05/10/2024
เป้าหมายชีวิต
น้องๆโรงงานที่ทำงาน
ต้องตั้งเป้าหมายชีวิต
1 ทำโรงงานตลอดจนเกษียณหรือ
2 จะทำโรงงานหาประสบการณ์ช่วงหนึ่งหรือ
3 ทำไปเรื่อยๆขึ้นอยู่กับชะตาฟ้าลิขิต
ทุกครั้งที่ทำระบบและมาตรฐานต่างๆ
ต้องตั้งเป้าหมาย กำหนดวัตถุประสงค์และวางแผนงานจำได้ว่าสมัยเรียนวิศวะอาจารย์มักจะบอกว่า
ถ้าจด กว.ก็เหมือนขาข้างนึงเข้าไปอยู่ในคุก
นั่นคือยุคเก่าราว 30 กว่าหรือ 40 ปีขึ้น
กลับมาดูโลกปัจจุบันน้องๆ
ที่เรียนวิศวะต้องจดกว.
อย่าปล่อยเวลาให้สูญเปล่าไปปีแล้วปีเล่า
ต้องไปเรียนเพิ่มอาชีวะอนามัยและความปลอดภัย
ถ้าจบ Safety แล้วยังมีเวลาเพิ่มอีก
ก็ควรเรียนนิติศาสตร์เพราะกฎหมายใกล้ตัวมาก
การทำงานโรงงานอย่างน้อยทั้ง 3 สาขา
ได้ใช้และผูกพันกันต้องเริ่มสะสมประสบการณ์
หมั่นฝึกภาษาอังกฤษและเรียน MBA ยิ่งดี
ทุกศาสตร์สำคัญทั้งนั้น ต้องรักการอ่านหนังสือ
จัดทำเป็น Portfolio โดยเฉพาะน้องที่เรียกว่าจปว.
ต้องเริ่มสะสมชั่วโมงบินฝึกสอนภายในโรงงาน
จากนั้นเริ่มไปจดทะเบียนมาตรา 9
ที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
เตรียมตัวยื่นสาขาเซฟตี้กับสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยีของกระทรวงการอุดมศึกษาฯ
รวมทั้งดูของกรมโรงงาน กระทรวงอุตสาหกรรมด้วย
มีเปิดสอบใบอนุญาตอะไรต้องสอบสะสมไว้ก็ดี
ถ้าจบนิติศาสตร์เตรียมตัวสอบตั๋วทนายความ
ถ้ามีเวลาอยากจะเรียนเพิ่มก็ไปต่อเนติบัณฑิต
ถ้าอายุยังน้อยอาจหันเหอนาคตชีวิตได้อีก
ถ้าใครอยากจะไปเป็นอาจารย์สอนมหาวิทยาลัย
เผื่อไว้ควรเรียนต่อปริญญาโทก่อน
ไม่มีใครรู้อนาคตว่าโลกจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร
อย่างสมัยผู้เขียนไปเรียนต่อปริญญาเอก
ด้านวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมที่จุฬาฯ
ยุคนั้นนานมากแล้วสาขานี้เพิ่งจะเริ่มเป็นที่สนใจ
ยุคนั้น ISO 14001 เพิ่งเริ่มจะปรากฏเงา
ผู้เขียนนำไปเขียนเป็นผลงานเพื่อนำเสนอ
เข้าเรียนต่อปริญญาเอกสาขานี้
บวกกับมีแต่งตำราแนวทางการแก้ไขปัญญาฯ
สาขานี้เปลี่ยนแปลงมาจากชื่อเดิม
วิศวกรรมสุขาภิบาล ถูกล้อว่าวิศวะส้วม
จงภูมิใจทุกสาขาถ้าเก่ง รู้จริง มีงานทำแน่นอน
ยุคนั้นน้องป.ตรีวิศวะถ้าใครได้คะแนน GPA ต่ำ
จะเลือกเรียนสาขาอื่นก็ไม่ได้
เหมือนถูกผลักไสให้มาเรียนสาขาสุขาภิบาล
ตีคู่มาสาขาวิศวะอุตสาหการเริ่มดังขึ้น
แต่โลกของวันนี้สาขานี้นับว่ารุ่งพอสมควร
งานด้านบำบัดสิ่งแวดล้อมและมลพิษต่างๆ
งานด้านก่อสร้างระบบสุขาภิบาล
ทำรายได้ค่อนข้างดีมากขอให้ออกแบบให้เป็น
เข้าใจระบบอย่างถ่องแท้เป็นที่ปรึกษาได้ด้วย
หรืออย่างสาขาสัตวแพทย์
ยุคนู้นเพื่อนๆผู้เขียนเรียนมักถูกล้อว่าหมอควาย
ใครจะรู้ยุคนี้ผู้เขียนไปต่างจังหวัด
แต่ก่อนเดินทางบ่อยเดือนนึงอย่างน้อย 6-7,000 กิโลบางเดือนอาจจะถึง 10,000 กิโลเมตร
เดินทางค่อนข้างมากไปพบเพื่อนที่จบสัตวแพทย์
ส่วนใหญ่รับราชการและใช้เวลาเย็นกับเสาร์อาทิตย์
มาเปิดคลินิกสัตว์ตามจังหวัดใหญ่ๆ
ถ้าคุณรู้รายได้แล้วคุณจะตกใจ
แต่ละคนรายได้คลินิกเล็กๆก็จริง
เดือนละแสนกว่าบาทบางคลินิกได้ถึงสองแสนบาทขึ้นโลกวันนี้คนรักสัตว์เยอะ
แต่ต้องหันกลับมารักษ์โลกด้วยเพราะว่า
สภาวะอากาศสุดขั้ว น้ำท่วมหนัก ร้อนแล้งหนาวจัด
รอดูปี 2573 น้ำท่วมกรุงเทพฯค่อนข้างแน่นอน
แค่ออเดิฟจะออกจากบ้านขับรถบนท้องถนน
น้ำอาจจะประมาณครึ่งล้อรถยนต์ ?
ไปไหนมาไหนเตรียมตัวทำใจไว้ก่อน
ผู้เขียนมีเป้าหมายเช่นกัน
ช่วงนี้ต้องให้เวลากับแม่มากที่สุด
ดูแลแม่ก่อนเป็นหลักจากนั้นอนาคต
จะใช้ความรู้ด้านวิศวะบวก Safety + นิติศาสตร์
ไปช่วยงานมูลนิธิที่ต่างจังหวัด
ไม่ใช่ไปลุยแบบบ้าบิ่นท้าทายเหมือนอยู่โรงงาน
โลกวันนี้ทำดีย่อมดีกว่าขอพร
น้องๆโรงงานสิ่งที่เบาๆได้ควรเบาลง
ทุกๆวันที่ 1 กับ 16 จำไว้ว่า
" ใบเดียวเปลี่ยนชีวิต "
ถ้าเยอะๆ "หลายใบหายนะมาแน่"
ขอให้ทุกคนทุกครอบครัวโชคดี
ทำงานอย่างมีความสุขและปลอดภัย