โทร เส้นทาง

WealthGuru คุณ สมพจน์ พัดสุวรรณ IP/CISA CEO บริษัท หลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน BMK Wealth ผู้ก่อตั้งเพจ WealthGuru

Wealth Guru เป็นกลุ่มคนที่ต้องการสร้างพื้นที่ในการแบ่งปัน แลกเปลี่ยนเรื่องราวและความรู้ รวมถึงให้คำปรึกษาและสัมมนาด้านการวางแผนการเงิน ครอบคลุมทั้งการวางแผนการออม การวางแผนการลงทุน การวางแผนประกัน การวางแผนภาษี และการวางแผนเกษียณ ด้วยประสบการณ์และความรู้การวางแผนการเงินอย่างถูกต้องตามหลักการของ Certified Financial Planner (CFP) ที่ได้รับการรับรองจากประเทศอเมริกาและสมาคมนักวางแผนการเงินไทยเพื่อการใช้ชีวิตที่มั่นคงและมั่งคั่งในอนาคตตาม Lifestyle ของคุณ

Diversification ไม่ใช่แค่ซื้อหลายตัว4 เหตุผลที่ Webull เหมาะกับการสร้างพอร์ตแบบกระจายความเสี่ยงคำว่า “Diversification” ห...
02/10/2026

Diversification ไม่ใช่แค่ซื้อหลายตัว

4 เหตุผลที่ Webull เหมาะกับการสร้างพอร์ตแบบกระจายความเสี่ยง

คำว่า “Diversification” หรือการกระจายความเสี่ยง ไม่ได้หมายถึงเพียงการซื้อ ETF หลายตัว

หาก ETF ทั้งหมดเป็นหุ้น Growth หรือเคลื่อนไหวตามปัจจัยเดียวกัน เมื่อสภาวะตลาดเปลี่ยน สินทรัพย์เหล่านั้นก็อาจปรับตัวลงพร้อมกันได้

การกระจายความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพจึงควรกระจายทั้งประเทศและภูมิภาค Sector และ Investment Theme Factor การลงทุน ประเภทสินทรัพย์ รวมถึงกลยุทธ์และเป้าหมายของแต่ละพอร์ต

สำหรับนักลงทุนที่ต้องการออกแบบพอร์ตลักษณะนี้ Webull มีองค์ประกอบที่ช่วยให้การลงทุนแบบ Diversified ทำได้ง่ายและเป็นระบบมากขึ้นใน 4 ด้าน

# # #1 เข้าถึงสินทรัพย์และโอกาสลงทุนที่หลากหลาย

ผู้ลงทุนสามารถเข้าถึงหุ้นและ ETF ในหลายตลาด รวมถึง ETF ที่ลงทุนในดัชนี ประเทศ Sector ธีมธุรกิจ พันธบัตร และสินค้าโภคภัณฑ์

จึงสามารถสร้างพอร์ตที่มีแหล่งผลตอบแทนแตกต่างกันได้ ไม่จำเป็นต้องกระจุกตัวอยู่เฉพาะหุ้นหรืออุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง

# # #2 แยกหลายกลยุทธ์ออกเป็นคนละพอร์ตได้

ฟีเจอร์ Multiple Portfolios ช่วยให้ผู้ลงทุนสร้างและบริหารหลายพอร์ตภายใต้บัญชีเดียว โดยแยกต้นทุนและติดตามผลการลงทุนของแต่ละพอร์ตได้อย่างชัดเจน

พอร์ตเพื่อการเติบโตระยะยาว

พอร์ตหุ้นปันผล

พอร์ตสำหรับเกษียณ

พอร์ตลงทุนตามธีม

พอร์ตที่บริหารโดยผู้เชี่ยวชาญ

วิธีนี้ช่วยไม่ให้สินทรัพย์ทุกตัวถูกรวมกันจนไม่ทราบว่าแต่ละส่วนของเงินลงทุนกำลังทำหน้าที่อะไร

# # # 3 เริ่มกระจายพอร์ตได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้เงินก้อนใหญ่

หุ้นและ ETF สหรัฐฯ บางหลักทรัพย์สามารถลงทุนแบบเศษหุ้นได้ และรองรับการสร้างแผน DCA และการลงทุนด้วย DCA นั้น ไม่คิดค่าคอมฯ ครับ

