หน่วยจัดการทรัพย์สินทางปัญญาและถ่ายทอดเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร

หน่วยจัดการทรัพย์สินทางปัญญาและถ่ายทอดเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร (TLO-MUT)

22/08/2026

🙌🏻 เชื่อม “งานวิจัย” สู่ “การเปลี่ยนแปลงประเทศ”

📍สกสว. เปิดทิศทางงบประมาณกองทุนวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) ประจำปีงบประมาณ 2571 เตรียมพร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยไปข้างหน้าด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
ขอเชิญ ผู้บริหาร หัวหน้าหน่วยงาน ผู้ประสานงาน และ นักวิจัยในระบบ ววน. เข้าร่วมเวทีสำคัญ
✨ การชี้แจง เป้าหมายการสนับสนุนงบประมาณกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2571 ภายใต้แนวคิด “Connecting Research, Driving Thailand Forward” เชื่อมพลังวิจัย ขับเคลื่อนไทยไปข้างหน้า
ภายใต้ แผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ พ.ศ. 2571–2575 และร่วมรับฟัง

🔹 เป้าหมายและทิศทางการสนับสนุนงบประมาณกองทุน ววน. ปี 2571
🔹 แนวทางการจัดทำคำของบประมาณ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2571
🔹 นโยบายสำคัญต่อการขับเคลื่อนระบบ ววน. ในระยะต่อไป
🔹 เวทีเสวนา “เจาะลึก มีอะไรใหม่ในการบริหาร ววน.”
เพื่อยกระดับการบริหารจัดการงบประมาณ ววน. ให้เกิดประสิทธิภาพ และนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศได้จริง
📅 วันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2569
🕐 เวลา 12.30–16.00 น.
📍 ห้อง Grand Diamond Ballroom อาคาร IMPACT Forum ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี
📡 รับชมผ่าน Facebook Live: สกสว. : TSRI
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมทาง page: สกสว.

เพราะงบประมาณด้าน ววน. ไม่ใช่เพียงการสนับสนุน “งานวิจัย” แต่คือการลงทุนในองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อสร้างอนาคตของประเทศ

#สกสว #ววน2571 #กองทุนววน
#การประชุมชี้แจงเป้าหมายการสนับสนุนงบประมาณ #การเปิดรับคำของบประมาณ2571 #สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม

17/08/2026

เชื่อมพลังทั้งระบบ ยกระดับสมุนไพรไทยสู่เศรษฐกิจสุขภาพมูลค่าสูง 🌿

ดึงศักยภาพงานวิจัย–ภูมิปัญญา–ตลาด สร้างผลลัพธ์ตลอดห่วงโซ่

ประเทศไทยมีต้นทุนสำคัญด้านสมุนไพร ทั้งความหลากหลายของทรัพยากร ภูมิปัญญาท้องถิ่น องค์ความรู้ งานวิจัยและเทคโนโลยี ตลอดจนฐานผู้ประกอบการด้านสุขภาพ สปา Wellness อาหาร และการท่องเที่ยว

🎯 โจทย์สำคัญจากนี้ คือการเชื่อมศักยภาพที่มีอยู่ให้ทำงานเป็นระบบ ตั้งแต่การผลิตวัตถุดิบที่มีคุณภาพ การพัฒนาสารสกัดและผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน ไปจนถึงการสร้างตลาด เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและส่งต่อประโยชน์กลับสู่เกษตรกร ชุมชน และพื้นที่

📌 เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569
ศ. ดร.สมปอง คล้ายหนองหนองสรวง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เป็นประธานการหารือแนวทางการยกระดับสมุนไพรพื้นถิ่นไทยจากภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่เศรษฐกิจสุขภาพมูลค่าสูง โดยมีหน่วยบริหารและจัดการทุน (PMU) ผู้เชี่ยวชาญ มหาวิทยาลัย หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและวางแนวทางเชื่อมงานวิจัยและนวัตกรรมกับความต้องการของตลาด เพื่อสร้างมูลค่าตลอดห่วงโซ่สมุนไพร

🌿 ศ. ดร.สมปอง วางทิศทางการขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด Thai Indigenous Herbal Wellness มองโอกาสสร้างมูลค่าจากสมุนไพรไทยผ่านผลิตภัณฑ์และบริการเป้าหมาย 5 กลุ่ม ได้แก่

✨ Spa + T-Beauty
✨ Steam
✨ Meditation
✨ Gastronomy
✨ Medication

เพื่อเชื่อมจุดแข็งด้านสมุนไพรและภูมิปัญญาไทยเข้ากับตลาดสุขภาพและ Wellness ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ความงามและสปา การใช้สมุนไพรเพื่อสุขภาวะ อาหารและเครื่องดื่ม ไปจนถึงการใช้ประโยชน์ในมิติทางการแพทย์

