Secure Wealth Group

Secure Wealth Group We Secure Your FINANCIAL Success
"ทั้งหมดที่เราทำเพื่อคว

ที่นี้..เราช่วยดูแลท่านตั้งแต่การตั้งเป้าหมาย การวางแผนการเงิน การออม การประกัน สวัสดิการระยะยาว และติดตามดูแลการลงทุนในกองทุนรวม กองทุน LTF/RMF หุ้น ตลอดจนถึงการลงทุนทางเลือกอื่นๆ
จากสถาบันการเงินชั้นนำ ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายความต้องการที่ท่านตั้งใจ,, ด้วยใบรับรองความรู้ ประสบการณ์ และใบอนุญาติที่มีการยอมรับในระดับสากล, (CFP,AFPT,FChFP,)
จากสมาคมนักวางแผนการเงินไทย
และ สมาคมที่ปรึกษาการเงินและตัวแทนประกันชีวิต

มาตรการนี้ ทำให้คนที่มีหนี้ หมุนเงินไม่ทัน ได้มีโอกาสแก้ตัวคิดใหม่ ทำใหม่ ค้างเท่าไหร่ ก็คิดดอกเบี้ยจากยอดที่ค้าง ไม่ใช่...
08/05/2020

มาตรการนี้ ทำให้คนที่มีหนี้ หมุนเงินไม่ทัน ได้มีโอกาสแก้ตัว

คิดใหม่ ทำใหม่
ค้างเท่าไหร่ ก็คิดดอกเบี้ยจากยอดที่ค้าง ไม่ใช่คิดจากยอดหนี้คงเหลือทั้งก้อนอีกต่อไป

แต่ดีที่สุดอย่าสร้างหนี้เกินกว่าความสามารถในการผ่อนชำระกันค่ะ

ค่าผ่อนชำระไม่ควรเกิน 35-45% ของรายได้ 100% นะคะ

#1เรื่องดีๆในปี2563

อัตเดตกองทุนพิเศษ SSF
01/04/2020

อัตเดตกองทุนพิเศษ SSF

ทุกข้อสงสัย กับประกันภัย COVID-19Cr.คปภ www.oic.or.th
24/03/2020

ทุกข้อสงสัย กับประกันภัย COVID-19

Cr.คปภ www.oic.or.th

สำหรับผู้เสียภาษีจ้าาาใช้ SSF เพิ่มได้อีก 200,000 บาทในปีนี้ เพื่อลดหย่อนภาษีแต่ต้องซื้อภายใน มิถุนายนนี้เท่านั้นน้าาาาศ...
10/03/2020

สำหรับผู้เสียภาษีจ้าาา

ใช้ SSF เพิ่มได้อีก 200,000 บาทในปีนี้ เพื่อลดหย่อนภาษี

แต่ต้องซื้อภายใน มิถุนายนนี้เท่านั้นน้าาาา

ศึกษารายละเอียดก่อนการลงทุนนะคะ

ลดดอกเบี้ยนโยบายต่ออีกกระทบอะไรบ้าง1. กลุ่มกู้เงิน -> ดอกเบี้ยลด = รายจ่ายลดลง กลับไปดูเงื่อนไขสัญญาด่วน Refinance ได้ยั...
05/02/2020

ลดดอกเบี้ยนโยบายต่ออีก

กระทบอะไรบ้าง

1. กลุ่มกู้เงิน -> ดอกเบี้ยลด = รายจ่ายลดลง กลับไปดูเงื่อนไขสัญญาด่วน Refinance ได้ยัง, ดีไม?

2. กลุ่มฝากเงิน -> ดอกเบี้ยลด = เงินที่เคยได้ลดลง อาจต้องมองหาแหล่งเงินฝากใหม่

นายทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่าผลการประชุม...