ผู้ลงทุนจึงสามารถทยอยกระจายเงินไปยังสินทรัพย์หลายกลุ่มตามสัดส่วนที่วางไว้ โดยไม่จำเป็นต้องซื้อหุ้นหรือ ETF เต็มหน่วยทุกตัวตั้งแต่เริ่มต้น

# # # 4 มี Smart Portfolio สำหรับผู้ที่ต้องการพอร์ตที่ออกแบบอย่างเป็นระบบ

สำหรับผู้ลงทุนที่ไม่มีเวลาคัดเลือก ETF กำหนดสัดส่วน และติดตามการปรับพอร์ตด้วยตนเอง Webull มีบริการ Smart Portfolio ซึ่งประกอบด้วยพอร์ตที่ออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญและจัดให้เหมาะกับระดับความเสี่ยงของผู้ลงทุน

หนึ่งในตัวอย่างคือ Smart Port ที่ BMK Wealth ออกแบบ โดยพัฒนาต่อจากแนวคิด Diversification ผ่าน 4 ส่วนหลัก

Growth Bucket: เน้นการเติบโต เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

Defensive Bucket: เน้นกลุ่มที่มีลักษณะตั้งรับ เช่น Healthcare, Consumer Staples, Utilities, Dividend และ Infrastructure

Gold: ช่วยเพิ่มสินทรัพย์ที่มีปัจจัยขับเคลื่อนแตกต่างจากตลาดหุ้น

Cash: ช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มสภาพคล่องในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูง

ผลการทดสอบย้อนหลัง

จากการทดสอบย้อนหลังระหว่างวันที่ 7 กรกฎาคม 2015 ถึง 14 กันยายน 2026 Smart Port ให้ผลดังนี้

CAGR ต่อปี 20.21%

Volatility ต่อปี 13.62%

Maximum Drawdown -13.24%

Sharpe Ratio 1.28

เมื่อเปรียบเทียบกับ ACWI ซึ่งให้ CAGR 11.31% มี Volatility 17.09% และ Maximum Drawdown -33.53% ในช่วงเวลาเดียวกัน ผลทดสอบแสดงให้เห็นว่า การกระจายสินทรัพย์ร่วมกับกระบวนการคัดเลือกและปรับพอร์ตอย่างเป็นระบบ สามารถเปลี่ยน Diversification จากแนวคิดทั่วไปให้เป็นกระบวนการลงทุนที่วัดผลได้

# # # สรุป

Diversification ที่ดีจึงไม่ใช่เพียงการ “ถือให้เยอะขึ้น” แต่คือการกำหนดให้เงินแต่ละส่วนมีหน้าที่แตกต่างกัน กระจายความเสี่ยงไปยังหลายแหล่งผลตอบแทน และเลือกเครื่องมือที่ช่วยให้เราบริหารแต่ละกลยุทธ์ได้อย่างชัดเจน

ผู้สนใจสามารถศึกษา ETF ฟีเจอร์ Multiple Portfolios และ Smart Portfolio เพิ่มเติมได้ผ่านแอป Webull

เปิดบัญชีและสิทธิประโยชน์

สำหรับผู้ที่ยังไม่มีบัญชี สามารถเปิดบัญชีผ่านลิงก์ด้านล่างและทำตามเงื่อนไข เพื่อรับโปรโมชั่นพิเศษ และรับหุ้น MAG7 ฟรี ! มูลค่า 200 บาท*

https://www.webull.co.th/k/KOL_WealthGURU

ต้องกดผ่านลิงก์นี้เท่านั้น ไม่งั้นจะไม่ได้รับรางวัลพิเศษนะครับ

หมายเหตุและคำเตือน

*เงื่อนไขและสิทธิประโยชน์เป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยจะไม่ถือว่าเป็นการแนะนำด้านการลงทุน บทวิเคราะห์ หรือการเสนอขายแต่อย่างใด

ผลทดสอบคำนวณจาก Adjusted Close ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ก่อนค่าธรรมเนียมและภาษี โดย Sharpe Ratio ใช้อัตราผลตอบแทนไร้ความเสี่ยงเฉลี่ย 1.9% ต่อปี ผลตอบแทนในอดีตไม่สามารถรับประกันผลตอบแทนในอนาคตได้