🔗 การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการปลายทางจึงต้องเชื่อมกลับไปถึงการปลูกสมุนไพรที่ได้มาตรฐาน วัตถุดิบที่มีคุณภาพ และการพัฒนาสารสกัดสำคัญ เพื่อให้การสร้างมูลค่าเกิดขึ้น ตลอดห่วงโซ่ และทำให้การเติบโตของตลาดปลายทางสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจกลับไปยังเกษตรกรและพื้นที่ผลิต

🚀 สำหรับการขับเคลื่อนในระยะต่อไป สกสว. มุ่งเน้น 5 ประเด็นสำคัญ ได้แก่
1️⃣ กำหนดเป้าหมายที่ต้องการไปให้ถึง
2️⃣ คัดเลือกผลิตภัณฑ์หรือพื้นที่ที่มีศักยภาพเป็นตัวนำ
3️⃣ ระบุตลาดและผู้ใช้ที่ชัดเจน
4️⃣ ค้นหาผลงานวิจัย เทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมนำมาใช้
5️⃣ ระบุช่องว่างหรือข้อจำกัดที่ต้องร่วมกันปลดล็อก

เพื่อให้สามารถเลือกจุดที่ควรเร่งขับเคลื่อนและจัดวางทรัพยากรได้อย่างตรงเป้าหมาย

🔬 ด้าน ศ. ดร.วิษณุ มีอยู่ รองผู้อำนวยการ สกสว. ฉายภาพการนำกรอบ Research Utilization (RU) มาใช้สนับสนุนการขับเคลื่อนสมุนไพร โดยเชื่อมเป้าหมายและผู้ได้รับประโยชน์เข้ากับ Portfolio งานวิจัยและเทคโนโลยีที่มีอยู่ในระบบ ววน. พิจารณาความพร้อมของผลงาน ระบบนิเวศ และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เห็นว่างานใดพร้อมนำไปใช้ งานใดควรได้รับการพัฒนาต่อ และจุดใดที่ต้องเติมกลไกหรือเชื่อมภาคีเพิ่มเติม

💡 ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนเสนอให้ดึงความต้องการของผู้ประกอบการและผู้บริโภคเข้ามาตั้งแต่กระบวนการพัฒนา เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์ทั้ง Market Fit, Product Fit, Standards Fit และ Business Fit

พร้อมเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการเข้ามามีบทบาทเป็น Co-developer ร่วมกับนักวิจัย ตั้งแต่การพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์และบริการ กลิ่น สัมผัส บรรจุภัณฑ์ อายุสินค้า ต้นทุน และราคาที่ตลาดยอมรับ ก่อนนำไปทดลองกับผู้ใช้จริง

🤝 แนวทางนี้จะช่วยให้การคัดเลือก Product/Service Champion มีข้อมูลจากตลาดรองรับ และสามารถมุ่งทรัพยากรไปยังผลิตภัณฑ์หรือบริการที่มีศักยภาพ ก่อนพัฒนา ทดลองตลาด และขยายผลต่อไป

🌱 การยกระดับสมุนไพรไทยให้สร้างมูลค่าสูงได้อย่างเป็นรูปธรรม จึงไม่ใช่เรื่องของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ต้องอาศัยการทำงานที่เชื่อมโยงทั้งระบบ ตั้งแต่ เกษตรกรและชุมชน นักวิจัย PMU หน่วยงานด้านมาตรฐานและกำกับดูแล ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ ไปจนถึงผู้ซื้อและผู้ใช้ปลายทาง

🔗 จากนี้ สกสว. จะทำหน้าที่เป็น System Integrator เชื่อม Portfolio งานวิจัยและเทคโนโลยีของระบบ ววน. เข้ากับ Demand จากตลาด พร้อมประสานทรัพยากร กลไก และภาคีที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกำหนดเป้าหมาย คัดเลือก Product/Service Champion เชื่อมงานวิจัยและเทคโนโลยีที่พร้อมใช้ เติมเต็มมาตรฐานและการผลิต ตลอดจนเชื่อมตลาดและการขยายผล

📍 ทั้งนี้ สกสว. จะนำข้อมูลและข้อเสนอแนะจากการหารือครั้งนี้ มาสังเคราะห์และตกผลึกเป็นแนวทางการขับเคลื่อนสมุนไพรในระยะต่อไป ก่อนนำเสนอต่อคณะอนุกรรมการวิจัยและนวัตกรรมสมุนไพร ภายใต้คณะกรรมการนโยบายสมุนไพรแห่งชาติ เพื่อเชื่อมศักยภาพและการลงทุนของระบบ ววน. เข้ากับกลไกเชิงนโยบายในการพัฒนาสมุนไพรของประเทศ

จากภูมิปัญญา สู่การวิจัย จากการวิจัย สู่ตลาด และจากตลาด สู่รายได้ที่กลับคืนสู่พื้นที่ 🌿🇹🇭

