง ใหญ่เจ...
20/08/2026

สูตรจัด Manpower
สำหรับร้านเล็ก
คุม Labor Cost ไม่หลุด
คุณภาพงานไม่สะดุดทุกช่วงเวลา
▬▬▬▬▬
ปัญหาเรื่องคน
จะร้านเล็ก กลาง ใหญ่
เจอกันเป็นเรื่องปกติ

แต่สำหรับร้านเล็ก
ถ้าไม่มีระบบ
คุมเรื่องManpower ให้เหมาะ
จะเวลาเกิดปัญหา
มันจะวุ่นวาย
ปวดหัวมากกว่า

บางร้าน
จ้างคนมาเยอะ คนล้น
บางร้าน
มีคนน้อย งานล้น
บางร้าน
เจอเดี๋ยวขาด เดี๋ยวเกิน
▬▬▬▬▬
ยิ่งถ้าเจ้าของ
ไม่คุมตัวเลขแรงงาน
Labor Cost %
อาจบวมจนกำไรหาย
หรือถ้าประหยัดเกินไป
บีบจนLabor Cost % ต่ำ
พนักงานอาจทนไม่ไหว
เพราะงานโอเวอร์โหลด
คุณภาพงานก็จะเสีย
ลูกค้าได้รับบริการแย่
ก็ไม่กลับมาซ้ำ
▬▬▬▬▬
มาดูแนวทาง
“สูตรจัดคน”
สำหรับร้านเล็ก
ที่คุมทั้งต้นทุน
และคุณภาพได้
ไม่ต้องใช้คนเยอะ
แต่ใช้ “ถูกเวลา ถูกที่”
▬▬▬▬▬
มาทำความรู้จักกับคำว่า
Labor Cost % ก่อน
คืออะไร?
คือค่าใช้จ่ายแรงงาน ÷ ยอดขาย × 100
ตัวเลขมาตรฐานสากลร้านอาหาร
– ร้านเล็ก / Quick Service → 20–25%
– ร้าน Casual Dining → 25–30%
– ร้าน Full Service ขนาดใหญ่ → 30–35%
▬▬▬▬▬
ถ้าเกิน 30%
สำหรับร้านเล็ก
เริ่มเสี่ยงกำไรหาย
แต่ถ้าต่ำกว่า 20%
อาจหมายถึง
คนไม่พอ
งานโอเวอร์โหลด สะดุด
▬▬▬▬▬
ค่า%มาตรฐาน
Labor Cost ที่เหมาะสม
ของร้านแต่ละประเภท
ร้านเล็กหรือ Quick Service
อย่างก๋วยเตี๋ยว ข้าวแกง
ควรคุมให้อยู่ที่ราว 20–25%
เพราะเจ้าของ
สามารถช่วยลงแรงเอง
ทำให้ใช้พนักงานไม่มาก
▬▬▬▬▬
ร้าน Casual Dining
เช่น อาหารตามสั่ง
หรือคาเฟ่เล็ก
จะอยู่ที่ 25–30%
เนื่องจากต้องมีพนักงานเสิร์ฟ
หรือการบริการมากขึ้น
▬▬▬▬▬
ร้าน Full Service
หรือร้านใหญ่
จะอยู่ที่ 30–35%
เพราะต้องใช้ทีมงานครบ
ทั้งครัว เสิร์ฟ
แคชเชียร์ และหลังบ้าน
▬▬▬▬▬
ส่วน ร้านบุฟเฟ่ต์
หรือร้านพรีเมียม
ค่าแรงอาจสูงถึง 30–40%
เพราะใช้คนเยอะ
▬▬▬▬▬
สูตรจัด Manpower
สำหรับร้านเล็ก
▬▬▬▬▬
1. วัดพีคจริงจากยอดขาย
อย่าจัดกะตามความรู้สึก
ลองจดยอดขาย
เป็นรายชั่วโมง 1 สัปดาห์
แล้วดูว่าลูกค้าพีคจริง ๆ อยู่กี่โมง
– ร้านข้าวแกง = เช้า–เที่ยง
– ร้านหมูกระทะ = เย็น–ดึก
ใช้ข้อมูลนี้วางคนให้ตรงช่วง
▬▬▬▬▬
2. Core Team ต้องมีเสมอ
ไม่ว่าร้านจะเล็กแค่ไหน
ต้องมี “โครงทีมหลัก” ไว้ทุกกะ
เช่น 1 ครัว + 1 เสิร์ฟ
เจ้าของร้านอาจเป็นตัวเสริม
แต่โครงหลักต้องไม่หาย
▬▬▬▬▬
3. ใช้ Part-time เสริม
ไม่ใช่ลาก Full-time
ร้านเล็กจะแก้ปัญหา
ด้วยการลากกะยาว
แต่กฎหมายแรงงาน
กำหนดว่า ไม่เกิน 8 ชม./วัน
ถ้าเกินต้องจ่าย OT
แทนที่จะลากคนเต็มวัน
เสริมด้วย Part-time
คุมคุณภาพ + คุมต้นทุนได้ดีกว่า
(แต่ประเด็นนี้ก็มีข้อต้องระวัง
เรื่องประเด็นจ้างตรงวันหยุดพิเศษ
ค่าแรงก็จะเพิ่มขึ้น)

ส่วนร้านไหนบอก
คุยกันได้ อยู่กันแบบครอบครัว
ตอนดี ๆ ก็คุยกันรุ้เรื่องหมดแหละ
แต่ตอนที่ไม่ชอบกันแล้ว
ระวังศาลแรงงานจะเรียกตัว
▬▬▬▬▬
4. Cross-training
ให้ทำงานทดแทนกันได้
ถ้าครัวหายไป 1 คน
ร้านต้องไม่สะดุด
เพราะเสิร์ฟ
ควรช่วยแพ็ก
หรือทอดง่าย ๆ ได้
ครัวก็ควรช่วย
จัดจานเสิร์ฟได้บ้าง
ร้านเล็กที่ทีมทำได้หลายอย่าง
คือร้านที่ไม่สะดุด
แม้คนหายกะทันหัน
▬▬▬▬▬
5. สื่อสารตารางงานล่วงหน้า
Pain point ที่เจอบ่อยคือ
“เปลี่ยนกะนาทีสุดท้าย”
พนักงานไม่พร้อม → งานหลุด
แก้ง่าย ๆ โดยทำ
ตารางงานล่วงหน้า 1 สัปดาห์
แชร์ในไลน์กลุ่มทุกครั้ง
และถ้ามีเปลี่ยน
ต้องแจ้งล่วงหน้าให้มากที่สุด
ร้านเล็กไม่ได้ต้องการ “คนเยอะ”
แต่ต้องการ “จัดคนให้ถูกเวลา”
▬▬▬▬▬
เมื่อคุม Labor Cost %
ให้อยู่ราว 20–25%
และออกแบบทีมแบบ
Core Team + Part-time + Cross-training
ร้านจะเดินได้ลื่น
ทีมไม่เหนื่อยเกิน
ลูกค้าก็ยังได้คุณภาพครบ
▬▬▬▬▬
เป็นสูตรแนวจัดการ
Manpower ที่อาจทำให้ร้านเล็ก
อยู่รอดได้ทั้งกำไร
และความสุขของทีมงาน
▬▬▬▬▬
และถ้าเพื่อน ๆ ไม่อยากนั่งคิด
วางแผนManpowerเองทั้งหมด
ก็ง่าย ๆ เลย
ให้Ai ช่วยคิดแทน
ด้วย คำสั่งแบบนี้ 👇
▬▬▬▬▬
คุณคือที่ปรึกษาด้านการบริหารร้านอาหาร SME
เชี่ยวชาญด้านการจัดทีมงาน
และคุมต้นทุนแรงงาน (Labor Cost Management)