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

สนับสนุนโดย บล. วีบูลล์ (ประเทศไทย)

จาก Global ETF Portfolio สู่ Global DR Portfolio  อีกหนึ่ง Portfolio ที่กำลังผ่านการทดสอบด้วยเงินจริงหลังจาก  "Global ET...
02/10/2026

จาก Global ETF Portfolio สู่ Global DR Portfolio
อีกหนึ่ง Portfolio ที่กำลังผ่านการทดสอบด้วยเงินจริง

หลังจาก "Global ETF Portfolio" ได้พัฒนาจาก Model มาสู่การใช้งานจริงแล้ว ผ่าน Power Dynamic Global ETF
งานถัดไปที่เรากำลังพัฒนาคือ "Global DR Portfolio"

แนวคิดคือการสร้างพอร์ตหุ้นต่างประเทศที่สามารถลงทุนผ่าน "DR ในตลาดหลักทรัพย์ไทย" โดยยังคงใช้กระบวนการจัดพอร์ตอย่างเป็นระบบ ทั้งการแบ่ง **Core / Satellite**, การคัดเลือกหลักทรัพย์ และการกำหนดน้ำหนักของแต่ละ Position

แต่ก่อนที่จะนำ Portfolio ใดไปบริหารเงินจริงให้กับนักลงทุน สำหรับผม **Backtest อย่างเดียวยังไม่พอ**

เพราะความยากของการบริหาร Portfolio ไม่ได้อยู่แค่การสร้างผลตอบแทน

# # # เมื่อเงินที่บริหารไม่ใช่เงินของเราเอง “Risk Management” สำคัญยิ่งกว่า Return

การบริหารเงินตัวเอง เราอาจยอมรับ Drawdown ได้มากขึ้น อาจถือ Position ที่มีความผันผวนสูง หรืออาจรอให้ Portfolio กลับมาได้ เพราะเรารู้ว่าเรารับความเสี่ยงได้แค่ไหน

แต่เมื่อเป็น "เงินของคนอื่น" โจทย์เปลี่ยนไปทันที

เราต้องคิดถึง "Position Sizing, Diversification, Maximum Drawdown, Liquidity, Tracking Difference, Ex*****on และต้นทุนจริง" รวมถึงคำถามที่สำคัญที่สุดว่า

> ถ้าตลาดไม่ได้เป็นอย่างที่ Model คาดไว้ Portfolio จะเสียหายได้มากแค่ไหน?

ดังนั้น Global DR Portfolio จึงยังอยู่ในช่วง "Live Account Testing — ทดสอบด้วยเงินจริง" เพื่อดูสิ่งที่ Backtest อาจสะท้อนได้ไม่ครบ ทั้งราคาซื้อขายจริงของ DR, Bid-Ask Spread, Liquidity, Tracking Difference ตลอดจนค่าธรรมเนียมและต้นทุนในการบริหารพอร์ต

# # # ผลการทดสอบไตรมาสที่ผ่านมา

1 กรกฎาคม – 1 ตุลาคม 2026

>Global DR Portfolio (Net) +7.21%
เทียบกับ ACWI (THB) +2.95%*
คิดเป็น Excess Return +4.25%

ผลตอบแทนของ Portfolio เป็น "Net Return หลังรวม Advisory Fee และ Custody Cost ตามสมมติฐานการทดสอบ**

สิ่งที่น่าสนใจคือ Portfolio ไม่ได้สร้างผลตอบแทนจากการเลือกหุ้นถูกทุกตัว

บาง Position เช่น
CRWD +57.16%,
PANW +19.30%
และ AAPL +16.16% สร้างผลตอบแทน

ขณะที่
TEL -17.83%,
ASML -8.11%,
CSCO -7.50%
และ WMT -6.18% เคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้าม

นี่คือเหตุผลที่ผมมอง Portfolio เป็น **ระบบ** มากกว่าการพยายามทายว่าหุ้นตัวไหนจะขึ้นทุกครั้ง

> เราไม่จำเป็นต้องเลือกถูกทุกตัว
> แต่ต้องออกแบบ Portfolio ให้ Winner สามารถสร้างผลตอบแทน
> ขณะที่ความเสียหายจาก Loser ถูกจำกัดด้วย Risk Management