#สกสว #กองทุนววน #สมุนไพรไทย #เศรษฐกิจสุขภาพ #วิจัยและนวัตกรรม #งานวิจัยใช้ประโยชน์ #สมุนไพรไทยสู่ตลาดโลก

16/08/2026

กองทุน ววน. ส่งต่อพลังวิทยาศาสตร์ จุดประกายคนรุ่นใหม่ ผ่าน “มหกรรมวิทย์ฯ 69” 🔬✨

15 สิงหาคม 2569 “มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2569” เปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนได้สัมผัสองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมจากเครือข่ายทั่วประเทศ ผ่านนิทรรศการ การทดลอง และกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ลงมือทำจริง เพื่อจุดประกายความสนใจทางวิทยาศาสตร์ ฝึกการคิดอย่างมีเหตุผล และมองเห็นโอกาสในการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อแก้ปัญหาและสร้างอนาคต 🌱🔬

ศ. ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดงาน ภายใต้แนวคิด “Intelligence in Science for a Sustainable Future – วิทยาศาสตร์ฉลาดรู้ ก้าวสู่อนาคตที่ยั่งยืน” โดยมี ศ. เกียรติคุณ ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ประธานกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ประธาน กสว.) พร้อมคณะผู้บริหาร สกสว. เข้าร่วม ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

ศ. ดร.ยศชนัน กล่าวว่า โลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และปัญญาประดิษฐ์ (AI) การเตรียมประเทศไทยให้พร้อมสำหรับอนาคตจึงต้องเริ่มจากการสร้างคน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ให้มีความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ทักษะการคิดวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ และสามารถใช้เทคโนโลยีอย่างรู้เท่าทันและมีความรับผิดชอบ โดยมองว่างานนี้เป็น “พื้นที่แห่งโอกาส” ที่ความรู้หรือประสบการณ์เพียงเรื่องหนึ่งอาจจุดประกายให้เด็กค้นพบสิ่งที่สนใจและเส้นทางของตนเอง 💡

“สิ่งที่อยากเห็นจากงานนี้ คือ เด็กและเยาวชนได้รับความรู้จนเกิดแรงบันดาลใจในการนำความรู้ไปต่อยอด ตั้งคำถามใหม่ และสร้างสิ่งใหม่ให้กับประเทศ เพราะกำลังคนคุณภาพคือพื้นฐานสำคัญของการสร้างประเทศไทยในอนาคต” ศ. ดร.ยศชนัน กล่าว

ด้าน ศ. ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. กล่าวว่า มหกรรมวิทยาศาสตร์ฯ ปีนี้เกิดจากความร่วมมือของเครือข่ายกว่า 96 หน่วยงาน จาก 8 ประเทศ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และสถาบันวิจัย ที่ร่วมกันนำองค์ความรู้ ผลงานวิจัย และนวัตกรรมมาถ่ายทอดในรูปแบบที่ประชาชนทุกช่วงวัยเข้าถึงได้ ทำให้วิทยาศาสตร์เป็นเรื่องใกล้ตัวและเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน ครอบคลุมตั้งแต่ AI อวกาศ สุขภาพและการแพทย์ อาหารแห่งอนาคต สิ่งแวดล้อม ไปจนถึงความหลากหลายทางชีวภาพ เปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษา และประชาชนได้สัมผัสผลงานวิจัย เรียนรู้จากของจริง และเห็นว่าวิทยาศาสตร์สามารถนำมาใช้ตอบโจทย์ชีวิตและการพัฒนาประเทศได้อย่างไร 🌏🧬🚀

พร้อมกันนี้ ศ. เกียรติคุณ ดร.นพ. สิริฤกษ์ ประธาน กสว. และคณะผู้บริหาร สกสว. ได้เยี่ยมชมผลงานและนิทรรศการของหน่วยงานในระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ทั้งหน่วยบริหารและจัดการทุน (PMU) และหน่วยรับงบประมาณจากกองทุน ววน. ทั้งในและนอกกระทรวง อว. ที่นำองค์ความรู้ ผลงานวิจัยและนวัตกรรมมาถ่ายทอดให้เด็กและเยาวชนได้เห็น ได้ทดลอง และเรียนรู้อย่างใกล้ชิด ช่วยต่อยอดการลงทุนด้าน ววน. ไปสู่การสร้างความรู้ ความสนใจ และแรงบันดาลใจทางวิทยาศาสตร์ให้กับคนรุ่นใหม่ 🔬👩‍🔬👨‍🔬