# # Input ข้อมูลร้าน
- ชื่อร้าน: {{กรอกชื่อร้าน}}
- เวลาเปิด–ปิด: {{เช่น 10:00–22:00}}
- จำนวนพนักงานปัจจุบัน: {{เช่น Full-time 3 คน, Part-time 2 คน}}
- ค่าแรงเฉลี่ย: {{เช่น Full-time 400 บาท/วัน, Part-time 55 บาท/ชม.}}
- ยอดขายเฉลี่ยต่อวัน: {{เช่น 18,000 บาท}}
- ช่วงเวลาพีค: {{เช่น 11:00–14:00 และ 17:30–20:30}}
- เป้าหมาย Labor Cost %: {{เช่น ไม่เกิน 25%}}

# # สิ่งที่ต้องการ
1. ช่วยออกแบบตาราง Manpower ให้เหมาะสม
2. เสนอจำนวนคนที่ควรใช้ในแต่ละช่วงเวลา
3. ระบุว่าควรใช้ Full-time หรือ Part-time
4. สรุป Labor Cost % ที่ได้ และเปรียบเทียบกับเป้าหมาย
5. ให้คำแนะนำเสริม เช่น Cross-training,
วิธีใช้ Part-time, หรือข้อควรระวังเรื่องกฎหมายแรงงาน

# # Output ที่ต้องการ
- ตารางวางกะ (แบ่งเป็นช่วงเวลา: เปิดร้าน / พีคกลางวัน / บ่าย / พีคเย็น / ปิดร้าน)
- ตัวเลข Labor Cost % ที่คำนวณให้แล้ว
- Checklist คำแนะนำ 3–5 ข้อ เพื่อให้ร้านเล็กนำไปใช้จริงได้
▬▬▬▬▬
#เพื่อนแท้ร้านอาหาร
#ทำร้านอาหารให้มีความสุข

้านเล็ก

ของไม่ได้หาย...แต่กำไรหายเพราะสต๊อกไม่มีระบบ▬▬▬▬▬ยอดในกระดาษบอกว่ายังเหลือแต่พอครัวจะใช้จริงกลับหาไม่เจอบางอย่างหมดไปแล้...
19/08/2026

ของไม่ได้หาย...
แต่กำไรหาย
เพราะสต๊อกไม่มีระบบ
▬▬▬▬▬
ยอดในกระดาษ
บอกว่ายังเหลือ

แต่พอครัวจะใช้จริง
กลับหาไม่เจอ

บางอย่างหมดไปแล้ว
แต่ไม่มีใครรู้

บางอย่างยังอยู่
แต่หมดอายุ
ก่อนถูกหยิบมาใช้

นี่คือปัญหา
ที่หลายร้านเป็นอยู่
รู้แค่ “ยอดคงเหลือ”
แต่ไม่เห็น
“การเคลื่อนไหวของสต๊อก”
▬▬▬▬▬
วัตถุดิบในร้าน
ไม่ได้มีแค่
รับเข้าและขายออก

ระหว่างทางยังมี
การเบิกใช้
การผลิต
การตัดเสีย
การปรับยอด
การตรวจนับ
และการโอน

ถ้าการเคลื่อนไหว
บางขั้นตอนไม่ถูกบันทึก
ยอดในระบบ
กับของที่มีจริง
ก็จะไม่สอดคล้องกัน
▬▬▬▬▬
ผลคือร้าน
ตัดสินใจจากข้อมูลผิด

คิดว่าของยังมี
จึงไม่ได้สั่งเพิ่ม
จนเมนูขายไม่ได้

หรือคิดว่าของหมด
จึงสั่งเข้ามาอีก
ทั้งที่ของเดิม
ยังค้างอยู่ในสต๊อก

กำไรจึงไม่ได้หาย
เพราะวัตถุดิบ
“เดินออกจากร้าน”
อย่างเดียว

แต่มันหายจาก
การมองไม่เห็นว่า
วัตถุดิบเคลื่อนไปไหน
และถูกใช้อย่างไร
▬▬▬▬▬
ดังนั้นการมีระบบจัดการ
ที่เชื่อมโยงทุกข้อมูล Inventory
คือสิ่งที่ร้านอาหารยุคใหม่ต้องมี
และSUPER rOS
มีระบบ Inventory
ที่รองรับการเคลื่อนไหว
ของวัตถุดิบหลายรูปแบบ
ทั้งรับสินค้า
ตรวจนับ
ตัดเสีย
เบิกใช้
ผลิต
และโอนระหว่างสาขา

รวมถึงการติดตาม
Lot และวันหมดอายุ
ในกระบวนการที่เกี่ยวข้อง

ทำให้แต่ละ Movement
มีข้อมูลรองรับ
แทนการปรับสต๊อก
จากความจำ
หรือรอไล่หาสาเหตุ
ตอนยอดไม่ตรง

เช่น เนื้อเข้าร้าน 30 กิโล
ระหว่างวัน
มีทั้งการเบิกใช้
นำไปผลิต
ตัดเสีย
และโอนไปอีกสาขา
ถ้าร้านรู้แค่
ยอดต้นวันกับยอดปลายวัน
ตัวเลขที่หายไปตรงกลาง
แทบอธิบายไม่ได้

แต่เมื่อ Movement เหล่านี้
ถูกบันทึกเป็นข้อมูล
ร้านสามารถย้อนดูได้ว่า
วัตถุดิบถูกเคลื่อนไปทางไหน
และเกิดจากรายการอะไร
แทนการเริ่มต้นด้วยคำถามว่า
“ของหายไปไหน?”
▬▬▬▬▬
เมื่อร้านเห็นว่า
ของเข้ามาเมื่อไร
ถูกใช้กับอะไร
มีการตัดเสียเท่าไร
หรือถูกย้ายไปที่ไหน

ตัวเลขสต๊อก
จึงเริ่มมีความหมาย
มากกว่าคำว่า
“เหลือกี่ชิ้น”

แต่มันช่วยให้ร้าน
ตามหาความผิดปกติ
และควบคุมวัตถุดิบ
ได้ตั้งแต่ระหว่างทาง
▬▬▬▬▬
เพราะของในสต๊อก
คือเงินของร้าน
ที่เปลี่ยนรูป
มาเป็นวัตถุดิบ

