24/05/2020
ขึ้นชื่อว่าประกันเหมือนกัน แต่ทั้งประกันชีวิตและประกันสุขภาพ ต่างให้ความคุ้มครองที่แตกต่างกันออกไป ว่าแล้วเราไปดูความแตกต่างของประกันทั้ง 2 ประเภทกันดีกว่า จะได้ตัดสินใจไม่พลาด!
#ประกันชีวิต
ให้ความคุ้มครองเมื่อมีการเสียชีวิต และจะคืนผลประโยชน์ให้แบบเต็มจำนวน เมื่อผู้เอาประกันยังมีชีวิตอยู่ไปจนครบสัญญาประกันภัยตามที่ระบุในกรมธรรม์นั้น ๆ และบริษัทประกันจะจ่ายเงินก้อนตามที่ทำประกันให้ลูกหลานที่ระบุไว้ว่าเป็นผู้รับผลประโยชน์ (กรณีเสียชีวิต) หรือคืนทุนประกันให้เต็มจำนวน เมื่ออายุครบตามสัญญาประกัน
เมื่อจ่ายเบี้ยประกัน จำนวนเบี้ยประกันจะมีมูลค่าสะสมเข้าไปในกรมธรรม์ หากคำนวณโดยเฉลี่ยก็จะพบว่าเบี้ยประกันชีวิตจะสูงกว่าเบี้ยประกันสุขภาพ แต่เนื่องจากเบี้ยมีมูลค่าสะสมจึงสามารถเก็บสะสมเป็นเงินออมเป็นมรดกได้ในอนาคต
สำหรับในแง่การใช้ลดหย่อนภาษี ก็สามารถนำไปลดหย่อนเพิ่มได้อีกตามเบี้ยประกันที่จ่ายจริง โดยสูงสุดไม่เกิน 15% ของเงินได้
#ประกันสุขภาพ
ส่วนประกันสุขภาพนั้น จะคุ้มครองคุณในกรณีที่ผู้ทำประกันล้มป่วย ทุพพลภาพ หรือได้รับอุบัติเหตุถึงขั้นต้องเข้าโรงพยาบาล บริษัทประกันจะจ่ายเงินเพื่อเป็นค่ารักษาพยาบาล หรือค่าชดเชยกรณีที่ไม่สามารถไปทำงานได้ตามปกติจนสูญเสียรายได้
แต่เบี้ยประกันนั้นจะเป็นเบี้ยประเภทสูญเปล่า เพราะเมื่อจ่ายเบี้ยประกันไปแล้ว ถ้าไม่เจ็บป่วย ไม่มีการเบิกเคลมค่ารักษาพยาบาล เบี้ยปีนั้น ๆ ก็จะเสียไปเลย จะไม่มีมูลค่าเงินสดสะสมเข้าไปในกรมธรรม์ และเงินประกันจะจ่ายให้เฉพาะชื่อผู้เอาประกันเท่านั้น
นอกจากนี้ เบี้ยประกันสุขภาพก็สามารถนำไปลดหย่อนภาษีตามที่จ่ายจริงได้เช่นเดียวกับประกันชีวิตอีกด้วย
จะเห็นได้ทั้งสองประกันนั้นให้ความคุ้มครองที่แตกต่างกัน ดังนั้นการทำประกันสุขภาพเอาไว้ จึงเป็นอีกหนทางที่ช่วยแบ่งเบาค่ารักษาพยาบาลที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต ยิ่งถ้าคุณทำประกันสุขภาพตั้งแต่อายุยังน้อย ๆ เบี้ยประกันที่ต้องจ่ายจะได้ราคาที่ถูกลง
ติดต่อสอบถาม lin.ee/4HO8uHqX4