Uniqorn Maker : Your Digital Business Solutions Partner

Uniqorn Maker : Your Digital Business Solutions Partner We are first authentic full-service Digital Agency based in Chingrai city of inspiration but with te หน่วยงานให้คำปรึกษา

BRICS (บริคส์) ก่อตั้งครั้งแรกเมื่อปี 2006 โดยมีแกนนำอย่าง จีน มีเป้าหมายเพื่อเพื่อรวบรวมกลุ่มประเทศที่กำลังเติบโตทางเศร...
14/07/2022

BRICS (บริคส์) ก่อตั้งครั้งแรกเมื่อปี 2006 โดยมีแกนนำอย่าง จีน มีเป้าหมายเพื่อเพื่อรวบรวมกลุ่มประเทศที่กำลังเติบโตทางเศรษกิจ เพื่อสร้างความร่วมมือภายในกลุ่ม ให้สามารถแข่งขัน และทัดเทียมกับกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งนำโดยสหรัฐอเมริกาได้

จากภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอยจาก โควิด-19 และสงครามรัสเซีย-ยูเครน กลุ่ม BRICS จึงแก้ปัญหาด้วยการขยายขอบเขตความร่วมมือกันมากขึ้นทั้ง การแลกเปลี่ยนสินค้า, การเงิน และทรัพยากรธรรมชาติ ระบบการโอนเงินระหว่างประเทศเพื่อทดแทนระบบ SWIFT ซึ่งคาดว่า สกุลเงินหลักในการแลกเปลี่ยนจะเป็นหน่วย หยวน ¥

ตลอดจนมองหากลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ กว่า 13 ประเทศ มาร่วมประชุมเป็น BRICS+ อาทิ ไทย, อินโดนีเซีย, อาเจนติน่า ซึ่งหากสามารถรวมกันได้กลุ่ม BRICS+ อาจมีจำนวนประชากรรวมกันถึง 80% ของโลก

โดย BRICS มีเป้าหมายที่จะพัฒนาเศรษฐกิจมวลรวมในกลุ่ม ให้ล้ำหน้ากลุ่มประเทศผู้นำอุตสาหกรรมโลกอย่าง G7 และ G9 ให้ได้ ภายใน 23 ปี จากนี้

07/06/2022
10/03/2021
26/02/2021
23/02/2021

ศูนย์ให้คำปรึกษาและพัฒนาผู้บริหารทางธุรกิจแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ : Public and In-house Trainning

14/02/2021

HAPPY VALENTINE'S

11/02/2021

新正如意, 新年发财 !