ถ้าร้านตาม
การเคลื่อนไหวของมันไม่ได้
สิ่งที่หายไปก่อน
อาจไม่ใช่ของ

“แต่คือกำไร”
▬▬▬▬▬
#เพื่อนแท้ร้านอาหาร
#ทำร้านอาหารให้มีความสุข



▬▬▬▬▬
สนใจทดลองใช้ SUPER rOS คลิกลิงก์ด้านล่าง
https://forms.gle/bBUH3LFvaRnEqoVt7
▬▬▬▬▬
ติดตามข้อมูลเพิ่มเติม SUPER rOS
https://line.me/R/ti/p/
https://www.facebook.com/superrosofficial
https://youtube.com/.restaurantos?si=g4GQSSS_HS6h9w6D
https://www.instagram.com/super.restaurantos?igsh=MTdtZ240azUwMm15dA==
https://www.tiktok.com/.restaurantos?_r=1&_t=ZS-97HREJMb60O
http://www.super.co.th/
▬▬▬▬▬
#เพื่อนแท้ร้านอาหาร
#ทำร้านอาหารให้มีความสุข


Series : Restaurant Health Checkตอนที่ 12▬▬▬▬▬เงินสดในร้านหายเร็วผิดปกติอย่าเพิ่งสรุปว่า “ขายไม่ดี”▬▬▬▬▬บางร้านยอดขายยัง...
19/08/2026

Series : Restaurant Health Check
ตอนที่ 12
▬▬▬▬▬
เงินสดในร้านหายเร็วผิดปกติ
อย่าเพิ่งสรุปว่า “ขายไม่ดี”
▬▬▬▬▬
บางร้าน
ยอดขายยังมี
ลูกค้ายังเข้า
แต่เงินสด
กลับหายไปเร็วผิดปกติ
▬▬▬▬▬
พอถึงวันจ่าย
ค่าวัตถุดิบ
ค่าแรง
ค่าเช่า
เงินสดไม่พอ
▬▬▬▬▬
อาการนี้
ต้องแยกให้ชัดก่อนว่า
“กำไรน้อย”
กับ
“เงินสดไม่พอ”
ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน
▬▬▬▬▬
ร้านอาจมีกำไร
บนกระดาษ
แต่เงินสด
ยังขาดมือได้
▬▬▬▬▬
เพราะเงินสด
อาจติดอยู่
ในสต๊อก
อยู่ในลูกหนี้
ถูกจ่ายล่วงหน้า
หรือมีรายจ่ายก้อนใหญ่
ที่เกิดก่อนเงินเข้า
▬▬▬▬▬
วิธีตรวจ
เริ่มจากทำ
Cash Flow แบบง่าย
ย้อนหลัง
4–8 สัปดาห์
▬▬▬▬▬
ไม่ใช่ดูแค่
ยอดขาย
กับค่าใช้จ่ายรวม
▬▬▬▬▬
แต่ดูว่า
เงินเข้า “วันไหน”
และเงินออก “วันไหน”
▬▬▬▬▬
ร้านรับเงินสด
บัตร
QR
เดลิเวอรี
แต่ละช่องทาง
ได้เงินเข้าจริงเมื่อไร
▬▬▬▬▬
ขณะเดียวกัน
ซัพพลายเออร์
ค่าแรง
ค่าเช่า
ภาษี
และหนี้
ต้องจ่ายเมื่อไร
▬▬▬▬▬
บางครั้ง
ยอดขายดี
แต่เงินจากแพลตฟอร์มเข้าช้า
ขณะที่ร้าน
ต้องจ่ายค่าวัตถุดิบทุกวัน
▬▬▬▬▬
ปัญหาจึงอยู่ที่
Timing
ไม่ใช่ยอดขาย
▬▬▬▬▬
ต่อมา
ตรวจเงินที่จม
อยู่ในร้าน
▬▬▬▬▬
สต๊อกบวมไหม
มีของซื้อเกินไหม
มีมัดจำ
หรือเงินจ่ายล่วงหน้า
มากเกินไปหรือไม่
▬▬▬▬▬
แล้วตรวจ
เงินรั่ว
จากขั้นตอน
รับเงินด้วย
▬▬▬▬▬
ยอด POS
ตรงกับ
เงินสดจริงหรือไม่
▬▬▬▬▬
ส่วนลด
Void
Refund
และ Complementary
มีใครอนุมัติ
และตรวจย้อนหลังหรือไม่
▬▬▬▬▬
ร้านเล็ก
ไม่จำเป็นต้อง
ทำระบบการเงินซับซ้อน
▬▬▬▬▬
แต่ควรมี
Cash Flow Forecast
อย่างน้อย
4 สัปดาห์ข้างหน้า
▬▬▬▬▬
ให้เห็นว่า
สัปดาห์ไหน
เงินจะเข้าเท่าไร
สัปดาห์ไหน
มีรายจ่ายก้อนใหญ่
และจุดไหน
ยอดเงินอาจต่ำ
จนเสี่ยง
▬▬▬▬▬
เมื่อเห็นก่อน
เจ้าของร้าน
จะมีเวลา
ชะลอการซื้อ
เจรจาเครดิต
เลื่อนรายจ่าย
หรือเร่งเก็บเงิน
ได้อย่างมีแผน
▬▬▬▬▬
เพราะเงินสด
ไม่ได้หาย
เฉพาะตอน
ร้านขาดทุน
▬▬▬▬▬
มันหายได้
จากจังหวะเงิน
ที่ไม่สัมพันธ์กัน
และจากเงิน
ที่ติดค้าง
อยู่ตามจุดต่าง ๆ
ของธุรกิจ
▬▬▬▬▬
ร้านที่สุขภาพดี
จึงไม่ได้ดูแค่
“เดือนนี้กำไรไหม”
▬▬▬▬▬
แต่ต้องรู้ด้วยว่า
“อีก 4 สัปดาห์ข้างหน้า
เงินสดพอจ่าย
ทุกภาระหรือไม่”
▬▬▬▬▬
#เพื่อนแท้ร้านอาหาร
#ทำร้านอาหารให้มีความสุข

สาเหตุอาการยิ่งขาย ยิ่งเหนื่อยแต่ทำไมเงินไม่เหลือ▬▬▬▬▬ร้านแน่นครัววุ่นทั้งวันไรเดอร์รอเต็มหน้าร้านยอดใน POS ดูดีแต่สิ้นเ...
19/08/2026

สาเหตุอาการ
ยิ่งขาย ยิ่งเหนื่อย
แต่ทำไมเงินไม่เหลือ
▬▬▬▬▬
ร้านแน่น
ครัววุ่นทั้งวัน
ไรเดอร์รอเต็มหน้าร้าน
ยอดใน POS ดูดี

แต่สิ้นเดือน
กลับเหลือเงินนิดเดียว

ร้านไหนเจออาการนี้
อย่าเพิ่งท้อ
และอย่าเพิ่ง
หาวิธีเพิ่มยอดขาย

เพราะบางครั้ง
ปัญหาไม่ใช่ขายน้อย
แต่คือร้านกำลังขายสิ่งที่
“เหลือเงินให้ร้านน้อยเกินไป”
▬▬▬▬▬
ในแต่ละยอดขาย
มีต้นทุนต่าง ๆ มากมาย