หนึ่งไตรมาสยังสั้นเกินไปที่จะสรุปว่า Model ประสบความสำเร็จหรือไม่ สิ่งที่สำคัญกว่าตัวเลข +7.21% คือการได้เห็นว่า Model ทำงานอย่างไรเมื่อเจอกับเงินจริง ราคาจริง และการ Execute จริง

Backtest บอกเราว่า Model เคยทำงานอย่างไรในอดีต
Live Account บอกเราว่า Model ทำงานอย่างไรในโลกจริง
และ Risk Management จะเป็นตัวตัดสินว่า Model นั้นเหมาะที่จะนำไปบริหารเงินของคนอื่นหรือไม่

---------------

**หมายเหตุ / Disclaimer:**
Global DR Portfolio ดังกล่าวยังอยู่ใน **ระยะทดสอบ (Testing Phase)** ข้อมูลและผลตอบแทนที่นำเสนอมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงผลการทดสอบและการพัฒนาระบบเท่านั้น **ไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุน บทวิเคราะห์ การชักชวน หรือการเสนอขายหลักทรัพย์หรือผลิตภัณฑ์การลงทุนใด ๆ** ผลการดำเนินงานในอดีตหรือผลการทดสอบไม่สามารถรับประกันผลการดำเนินงานในอนาคตได้ การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและความเสี่ยงให้เหมาะสมก่อนตัดสินใจลงทุน

ตลาดหุ้นโลกยังเป็นขาขึ้น และความผันผวนเริ่มกลับสู่ระดับปกติ แต่แรงขึ้นรอบนี้กระจุกอยู่ใน AI/Semiconductor มากขึ้น เราจึง...
01/10/2026

ตลาดหุ้นโลกยังเป็นขาขึ้น และความผันผวนเริ่มกลับสู่ระดับปกติ แต่แรงขึ้นรอบนี้กระจุกอยู่ใน AI/Semiconductor มากขึ้น เราจึงไม่จำเป็นต้องขายหุ้นเติบโตทั้งหมด—เพียงกระจายพอร์ตให้สมดุลกว่าเดิม

แนวคิดนี้สอดคล้องกับพอร์ต Global ETF ฉบับพรีวิวที่ลดน้ำหนัก Growth จาก 70% เหลือ 45% และเพิ่ม Defensive เป็น 30% สำหรับพอร์ตกองทุน เราลด DAOL-DEFENSE จาก 10% เหลือ 5% แล้วเพิ่ม SCBGVALUE(A) จาก 10% เป็น 15% เพื่อเพิ่มมิติหุ้น Value โดยยังถือ Semiconductor ต่อ ไม่ใช่การเปลี่ยนมุมมองว่าตลาดเป็นขาลง

อีกด้าน เราสลับ Nasdaq 100 สัดส่วน 5% จากกองที่ Hedge ค่าเงินเป็น K-USXNDQUH เพราะเป็น Core ที่ตั้งใจถือยาว และต้องการลดต้นทุน Hedge ในช่วงที่ส่วนต่างดอกเบี้ยยังสูง การตัดสินใจนี้แลกกับความเสี่ยงหากเงินบาทแข็งค่า จึงเปิดรับค่าเงินเพียงบางส่วน ไม่ใช่เลิก Hedge ทั้งพอร์ต

Quantitative Global Aggressive Hybrid ปรับพอร์ตประจำเดือนตุลาคม 2026

01/10/2026

ปรับพอร์ต Power Dynamic Global ETF ใน Webull Smartport ต้องกด Confirm ดูขั้นตอนในคอมเมนต์ 👇

📊 WealthGuru ชวนอ่าน Monthly Report — Power Dynamic Global ETF ประจำเดือนกันยายน 2026แม้ตลาดหุ้นโลกยังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้...
01/10/2026

📊 WealthGuru ชวนอ่าน Monthly Report — Power Dynamic Global ETF ประจำเดือนกันยายน 2026

แม้ตลาดหุ้นโลกยังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น โดยมีหุ้นกลุ่ม AI, Semiconductor และ Technology กลับมาเป็นผู้นำตลาดอีกครั้ง แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าการดูว่า “อะไรขึ้นแรงที่สุด” คือ

เมื่อภาวะตลาดเปลี่ยน พอร์ตควรปรับตัวอย่างไร?