22/12/2020

เวียดนามรั้งอันดับ 1 ใน 10 ประเทศที่ญี่ปุ่นมองว่า “น่าลงทุน” ในปี 2021 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 แล้ว!
จากรายงานการสำรวจสภาพธุรกิจครั้งที่ 10 ของธุรกิจญี่ปุ่นในต่างประเทศ โดย Japan Finance Corporation สถาบันการเงินสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก มีผู้ตอบแบบสอบถาม 1,529 บริษัท พบว่า “ปัญหาค่าแรงและการระบาดของโควิด-19” คือปัจจัยหลักที่มีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจที่สุด ส่งผลต่อแนวโน้มการขยายการลงทุนในต่างประเทศของบริษัทญี่ปุ่นในปีนี้ อยู่ที่ 33.4% ลดลงจากปีก่อนหน้า ซึ่งอยู่ที่ 43.1% ขณะเดียวกัน บริษัทญี่ปุ่นกว่า 51.8% มีแนวโน้มคงสภาพธุรกิจในต่างประเทศโดยไม่ลงทุนเพิ่มในปีนี้ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่ 48.4%
นอกจากนี้ ยังได้มีการจัดอันดับ 10 ประเทศที่ญี่ปุ่นมองว่าน่าลงทุนมากที่สุดในปี 2021-2023 ได้แก่
อันดับที่ 1 “เวียดนาม” 28.8%
นับว่าเป็นปีที่ 7 แล้วที่เวียดนามสามารถครองแชมป์อันดับหนึ่งได้ โดยสาเหตุที่ญี่ปุ่นมองว่าเวียดนามเป็นประเทศที่น่าลงทุนที่สุด เนื่องจากตลาดมีศักยภาพในการเติบโตสูง มีค่าแรงต่ำ มีความมั่นคงทางการเมือง การเข้าลงทุนมีความสะดวก และตลาดแรงงานมีคุณภาพ ซึ่งอีก 3 ปีข้างหน้า คาดว่าจะมีบริษัทที่วางแผนเข้าไปลงทุนในเวียดนามเพิ่มสูงถึง 43.8%
อันดับที่ 2 “จีน” 7.4%
สาเหตุหลักเนื่องจากศักยภาพในการเติบโตของตลาด มีซัพพลายเชนที่มั่นคง ตลาดแรงงานขนาดใหญ่ บุคลากรมีคุณภาพสูง อีกทั้งบริษัทญี่ปุ่นจำนวนไม่น้อยก็ได้เข้าไปลงทุนที่จีนแล้ว แต่คาดว่าในอีก 3 ปีข้างหน้า จะมีบริษัทที่วางแผนเข้าไปลงทุนในจีนเพิ่มเพียงแค่ 12.9%
อันดับที่ 3 “เมียนมาร์” 7.3%
จากเดิมที่อยู่ในอันดับที่ 6 ในปีที่แล้ว สาเหตุเนื่องจากเมียนมาร์มีศักยภาพการเติบโตของตลาดสูง มีแรงงานจำนวนมาก ทั้งบุคลากรก็มีคุณภาพ ที่สำคัญมีข้อได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ที่เอื้อต่อการทำธุรกิจของบริษัทญี่ปุ่น
อันดับที่ 4 “อินเดีย” 6.2%
เนื่องจากตลาดมีแนวโน้มการเติบโตสูง ค่าแรงต่ำ บุคลากรมีคุณภาพ มีข้อได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ และที่สำคัญมีการเข้าไปลงทุนโดยบริษัทญี่ปุ่นอยู่แล้วเป็นจำนวนมาก
อันดับที่ 5 “อินโดนีเซีย” 6.1%
ซึ่งสูสีกับอินเดียเป็นอย่างมาก มีคะแนนโหวตห่างกันเพียง 0.1% เท่านั้น โดยสาเหตุที่ญี่ปุ่นสนใจเข้าไปลงทุนในประเทศอินโดนีเซีย ก็เป็นในลักษณะเดียวกันกับอินเดีย เพียงแต่เพิ่มมาอีกหนึ่งข้อคือ สามารถเข้าถึงวัตถุดิบราคาถูกได้ง่ายและสะดวก
อันดับที่ 6 “สหรัฐอเมริกา” 6.0%