"อาจจะยาวหน่อยแต่อยากให้อ่าน" ด้วยความรักและห่วงใย สารจากคนแก่ถึงคนหนุ่มสาวในวัยทำงาน ใจก็คิดอยากจะก้าวหน้า ร่างกายทำงาน...
18/12/2019

"อาจจะยาวหน่อยแต่อยากให้อ่าน"
ด้วยความรักและห่วงใย สารจากคนแก่ถึงคนหนุ่มสาว

ในวัยทำงาน ใจก็คิดอยากจะก้าวหน้า ร่างกายทำงานหนัก เวลาพักผ่อนต้องพักผ่อนให้สุดเหวี่ยง วาดฝันว่าอยากเกษียณเร็ว แต่น้อยคนเหลือเกินที่ทำได้อย่างนั้น

เรามีการสอบถามผู้เกษียณอายุที่หยุดทำงานมาแล้วหลายปีว่าถ้าหากย้อนเวลากลับไปได้ มีสิ่งใดที่อยากแก้ไขหรือเตรียมตัวให้ดีขึ้นก่อนจะถึงวัยเกษียณ คำตอบที่ได้แม้จะไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจ แต่ก็น่าจะเป็นบทเรียนและเคล็ดลับสำคัญที่จะได้นำไปเป็นข้อแนะนำให้กับคนวัยลูกหลานที่กำลังจะก้าวตามไปในไม่ช้าซึ่งมีดังนี้
เตรียมเก็บเงินออมแต่เนิ่นๆ กว่านี้
คนเรามีเวลาที่จะยังมีแรงทำงานจริงๆ ก็ช่วงอายุ 20-60 ปี เวลา 40 ปีในชีวิตการทำงานอาจดูเหมือนนาน แต่เอาเข้าจริงเมื่อมีเรื่องหน้าที่การงาน สังคม เพื่อน ครอบครัว ความรัก ลูก ฯลฯ เข้ามา เวลานั้นจะผ่านไปไวราวกับติดปีก เผลอแป๊บๆ เราก็ฉลองปีใหม่กันอีกแล้ว เพื่อนที่เพิ่งแต่งงานไปหมาดๆ ก็คุยกันเรื่องเลือกโรงเรียนให้ลูก ส่วนเรา เผลอแป๊บๆ ลูกก็แต่งงาน ได้เลี้ยงหลาน ดูสิ วัยเกษียณมาเร็วจะตาย

พอรู้ตัวว่าเงินออมที่มีอยู่ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายก็มารู้เอาตอนที่ไม่มีเรี่ยวแรงที่จะทำงานแล้ว ชีวิตเกษียณคงไร้ความสุขแน่ ดังนั้นจึงไม่มีช่วงไหนเร็วเกินไปที่จะถามตัวเองว่าเรามีเงินเก็บบ้างไหม และเงินที่เก็บไว้ “พอหรือเปล่า?”
จากสถิติของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ณ ปี 2557[1] ผู้สูงวัยในไทยมีแนวโน้มมีเงินออมเพิ่มขึ้นจริง (ผู้สูงอายุ 76.1% ให้ข้อมูลว่ามีเงินออม) แต่มีเพียง 10.05% ที่มีเงินออมเกิน 1 ล้านบาทขึ้นไป ในขณะเดียวกัน จำนวนเงินที่ต้องใช้ในการรักษาโรคยอดฮิตของผู้สูงอายุยุคนี้ (คือ โรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคความดันโลหิตสูง) มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 1.5 ล้านบาท “ต่อคน” และ “ต่อโรค”

นี่ยังไม่รวมค่ากินอยู่ประจำวัน ค่าน้ำค่าไฟ ค่าซ่อมบ้าน และยังมีค่าใช้จ่ายจิปาถะ เช่น ค่าใส่ซองงานแต่ง งานบวช งานศพ ฯลฯ ซึ่งแน่นอนว่าค่าใช้จ่ายเหล่านี้ไม่ได้หมดไปพร้อมกับรายรับที่ลดลงหลังเกษียณ

เราควรเริ่มเก็บออมเงินให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทีละเล็กทีละน้อยก็ยังดี และเริ่มศึกษาหาวิธีสร้างรายได้ที่ยั่งยืนไปจนถึงเวลาหลังเกษียณ

#สำนักงานสถิติแห่งชาติ
Cr. AIA THAILAND

โอกาสที่ผ่านแล้วผ่านเลย!!คำเตือน: โพสต์นี้เกี่ยวกับเรื่องการเก็บเงินในกรมธรรม์ประกันชีวิตข้อความนี้ เป็นการวิเคราะห์ประก...
07/12/2019

โอกาสที่ผ่านแล้วผ่านเลย!!