Power Dynamic Global ETF เป็น Model Portfolio ที่ใช้ระบบติดตามแนวโน้มตลาด คัดเลือกสินทรัพย์ด้วย Multi-Factor Selection และปรับสัดส่วนระหว่างสินทรัพย์เติบโต สินทรัพย์เชิงรับ และทองคำตามระดับความเสี่ยงของตลาด

ผลการดำเนินงาน ณ สิ้นเดือนกันยายน 2026

🔹 Model Portfolio YTD: +18.03% (USD) / +26.09% (THB)
🔹 Forward Test: +3.04% นับตั้งแต่เริ่มติดตามผลจริงวันที่ 8 กรกฎาคม 2026

เดือนนี้จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการไล่ตามหุ้นเทคโนโลยีที่กำลังปรับตัวขึ้น แต่เป็นตัวอย่างของการบริหารพอร์ตอย่างเป็นระบบ โดยปรับสมดุลความเสี่ยงให้เหมาะกับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

อ่านรายละเอียดและติดตาม Monthly Report ฉบับเต็มจาก BMK Wealth Investment Advisory Securities ได้จากโพสต์นี้ครับ

Systematic. Regime-Aware. Globally Diversified.

ผลการดำเนินงานในอดีตหรือผลจากแบบจำลอง มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

📊 Power Dynamic Global ETF — สรุปภาพรวมเดือนกันยายน 2026
ตลาดคลายกังวล "ดอกเบี้ย" ชั่วคราว เงินไหลกลับเข้า "AI/Semiconductor" เต็มตัว

ตลาดหุ้นโลกยังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นต่อเนื่อง และความผันผวนที่เคยสูงในช่วงกลางปีคลี่คลายกลับสู่ระดับปกติแล้ว กลุ่มเทคโนโลยี/เซมิคอนดักเตอร์กลับมาเร่งตัวแรงอีกครั้ง สวนทางยุโรปและตลาดเกิดใหม่บางส่วนที่เริ่มอ่อนแรงลง — ภาพรวมราคาจึงดูกระจุกตัวมากกว่าเดือนก่อน

แต่ในเชิงกลยุทธ์ ระบบของเรากำลังทำตรงกันข้าม — เริ่มลดน้ำหนักฝั่งหุ้นเติบโตและกระจายเข้าสู่สินทรัพย์เชิงรับมากขึ้นเชิงรุก เราไม่ไล่ตามกระแสตลาดแบบเดียว แต่ปรับสมดุลความเสี่ยงตามสัญญาณเชิงระบบอย่างต่อเนื่อง

ผู้นำตลาด YTD**
กลุ่มอุตสาหกรรม: Semiconductor, Cyber Security, Technology
ภูมิภาค: Top 50 Asia, Asia ex-Japan, Japan

ผลการดำเนินงาน

Model Portfolio (เชิงโมเดล) YTD: +18.03% (USD) / +26.09% (THB) — ยังคงชนะดัชนีหุ้นโลก (ACWI) ต่อเนื่อง

Forward Test (ติดตามผลจริงนับตั้งแต่ปล่อยโมเดล 8 ก.ค. 2026): +3.04% — ยังอยู่ในช่วงต้นของการติดตาม ผันผวนกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวตามธรรมชาติของช่วงเริ่มต้น

รายงานฉบับเต็มพร้อมกราฟและรายละเอียดผลการดำเนินงาน (Backtest + Forward Test) ดาวน์โหลดได้ที่ลิงก์ใต้คอมเมนต์**

Systematic. Regime-Aware. Globally Diversified
BMK Wealth Investment Advisory Securities — Sustainable Wealth for All

ผลการดำเนินงานในอดีตหรือผลจากแบบจำลอง มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

30/09/2026

พรุ่งนี้ ปรับพอร์ต Power Dynamic Global ETF รายไตรมาส ปรับสมดุลโดยลดสัดส่วน Thematic Growth เพิ่ม สัดส่วน Value Factor

“The Secrets of Global Smart Wealth” ตอนที่ 1ทำไมทุกวันนี้นักลงทุนยังคงตัดสินใจผิดพลาดทั้งที่ข้อมูลแทบทุกอย่างค้นหาได้จา...
30/09/2026

“The Secrets of Global Smart Wealth” ตอนที่ 1
ทำไมทุกวันนี้นักลงทุนยังคงตัดสินใจผิดพลาด
ทั้งที่ข้อมูลแทบทุกอย่างค้นหาได้จากอินเทอร์เน็ต?