สำหรับ กองทุน ววน. มีเป้าหมายการลงทุนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเพื่อมุ่งให้เกิดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่นำไปใช้ประโยชน์ พร้อมกับการสร้างกำลังคนที่มีความรู้และทักษะรองรับการพัฒนาประเทศ งานมหกรรมวิทยาศาสตร์ฯ จึงเป็นอีกพื้นที่ที่จะนำผลงานจากการลงทุนดังกล่าวไปสู่การเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน จุดประกายความสนใจ และเปิดมุมมองให้เห็นว่าวิทยาศาสตร์สามารถนำไปต่อยอดเพื่อสร้างโอกาสใหม่ ๆ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการวางรากฐานกำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมของประเทศในระยะยาว 🌱✨

มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2569 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 15–23 สิงหาคม 2569 ณ อาคาร 9–11 อิมแพ็ค เมืองทองธานี และจะขยายการจัดงานสู่ภูมิภาค ระหว่างวันที่ 18–20 สิงหาคม 2569 ต่อไป

#กองทุนววน #สกสว
#มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ2569 #มหกรรมวิทย์69 #วิทยาศาสตร์ #วิจัยและนวัตกรรม

08/08/2026
เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๙ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
28/07/2026

เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา
พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๙
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

25/07/2026

📌ข่าวดี 'ยศชนัน' ลงนามปลดล็อก Talent Mobility ให้ อาจารย์ บุคลากร อว. เคลื่อนย้าย แลกเปลี่ยนที่ทำงานได้ อายุงานไม่ขาดตอน นับเวลาชดใช้ทุนได้
'ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์' รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ระบุผ่านสื่อโซเชียลมีเดียวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ว่า ข่าวดีสำหรับอาจารย์และบุคลากร อว. ครับ! วันนี้เราปลดล็อกเรื่อง Talent Mobility กันแล้วครับ
ผมได้ลงนามในประกาศกระทรวง อว. เรื่องแนวทางการเคลื่อนย้ายหรือการแลกเปลี่ยนบุคลากร
แนวคิดของเรื่องนี้ไม่มีอะไรซับซ้อนครับ คือเราอยากให้ "คนเก่ง" ได้ไปอยู่ในที่ที่ได้ปล่อยของและสร้างประโยชน์ได้เต็มศักยภาพที่สุด เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ใหม่ๆ โดยไม่ต้องถูกผูกมัดด้วยกฎระเบียบเดิมๆ
ที่ผ่านมา หลายท่านอาจจะอยากไปช่วยงานมหาวิทยาลัยอื่นหรือหน่วยงานอื่น แต่ก็กังวลเรื่องระเบียบ กังวลว่าจะเสียประวัติ หรือกระทบความก้าวหน้า ตอนนี้กระทรวง อว. ออกประกาศใหม่เพื่อทลายกำแพงตรงนี้แล้วครับ
พูดง่ายๆ คือ บุคลากรสามารถเคลื่อนย้ายหรือแลกเปลี่ยนที่ทำงานกันได้ โดยมีสาระสำคัญดังนี้ครับ
ไปช่วยงานที่อื่นได้เต็มที่ - จะข้ามไปช่วยงานชั่วคราว หรือสลับตัวแลกเปลี่ยนกันระหว่างมหาวิทยาลัยและหน่วยงานต่างๆ ก็ทำได้คล่องตัวขึ้นครับ
อายุงานไม่ขาดตอน - ไม่ต้องกลัวเสียสิทธิ์เรื่องเวลาทำงาน เพราะยังนับอายุงานต่อเนื่องไปได้เลย
ความก้าวหน้าไม่สะดุด - ท่านยังสามารถรับการประเมินเพื่อขึ้นเงินเดือนได้ และที่สำคัญคือ ยังสามารถยื่นขอตำแหน่งทางวิชาการ (ผศ. / รศ. / ศ.) ได้ตามปกติครับ
นับเวลาชดใช้ทุนได้ด้วย - สำหรับท่านที่ยังมีเงื่อนไขต้องชดใช้ทุน เวลาที่ย้ายไปทำงานหน่วยงานอื่น ก็สามารถนำมานับรวมเป็นระยะเวลาใช้ทุนได้ต่อเนื่องครับ
นี่คือโอกาสที่เราจะได้ออกจากกรอบเดิมๆ ไปหาประสบการณ์ สร้างเครือข่ายข้ามหน่วยงาน และช่วยกันขับเคลื่อนงานวิจัยและการศึกษาของเราให้โตไปอีกขั้น
ผมเชื่อเสมอครับว่า "ทุนมนุษย์" คือฟันเฟืองที่สำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนประเทศ กระทรวง อว. จึงตั้งใจอย่างมากที่จะเดินหน้า "พัฒนาคน" อย่างต่อเนื่อง เราจะพยายามปลดล็อกข้อจำกัดต่างๆ และสร้าง Ecosystem ที่ดีที่สุด เพื่อเอื้อให้คนเก่งของเราทุกคนได้เติบโตและแสดงศักยภาพออกมาได้อย่างไร้ขีดจำกัดครับ
https://www.voicetv.co.th/read/4v8waJQlX
#ยศชนันวงศ์สวัสดิ์ #อว #ทุนมนุษย์ #แลกเปลี่ยนที่ทำงาน #ประกาศกระทรวงอว