ถ้าอาหารขาย 200 บาท
มีต้นทุนวัตถุดิบ 70 บาท
เงินที่เหลือ 130 บาท
คือส่วนที่นำไป
จ่ายค่าแรง
ค่าเช่า
ค่าไฟ
และค่าใช้จ่ายอื่นของร้าน

เรียกว่า Contribution Margin

ไม่จำเป็นต้องจำศัพท์
แต่เจ้าของร้านต้องรู้ว่า
“ขายหนึ่งจานแล้ว
เหลือเงินมาช่วยเลี้ยงร้านกี่บาท”
▬▬▬▬▬
เรื่องนี้สำคัญมาก
เวลาเปรียบเทียบช่องทางขาย

เมนูเดียวกัน
ขายหน้าร้าน 200 บาท
กับขายผ่านช่องทาง
ที่มีค่าธรรมเนียมและส่วนลด
อาจเหลือเงินไม่เท่ากัน

ถ้าร้านดูแต่ยอดรวม
ยอด Delivery ที่เพิ่มขึ้น
อาจทำให้รู้สึกดีใจ

แต่ถ้าหลังหักต้นทุนที่เกี่ยวข้องแล้ว
เหลือ Contribution น้อยมาก
ร้านอาจทำงานหนักขึ้น
ใช้ครัวมากขึ้น
ใช้แพ็กเกจมากขึ้น
แต่กำไรไม่ได้โตตาม
▬▬▬▬▬
โปรโมชันก็เช่นกัน
ลด 20% ไม่ได้แปลว่า
กำไรลด 20%

ถ้าเมนูราคา 200 บาท
ต้นทุนอาหาร 80 บาท
เดิมเหลือ 120 บาท

พอลดราคา 20%
ขายเหลือ 160 บาท
ต้นทุนอาหารยัง 80 บาท
เหลือ 80 บาท

ยอดขายต่อจานลด 20%
แต่เงินที่เหลือ
ลดจาก 120 เหลือ 80 บาท
หายไปหนึ่งในสาม

ถ้าต้องการ
ได้เงินส่วนนี้เท่าเดิม
ร้านต้องขาย
จำนวนจานเพิ่มขึ้นมากพอ

นี่คือเหตุผลว่า
ทำไมบางโปรยอดพุ่ง
แต่เจ้าของร้าน
เหนื่อยกว่าเดิม
และเงินไม่เพิ่ม
▬▬▬▬▬
ลองเอายอดขาย
เดือนล่าสุดขึ้นมา
เลือกสัก 10 เมนูขายดีที่สุดก่อน

ดูราคาขายจริง
ที่อาจมีส่วนลดต่าง ๆ

หักต้นทุนวัตถุดิบ
หักค่าธรรมเนียม
ที่เกิดขึ้นโดยตรงกับช่องทางขาย
หักต้นทุนบรรจุภัณฑ์
ที่เกิดเฉพาะออเดอร์

แล้วดูว่าแต่ละรายการ
เหลือเงินกี่บาท

จากนั้นคูณด้วยจำนวนที่ขาย
จะเริ่มเห็นว่า
เมนูไหนสร้างยอด
และเมนูไหน
สร้าง “เงินให้ร้าน” จริง
▬▬▬▬▬
ไม่ได้แปลว่า
เมนู Contribution ต่ำ
ต้องตัดทั้งหมด

บางเมนูอาจเป็นตัวดึงลูกค้า
บางเมนูทำให้ลูกค้า
สั่งของอย่างอื่นเพิ่ม
บางเมนูจำเป็นต่อภาพของร้าน
แต่เราต้องรู้บทบาท
ของเมนูนั้น ๆ

อันตรายที่สุด
ไม่ใช่เมนูกำไรต่ำ

แต่คือเมนูกำไรต่ำ
ที่ร้านเข้าใจผิดว่า
กำลังทำเงินดี
แล้วพยายาม
ดันยอดมันเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
▬▬▬▬▬
ในวันที่ร้านต้องรอด
อย่าดูแค่คำว่า
“วันนี้ขายได้เท่าไร”

เพิ่มอีกคำถามหนึ่งว่า
“จากยอดที่ขายได้
เหลือเงินมาช่วยเลี้ยงร้านเท่าไร”

เพราะเป้าหมาย
ของร้านอาหาร
ไม่ใช่ทำให้
แสดงตัวเลข
ยอดขายเยอะที่สุด

แต่คือเปลี่ยนยอดขาย
ให้กลายเป็นเงินที่เหลือพอ
สำหรับจ่ายทุกอย่าง
และเหลือเป็นกำไร
ให้เจ้าของร้าน

บางครั้งร้านไม่จำเป็น
ต้องขายมากขึ้น

แค่ขายให้ถูกเมนู
ถูกช่องทาง
และรู้ว่าแต่ละยอดที่เข้ามา
หักต้นทุนต่าง ๆ แล้ว
เหลือส่วนกำไรจริง ๆ เท่าไหร่
▬▬▬▬▬
#เพื่อนแท้ร้านอาหาร
#ทำร้านอาหารให้มีความสุข
#ร้านเล็กต้องรอด

สายไอศกรีมห้ามพลาด! 𝗜-𝗖𝗥𝗘𝗔𝗠 𝗙𝗘𝗦𝗧𝗜𝗩𝗔𝗟 @ FHT 2026ครบทุกเรื่องของ ธุรกิจไอศกรีมในที่เดียวตั้งแต่ไอเดียรสชาติ ไปจนถึงโอกาสต่...
18/08/2026

สายไอศกรีมห้ามพลาด! 𝗜-𝗖𝗥𝗘𝗔𝗠 𝗙𝗘𝗦𝗧𝗜𝗩𝗔𝗟 @ FHT 2026
ครบทุกเรื่องของ ธุรกิจไอศกรีมในที่เดียว
ตั้งแต่ไอเดียรสชาติ ไปจนถึงโอกาสต่อยอดธุรกิจ!
ลงทะเบียนเข้าชมงานฟรี!
https://fht.imasia-passport.com/.../expre.../26ExpressReg...
พบกับ 14 แบรนด์ไอศกรีมจากทั่วไทย
พร้อมกว่า 300+ รสชาติ
ทั้งไอศกรีมคราฟต์ เจลาโต้
และรสชาติสุดสร้างสรรค์ที่หาชิมได้ยาก
พร้อมพูดคุยกับเจ้าของแบรนด์และผู้ผลิตโดยตรง
เยี่ยมชม 14 ร้าน 300+ รสชาติได้ที่นี่!
https://fhtevent.my.canva.site/i-creamfestival2026
ทำไมต้องมา I-CREAM FESTIVAL ?
อัปเดตเทรนด์และค้นพบรสชาติใหม่ๆ
ปรึกษาการพัฒนารสชาติ ต่อยอดเมนูซิกเนเจอร์
สร้างคอนเนคชันและโอกาสทางธุรกิจ
ต่อยอดแบรนด์ของคุณด้วย Private Label / OEM
ชมเครื่องทำไอศกรีม ตู้แช่ และอุปกรณ์สำหรับธุรกิจ
ใครกำลังทำร้านอาหาร คาเฟ่ โรงแรม
หรืออยากเริ่มต้นและต่อยอด ธุรกิจไอศกรีม
มาพบไอเดีย พาร์ตเนอร์ และโอกาสใหม่ๆ ได้ที่นี่!
I-CREAM FESTIVAL | บูธ N31, Hall 3
19–22 สิงหาคม 2569
ฮอลล์ 1–4 ชั้น G ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC)