ในงานสัมมนา “The Secrets of Global Smart Wealth” เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ผมได้พูดถึงประเด็นนี้ไว้ว่า

ปัญหาของนักลงทุนในวันนี้ อาจไม่ใช่ “ข้อมูลไม่เพียงพอ” แต่เป็นเพราะเรามีข้อมูลมากเกินไป จนแยกไม่ออกว่าอะไรคือ Fact อะไรคือ News และอะไรเป็นเพียงความคิดเห็นหรือเรื่องเล่าที่กำลังถูกขยายให้เรารู้สึกกลัวหรือโลภ

แม้แต่มุมมองของนักกลยุทธ์และ Market Outlook ในแต่ละปี ก็ยังคลาดเคลื่อนจากผลตอบแทนจริงของตลาดได้มาก นักลงทุนจึงไม่ควรนำ “คำคาดการณ์” มาใช้เป็นคำตอบสำเร็จรูปในการจัดพอร์ต

Daniel Kahneman อธิบายไว้ในหนังสือ Thinking, Fast and Slow ว่า มนุษย์มีระบบความคิดสองแบบ

🔴 System 1 — ระบบคิดเร็ว
ตัดสินใจอัตโนมัติ ใช้อารมณ์ ประสบการณ์ และความรู้สึกตอบสนองต่อเหตุการณ์ทันที

🔵 System 2 — ระบบคิดช้า
ใช้เหตุผล วิเคราะห์ข้อมูล และพิจารณาผลกระทบอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ

ปัญหาคือ เมื่อเจอข่าวตลาดตก ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ดอกเบี้ย หรือคำเตือนว่าฟองสบู่กำลังจะแตก นักลงทุนจำนวนมากมักใช้ System 1 ตัดสินใจโดยไม่รู้ตัว

ยิ่งในยุคอินเทอร์เน็ตและ AI ข่าวสารยิ่งเดินทางเร็วขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าการตัดสินใจของเราจะดีขึ้นตามไปด้วย เพราะ AI สามารถช่วยค้นหาข้อมูลได้ แต่ไม่สามารถกำจัดความกลัว ความโลภ และอคติออกจากตัวเราได้ทั้งหมด

สิ่งที่นักลงทุนต้องการจึงไม่ใช่เพียง “ข้อมูลเพิ่ม” แต่คือกระบวนการลงทุนที่ชัดเจน เช่น

✅ แยกข้อเท็จจริงออกจากความคิดเห็น
✅ กำหนดเป้าหมายและระดับความเสี่ยงก่อนลงทุน
✅ มีหลักเกณฑ์ในการจัดสรรและปรับพอร์ต
✅ ไม่เปลี่ยนแผนเพียงเพราะข่าวระยะสั้น
✅ ใช้ System 2 ตรวจสอบก่อนตัดสินใจครั้งสำคัญ

ข้อมูลทำให้เรารู้มากขึ้น
แต่กระบวนการและวินัยต่างหาก ที่ช่วยให้เราตัดสินใจได้ดีขึ้น

ผมนำช่วงหนึ่งจากงานสัมมนามาแบ่งปัน เพื่อให้เห็นว่า การลงทุนที่ดีอาจไม่ได้เริ่มจากการพยายามทำนายตลาดให้ถูกทุกครั้ง แต่เริ่มจากการเข้าใจว่า “สมองของเรา” กำลังพาเราตัดสินใจอย่างไร

29/09/2026

เครื่องมือสร้าง yield ที่แตกต่าง รายย่อยใช้ JEPI ส่วน HNW ใช้ Inverse FCN ความแตกต่างอย่างไร
อ่านต่อใต้ comment

ตลาด Sideway ก็สร้างผลตอบแทนได้   สองเครื่องมือสร้าง Income จากแนวคิดเดียวกัน — JEPI และ Inverse FCNRetail Investor ใช้ ...
29/09/2026

ตลาด Sideway ก็สร้างผลตอบแทนได้
สองเครื่องมือสร้าง Income จากแนวคิดเดียวกัน — JEPI และ Inverse FCN
Retail Investor ใช้ JEPI — HNW Investor ใช้ Inverse FCN

นักลงทุนส่วนใหญ่มักคุ้นกับการลงทุนแบบเดียว

ซื้อหุ้น → รอหุ้นขึ้น → ขายทำกำไร

แต่ถ้าเรามองว่าในช่วง 6 เดือนข้างหน้า ตลาดอาจไม่ได้ขึ้นแรงล่ะ?