24/07/2026

📢 10 อันดับเทคโนโลยีมาแรงปี 2026 (Top 10 Emerging Technologies of 2026)
เทคโนโลยีที่จะกำหนดอนาคตเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมโลก
💡 World Economic Forum (WEF) ร่วมกับ Frontiers เผย 10 เทคโนโลยีเกิดใหม่ที่มีศักยภาพสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในอีก 3–5 ปีข้างหน้า ครอบคลุมตั้งแต่พลังงานสะอาด การแพทย์แห่งอนาคต ปัญญาประดิษฐ์ ไปจนถึงความมั่นคงทางไซเบอร์ ซึ่งล้วนเป็นเทคโนโลยีที่จะเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจและสังคมแห่งอนาคต
🚀 สำหรับประเทศไทย การเตรียมความพร้อมตั้งแต่วันนี้ ทั้งการลงทุนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) การพัฒนาบุคลากร โครงสร้างพื้นฐาน และการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่เข้มแข็ง จะเป็นกุญแจสำคัญในการเปลี่ยน "เทคโนโลยีเกิดใหม่" ให้เป็น "โอกาสใหม่" ในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดอินโฟกราฟิกและศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
🔗 https://www.tsri.or.th/information-centre/knowledge/infographic/Q4GxVZD6oM/top-10-emerging-technologies-2026
🚨 ติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์: https://www.tsri.or.th
Facebook: สกสว.
Instagram: https://www.instagram.com/tsri_thailand
X: https://x.com/tsri_official
TikTok: https://www.tiktok.com/





#กองทุนววน

#สกสว

โอกาสครั้งสำคัญในการ “พัฒนา-ต่อยอด-งานวิจัยและนวัตกรรมระดับชาติ” มาถึงแล้ว!🌟 Lab to Launch Pitch: INNOVATION FUNDING PIT...
17/07/2026

โอกาสครั้งสำคัญในการ “พัฒนา-ต่อยอด-งานวิจัยและนวัตกรรมระดับชาติ” มาถึงแล้ว!
🌟 Lab to Launch Pitch: INNOVATION FUNDING PITCH
เวทีที่เปิดโอกาสให้นักวิจัย สตาร์ทอัพ และภาคเอกชน ได้ "Pitch" ไอเดีย นวัตกรรม หรือผลงานวิจัยของคุณ เพื่อคว้าทุนพัฒนาต่อ “ให้เกิดผลกระทบระดับชาติ (National Impact)”

ภายใต้ธีม: 4P Themes
🔹People
🔹Prosperity
🔹Planet
🔹Pioneer

📅 เปิดรับสมัคร: 17 – 31 กรกฎาคม 2569
📍 Final Pitching: 24 กันยายน 2569 @ ชลบุรี
🏆 รางวัล: มูลค่ารวมกว่า 200,000 บาท! พร้อมโล่รางวัลและประกาศเกียรติคุณ
💡หากคุณมีงานวิจัยหรือนวัตกรรมที่ “ใช่” และ “พร้อมจะไปต่อ” นี่คือโอกาสของคุณในการก้าวกระโดดสู่การเปลี่ยนแปลงประเทศ กับเวทีระดับชาติภายใต้งาน THAILAND TALENT SUMMIT 2026
📲 รายละเอียดโครงการ และดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ QR Code บนโปสเตอร์ หรือที่ลิงก์:https://tts.tsri.or.th/
สอบถามเพิ่มเติม: [email protected] , [email protected], [email protected]

11/07/2026

📢ประชาสัมพันธ์การเปิดรับข้อเสนอโครงการ ประจำปีงบประมาณ 2570
🎯 ภายใต้แผนงาน P23 (S4) พัฒนาการเป็นศูนย์กลางกำลังคนทักษะสูงที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และศูนย์กลางการเรียนรู้ที่มีความร่วมมือด้านการวิจัยการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมของสถาบัน/ศูนย์วิจัยกับเครือข่ายระดับนานาชาติอย่างเข้มแข็งในวงกว้าง

โดยมีเครือข่ายความร่วมมือกับต่างประเทศที่กำลังจะเปิดรับข้อเสนอโครงการ ดังนี้

🇯🇵 โปรแกรม “Japan – Thailand Joint Call for Proposals on Advanced Materials”
ภายใต้ความร่วมมือกับ Japan Science and Technology Agency (JST) ประเทศญี่ปุ่น
ประเภททุนสนับสนุน : Collaborative Research Grant
หัวข้อวิจัยที่เปิดรับ
1. Advanced Materials for Industrial and Environmental Applications
2. Advanced Materials from Agricultural and Industrial Waste for Circular Manufacturing
เปิดรับข้อเสนอโครงการ: 1 มิถุนายน – 31 กรกฎาคม 2569
รายละเอียดเพิ่มเติม https://www.pmu-hr.or.th/portfolio/jst-2570/