คำเตือน: โพสต์นี้เกี่ยวกับเรื่องการเก็บเงินในกรมธรรม์ประกันชีวิต

ข้อความนี้ เป็นการวิเคราะห์ประกันสะสมทรัพย์ตามความคิดเห็น

หลายๆคนน่าจะได้ยินข่าวการลดดอกเบี้ยนโยบายลงเหลือ 1.25% แล้วเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งถือกว่าต่ำสุดในประวัติศาสตร์ และลงมาระดับนี้เมื่อเกิดเหตุการณ์วิกฤตเศรษฐกิจซับไพรม์ปี 2008 ส่งผลให้พัทธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี มีอัตราดอกเบี้ยลดลงจาก 2.5% -> 1.4% ต่อปี

แล้วมันหมายถึงยังไง มันคือ
1. ดอกเบี้ยในเงินฝากธนาคารที่เราเคยพอหาได้ 1.6-2.5% ต่อปี จะหาได้ยาก หรือหาไม่ได้เลย
2. แบบประกันสะสมทรัพย์ที่การันตีผลตอบแทน ซึ่งบริษัทจะนำไปลงทุนในพัทธบัตรรัฐบาลตามที่กฏหมายกำหนด ปิดตัวลงแทบจะทุกแบบ ทุกบริษัทในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา

รวมถึง แบบประกันสะสมทรัพย์ที่ดีที่สุด แบบหนึ่ง ชื่อว่า 'E445'

- ทยอยฝากเงิน 21 ปี รับกระแสเงินสดยาวไปอีก 21 ปีแล้วจบสุดท้ายรับเงินก้อนกลับ

-ฝากปีละ 11,### บาท รวมทั้งโครงการ 2xx,### บาทได้ 4xx,### บาท
-ฝากปีละ 55,### บาท รวมทั้งโครงการ 1,###,### บาทได้ 2,###,### บาท
-ฝากปีละ 110,### บาท รวมทั้งโครงการ 2,###,### บาทได้ 4,###,### บาท
-ฝากปีละ 55x,### บาท รวมทั้งโครงการ 11,###,### บาทได้ 23,###,### บาท
(*ลูกค้าสุขภาพมาตรฐาน)
ประมาณเป็นดอกเบี้ยได้ที่ 2.6-2.7% ต่อปี

แล้วที่ดีมากกว่านั้นที่หาได้ยากในแบบประกันที่ให้ผลตอบแทนใกล้เคียงกัน คือ ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มโครงการมีความคุ้มครองชีวิตให้ 10 เท่าของเบี้ยประกันที่ส่ง ( ใครหาเจอขอดูบ้างนะคะ)

แถมพิเศษอีกคือ ระหว่างรับกระแสเงินสด เงินเยอะ ยังไม่มีแพลนใช้เงิน บริษัทรับฝากเงินการันตีดอกเบี้ยไม่ต่ำกว่า 2% ต่อปี ถอนเมื่อไหร่ก็ได้

เหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก แต่เคยเกิดขึ้นแล้วเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว ณ ตอนที่ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารสูงถึง 10% มีเหตุการณ์ปิดแบบประกันแบบนี้เหมือนกัน ซึ่งครั้งนั้นมีแบบประกันชื่อว่า ‘PM21’ ปิดตัวลง เป็นแบบที่ให้ผลตอบแทนสูง ใครก็ตามที่ถือสัญญาฉบับนั้น การันตีดอกเบี้ย 6-6.5% ต่อปี ตลอดชีวิต

เราจะนั่งฟังข่าวแล้วก็ผ่านไป หรือเราจะคว้าโอกาสไว้
หลายคนบอก
ลงหุ้นดีกว่า กำไรมากกว่า
ซื้อทองเก็บดีกว่า
ซื้ออสังหาดีกว่า
แต่อย่าลืมนะว่า การลงทุนมีความเสี่ยง ผลตอบแทน ‘ไม่มีการันตี’
ความรู้ ประสบการณ์มีความสำคัญมาก
และที่สำคัญ ‘เวลา’ - จะลงหุ้น ซื้อทอง หรือลงทุนอสังหา จะลงเดือนนี้ เดือนหน้า ปีหน้า อีก 2 ปี อีก 5 ปีก็ลงได้
แต่แบบประกันนี้ ‘ปิดรับวันที่ 13 ธันวาคม 2562’ นี้แล้วเท่านั้น

สุดท้ายนี้ ‘การกระจายเงินลงทุนมีผลต่อสำเร็จในการลงทุนมากที่สุด’