ตลาดอาจ Sideway หรือหุ้นอาจขึ้นเพียงเล็กน้อย เราจะสร้างผลตอบแทนจาก Portfolio อย่างไร?

หนึ่งในแนวคิดที่น่าสนใจคือ

> เปลี่ยน “Upside บางส่วน” ให้กลายเป็น "Income"

แนวคิดนี้พบได้ทั้งในผลิตภัณฑ์ที่นักลงทุนทั่วไปเข้าถึงได้อย่าง JEPI และ Structured Product ที่มีความซับซ้อนมากขึ้นอย่าง Inverse FCN

1) JEPI — Income Strategy ที่เข้าถึงได้ผ่าน ETF

JEPI ลงทุนใน Portfolio หุ้น และใช้ Option Strategy เข้ามาช่วยสร้าง Income

ดังนั้น นักลงทุนไม่จำเป็นต้องพึ่งเพียงการที่ราคาหุ้นต้องขึ้นแรง แต่ยังมีกระแสรายได้จาก Dividend และ Option Premium

ในช่วงที่ตลาด Sideway หรือขึ้นไม่มาก
Option Premium จึงเข้ามาเป็นอีกแหล่งหนึ่งของผลตอบแทน

สิ่งที่แลกกันคือ หากตลาดหุ้นขึ้นแรงมาก นักลงทุนอาจไม่ได้รับ Upside เต็มเท่ากับการถือหุ้นโดยไม่มี Option Overlay

พูดง่าย ๆ คือ

> ยอมแลก Upside บางส่วน เพื่อสร้าง Income เพิ่มขึ้น

2) Inverse FCN — อีกวิธีสร้าง Income สำหรับ Structured Portfolio

สำหรับนักลงทุนที่สามารถเข้าถึง Structured Products เราสามารถออกแบบ Payoff ให้สอดคล้องกับ Market View ได้มากขึ้น

ยกตัวอย่าง Inverse FCN ที่อ้างอิงหุ้น

TSLA / AMD / MU

อายุ 6 เดือน
Coupon 33.3% p.a. หรือประมาณ 16.67% สำหรับ 6 เดือน
Strike 125%
Knock-In Barrier 135%

Market View ของผู้ลงทุนไม่จำเป็นต้องเป็น

“ผมคิดว่าหุ้นจะลง”

แต่สามารถเป็น

> “ผมคิดว่าหุ้นขึ้นได้ แต่ภายใน 6 เดือน หุ้นตัวที่ขึ้นดีที่สุดไม่น่าจะขึ้นแรงเกินกรอบที่กำหนด”

ถ้าหุ้นที่ขึ้นดีที่สุดอยู่ที่ +10%, +20%, +30% หรือ +34% และ ไม่เกิด Knock-In ตามเงื่อนไข Observationเงินต้น Redemption 100% และรับ Coupon ตามเงื่อนไข

แต่ถ้าหุ้นขึ้นแรงจนเกิด KI ผลตอบแทนจะเริ่มเปลี่ยน

จากตัวอย่างในภาพ หากหุ้นขึ้น +40% Redemption จะเหลือ 85% แต่เมื่อรวม Coupon ประมาณ +16.67% ผลตอบแทนสุทธิยังอยู่ประมาณ +1.67%

แต่หากหุ้นขึ้นถึง +50% Redemption เหลือ 75% และเมื่อรวม Coupon แล้ว ผลตอบแทนสุทธิจะกลายเป็นประมาณ −8.33%

นี่คือเหตุผลว่าทำไม Coupon 33.3% p.a. จึงสูงมาก

เพราะ Coupon สูงไม่ได้เกิดขึ้นฟรี ๆ แต่เป็นค่าตอบแทนจากการที่นักลงทุนยอมรับความเสี่ยงบางอย่างเข้ามาใน Portfolio