จากเดิมที่อยู่อันดับที่ 8 สหรัฐฯ คือประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก โดยสาเหตุหลักที่ญี่ปุ่นสนใจเข้าไปลงทุนเนื่องจากตลาดมีแนวโน้มการเติบโตสูง มีการเข้าไปลงทุนโดยบริษัทญี่ปุ่นแล้วจำนวนมาก โครงสร้างพื้นฐานและบุคลากรมีคุณภาพสูง
อันดับที่ 7 “ไทย” 5.9%
จากเดิมที่อยู่ในอันดับที่ 5 สาเหตุหลักที่ญี่ปุ่นต้องการเข้ามาลงทุนในประเทศเนื่องจากมีบริษัทญี่ปุ่นจำนวนมากได้เข้ามาลงทุนในไทยก่อนแล้ว อีกทั้งญี่ปุ่นยังมองว่าตลาดยังมีศักยภาพในการเติบโตอยู่ ซึ่งคาดว่าจะมีบริษัทอีกว่า 29.8% ที่วางแผนจะเข้ามาลงทุนเพิ่มในประเทศไทยในอีก 3 ปีข้างหน้า
อันดับที่ 8 “ฟิลิปปินส์” 3.9%
จากเดิมที่อยู่ในอันดับที่ 7 ซึ่งในอีก 3 ปีข้างหน้าคาดว่าจะมีบริษัทญี่ปุ่นสนใจเข้าไปลงทุนเพิ่มอีกกว่า 34.7%
อันดับที่ 9 “ไต้หวัน” 1.9%
หนึ่งในประเทศที่หลายคนมองว่ามีความคล้ายคลึงกับญี่ปุ่นอย่างมาก แตกต่างเพียงแค่ภาษาที่ใช้เท่านั้น ซึ่งญี่ปุ่นเองก็มองว่า ไต้หวัน เป็นอีกประเทศที่น่าเข้าไปร่วมลงทุนด้วยไม่ใช่น้อย
อันดับที่ 10 “เม็กซิโก” 1.6%
เม็กซิโกเป็นประเทศที่มีนโยบายทางเศรษฐกิจและการค้าที่น่าสนใจ ทั้งรัฐบาลก็ได้มีการสนับสนุนทางการค้าระหว่างประเทศด้วย มีการเติบโตติดอันดับ 1 ใน 15 ประเทศผู้ส่งออกสูงสุดของโลก และยังมีข้อได้เปรียบเรื่องต้นทุนการผลิต ส่งผลให้ประเทศต่างๆ สนใจเข้าไปลงทุนตั้งฐานการผลิตและการค้า หนึ่งในนั้นก็คือ “ญี่ปุ่น” นั่นเอง
ทั้งนี้ จากข้อมูลด้านบน คือผลสำรวจในสายตาของบริษัทญี่ปุ่นเท่านั้น ซึ่งก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า เวียดนาม คือประเทศที่น่าสนใจและน่าจับตามองมากที่สุดในขณะนี้ เพราะเขาสามารถไต่ระดับขึ้นมาเป็นเบอร์ต้น ๆ ของโลกได้ในเวลาอันรวดเร็ว ถึงแม้ไทยจะตามหลังอยู่มาก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ไทยจะไม่สามารถไต่ขึ้นไปชิงอันดับได้ เพราะไม่ว่ายังไงไทยก็ยังถือเป็นประเทศที่ได้เปรียบในหลายด้านที่เอื้อต่อการทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น ศักยภาพของตลาด การเติบโต ภูมิศาสตร์ วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต รวมถึงยังเป็นประเทศผู้ส่งออกที่สำคัญอีกด้วย นอกจากนี้ความได้เปรียบเหล่านั้นจะไม่สามารถชนะประเทศอื่น ๆ ได้ หากขาดความร่วมมือจากฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น ภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการไทย
ที่มา : https://www.mreport.co.th/news/statistic-and-ranking/213-top-10-countries-to-invest-in-2021-2023
http://tvbc.or.th/detail_event.php?qno=1814