จะเก็บสินค้าแบบนี้เข้าตะกร้าการเงิน หรือปล่อยโอกาสไป ฝากไว้ให้คิดนะคะ

ปี 2562 ยังใช้ LTF เหมือนเดิม!!!ซื้อได้ 15%ของรายได้ แต่ไม่เกิน 500,000 บาทอย่าลืมเปลี่ยนเงินภาษีเป็นเงินออมกัน😬😬คำนวณภา...
04/12/2019

ปี 2562 ยังใช้ LTF เหมือนเดิม!!!
ซื้อได้ 15%ของรายได้ แต่ไม่เกิน 500,000 บาท

อย่าลืมเปลี่ยนเงินภาษีเป็นเงินออมกัน😬😬

คำนวณภาษีไม่ถูก

ไม่รู้ต้องวางแผนภาษียังไง
- ใช้ลดหย่อนตัวไหนดี LTF, RMF, ประกันชีวิต, ประกันบำนาญ??!?
- เลือกแบบประกันไม่ถูก, คัดกองทุนไม่เป็น

สอบถามได้ ใจดี ไม่มีค่าใช้จ่าย

#แนะนำได้18บลจ #เป็นกลางไม่เข้าข้างบลจไหน

12/10/2019

การบริหารเงินตามวัย
โดย คุณนิคม เจริญสุขโสภณ นักวางแผนการเงิน CFP®
#สมาคมนักวางแผนการเงินไทย

ในแต่ละช่วงวัยนั้น จะมีความต้องการทางการเงินที่แตกต่างกัน ดังนั้นจึงควรวางแผนการบริหารเงินไว้ล่วงหน้า เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายทางการเงิน และเรื่องสำคัญคือการวางแผนสำหรับเกษียณ หลายๆ คนคงเคยได้ยินคำถามทำนองว่า จะลงทุนอะไรดี? ตอนนี้อะไรที่ให้ผลตอบแทนดี? หรือลงทุนอะไรที่จะได้ผลตอบแทนเยอะ? ซี่งจะเห็นได้ว่าเน้นแต่ผลตอบแทน แต่ไม่ได้คำนึงถึงความเสี่ยงของหลักทรัพย์ที่ไปลงทุน และอาจจะไม่เหมาะกับผู้ลงทุน เรียกได้ว่าเวลาผลตอบแทนติดลบอาจจะทำให้นอนไม่หลับเลยก็เป็นได้ เมื่อมีคำถามต่อมาว่า แล้วการลงทุนแบบไหนที่เหมาะกับเรา ผู้เขียนจึงขอแบ่งการลงทุนและการบริหารเงินตามช่วงวัย คือ วัยเริ่มทำงาน วัยสร้างครอบครัว วัยเตรียมเกษียณ และวัยหลังเกษียณ โดยสินทรัพย์เพื่อการลงทุนแต่ละช่วงวัยนั้น จะยกมาเพียง 4 ประเภท เรียงลำดับจากความเสี่ยงสูงไปยังความเสี่ยงต่ำ คือ สินทรัพย์ทางเลือก ได้แก่ ทองคำหรือกองทุนรวมทองคำ หุ้นหรือกองทุนรวมหุ้น ตราสารหนี้หรือกองทุนรวมตราสารหนี้และเงินฝากหรือกองทุนรวมตลาดเงิน สำหรับการลงทุนในแต่ละช่วงวัยนั้น ขอแนะนำดังนี้

- วัยเริ่มทำงานหรือในช่วงอายุประมาณ 22-35 ปี
เป็นช่วงที่อายุยังน้อย มีระยะเวลาการลงทุนได้อีกนาน จึงสามารถลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงได้ ทั้งนี้สำหรับการบริหารเงินในวัยนี้ ควรเน้นเรื่องของการออมและการลงทุน ข้อสำคัญคือควรจะมีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ เช่น รถ ให้ช้าที่สุด เพราะนอกจากต้องเสียดอกเบี้ยแล้วยังคงมีรายจ่ายต่างๆ เช่น ค่าน้ำมัน ค่าประกัน ค่าซ่อมบำรุง เป็นต้น สำหรับการบริหารเงินลงทุน แนะนำให้เน้นลงทุนในหุ้นหรือกองทุนรวมหุ้น เนื่องจากในระยะยาวแล้ว ตลาดหุ้นยังคงให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจ แม้ในบางช่วงอาจจะติดลบ แต่สุดท้ายแล้วก็ยังคงกลับมาทำผลตอบแทนได้ดี สังเกตจากวิกฤตที่ผ่านมา ดังนั้น จึงเน้นพอร์ตการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนคาดหวังระยะยาวในอัตราที่สูง พอร์ตการลงทุนที่แนะนำคือ หุ้นหรือกองทุนรวมหุ้น 70% ตราสารหนี้หรือกองทุนรวมตราสารหนี้ 20% สินทรัพย์ทางเลือกเช่น ทองคำ 10%