🇫🇷 โปรแกรม “Franco-Thai Young Talent Research Fellowship 2027”
ภายใต้ความร่วมมือกับ Ambassade de France en Thaïlande ประเทศฝรั่งเศส
ประเภททุนสนับสนุน : Talent Mobility Grant
หัวข้อวิจัยที่เปิดรับ
1. Frontier Research
2. Future Industry Technology
3. Heritage Science
เตรียมเปิดรับข้อเสนอโครงการ: เดือนสิงหาคม 2569

🇩🇪 โปรแกรม “Germany and Thailand - Bilateral Calls for Research Proposals”
ภายใต้ความร่วมมือกับ DLR Projektträger ประเทศเยอรมนี
ประเภททุนสนับสนุน : Collaborative Research Grant
หัวข้อวิจัยที่เปิดรับ
1. Renewable Energy Generation
2. Transmission and Storage incl. Batteries Recycling
เงื่อนไขเพิ่มเติม: 2+2 Consortium (แต่ละประเทศต้องมีภาคการศึกษา 1 แห่ง และภาคอุตสาหกรรม 1 แห่ง และต้องเป็นโครงการวิจัยระดับ TRL 3-7)
เตรียมเปิดรับข้อเสนอโครงการ: เดือนตุลาคม 2569

นอกจากนี้ยังมีเครือข่ายความร่วมมือต่างประเทศที่อยู่ระหว่างการเจรจาข้อตกลงความร่วมมือและอยู่ระหว่างยืนยันวันประกาศเปิดรับข้อเสนอโครงการ ประกอบด้วย

🇨🇳 โปรแกรม “China-Thailand Young Researchers Exchange Program”
ภายใต้ความร่วมมือ The Ministry of Science and Technology (MOST) ประเทศจีน
หัวข้อวิจัยที่คาดว่าเปิดรับ: AI & ICT, Life Sciences & Healthcare, Energy & Climate, Nature & Biodiversity, Cultural Heritage, Space & Geo-Spatial
ประเภททุนสนับสนุน : Talent Mobility Grant

🇯🇵 โปรแกรม “Japan – Thailand Joint Call for Proposals”
ภายใต้ความร่วมมือกับ National Institute of Information and Communications Technology (NICT) ประเทศญี่ปุ่น
หัวข้อวิจัยที่คาดว่าจะเปิดรับ: Photonic & Bio-ICT
ประเภททุนสนับสนุน : Collaborative Research Grant

🇬🇧 โปรแกรม “Thailand Data Science Fellowship”
ภายใต้ความร่วมมือกับ 10DS สหราชอาณาจักร
หัวข้อวิจัยที่คาดว่าจะเปิดรับ: Data Science & Policy Government
ประเภททุนสนับสนุน : Talent Mobility Grant

📢 สามารถติดตามข่าวสารการประกาศรับข้อเสนอโครงการต่างๆได้ที่ Facebook ของ บพค. และเว็บไซท์ : https://pmu-hr.or.th
📧 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม : อีเมล [email protected] , [email protected]

08/07/2026

📢 ซีรีส์ แผน ววน. พ.ศ. 2571–2575 | ตอนที่ 10
ยกระดับบทบาท ววน. ต่อการพัฒนาประเทศ จากโจทย์นโยบายสู่การปฏิบัติ
[Please scroll down for English.]

🤔 หากวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) มีบทบาทเพียงการสนับสนุนทุนวิจัย ประเทศอาจได้องค์ความรู้ใหม่ แต่ยังไม่เพียงพอที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงในระดับประเทศ

👉 4 บทบาทสำคัญของระบบ ววน. ต่อการพัฒนาประเทศ

📍ร่างแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) พ.ศ. 2571–2575 จึงเสนอการยกระดับบทบาทของระบบ ววน. ให้เป็น “โครงสร้างหลักสำคัญของการพัฒนาประเทศ” ที่ทำหน้าที่สร้างปัญญา องค์ความรู้ สนับสนุนการพัฒนากำลังคน การเชื่อมโยงการพัฒนาระดับพื้นที่ และการกำหนดนโยบายบนฐานข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์ เพื่อให้วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศอย่างเป็นระบบ

ภายใต้บทบาทใหม่นี้ ระบบ ววน. จะมีภารกิจสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่

🧠 1) บทบาทด้านการสร้างความรู้และนวัตกรรม (Knowledge & Innovation Creator)
มุ่งสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่สามารถแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศ และพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจและสังคม โดยให้ความสำคัญกับ Deep Tech ในสาขาที่ไทยมีศักยภาพ ได้แก่ เซมิคอนดักเตอร์ ชีววิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีอวกาศ และเทคโนโลยีควอนตัม ควบคู่กับการวิจัยประยุกต์ที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมเป้าหมายของรัฐบาล

