16/02/2017
เมื่อวานผมพูดกับน้องที่สนิทกัน
เรื่อง"วิกฤติชีวิตหนักๆ"
ที่เราผ่านกันมา
แต่วันนี้เรากลับรู้สึกขำๆกับมัน
และขอบคุณมัน
คุยไปคุยมาก็นึกเหตุการณ์
ย้อนไปปี2550-2551
เพื่อนผมเที่ยวเล่น
ผมเองก็เช่นกัน
แต่วันที่วิกฤติก็มาเยือน
หมายศาลแปะหน้าบ้าน
ผมนั่งโทษตัวเองโทษครอบครัว
ว่าทำไมชีวิตต้องเป็นแบบนี้
ลุงคนนึงเดินมาบอกผม
มึงจะบ่นต่อแล้วก็จมปลักอยู่อย่างนั้น
แล้วก็ให้วิกฤติกระทืบมึงให้ตายก็ได้
แต่จำไว้คำนึงนะ
ไม่มีใครไม่เจอวิกฤติ
และวิกฤติถ้าไม่ทำให้เราตาย
มันจะทำให้เราโต
มึงจะหนีมันก็ได้
แต่มึงจะต้องหนีมันตลอดไป
เหมือนเด็กกลัวการขี่จักรยาน
มึงจะหนีก็ได้
แต่มึงต้องหนีตลอดชีวิตนะ
แต่ถ้ามึงสู้
มึงจะเจ็บแค่แป๊บเดียว
แต่มึงจะเอาชนะมันตลอดชีวิต
และวันนึงมันจะเป็นเรื่องเล็กน้อย
ที่มึงเล่าแล้วยังขำๆ
ความเจริญเติบโต
แดรกอุปสรรคเป็นอาหาร
"และวันนึงเอ็งจะรู้สึกว่า
เรื่องนี้มันเล็กน้อยมาก"
เอ็งเลือกเอาละกันชีวิตเอ็ง
กูเป็นกำลังใจให้
"แล้วลุงคนนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรอีก"
ผมยังใช้ชีวิตแบบนั้นอีกพักนึง
จนผมคิดกับตัวเองว่า
มีอะไรจะเสียว่ะ!
ไม่สู้ก็ตาย
"สู้ก็มีโอกาสรอด"
สุดท้ายผมเลือกสู้
และ....
วิกฤติมันก็มาตลอด
อุปสรรคมาตลอด
แต่ทุกครั้งผมจะพูดว่า
ความเจริญเติบโต
แดรกอุปสรรคเป็นอาหาร
แล้วลุยต่อ
1ปีต่อมาผมไม่เดือดร้อนอะไรแล้ว
ผมพลิกวิกฤติที่บ้านได้
และเลี้ยงดูครอบครัวได้
และมีชีวิตดีขึ้นๆเรื่อยมาทุกปี
จนมาถึงปัจจุบัน
และผมกลับคิดว่า...
เหตุการณ์บ้านถูกยึด
ซึ่งวันนั้นร้ายแรงมาก
แต่มันกลับเป็นเรื่องที่
ผมรู้สึกว่า
นี่เป็นเรื่องที่โชคดีที่สุดในขีวิต
เพราะ
นอกจากผมจะผ่านมันได้แล้ว
มันยังทำให้ผมโตและไม่กลัวเรื่องอะไรอีก
ถ้าตกนรกแล้ว
ที่เหลือทั้งชีวิตก็สวรรค์
และหลังจากวันนั้น
ผมเวลาเจออุปสรรค
ซึ่งทุกคนต้องเจออยู่แล้ว
ในช่วงชีวิต
หรือเจอคนที่
กลัวการทำอะไรใหม่ๆ
กลัวอาย
กลัวแย่
มาปรึกษาผม
ผมจะนึกถึงคำพูดลุงคนนั้น
แล้วพูดออกไปตามต้นฉบับ
ว่า.....
มึงจะหนีมันก็ได้
แต่มึงจะต้องหนีตลอดชีวิตนะ
แต่ถ้ามึงสู้
มึงจะเจ็บแค่แป๊บเดียว
แต่มึงจะชนะมันตลอดชีวิต
และวันนึงมันจะเป็นเรื่องเล็กน้อย
ที่มึงเล่าแล้วยังขำๆ
"การเจริญเติบโต
แดรกอุปสรรคเป็นอาหาร"
A10(เอเท็น)
Prince of sales
"สังคมแห่งความเป็นไปได้"