- วัยสร้างครอบครัวหรือในช่วงอายุ 36-45 ปี
ในวัยนี้จะเริ่มมีรายจ่ายเพิ่มขึ้นมา หรือบางท่านอาจจะเริ่มมีหนี้สิน เช่น ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ดังนั้น พอร์ตการลงทุนควรลดความเสี่ยงลง และควรวางแผนสำหรับปกป้องความเสี่ยง เช่น ประกันภัยหรือประกันชีวิต พอร์ตการลงทุนที่แนะนำคือ หุ้นหรือกองทุนรวมหุ้น 50% ตราสารหนี้หรือกองทุนรวมตราสารหนี้ 40% สินทรัพย์ทางเลือก เช่น ทองคำ 10%

- วัยเตรียมเกษียณหรือในช่วงอายุ 46-60 ปี
เป็นช่วงที่จะพอเห็นแล้วว่า เงินสำหรับใช้หลังเกษียณเพียงพอหรือไม่ ซึ่งหนี้สินต่างๆ เช่น บ้าน ควรวางแผนชำระให้หมดก่อนเกษียณ พอร์ตการลงทุนที่เหมาะสมจึงไม่ควรมีความเสี่ยงมากนัก เนื่องจากเมื่อถึงเวลาต้องใช้เงิน พอร์ตอาจจะอยู่ในช่วงที่ผลตอบแทนไม่ดี ทำให้ไม่พอใช้ พอร์ตการลงทุนที่แนะนำคือ หุ้นหรือกองทุนรวมหุ้น 30% ตราสารหนี้หรือกองทุนรวมตราสารหนี้ 60% สินทรัพย์ทางเลือกเช่น ทองคำ 10%

- วัยหลังเกษียณหรืออายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป
เป็นวัยที่ต้องวางแผนการใช้เงิน เพราะอาจจะเป็นเงินก้อนสุดท้าย ดังนั้นพอร์ตการลงทุนควรมีความเสี่ยงต่ำและมีสภาพคล่องบางส่วนเพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน แต่ผลตอบแทนในระยะยาวควรชนะเงินเฟ้อ ดังนั้นพอร์ตการลงทุนที่แนะนำ คือ หุ้นหรือกองทุนรวมหุ้น 10% ตราสารหนี้หรือกองทุนรวมตราสารหนี้ 60% เงินฝากหรือกองทุนรวมตลาดเงิน 30%

ค่าใช้จ่ายของทุกวัยที่วางแผนได้ยากนั้น คือ ค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาล โดยถ้าเป็นมนุษย์เงินเดือน อาจจะมีสวัสดิการของที่ทำงาน แต่ในวัยหลังเกษียณอาจจะเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่ทำให้กระทบกับแผนการเงิน ดังนั้นแผนปกป้องความเสี่ยงหรือแผนประกันจึงเป็นสิ่งที่ควรจะคำนึงถึง และการออกกำลังกายก็จะช่วยลดความเสี่ยงและค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพได้ครับ ทั้งนี้ขอหมายเหตุเล็กๆ ว่าในกรณีหุ้นนั้น กองทุนรวมหุ้นจะช่วยให้กระจายการลงทุนได้มากกว่า และอาจจะแบ่งเงินบางส่วนลงทุนในกองทุนรวมที่ให้สิทธิทางภาษีได้ด้วย และคำแนะนำในการจัดพอร์ตนี้เป็นการแนะนำอย่างกว้างๆ เพราะบางท่านอาจรับความเสี่ยงได้สูงหรือต่ำกว่าคนในช่วงวัยเดียวกัน ขึ้นอยู่กับความรู้และประสบการณ์ในการลงทุนครับ

2 ตุลาคม 2562 วันวางแผนการเงินโลก
02/10/2019

2 ตุลาคม 2562 วันวางแผนการเงินโลก

2 ตุลาคม 2562 วันวางแผนการเงินโลก

คุณพร้อมแล้วหรือยังที่จะเริ่มต้นวางแผนการเงินเพื่อบรรลุเป้าหมายทางการเงินและความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว

พบกับการสนทนา "คุณค่าของการวางแผนการเงินและคำปรึกษาจากนักวางแผนการเงิน" กับ ดร. กฤษฎา เสกตระกูล นักวางแผนการเงิน CFP® รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานพัฒนาความรู้ตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในรายการ Money & Life Talk by CFP® Professional ได้ที่ http://bit.ly/2mndhHT

03/07/2019

การลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)
#สมาคมนักวางแผนการเงินไทย

19/06/2018

ว่าด้วยเรื่องของเศรษฐกิจ, การลงทุน และตลาดหุ้น....

หลายวันมานี้ ถ้าใครที่ติดตามข่าวเศรษฐกิจก็จะได้ยินการพูดคุยเรื่องของ 'วิกฤตเศรษฐกิจ' บ้างละ, 'เศรษฐกิจซบเซา' บ้างละ

วันนี้เลยอยากคุยถึงการเตรียมความพร้อมหากเกิด 'วิกฤตเศรษฐกิจ' ขึ้น ด้วยการเช็คตัวเองด้วยคำถาม 3 ข้อ

ข้อแรก - ทุกวันนี้ "กู้เงินเกินตัว" ไม??
มีหลักการทางการเงินง่ายๆในการคิด 2 ประเด็น คือ
1. เรามีหนี้สินเกิน 50% ของสินทรัพย์ทั้งหมดของเราหรือเปล่า -> ถ้าเกินหรือใกล้ๆ 50% ไม่ควรกู้เพิ่มและควรลดจำนวนหนี้สินลง
2. เราผ่อนชำระคืนเงินกู้ถึง 45% ของรายได้ต่อเดือนรึเปล่า
-> ถ้าเกิน 45% มีโอกาสสูงมากที่เราจะผิดนัดชำระหนี้ได้

ข้อสอง - ทุกวันนี้ "เก็งกำไรเกินตัว" ไม??
การลงทุนมีความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนประเภทใดๆก็ตาม เช่น ขยายธุรกิจเร็วไปไม, คาดหวังกำไรจากธุรกิจ อสังหาหรือหุ้นเยอะเกินไปรึเปล่า หรือเร็วเกินไปรึเปล่า
อย่าลืมที่จะมีเงินสดสภาพคล่องเหลือในกระเป๋าไว้บ้าง เพราะโอกาสอาจมาถึงเมื่อไหร่ก็ได้ เตรียมเงินไว้รอโอกาสบ้าง

ข้อสาม - ทุกวันนี้ "ใช้จ่ายเกินตัว" ไม??
ข้อนี้อาจโดนหลายคน จะรู้ได้ยังไงว่าใช้จ่ายเกินตัวรึเปล่า ง่ายๆเลยคือ ลองทำบัญชีรายรับรายจ่ายแต่ละเดือนของตัวเองดู ตรวจสอบดูว่ามีเงินเหลือออมอย่างน้อย10% ของรายได้ต่อเดือนไม มีภาระผ่อนหนี้บัตรเครดิต, หนี้บัตรกดเงินสดเกิน 20% ของรายได้ไม หากมีหาทางลดหนี้ด่วน

สุดท้ายคือเรามีเงินในบัญชีหรือเงินสดเหลือเพียงพอกับค่าใช้จ่าย 3-6 เดือนของเราหรือไม่

หากเช็คดูแล้ว คำตอบคือ "ไม่" ทั้ง 3 ข้อนี้ก็สบายใจได้ขั้นหนึ่งว่า หากวิกฤตมาจริง เราคงอยู่รอดปลอดภัยได้ประมาณหนึ่ง

แต่หากเช็คแล้วมี "ใช่" อยู่บ้าง ไม่ต้องมีวิกฤตเศรษฐกิจ การเงินเราก็เจอวิกฤตขึ้นได้....

#เช็คสุขภาพการเงิน

By. Immy, CFP®

ที่อยู่

Hat Yai
90110

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 17:00
อังคาร 08:00 - 17:00
พุธ 08:00 - 17:00
พฤหัสบดี 08:00 - 17:00
ศุกร์ 08:00 - 17:00
เสาร์ 08:00 - 12:00

เบอร์โทรศัพท์

+66850794555

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Secure Wealth Groupผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์