#อายุน้อยร้อยล้านNEWS
#อายุน้อยร้อยล้าน
#ญี่ปุ่น #บริษัทญี่ปุ่น #ลงทุน #เวียดนาม
#ไทย

07/12/2020

บทสรุปจากซีรีส์เกาหลี Startup จะ Scale Up ได้ ต้องไปพร้อมกับ ecosystem ที่เอื้อ

** คำเตือน บทความนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาในซีรีส์บางส่วน หากยังไม่ได้รับชม โปรดใช้ความระมัดระวัง**
นับว่าจบลงอย่างสวยงามสำหรับซีรีส์เกาหลี Start-Up ที่แฟน ๆ ร่วมเดินทางกันมากว่า 2 เดือนเต็ม ที่ต้องมาลุ้นความเป็นไปกันทุกสัปดาห์ในระหว่างที่กำลังออนแอร์ สำหรับบทสรุปในแง่ของธุรกิจ Startup ท้ายที่สุดเราก็ได้เห็นถึงความสำเร็จเป็นขั้นบันได จากการเดินทางมาตั้งแต่จุดเล็ก ๆ ผ่านกระบวนการต่าง ๆ จนทำให้ธุรกิจของซอดัลมี และนัมโดซานที่ร่วมสร้างกันมาประสบความสำเร็จจนสามารถเป็นยูนิคอร์นได้ (ธุรกิจ Startup มูลค่ากว่าพันล้านดอลลาร์ )
ความน่าสนใจที่ซีรีส์เรื่องนี้ได้ทิ้งไว้ในเราลองคิดตามในตอนสุดท้าย คือ การขยายธุรกิจของ Startup หรือ การ Scale Up นั่นเอง ตั้งแต่ต้นเรื่องเราได้เห็นการเดินทางที่ผ่านร้อนผ่านหนาวของการก่อตั้งธุรกิจไม่น้อยเลยทีเดียว ถือว่าครบ Loop ที่ตัวละครต่างได้เรียนรู้และสั่งสมประสบการณ์ในการทำธุรกิจอย่างเต็มที่
ถึงช่วงหนึ่งของซีรีส์ในตอนสุดท้ายที่นัมโดซานได้ถามประธานซอดัลมีว่า "คิดว่าทาซานจะไปได้ไกลสักแค่ไหน" แล้วดัลมีตอบว่าเป้าหมายคือ เลเวลห้าอยู่แล้ว (การที่รถยนต์ไร้คนขับสามารถขับขี่ได้อย่างสมบูรณ์แบบโดยไม่ต้องใช้ที่นั่งคนขับ) แต่มันไม่ได้อยู่ที่แค่ว่า เราทำได้ดีนี่สิ ทั้งกฎหมาย สภาพแวดล้อมบนถนน ต้องเป็นไปตามโครงสร้างพื้นฐาน"
จากการกล่าวเช่นนี้ของประธานซอดัลมี จะเห็นได้เลยว่าแม้ที่ผ่านมาจะได้รับการสนับสนุนในการบ่มเพาะธุรกิจเต็มที่ มีบุคคลกรที่มีความสามารถ โปรดักส์ดี เทคโนโลยีดีขนาดไหน แต่จะไม่สามารถไปได้ไกลเลยถ้าหากระบบนิเวศน์ (ecosystem) ไม่เอื้อให้เติบโตไปพร้อมกัน มันก็เหมือนกับทำของดีที่ไม่มีคนใช้
ยกตัวอย่างเห็นภาพง่าย ๆ อย่างกรณีรถยนต์ไฟฟ้าที่ต่อให้หลายบริษัทจะผลิตออกมา แต่สถานีชาร์จไม่พร้อม ไม่มีคนใช้ สภาพถนน การจราจรไม่เอื้อ หรือแม้กระทั่ง policy จากภาครัฐไม่สนับสนุนก็ไม่สามารถที่จะทำให้แพร่หลายและเกิดการเปลี่ยนแปลงได้
นอกจากนี้ประธานซอดัลมี ยังพูดไปถึงเป้าหมายที่เธอตั้งใจทำยานยนต์ไร้คนขับอย่างทาซานให้เกิดจริง ๆ นั้นคือ จากกการที่พ่อของเธอเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ หรือย่าที่เกือบจะสูญเสียการมองเห็น ซอดัลมีตั้งเป้าหมายว่าอยากให้โลกที่มีทาซานอยู่ ไม่มีอุบัติเหตุแบบที่พ่อเธอเคยเจอ อยากให้คุณย่าได้เดินทางไปไหนมาไหนได้อย่างสบายใจ
จากเป้าหมายตรงนั้น นัมโดซานได้บอกว่า "ทุกอย่างสามารถเป็นจริงตามที่ซอดัลมีกล่าวมาภายในระยะเวลา 5 ปีครึ่ง แต่ถ้าเรา Scale Up อย่างถูกต้องและลงทุนกับการวิจัยและพัฒนา (R&D) อย่างต่อเนื่องก็จะเป็นไปได้ภายใน 3 ปี" แน่นอนว่าการเข้าประมูลโครงการ smart city ก็เป็นหนึ่งในแนวทางที่เอาตัวเองเข้าไปอยู่ในระบบนิเวศน์ที่เอื้อ เพื่อให้สามารถขยายธุรกิจได้เช่นกัน