การจัดซื้อที่เป็นระบบคือจุดเริ่มต้นของการควบคุมต้นทุน▬▬▬▬▬ต้องการคุม Food Cost ให้ดีแต่ต้นทางการซื้อยังไม่รู้ชัดว่าใครขอ...
18/08/2026

การจัดซื้อที่เป็นระบบ
คือจุดเริ่มต้นของการควบคุมต้นทุน
▬▬▬▬▬
ต้องการคุม Food Cost ให้ดี
แต่ต้นทางการซื้อ
ยังไม่รู้ชัดว่า
ใครขอซื้ออะไร
ซื้อจากใคร
ราคาเท่าไร
รับเข้าจริงเท่าไร
คุณภาพตรงตาม
สเปกหรือไม่

การคุมต้นทุน
ก็ยากตั้งแต่ยังไม่เริ่ม
▬▬▬▬▬
เพราะต้นทุนวัตถุดิบ
ไม่ได้เกิดขึ้นตอน
เชฟหยิบของไปใช้

มันเริ่มตั้งแต่
ร้านตัดสินใจสั่งซื้อ

ถ้าซื้อเกิน
ต้นทุนก็จมในสต๊อก

ถ้าซื้อผิดราคา
Margin ก็ถูกกิน
ตั้งแต่ของยังไม่เข้าครัว

ถ้ารับของไม่ตรง
กับที่สั่ง
แต่ไม่มีข้อมูลให้เทียบ
ร้านก็อาจจ่ายเงิน
ให้กับความผิดพลาด
โดยไม่รู้ตัว

และเป็นช่องให้เกิด
การทุจริตตามมา!
▬▬▬▬▬
การจัดซื้อที่เป็นระบบ
จึงต้องทำให้
แต่ละขั้นตอน
ต่อกันเป็นเส้นเดียว

เริ่มจากความต้องการซื้อ
ผ่านการอนุมัติ
ไปสู่การสั่งซื้อ
และจบที่การรับสินค้า

ทุกขั้นต้องรู้ว่า
เกิดอะไรขึ้น
ใครดำเนินการ
และข้อมูลตรงกันหรือไม่
▬▬▬▬▬
ซึ่งนั่นเป็นหนึ่งใน
ความสามารถของSUPER rOS
ที่มีระบบรองรับกระบวนการจัดซื้อ
ผ่าน PR, PO และ GR

PR ช่วยบันทึก
ความต้องการขอซื้อ

PO ทำให้รายการ
ที่อนุมัติแล้ว
กลายเป็นข้อมูลสั่งซื้อ
กับ Supplier

และเมื่อของมาถึง
GR ใช้บันทึก
การรับสินค้า
เพื่อให้ร้านตรวจสอบ
สิ่งที่รับจริง
กับสิ่งที่สั่งไว้ได้

ลองเห็นภาพจากกุ้ง 15 กิโล
ครัวทำ PR ขอซื้อ 15 กิโล
เมื่ออนุมัติ
จึงออก PO ไปยัง Supplier
แต่วันรับของ
GR บันทึกว่ารับจริง 13 กิโล

ความต่าง 2 กิโล
จึงไม่ควรถูกปล่อยผ่าน
เพราะร้านมีข้อมูลให้เทียบ
ตั้งแต่สิ่งที่ขอซื้อ
สิ่งที่สั่งจริง
ไปจนถึงสิ่งที่รับจริง
ทำให้ตรวจสอบจุดผิดปกติได้
ก่อนจะกลายเป็นต้นทุน
ที่ร้านต้องแบกรับ
▬▬▬▬▬
ประโยชน์สำคัญ
ไม่ใช่แค่
“เอกสารเป็นระเบียบ”

แต่คือเจ้าของร้าน
จะเห็นเส้นทาง
ของเงินที่กำลังถูกใช้

รู้ว่ากำลังซื้ออะไร
ซื้อเท่าไร
รับเข้ามาเท่าไร
และมีจุดไหน
ผิดไปจากแผน
▬▬▬▬▬
เมื่อข้อมูลการจัดซื้อ
ถูกวางให้เป็นระบบ
ร้านจึงมีพื้นฐาน
สำหรับบริหารสต๊อก
และต้นทุนต่อไป
ได้แม่นยำขึ้น

เพราะการคุมต้นทุน
ที่ปลายทาง
จะทำได้ยากมาก
ถ้าต้นทางการซื้อ
ยังควบคุมไม่ได้
▬▬▬▬▬
#เพื่อนแท้ร้านอาหาร
#ทำร้านอาหารให้มีความสุข



▬▬▬▬▬
สนใจทดลองใช้ SUPER rOS คลิกลิงก์ด้านล่าง
https://forms.gle/bBUH3LFvaRnEqoVt7
▬▬▬▬▬
ติดตามข้อมูลเพิ่มเติม SUPER rOS
https://line.me/R/ti/p/
https://www.facebook.com/superrosofficial
https://youtube.com/.restaurantos?si=g4GQSSS_HS6h9w6D
https://www.instagram.com/super.restaurantos?igsh=MTdtZ240azUwMm15dA==
https://www.tiktok.com/.restaurantos?_r=1&_t=ZS-97HREJMb60O
http://www.super.co.th/
▬▬▬▬▬
#เพื่อนแท้ร้านอาหาร
#ทำร้านอาหารให้มีความสุข


ซีรีย์ปั้นกำไร ตอนที่ 11▬▬▬▬▬วิธีดูว่าเดลิเวอรีร้านเราทำเงิน…หรือแค่ทำให้ร้านยุ่ง▬▬▬▬▬ยอดเดลิเวอรีเยอะไม่ได้แปลว่าร้านกำ...
18/08/2026

ซีรีย์ปั้นกำไร
ตอนที่ 11
▬▬▬▬▬
วิธีดูว่าเดลิเวอรีร้านเรา
ทำเงิน…หรือแค่ทำให้ร้านยุ่ง
▬▬▬▬▬
ยอดเดลิเวอรีเยอะ
ไม่ได้แปลว่า
ร้านกำลังทำกำไร

หลายร้านเปิดแอปแล้วรู้สึกดี

ออร์เดอร์เข้าเรื่อย ๆ
ยอดขึ้นทุกวัน
ร้านดูไม่เงียบ

แต่พอสิ้นเดือน
เงินที่เหลือ
กลับไม่สัมพันธ์
กับยอดที่ขายได้เลย
▬▬▬▬▬
ความจริงที่ต้องยอมรับ
เดลิเวอรี

ไม่ใช่ “ยอดขาย”

