07/11/2025
📜 กฎหมายแรงงานฉบับใหม่นี้เกี่ยวข้องกับใคร และให้ใครทำอะไรบ้าง
กฎหมายฉบับนี้มีการแก้ไขเพิ่มเติมและกำหนดสิทธิหน้าที่ใหม่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับกลุ่มต่างๆ ดังนี้:
1. ส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐ
ผู้ที่เกี่ยวข้อง: ราชการส่วนกลาง, ส่วนภูมิภาค, ส่วนท้องถิ่น, รัฐวิสาหกิจ, องค์การมหาชน และหน่วยงานของรัฐ
สิ่งที่ต้องทำ: กรณีที่มีการจ้างบุคคลธรรมดามาทำงานลักษณะ "จ้างเหมาบริการ" หรือลักษณะเดียวกัน โดยมีการควบคุมกำกับดูแลการทำงาน จะต้องดำเนินการให้บุคคลเหล่านั้นได้รับสิทธิประโยชน์ด้านค่าตอบแทน, วันหยุด (ประจำสัปดาห์, ตามประเพณี, พักผ่อนประจำปี), วันลา (ป่วย, คลอด), เวลาทำงานและเวลาพัก ไม่น้อยกว่าที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนด
ข้อกำหนดเพิ่มเติม: ข้อพิพาทที่เกี่ยวกับสิทธิตามวรรคนี้ ให้อยู่ในเขตอำนาจของ "ศาลแรงงาน"
2. ลูกจ้างหญิง (ผู้มีครรภ์)
สิทธิที่ได้รับ: มีสิทธิลาเพื่อคลอดบุตรในครรภ์หนึ่งได้ ไม่เกิน ๑๒๐ วัน (หนึ่งร้อยยี่สิบวัน)
สิทธิที่เพิ่มขึ้น (ใหม่): หากบุตรหลังคลอดมีภาวะเจ็บป่วยที่เสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อน, มีความผิดปกติ หรือมีภาวะความพิการ ลูกจ้างหญิงมีสิทธิ ลาต่อเนื่องเพื่อเลี้ยงดูบุตรได้อีกไม่เกิน ๑๕ วัน (สิบห้าวัน) โดยต้องมีใบรับรองแพทย์แผนปัจจุบันประกอบ
3. ลูกจ้าง (ทั่วไป)
สิทธิที่เพิ่มขึ้น (ใหม่): ลูกจ้างมีสิทธิ ลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรสซึ่งคลอดบุตร ครรภ์หนึ่งได้ ไม่เกิน ๑๕ วัน (สิบห้าวัน)
เงื่อนไข: ต้องใช้สิทธิก่อนหรือในวันที่ลา ภายใน ๙๐ วัน นับแต่วันที่คลอดบุตร
4. นายจ้าง
การจ่ายค่าจ้าง (ลาคลอด): ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้ลูกจ้างหญิงในวันลาเพื่อคลอดบุตร (ตามมาตรา ๔๑ วรรคหนึ่ง) เท่ากับค่าจ้างในวันทำงาน แต่ ไม่เกิน ๖๐ วัน (หกสิบวัน)
การจ่ายค่าจ้าง (ลาเลี้ยงดูบุตรป่วย/พิการ): ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างสำหรับวันลาต่อเนื่องเพื่อเลี้ยงดูบุตร (ตามมาตรา ๔๑ วรรคสี่) ในอัตรา ร้อยละห้าสิบ (50%) ของค่าจ้างในวันทำงาน
การจ่ายค่าจ้าง (ลาช่วยคู่สมรสคลอด): ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างสำหรับวันลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรส (ตามมาตรา ๔๑/๑) เท่ากับค่าจ้างในวันทำงาน แต่ไม่เกิน ๑๕ วัน (สิบห้าวัน)
การยื่นแบบ (นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ ๑๐ คนขึ้นไป): ให้นายจ้างยื่น "แบบแสดงสภาพการจ้างและสภาพการทำงาน" ต่ออธิบดีหรือผู้ที่อธิบดีมอบหมาย ภายในเดือนมกราคมของทุกปี
🗓️ วันที่มีผลบังคับใช้
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด ๓๐ วัน (สามสิบวัน) นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ประกาศในราชกิจจานุเบกษา: ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๘
วันที่มีผลบังคับใช้: ๘ ธันวาคม ๒๕๖๘
📋 สรุปประเด็นที่ต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับกฎหมาย
สำหรับนายจ้างภาคเอกชน:
ปรับปรุงข้อบังคับการทำงาน: ต้องอัปเดตข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานในหมวดวันลา ให้สอดคล้องกับสิทธิการลาที่เพิ่มขึ้น ได้แก่
1. ลาคลอดบุตร ๑๒๐ วัน
2. ลาต่อเนื่องเพื่อเลี้ยงดูบุตร (กรณีบุตรป่วย/พิการ) ๑๕ วัน
3. ลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรสคลอดบุตร ๑๕ วัน
4. ปรับปรุงระบบการจ่ายค่าจ้าง (Payroll): ต้องตั้งค่าระบบให้สามารถคำนวณการจ่ายค่าจ้างในวันลาประเภทใหม่ได้อย่างถูกต้อง
5. ค่าจ้างลาคลอด: จ่ายไม่เกิน ๖๐ วัน
6. ค่าจ้างลาเลี้ยงดูบุตร (กรณีป่วย): จ่าย ๕๐% ของค่าจ้าง
7. ค่าจ้างลาช่วยคู่สมรส: จ่ายไม่เกิน ๑๕ วัน
8. การปฏิบัติตามกฎระเบียบ (สำหรับนายจ้าง ๑๐ คนขึ้นไป): เตรียมการยื่นแบบแสดงสภาพการจ้างและสภาพการทำงาน ในช่วงเดือนมกราคมของทุกปี (เริ่มมกราคม ๒๕๖๙)
สำหรับหน่วยงานของรัฐ (ที่เกี่ยวข้อง):
ทบทวนสัญญาจ้าง: ตรวจสอบสัญญา "จ้างเหมาบริการ" หรือสัญญาจ้างบุคคลธรรมดาในลักษณะเดียวกัน เพื่อให้มั่นใจว่าผู้รับจ้างได้รับสิทธิประโยชน์พื้นฐาน (วันหยุด, วันลา, เวลาทำงาน) ไม่น้อยกว่าที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนด
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๖๘
Link 👇🏻👇🏻👇🏻
https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/89818.pdf