นอกจากเป้าหมายที่วางไว้อย่างดีแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม Startup ก็ยังเป็นธุรกิจที่ต้องหมุนด้วยเงินทุนอยู่ดี ประธานซอดัลมีเห็นว่าการที่โปรดักส์ของชองมยองคอมพานี สามารถเข้ารอบ 5 ทีมสุดท้ายของการเข้าร่วมประมูลโครงการขนาดใหญ่ได้นั้น นับว่าเทคโนโลยีของเธอก็มีศักยภาพด้านการแข่งขันได้ดีเลยทีเดียว ดังนั้นเธอจึงต้อง Scale Up เพื่อเร่งความเร็วในการเติบโต ด้วยการเพิ่มกำลังคน (manpower) และการลงทุนใน R&D ดังนั้นจึงต้องระดมทุน ในช่วงที่ธุรกิจกำลังเนื้อหอม
ตัดมาที่ในมุมของ VC ซึ่งเป็นผู้ลงทุน อย่าง SH Venture ที่ประธานยุนได้เฝ้ามองด้วยความสนใจมาตั้งแต่สมัยซัมซานเทค ต้องการที่จะลงทุนให้ จากการที่เป็น Startup ที่เติบโตมากพอที่จะลงทุนได้แล้ว
.
และได้มอบหมายให้ผู้อำนวยการฮันจีพยอง คนดีศรี sandbox ผู้ไม่มีดวงเรื่องความรักนั้น เป็นคนรับหน้าที่นี้ไป ในการดูแลชองมยองคอมพานี ซึ่งมีศักยภาพการเติบโตสูงมากโดยไม่นานก็จะเติบโตเข้าสู่ J-Curve
แม้ว่าในช่วงแรกอาจจะติดลบเพราะต้อง burn เงินลงทุนไปกับการเร่งความเร็วของธุรกิจ แต่ก็จะมีศักยภาพที่จะกลับมาเป็นบวกได้ในที่สุดจากการที่จะสามารถ Exit ในรูปแบบต่าง ๆ ได้ ซึ่งจะกราฟเติบโตคล้ายกับรูปตัว J ทำให้นักลงทุนต่างก็จะมองว่าคุ้มค่าที่จะเสี่ยงไปกับ Startup
โดยในแง่ของระบบนิเวศน์นั้นจะเห็นได้ว่า VC มักจะให้ความสำคัญกับการลงทุนกับ Startup ที่ Scale Up มากกว่า ระยะเริ่มต้น เพราะเงินทุนที่ลงไปนั้นจะเป็นจะเป็นเงินที่ช่วยให้ Startup นำมาใช้เพื่อการขยายธุรกิจต่อนั่นเอง มันจึงเป็นที่มาของการเปิดระดมทุนใน round ต่าง ๆ ที่เริ่มต้นตั้ง Series A B C …. ตามวัตถุประสงค์ของ Startup ที่จะนำเงินไปใช้ เพราะก่อนจะขอเงินจากนักลงทุนได้ Startup ต้องรู้ก่อนว่าจะนำเงินไปทำอะไร
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจ Startup ถือเป็นการเข้าสร้างความเปลี่ยนแปลงในโลกธุรกิจเป็นอย่างมาก โดยได้ที่เข้ามา Disrupt หลายอุตสาหกรรมที่ต้องพากัน Transform อย่างหนัก เพราะ Startup เป็นธุรกิจที่เกิดจากไอเดียที่มุ่งเน้นการแก้ Pain point หรือการสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ (New S-Curve) ด้วยเทคโนโลยีในการขับเคลื่อน รวมถึงเป็นธุรกิจที่สามารถขยายการเติบโตได้อย่างรวดเร็ว ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่มีความคล่องตัวสูง การกล้าลองผิด ลองถูก ทำให้สามารถคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งปัจจุบันทำให้หลายองค์กรใหญ่ต่างให้ความสำคัญกับการสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้คล่องตัวแแบบ
สำหรับองค์กรใดที่สนใจเรื่องของการสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้มีความแข็งแกร่ง สามารถติดตามได้ที่ งาน Techsauce Culture Summit 2021 ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษก่อนใคร ได้ที่ https://bit.ly/33Bn5ki

ที่มาภาพ tvN

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://techsauce.co/tech-and-biz/summary-start-up-series-startup-scale-up-ecosystem

24/11/2020

ที่อยู่

423/31 ต. รอบเวียง อ. เมือง จ. เชียงราย
Chiang Rai
57000

เบอร์โทรศัพท์

+66636978945

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Uniqorn Maker : Your Digital Business Solutions Partnerผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์