แต่มันคือ “ช่องทางขาย”
ที่มีต้นทุนของมันเอง
▬▬▬▬▬
อาการของร้าน
ที่เดลิเวอรีกำลังกินกำไร

- ยอดจากแอปสูง แต่เงินสดในร้านไม่เพิ่ม
- ขายเยอะ แต่ต้องทำโปรตลอด
- พอปิดโปร ยอดตกทันที
- งานครัวแน่น แต่หน้าร้านว่าง
- ใช้แรงเยอะขึ้น แต่ไม่ได้เหลือมากขึ้น

ถ้ามีหลายข้อ

แปลว่าร้านคุณอาจกำลัง
“ทำงานให้แพลตฟอร์ม
มากกว่าทำเงินให้ตัวเอง”
▬▬▬▬▬
ทุกคนต้องรู้ว่า
เงิน 100 บาทจากเดลิเวอรี
ไม่ได้เข้าร้าน 100 บาท

มันถูกหักไปกับ

- ค่าคอมมิชชัน
- ค่าโปรโมชัน
- ค่ากล่อง / แพ็กเกจ
- ส่วนลดที่ร้านต้องร่วม

บางร้าน
เหลือจริงไม่ถึง 50 บาท
ก่อนจะหักต้นทุนอาหารด้วยซ้ำ
▬▬▬▬▬
ดังนั้นคำถามสำคัญไม่ใช่
“ยอดเท่าไหร่”

แต่คือ
“เหลือเท่าไหร่”
▬▬▬▬▬
วิธีเช็กว่าเดลิเวอรีคุ้มไหม
เริ่มจากตัวเลขง่าย ๆ
▬▬▬▬▬
Step 1
แยกยอดเดลิเวอรี
ออกจากหน้าร้าน
อย่ารวมกัน
▬▬
Step 2
ดูว่า 100 บาทจากเดลิเวอรี
เหลือเข้าร้านกี่บาท
▬▬
Step 3
หักต้นทุนอาหารออก
แล้วดูว่า
เหลือกำไรจริงกี่บาท
▬▬▬▬▬
ถ้าตัวเลขต่ำมาก
แปลว่าคุณกำลัง
“ขายเยอะ แต่ไม่คุ้ม”
▬▬▬▬▬
วิธีทำให้เดลิเวอรีไม่กินกำไร
ต้อง “ใช้ให้ถูกวิธี”
▬▬▬▬▬
1. แยกเมนูเดลิเวอรี
ออกจากหน้าร้าน

อย่าเอาทุกเมนูขึ้นแอป
ให้เลือกเฉพาะ

- เมนูที่ทำง่าย
- กำไรดี
- แพ็กแล้วคุณภาพยังดี
▬▬▬▬▬
2. ปรับราคา
ให้เหมาะกับช่องทาง

หน้าร้านกับเดลิเวอรี
ไม่จำเป็นต้องราคาเท่ากัน
เพราะต้นทุนไม่เท่ากัน
ถ้าราคาเท่ากัน
กำไรคุณจะหาย
▬▬▬▬▬
3. เลิกโปร แคมเปญ
ที่ “ทำให้ขาดทุน”

โปร แคมเปญบางอย่าง
ช่วยให้ยอดขึ้น
แต่ทำให้เรา “จ่ายเอง”

ให้ถามทุกครั้งว่า
โปรนี้ทำให้เหลือจริงไหม
ถ้าไม่ “ให้หยุด”
หยุดแล้วยอดหาย
เปลี่ยนค่าย หรือ
ยอมดีกว่าเข้าเนื้อ
จนไม่เหลืออะไร

เน้นหน้าร้าน
ทำการตลาด
ให้คนมาหาหน้าร้าน
▬▬▬▬▬
4. ใช้เดลิเวอรี
เป็น “ตัวดึงลูกค้า”

ไม่ใช่ช่องทางหลักอย่างเดียว
เป้าคือ
ให้ลูกค้ารู้จักร้าน
แล้วกลับมากินหน้าร้าน
ซึ่งกำไรดีกว่า
▬▬▬▬▬
วิธีเริ่มง่ายที่สุด
วันนี้ลองเช็กเลย

- 10 ออร์เดอร์ล่าสุดจากเดลิเวอรี
- ดูยอดต่อบิล
- คิดคร่าว ๆ ว่าเหลือกี่บาท

จะเริ่มเห็นทันทีว่า
“ยอดที่ดูดี
จริง ๆ แล้วคุ้มไหม”
▬▬▬▬▬
สิ่งที่จะเปลี่ยน

- คุณจะเลิกหลงกับยอด
- เริ่มมองเห็นกำไรจริง
- เลือกใช้เดลิเวอรีได้อย่างมีสติ
▬▬▬▬▬
สรุป
เดลิเวอรี
ไม่ใช่ตัวร้าย
แต่ถ้าไม่คุม
มันจะทำให้ร้าน
“ยุ่งขึ้น…แต่ไม่รวยขึ้น”
▬▬▬▬▬
ตอนถัดไป
เราจะไปต่อเรื่อง
“เมนู”
สิ่งที่อยู่หน้าร้านทุกวัน

แต่หลายร้านยังไม่รู้ว่า
เมนูไหนควรดัน
เมนูไหนควรปรับ
และเมนูไหนควรตัด
▬▬▬▬▬
#เพื่อนแท้ร้านอาหาร
#ทำร้านอาหารให้มีความสุข
#เดลิเวอรีร้านอาหาร
#กำไรร้านอาหาร

7 วิธีเขียน SOP สำหรับร้านเดลิเวอรี่ไม่มีหน้าร้าน▬▬▬▬▬▬ร้านเดลิเวอรี่ไม่มีหน้าร้านมีรายละเอียดที่ต้องโฟกัสในแบบเฉพาะตัวซ...
18/08/2026