# # JEPI vs Inverse FCN — ต่างผลิตภัณฑ์ แต่แนวคิดบางส่วนเหมือนกัน

JEPI กับ Inverse FCN ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ประเภทเดียวกัน และ Risk Profile แตกต่างกันมาก

แต่มีแนวคิดด้าน Portfolio Construction ที่น่าสนใจร่วมกันคือ

> เราไม่จำเป็นต้องพึ่ง Capital Gain เพียงอย่างเดียว
> แต่สามารถใช้ Option Premium เปลี่ยน Market View ให้กลายเป็น Income ได้

JEPI ทำผ่าน Portfolio หุ้นที่กระจายตัวและ Option Strategy

ขณะที่ Inverse FCN เป็น Structured Note ที่สามารถกำหนด **Underlying, Strike, Barrier และ Tenor** ให้สอดคล้องกับ Market View ได้เฉพาะเจาะจงมากขึ้น แต่แลกกับความซับซ้อนและความเสี่ยงที่สูงขึ้น เช่น **Barrier Risk, Concentration Risk, Liquidity Risk และ Issuer Credit Risk**

ดังนั้น เวลามองตลาด คำถามอาจไม่ใช่เพียง

“ตลาดจะขึ้นหรือลง?”

แต่อาจต้องถามเพิ่มว่า

> “ถ้าขึ้น...จะขึ้นมากแค่ไหน?”

เพราะในโลกของ Income Strategy

ตลาด Sideway ไม่ได้แปลว่าไม่มีผลตอบแทน

หากเราเข้าใจ Market View ของตัวเอง และเลือกเครื่องมือที่มี Payoff สอดคล้องกับมุมมองนั้น

บางครั้งเราไม่จำเป็นต้องรอให้ตลาดขึ้นแรง
ก็สามารถสร้าง Income จาก Portfolio ได้

*หมายเหตุ: ตัวอย่าง Inverse FCN ใช้เพื่ออธิบายกลไกของผลิตภัณฑ์ตามเงื่อนไขตัวอย่าง ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทนหรือคำแนะนำให้ลงทุน ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจเงื่อนไข Payoff และความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์ก่อนตัดสินใจลงทุน*

เอกสาร Class **Retirement Planning: Practical & Real-Life Edition รุ่นที่ 3** ใกล้ครบแล้วครับขณะนี้ผมได้อัปโหลดเอกสารเข้...
29/09/2026

เอกสาร Class **Retirement Planning: Practical & Real-Life Edition รุ่นที่ 3** ใกล้ครบแล้วครับ

ขณะนี้ผมได้อัปโหลดเอกสารเข้า Google Classroom แล้วทั้งหมด 9 บท ได้แก่

1. Understanding Retirement Reality
2. Retirement Psychology and Architecture
3. Basic Retirement Planning Calculation
4. Retirement Architecture with Monte Carlo
5. Retirement Architecture Design Tool
6. Workshop
7. RSP: Return-Seeking Portfolio
8. Dynamic Withdrawal
9. Post-Retirement Planning Tool

เนื้อหาจะค่อย ๆ พาผู้เรียนตั้งแต่การเข้าใจชีวิตหลังเกษียณ การคำนวณเงินที่ต้องมี การออกแบบ Retirement Architecture การทดสอบด้วย Monte Carlo การจัดพอร์ตเพื่อรองรับการถอนเงิน ไปจนถึงการใช้ Dynamic Withdrawal และการทำ Annual Review หลังเกษียณจริง

ตอนนี้เหลือเอกสารบทสุดท้าย คือ **Income Portfolio** ซึ่งจะว่าด้วยการออกแบบพอร์ตเพื่อสร้างกระแสเงินสดหลังเกษียณ และการเชื่อม Income จากพอร์ตเข้ากับค่าใช้จ่ายจริงของผู้เกษียณ

เมื่อบทนี้เสร็จ เนื้อหาหลักของ Class รุ่นที่ 3 ก็จะครบสมบูรณ์ครับ

ผู้เรียนสามารถเข้าไปดาวน์โหลดเอกสารได้ที่
[Google Classroom: Retirement Planning รุ่นที่ 3]

ที่อยู่

Bangkok

เบอร์โทรศัพท์

089-891-3494

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ WealthGuru โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

ได้รับการสนับสนุน

แชร์