14/08/2026
ไม่รับซื้อแบตลิเที่ยม
เช่น แบตเตอรี่รถไฟฟ้า และแบตเตอรี่โซลาเซลล์
‘แบตเตอรี่รถอีวี’ หมดอายุ วิกฤติขยะรอบใหม่ รั่วไหล-ปนเปื้อนทำลายสิ่งแวดล้อม เร่งผลักดันนโยบายผู้ผลิตต้องรับผิดชอบ-เทคโนโลยีรีไซเคิล
“รถยนต์ไฟฟ้า” กำลังเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่มีการเติบโตกว่า 80% ในช่วงต้นปี 2026 แต่ความสำเร็จนี้มาพร้อมกับปัญหาการจัดการ “แบตเตอรี่” หลังหมดอายุการใช้งาน ที่จะกลายเป็น “ขยะที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก”
แม้ว่ารถอีวีจะช่วยลดการปล่อยมลพิษจากท่อไอเสีย แต่กระบวนการผลิตแบตเตอรี่กลับสร้าง “หนี้คาร์บอน” ในปริมาณสูงเนื่องจากต้องใช้พลังงานมหาศาลในการสกัดแร่ธาตุและแปรรูป หากโลกไม่สามารถจัดการกับแบตเตอรี่ที่กำลังจะหมดอายุในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดนี้อาจกลายเป็นวิกฤติสิ่งแวดล้อมครั้งใหม่แทน
ในประเทศจีน ยอดขายรถยนต์อีวีเพิ่มขึ้นจาก 1 ล้านคันในปี 2018 เป็นกว่า 16 ล้านคันในปี 2025 ซึ่งหมายความว่าเริ่มมีขยะแบตเตอรี่ที่หมดอายุเกิดขึ้นแล้ว โดยคาดว่าในปี 2025 จีนมีขยะแบตเตอรี่อยู่ที่ 400,000 ตัน แต่ภายในปี 2040 จะเพิ่มขึ้นเป็น 22.39 ล้านตัน เช่นเดียวกับในยุโรปที่คาดว่าจะมีแบตเตอรี่กว่า 1.2 ล้านก้อนที่หมดอายุการใช้งานภายใน 4 ปีต่อจากนี้
หากไม่จัดการแบตเตอรี่เหล่านี้อย่างเหมาะสม จะเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมและเกิดมลพิษตกค้างนานหลายสิบปี เนื่องจากแบตเตอรี่ประกอบด้วยสารอิเล็กโทรไลต์ที่เป็นพิษ ซึ่งสามารถรั่วซึมลงสู่ดินและแหล่งน้ำใต้ดินได้ นอกจากนี้ พลังงานที่ยังหลงเหลืออยู่ในเซลล์แบตเตอรี่อาจทำให้เกิดไฟไหม้หรือระเบิดได้ทุกเมื่อ ซึ่งเป็นอันตรายต่อทั้งเจ้าหน้าที่และระบบนิเวศโดยรอบ
อย่างไรก็ตาม การรีไซเคิลแบตเตอรี่ยังทำได้ยากและไม่คุ้มทุน เนื่องจากมูลค่าของแร่ธาตุที่กู้คืนมาได้ในบางกรณีไม่คุ้มกับค่าขนส่งและค่าดำเนินการ โดยเฉพาะแบตเตอรี่ชนิดลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP) ที่แม้จะทนทานและราคาถูก แต่แร่ธาตุภายในกลับมีมูลค่าต่ำจนบริษัทรีไซเคิลบางแห่งต้องเรียกเก็บค่าผ่านประตูสูงถึง 1.5 - 2 ดอลลาร์ต่อกิโลกรัมเพื่อรับไปจัดการ ต่างจากแบตเตอรี่รุ่นเก่าที่มีนิกเกิลและโคบอลต์สูงซึ่งผู้รีไซเคิลพร้อมจะจ่ายเงินซื้อ
นอกจากต้นทุนที่สูงแล้ว ธุรกิจรีไซเคิลในอเมริกาเหนือยังเผชิญกับภาวะล้มละลายอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากความต้องการรถอีวีที่ชะลอตัวและต้นทุนการก่อสร้างโรงงานที่สูงเกินไป สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าลำพังเพียงกลไกตลาดเสรีอาจไม่เพียงพอที่จะขับเคลื่อนการจัดการขยะแบตเตอรี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และจำเป็นต้องมีการแทรกแซงด้วยนโยบายจากภาครัฐอย่างเร่งด่วน
อ่านต่อ: https://www.bangkokbiznews.com/sustainability/1247199
#กรุงเทพธุรกิจ #กรุงเทพธุรกิจSustain