7 วิธีเขียน SOP สำหรับ
ร้านเดลิเวอรี่ไม่มีหน้าร้าน
▬▬▬▬▬▬
ร้านเดลิเวอรี่ไม่มีหน้าร้าน
มีรายละเอียด
ที่ต้องโฟกัสในแบบเฉพาะตัว
ซึ่งร้านไม่มีหน้าร้าน…
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ลูกค้า
แต่อยู่ในครัว “ทั้งหมด”
▬▬
ยิ่งลูกค้าไม่ได้เห็นร้าน
ไม่ได้เห็นทีม
ไม่ได้สัมผัสบริการ
ทุกคะแนน ทุกดาว ทุกคำรีวิว…
ขึ้นกับสิ่งที่ออกจากครัว 100%
▬▬
เพราะฉะนั้น SOP
ของร้านเดลิเวอรี่ล้วน
จึงต้อง “ละเอียดกว่า”
ร้านที่มีหน้าร้าน 1 ระดับ
ผิดเพียงขั้นตอนเดียว
ลูกค้ามีสิทธิ์กด 1 ดาวทันที
▬▬
นี่คือความจริง
ที่ร้าน Ghost Kitchen
หลายร้านเจ็บมาแล้ว
▬▬▬▬▬▬
ปัญหาที่พบได้บ่อย
ของร้าน Ghost Kitchen
ที่เจอบ่อยกว่า ‘ร้านมีหน้าร้าน’
▬▬
ของหมดระหว่างวัน
แบบไม่ได้เตรียมตัว
เพราะอาจไม่ได้ทำข้อมูลยอดขาย
▬▬
ไรเดอร์รอคิวนาน
ลูกค้าโกรธเร็วมาก
ขั้นตอนหลุดนิดเดียว
คิวพังทั้งวัน
▬▬
ออเดอร์ตกหล่น
จากหลายแพลตฟอร์ม
Grab / LINE MAN /
Shopee / Robinhood / โทรสั่ง
หลุดออเดอร์เดียว
รีวิวเสียทันที
▬▬
คุณภาพอาหารแกว่ง
เพราะไม่มีจังหวะเช็กจริง
ไม่มีเสิร์ฟ ไม่มีหน้าร้าน
ไม่มีโอกาสดูฟีดแบ็กทันที
▬▬
พนักงานน้อย
พลาดนิดเดียวคือพังทั้งกะ
▬▬
ทั้งหมดนี้คือสาเหตุ
ที่ร้านครัวล้วน
ต้องมี SOP แบบละเอียด
ที่เป็นของตัวเองโดยเฉพาะ
▬▬▬▬▬▬
SOP สำคัญ
ที่ร้านเดลิเวอรี่ต้องมี
เป็น Check-list ที่เพื่อน ๆ
เอาไปใช้ทำระบบได้เลย
▬▬▬▬▬▬
1) SOP รับออเดอร์
จากหลายแพลตฟอร์ม
(Order Routing SOP)

นี่คือจุดที่ร้านเดลิเวอรี่
“พังมากที่สุด”

ต้องเขียนให้ชัดว่า:
> ใครรับออเดอร์
> รับจากแอปไหนก่อน
> ตั้งแจ้งเตือนยังไง
> เช็กยังไงว่าไม่ตกหล่น
> แจ้งไรเดอร์ยังไงเมื่อครัวแน่น
> วิธี “ปิดเมนูชั่วคราว”
โดยไม่กระทบระบบอื่น

ออเดอร์หลุด = รีวิวลบทันที
▬▬
2) SOP เตรียมของ
ก่อนเปิดครัว (Prep SOP)

ครัวล้วนต้องละเอียดกว่าเดิม
ทุกอย่างต้องเป๊ะ
เพราะงานต้องไว
ของขาดอาจไม่มีเวลา
“ออกไปซื้อของฉุกเฉิน”

สิ่งที่ต้องเขียนให้ชัด:
> วัตถุดิบหลักต้อง Pre-portion
> ซอสเตรียมรอบเดียว
> ตู้เย็นจัดเรียงเป็นโซน หยิบเร็ว
> แต่ละวัตถุดิบต้องระบุว่า
“ทำได้กี่ออเดอร์”

อย่าให้ “ของหมดระหว่างขาย”
เพราะจะทำให้
งานส่วนอื่น ๆ รวนไปด้วย
▬▬
3) SOP ประกอบอาหาร
(Cooking SOP)
แบบ ‘ออเดอร์ต่อออเดอร์’

สำคัญที่สุดคือ
ลำดับการประกอบ
และ เวลาต่อจาน
ควรเขียนไว้ชัด เช่น
> ลำดับการประกอบ (Sequence)
> ปริมาณวัตถุดิบที่ใช้ (Portion)
> อุณหภูมิการทำ (Heat Control)
> ระยะเวลาการทำ (Cooking Time)
> วิธีเช็กคุณภาพก่อนแพ็ก
▬▬
4) SOP แพ็กอาหาร
ให้รอดระหว่างขนส่ง
(Packing SOP)

ควรมีภาพประกอบชัด ๆ
แบบ Before → After
และเขียนให้ละเอียดว่า:

> ใช้กล่องแบบไหน
> ต้องแยกอะไรออกบ้าง
> วางยังไงไม่ให้หก
> อะไรต้องเจาะรู
> ใช้ถุงขนาดไหน
> ติด Tag / สติ๊กเกอร์ยังไง

นี่คือหัวใจความประทับใจ
ของร้านเดลิเวอรี่
▬▬
5) SOP ส่งต่อให้ไรเดอร์
(Dispatch SOP)

เขียนให้ชัด:
> จุดรับ–ส่งตรงไหน
> เวลารอสูงสุด
> แจ้งไรเดอร์ยังไงเมื่ออาหารยังไม่พร้อม
> ประโยคที่ควรพูด (สุภาพ + ไม่ทำให้เขาหัวร้อน)
> วิธีเช็กออเดอร์ก่อนส่งออก

ปัญหาหลายครั้ง
ของร้านเดลิเวอรี่
ก็มาจากการสื่อสาร
กับไรเดอร์ที่ไม่ชัดเจน
▬▬
6) SOP QC ก่อนส่ง
(QC Before Dispatch)

ควรทำเป็น “ภาพเช็ก 10 วินาที”
> ร้อนพอไหม
> ไม่หกใช่ไหม
> กล่องไม่บุบ
> ของครบตามรายการ
> สติ๊กเกอร์ชื่อเมนูถูกต้อง

“ลูกค้าเห็นครั้งแรกตอนเปิดกล่อง”—ห้ามผิด
▬▬
7) SOP ปิดครัว
(Closing & Reset SOP)

ละเอียดเท่าตอนเปิดครัว
เพราะของที่เหลือ
คือต้นทุนของพรุ่งนี้

ควรระบุว่า:

> ปิดไฟ
> ล้างอุปกรณ์
> บันทึกของเสีย
> ทิ้งของเสีย
> แยกของใช้พรุ่งนี้
> เช็กตู้เย็น
> ถ่ายภาพส่งรายงานเจ้าของร้าน

ร้านที่ไม่มีหน้าร้าน
ต้องทำ “ปิดครัวแบบมืออาชีพ” ทุกวัน
▬▬▬▬▬▬
ภาพประกอบควรเป็นแบบไหน
> Flow การแพ็กอาหาร
> ภาพ Before–After การแพ็กแบบผิด/ถูก
> ผังโซนครัวสำหรับเดลิเวอรี่
> อะไรอยู่ตรงไหน เก็บตรงไหน
▬▬▬▬▬▬
ร้านไม่มีหน้าร้าน =
ไม่ได้ขายบริการ
ร้านไม่มีหน้าร้าน =
ไม่ได้ขายบรรยากาศ
ร้านไม่มีหน้าร้าน =
ไม่ได้ขายรอยยิ้มพนักงาน

ร้านไม่มีหน้าร้าน =
ขาย “คุณภาพผ่านกล่อง” ล้วน ๆ

เพราะฉะนั้น SOP
ต้องละเอียด
แม่นกว่าเดิม
ชัดกว่าเดิม
และทีมต้องทำ
เหมือนกันทุกขั้นตอน