👩‍🎓 2) บทบาทด้านการพัฒนากำลังคน (Human Capital Developer)
มหาวิทยาลัยและหน่วยงาน ววน. ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการสร้างกำลังคนที่มีสมรรถนะสูง สอดรับกับนโยบายของรัฐบาล โดยเชื่อมโยงหลักสูตรและการฝึกอบรมให้ตอบโจทย์อุตสาหกรรมเป้าหมาย อาทิ AI ดิจิทัล พลังงานสะอาด และการแพทย์ขั้นสูง พร้อมทั้งสร้างระบบส่งเสริมเส้นทางอาชีพนักวิจัยด้วยการดึงดูดและรักษาบุคลากรคุณภาพสูงในระบบ

🏘️ 3) บทบาทด้านการแก้ปัญหาเชิงพื้นที่ (Area-Based Problem Solver)
บทเรียนการวิจัยเชิงพื้นที่แสดงให้เห็นว่า ววน. สามารถใช้งานวิจัยและนวัตกรรมในการแก้ไขปัญหาความยากจนและพัฒนาชุมชนพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการทำงานร่วมกับท้องถิ่น ชุมชน และวิสาหกิจชุมชน เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่มีอัตลักษณ์และมาตรฐาน

📊 4) บทบาทด้านการสนับสนุนการกำหนดนโยบาย (Evidence-Based Policy Support)
ระบบ ววน. ทำหน้าที่ผลิตข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย โดยเฉพาะในประเด็นที่มีความซับซ้อน เช่น การรับมือกับวิกฤตพลังงาน ความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมทั้งทำหน้าที่เป็น "ทีมประเทศไทย" ด้านวิทยาศาสตร์ในเวทีนานาชาติ
✅ 5 มิติสำคัญของการพัฒนาประเทศ

บทบาทใหม่ของระบบ ววน. ไม่ได้มุ่งสร้างผลลัพธ์เฉพาะในห้องปฏิบัติการ แต่เป็นการวางรากฐานให้ประเทศไทยสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโลกในทุกมิติ ผ่านการขับเคลื่อน 5 มิติสำคัญของการพัฒนาประเทศ ได้แก่

🤖 มิติที่ 1 การปฏิวัติดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI & Digital Transformation) เพื่อรับมือกับคลื่นเทคโนโลยีที่ปรับเปลี่ยนตลาดแรงงานและภาคการผลิตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเมื่อกว่า 70% ของธุรกิจต้องปรับตัว และไทยจำเป็นต้องเร่งพัฒนาทักษะแรงงานเพื่อไม่ให้ตกขบวนการแข่งขันโลก

🌱 มิติที่ 2 เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และการรับมือวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความมั่นคงทางอาหารและระบบนิเวศ รวมถึงความหลากหลายทางชีวภาพที่เป็นความเสี่ยงระยะกลางที่ไทยต้องเตรียมรับมือ

🚀 มิติที่ 3 การพัฒนาเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมและวางรากฐานอนาคต เพื่อปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้ก้าวพ้นกับดักรายได้ปานกลาง ลดการพึ่งพาแรงงานราคาถูก และสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันบนฐานความรู้และนวัตกรรม

🤝 มิติที่ 4 การเสริมสร้างความมั่นคงของมนุษย์ โดยเฉพาะการรับมือกับความเหลื่อมล้ำและดูแลผู้สูงอายุในสังคมที่วัยแรงงานลดลงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถพึ่งพาตนเองได้และมีภูมิต้านทานต่อความผันผวนของโลก

🌏 มิติที่ 5 การเสริมสร้างความร่วมมือในเวทีโลก เพื่อรับมือกับความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ความขัดแย้งทางการทหาร และโลกที่แตกแยก ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อห่วงโซ่อุปทานและความมั่นคงทางพลังงานของไทย

แผนด้าน ววน. พ.ศ. 2571–2575 จึงไม่ได้มุ่งเพียงการพัฒนาระบบวิจัยของประเทศ แต่เป็นการยกระดับวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมให้เป็น "สมอง" ที่สร้างองค์ความรู้ และ "กระดูกสันหลัง" ที่เชื่อมโยงองค์ความรู้สู่การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของคนไทยในระยะยาว

📝 ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อร่างแผน ววน. 71–75 ได้ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569
https://qr.tsri.or.th/s/tsriplan7175
📄 เอกสารประกอบการประชาพิจารณ์
(ร่าง) แผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมของประเทศ พ.ศ. 2571–2575
https://drive.google.com/drive/folders/1Nlazsj8PmWStrPgrfoDBGz0oHawQd5nE

ฝากติดตามซีรีส์ต่อไปจาก สกสว. เพื่อร่วมทำความเข้าใจว่า แผน ววน. 71–75 จะช่วยเปิดภาพอนาคตของเศรษฐกิจไทย วิจัยไทย และนวัตกรรมไทยอย่างไร

**********

SRI Plan 2028–2032 Series | Episode 10
Elevating the Role of Science, Research and Innovation in National Development: From Policy Vision to Action

If the role of science, research and innovation (SRI) system is limited to funding research, Thailand may generate new knowledge, but it will not achieve the broader transformation needed to drive national development.

