01/07/2026
วันนี้มีโอกาสได้เจอกับตารางในภาพนี้
เป็นตารางที่เนืองแน่นไปด้วยตัวเลข
แต่เมื่อได้กวาดสายตามองอย่างละเอียดแล้ว
มันทำให้ได้นึกถึงอดีตที่ผ่านมา
ทันใดนั้นความคิดก็วิ่งผ่านตัวไป
และพุ่งตรงไปยังเป้าหมายในอนาคต
นี่เราใช้ชีวิตมาเกือบหมื่นวันแล้วเหรอ?
ที่ผ่านมาอะไรที่ทำให้เรามายืนอยู่ตรงนี้ได้
มันคือสิ่งที่เราได้คาดหวังไว้ไหมในอดีต
ตัวเราในวันนี้คือผลผลิตจากความคิดของเราในอดีตไหม
คำตอบคือ คาดหวังสิ่งต่างๆจากตัวเองน้อยมาก
ในช่วงอายุเท่านี้ หลังจากที่ดูตารางนี้
ด้วยความอยากรู้จึงรีบกลับมาเปิดหลักฐานชิ้นสำคัญ
มันคือ ไดอารี่
หลักฐานชิ้นนี้ผมมักบันทึกความคิดทั้งที่เจอมา
และคาดหวังว่าจะเจอ ผมกลับพบว่า และประโยคที่ว่า
ผมคาดหวังสิ่งต่างๆจากเวลาที่ผ่านมาน้อยมาก
"ชีวิตคือโรงละคร"
หากชีวิตคือโรงละคร ช่วงเวลาที่ผ่านมา
ผมไม่เคยที่จะมีบทให้ตัวเองเลย
เป็นเพียงคนที่คิดว่าชีวิตแล้วแต่โชคชะตาลิขิต
แต่ไม่เคยรู้ว่าโชคชะตานั้นใครเป็นคนกำหนด
เมื่อมองลึกหาคำนิยามลงไป ใครเล่าเป็นคนกำหนดชีวิตเรา
พรที่เราขอ? สังคมที่เราอยู่? คนรอบข้างเรา?
ทุกสิ่งที่กล่าวมานั้น เราล้วนเลือกเองทั้งสิ้น
เราเลือกที่จะเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น
และถึงแม้จะมีใครกำหนดมาจริงๆ
ก็มีเพียงตัวเราที่ตัดสินใจเลือก
เรายินดีไหมกับชีวิตในอีก สองหมื่นวันที่กำลังย่างกรายเข้ามา
ที่จะใช้ชีวิตอยู่ในรูปแบบนี้ เราคาดหวังการพัฒนาจากอะไร
เราจำเป็นต้องพัฒนาตัวเองไหม เราจะพัฒนาตัวเองเพื่อสิ่งใด
ถ้าไม่พอใจเราจะให้ชีวิตดำเนินไปแบบไหน
"อะไรคือเป้าหมายที่เราต้องการจริงๆ"
หรือที่จริงแล้วเราอยากมาโลดแล่นในโรงละครชีวิตแห่งนี้
ในฐานะ เรือกระดาษน้อยที่ล่องลอยไปอย่างไร้จุดหมายและรอวันจมดิ่งลง
นั่นไม่ใช่เรื่องที่ผิดถ้าที่สุดแล้ว
การมาของเราคือการมาผจญภัยและหวังว่าชีวิตในชาติหน้าจะดีขึ้นด้วยการหมั่นสะสมบุญ
แต่อยากให้ลองนึกสักนิดกับชีวิตที่ไร้ความหวังในชาตินี้
ว่าที่เราสะสมบุญไปใช้ในชาติหน้านั้น
เราอยากเป็นแบบไหน
สิ่งนั้นอาจเป็นเป้าหมายหลักของชีวิต
ดึงมันมาทำให้เกิดขึ้นในชาตินี้
เพราะสิ่งที่เรากำลังมีคือวันเวลาตั้งสองหมื่นวัน
ชาติหน้าไม่มีใครรู้ แต่ชาตินี้เราอยู่ที่นี่แล้ว
เรากำลังมีวันนี้ มีเวลานี้
ทำไมจึงไม่ทำให้ชีวิตเราได้เป็นคนคนนั้นที่เราอยากเป็นในชาติหน้า
สำหรับคนที่มีเป้าหมายแล้ว
"ชีวิตจะมีเหลือแค่สองหมื่นวัน"
แต่สำหรับคนที่ไร้ซึ่งเป้าหมาย
"ชีวิตจะมีเหลือตั้งสองหมื่นวัน"
กอดคนที่อยากกอด รักคนที่อยากรัก
ใช้ชีวิตอยู่กับคนที่ควรได้รับเวลาสองหมื่นวันของเรา
และเราจะเป็นในสิ่งที่เราคิดเสมอ
การลงทุนด้วยเงินตรา ขาดทุน ยังหากลับมาใหม่ๆ
แต่การลงทุนด้วยเวลา ขาดทุนแล้ว ไม่มีใครเคยเอากลับมาได้
แต่เรากลับยินยอมที่จะลงทุนด้วยเวลาไปโดยเต็มใจที่จะขาดทุน
ผมคงไม่ได้อยากจะมาเตือนใคร
เพียงแต่หวังว่าสิ่งที่ได้พิมพ์ไปทั้งหมดนี้
จะย้อนกลับมาถามตัวผมเองว่า
"เป้าหมายของผมคืออะไร"