ร้านที่มีแค่ครัว
แต่ไม่มีระบบ
จะโดนรีวิวลบเร็วกว่า 3 เท่า

แต่ร้านที่มี
ระบบเดลิเวอรี่ชัดเจน
จะเดินงานลื่น
ไรเดอร์รัก
ลูกค้ากลับมาซ้ำ
และยังใช้ขยายสาขา
ง่ายกว่าร้านทั่วไป
▬▬▬▬▬▬
#เพื่อนแท้ร้านอาหาร
#ทำร้านอาหารให้มีความสุข
#ระบบร้านอาหาร
#เดลิเวอรี่ไม่มีหน้าร้าน
#ร้านเล็กต้องรอด

การสั่งซื้อที่ไม่มีระบบจุดเริ่มต้นของต้นทุนที่รั่วไหล▬▬▬▬▬“เอาเหมือนเดิมนะ”“เพิ่มหมูอีก 10 กิโล”“เดี๋ยวส่งรายการใน LINE”...
17/08/2026

การสั่งซื้อที่ไม่มีระบบ
จุดเริ่มต้นของต้นทุนที่รั่วไหล
▬▬▬▬▬
“เอาเหมือนเดิมนะ”
“เพิ่มหมูอีก 10 กิโล”
“เดี๋ยวส่งรายการใน LINE”

การสั่งซื้อแบบนี้
ที่หลายร้านอาจทำอยู่
เป็นอะไรที่ง่าย ๆ
และคุ้นเคย

แต่เมื่อร้านมีวัตถุดิบมากขึ้น
Supplier มากขึ้น
และมีคนเกี่ยวข้องหลายคน
ความสะดวก
อาจกลายเป็นต้นทุน
ที่ร้านมองไม่เห็น
▬▬▬▬▬
ข้อความสั่งซื้อ
กระจายอยู่ใน LINE
บางรายการคุยทางโทรศัพท์
บางรายการจดลงกระดาษ

พอของมาถึง
คนรับสินค้า
อาจไม่ใช่คนที่สั่ง

จึงไม่รู้ชัดว่า
สั่งอะไรไป
จำนวนเท่าไร
ราคาเท่าไร
และของที่มาส่ง
ตรงกับที่ตกลงไว้หรือไม่
▬▬▬▬▬
ปัญหาจึงไม่ได้จบแค่
“ข้อมูลตกหล่น”
แต่ลากไปถึง
รับของเกิน
รับของไม่ครบ
ได้ราคาผิด
สั่งซ้ำ
หรือมีของเข้าสต๊อก
โดยไม่มีข้อมูลต้นทาง
ให้ตรวจสอบ

ทุกความผิดพลาด
มีต้นทุนตามมา
▬▬▬▬▬
การจัดซื้อที่ดี
จึงควรมีเส้นทางข้อมูล
ตั้งแต่
ต้องการซื้ออะไร
ใครเป็นผู้ขอ
อนุมัติหรือยัง
สั่ง Supplier รายไหน
สั่งจำนวนเท่าไร
จนถึงตอนรับสินค้า

เพื่อให้สิ่งที่ “ขอซื้อ”
สิ่งที่ “สั่งซื้อ”
และสิ่งที่ “รับจริง”
ตรวจสอบย้อนกลับหากันได้
▬▬▬▬▬
นี่เป็นหนึ่งโจทย์ Pain Point
ที่ SUPER rOS
รับจบปัญหาให้
ด้วยระบบจัดซื้อ
ที่รองรับกระบวนการ
PR ใบขอซื้อ
PO ใบสั่งซื้อ
และ GR ใบรับสินค้า

ทำให้ข้อมูลการจัดซื้อ
ไม่ได้กระจายอยู่
ตามแชต โทรศัพท์
หรือกระดาษหลายใบ
แต่มีข้อมูลสำหรับ
ติดตามแต่ละขั้นตอน
ตั้งแต่ต้นทางถึงการรับเข้า

ลองเห็นภาพง่าย ๆ
ครัวขอซื้อหมู 20 กิโล
PR ทำให้มีต้นทางว่า
ใครขอ และขอเท่าไร
เมื่ออนุมัติ
PO คือรายการที่ใช้สั่ง Supplier
พอของมาถึง
GR ทำให้เทียบได้ว่า
สั่ง 20 กิโล
แต่รับจริงกี่กิโล
ถ้าของมาไม่ครบ
จำนวนผเพราะการควบคุมต้นทุน
ไม่ได้เริ่มตอน
วัตถุดิบถูกนำเข้าครัว
แต่มันเริ่มตั้งแต่
วินาทีที่ร้านตัดสินใจ “ซื้อ”
ยิ่งต้นทางชัด
ร้านก็ยิ่งควบคุมเงิน
ที่กำลังเปลี่ยนเป็นวัตถุดิบได้ดีขึ้น
และลดโอกาสให้
ความผิดพลาดเล็ก ๆ
กลายเป็นต้นทุนรั่วไหล
โดยไม่รู้ตัว

เมื่อของมาถึง
ร้านจึงมีข้อมูลอ้างอิงว่า
สั่งอะไรไว้
จำนวนเท่าไร
และรับเข้าจริงเท่าไร

หากเกิดปัญหา
ก็ย้อนตรวจสอบได้ว่า
ความคลาดเคลื่อน
เกิดขึ้นตรงขั้นตอนไหน
แทนการถามกันว่า
“วันนั้นใครเป็นคนสั่ง?”
▬▬▬▬▬
เพราะการควบคุมต้นทุน
ไม่ได้เริ่มตอน
วัตถุดิบถูกนำเข้าครัว

แต่มันเริ่มตั้งแต่
วินาทีที่ร้านตัดสินใจ “ซื้อ”

ถ้าต้นทางไม่มีระบบ
ปลายทางก็ยิ่ง
ควบคุมยากขึ้น

ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายร้านเกิดอยู่
แต่ยังไม่รู้ว่ามันคือปัญหาสำคัญ!
▬▬▬▬▬
#เพื่อนแท้ร้านอาหาร
#ทำร้านอาหารให้มีความสุข



▬▬▬▬▬
สนใจทดลองใช้ SUPER rOS คลิกลิงก์ด้านล่าง
https://forms.gle/bBUH3LFvaRnEqoVt7
▬▬▬▬▬
ติดตามข้อมูลเพิ่มเติม SUPER rOS
https://line.me/R/ti/p/
https://www.facebook.com/superrosofficial
https://youtube.com/.restaurantos?si=g4GQSSS_HS6h9w6D
https://www.instagram.com/super.restaurantos?igsh=MTdtZ240azUwMm15dA==
https://www.tiktok.com/.restaurantos?_r=1&_t=ZS-97HREJMb60O
http://www.super.co.th/
▬▬▬▬▬
#เพื่อนแท้ร้านอาหาร
#ทำร้านอาหารให้มีความสุข


ที่อยู่

79/167
Bangkok
10230

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 00:00
อังคาร 09:00 - 00:00
พุธ 09:00 - 00:00
พฤหัสบดี 09:00 - 00:00
ศุกร์ 09:00 - 00:00
เสาร์ 09:00 - 00:00
อาทิตย์ 09:00 - 00:00

เบอร์โทรศัพท์

+66917804724

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ เพื่อนแท้ร้านอาหารผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง เพื่อนแท้ร้านอาหาร:

ทางลัด

แนะนำ

แชร์