The Draft Science, Research and Innovation (SRI) Plan 2028–2032 therefore proposes repositioning the SRI system as a core pillar of national development. Beyond supporting research, the system would generate knowledge, develop human capital, strengthen area-based development and provide evidence for policymaking, making science, research and innovation a strategic driver of Thailand's long-term economic and social development.

Four Strategic Roles of the SRI System

🧠 1. Knowledge and Innovation Creator
The SRI system will generate new knowledge to address Thailand's structural challenges while developing innovations that strengthen the economy and society. Priority will be given to deep technologies in areas where Thailand has strong potential, including semiconductors, life sciences, space technologies and quantum technologies, alongside applied research that supports the country's strategic industries.

👩‍🎓 2. Human Capital Developer
Universities and research organisations will play a central role in developing a highly skilled workforce aligned with national priorities. Education and training programmes will be strengthened to meet the needs of emerging industries, including artificial intelligence, digital technologies, clean energy and advanced medicine. At the same time, the system will support sustainable research careers by attracting, developing and retaining high-quality researchers.

🏘️ 3. Area-Based Problem Solver
Experience from place-based research has demonstrated that science, research and innovation can deliver practical solutions to local challenges. Working closely with local authorities, communities and community enterprises, the SRI system will help reduce poverty, strengthen local economies and develop products and services that reflect local identity while meeting recognised quality standards.

📊 4. Evidence-Based Policy Support
The SRI system will provide robust evidence and data to support policymaking, particularly on complex national challenges such as energy security, geopolitical uncertainty and climate change. It will also strengthen Thailand's scientific presence internationally by serving as a coordinated national platform for science diplomacy and global cooperation.

Driving National Development Across Five Dimensions

The new role of the SRI system extends well beyond producing research outputs. It aims to strengthen Thailand's capacity to respond to global change by supporting development across five strategic dimensions.

🤖 1. AI and Digital Transformation
Helping Thailand respond to rapid technological change by strengthening digital capabilities and preparing the workforce for an increasingly AI-driven economy, where more than 70% of businesses are expected to adapt to new technologies.

🌱 2. Circular Economy and Climate Action
Supporting the transition to a circular economy while addressing climate change, food security, ecosystem resilience and biodiversity conservation, all of which represent growing long-term challenges for Thailand.

🚀 3. Industrial Transformation and Future Industries
Strengthening Thailand's competitiveness by modernising existing industries, developing future industries and helping the country move beyond the middle-income trap through knowledge- and innovation-driven growth.

🤝 4. Human Security and Inclusive Development
Improving resilience to inequality and demographic change by supporting an ageing society, expanding opportunities for all citizens and enabling communities to become more self-reliant in an increasingly uncertain world.

🌏 5. Global Cooperation
Strengthening international collaboration to help Thailand navigate geopolitical tensions, supply chain disruptions and global energy security challenges through science, research and innovation partnerships.

The Draft Science, Research and Innovation (SRI) Plan 2028–2032 is therefore not simply a strategy for strengthening Thailand's research system. It sets out a broader vision in which science, research and innovation become both the "brain" that generates knowledge and the "backbone" that connects knowledge with economic development, social progress and an improved quality of life for the Thai people.

Public consultation on the Draft SRI Plan 2028–2032 remains open until 31 July 2026.

💬 Share your feedback: https://qr.tsri.or.th/s/tsriplan7175
📄 Download the consultation document: https://drive.google.com/drive/folders/1Nlazsj8PmWStrPgrfoDBGz0oHawQd5nE

Follow TSRI's SRI Plan series to explore how the SRI Plan 2028–2032 will help shape the future of Thailand's economy, research and innovation.

For more information, follow TSRI through:
ติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Website: https://www.tsri.or.th
Facebook: TSRI
Instagram: https://www.instagram.com/tsri_thailand
X: https://x.com/tsri_official
TikTok: https://www.tiktok.com/

#กองทุนววน
#สกสว
#แผนววน7175 #แผนววน
#วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม
#ประชาพิจารณ์ #ร่วมแสดงความคิดเห็น
#อนาคตประเทศไทย



ที่อยู่

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร 140 ถ. เชื่อมสัมพันธ์ แขวงกระทุ่มราย เขตหนองจอก
Bangkok
10530

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ หน่วยจัดการทรัพย์สินทางปัญญาและถ่ายทอดเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แนะนำ

แชร์