Image Inspiration เรื่องราวการตลาดบุคคล และแบรนด์ตัวตน กลยุทธ์การสื่อสารภาพลักษณ์ เพื่อความสำเร็จ
Personal Marketing & Br

เรื่องราวการสร้างแบรนด์บุคคล เสริมด้วยการบริหารภาพลักษณ์ การแต่งตัว มารยาท
Personal Brand Building with Image Management

จริงๆ แล้ว Crisis Management ในกรณีรถ Volvo ไฟไหม้ ไม่ซับซ้อนเลยค่ะ แต่ก่อนอื่นทางแบรนด์ควรปรับทัศนคติให้ถูก ต้องมอง Cus...
23/05/2026

จริงๆ แล้ว Crisis Management ในกรณีรถ Volvo ไฟไหม้ ไม่ซับซ้อนเลยค่ะ แต่ก่อนอื่นทางแบรนด์ควรปรับทัศนคติให้ถูก ต้องมอง Customer centric คือเอาลูกค้าเป็นหลัก ต้องบริหารความรู้สึกลูกค้าเป็นหลัก ถึงจะปกป้องแบรนด์ได้ ไม่ใช้ปกป้ององค์กรแบบกำปั้นทุบดินโดยปัดความผิดออกไปก่อน และไม่แคร์ลูกค้า (อ่านรายละเอียดเหตุการณ์และการตอบกลับของ Volvo ในโพสก่อนหน้านี้นะคะ)

ก็ลูกค้าไว้ใจให้ใจกับแบรนด์ถึงขนาดจ่ายเงินหลักล้าน ทางแบรนด์ก็ต้องให้ใจลูกค้าด้วยสิคะ ไม่ใช่หาจุดจับผิดลูกค้าและปัดให้พ้นตัวเอง

ที่ควรทำคือ ตั้งแต่เหตุรถรุ่น EX30 ไฟไหม้ เมื่อวันที่ 15 พ.ค. ต้องรีบตรวจสอบและแถลงการณ์ ยอมรับความผิดพลาดของแบตเตอรี่รถรุ่นนี้ โดยไม่ต้องมีเงื่อนไข เช่น "บริษัทฯ ขออภัยเป็นอย่างสูงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และตระหนักดีว่าความปลอดภัยคือสิ่งสำคัญที่สุด..." และไม่ต้องโทษลูกค้าเรื่องชาร์จไฟเกิน 70%

ควรประกาศระงับการขาย หรือเรียกคืน (Recall) ด้วยตัวเองก่อนโดนภาครัฐกดดัน เพื่อแสดงความจริงใจ และแก้ปัญหาอย่างสง่างาม แล้วออกมาตรการเยียวยาเชิงรุก (Proactive measures) ให้สมกับความ luxury ของแบรนด์ เช่นรีบประกาศเรื่องให้ลูกค้าเข้ามาเปลี่ยนแบตเตอรี่ฟรี หารถสำรองให้ลูกค้าใช้ หรือมอบสิทธิประโยชน์อื่นให้ (ซึ่งเรื่องหลังนี้เห็น Volvo ทำแล้วค่ะ)

ส่วนเหตุไฟไหม้รถครั้งที่สองเมื่อวันที่ 21 พ.ค. ที่ห่างจากเหตุแรกไม่ถึงอาทิตย์ เรียกได้ว่าควันเดิมยังไม่ทันจางเลย แค่เกิดเหตุซ้ำความเชื่อถือในแบรนด์ก็แทบจะติดลบแล้ว และการจัดการ Crisis Management ในเคสแรกก็แย่จนโดนด่าทั่วเมือง ครั้งนี้ก็ควรแก้ไขให้ดีกว่าเดิม ควรรีบแสดงความห่วงใยลูกค้า ส่งตัวแทนเข้าเยี่ยมและดูแลลูกค้า และตรวจสอบรถ ในจดหมายชี้แจงต้องแสดงความเสียใจและห่วงใย และถ้ายังตรวจสอบรถไม่เสร็จ ต้องแจ้งว่ากำลังตรวจสอบอยู่ ยังไม่ทราบผล จะได้ผลเมื่อไหร่ กำหนดเวลาให้ชัด

ถึงแม้อาจไม่ใช่ลูกค้าที่ซื้อจากบริษัทโดยตรง หรือถึงแม้สาเหตุครั้งนี้อาจไม่ใช่ defect ของรถ แต่การดูแลด้วยใจนี้ ยังไงได้ใจลูกค้าและสังคมแน่นอนค่ะ คุ้มกว่าการปัดออกให้พ้นตัวค่ะ

จะดีกว่านั้น มีจดหมายเปิดผนึก หรือคลิปวิดิโอจาก CEO ถึงลูกค้า Volvo ในประเทศไทย เพื่อแสดงการรับรู้ปัญหา และความตั้งใจที่จะแก้ปัญหา โดยเฉพาะมาตรฐานความปลอดภัย

สำคัญที่สุด ต้องแก้ไขทัศนคติในการดูแลลูกค้า และการบริหาร Crisis Management ค่ะ เพราะไม่ว่าจะออกจดหมายอีกกี่ฉบับ จะออกอีกกี่แคมเปญ จะปรับปรุงคุณภาพรถจนสุดยอดแค่ไหน ถ้าไม่แก้ไขที่ทัศนคติการบริการและแก้ปัญหา แบรนด์ก็ยังจะคงจมอยู่กับความไม่น่าเชื่อถือค่ะ

Volvo โด่งดังมาจากการเป็นผู้คิดค้นเข็มขัดนิรภัย 3 จุด ซึ่งทำให้แบรนด์มีชื่อเสียงด้านความปลอดภัย มีสโลแกน ทุกชีวิตปลอดภัยในวอลโว่ เป็นภาพจำมาอย่างยาวนาน แม้จะไม่ได้ใช้สโลแกนนี้มาตั้งแต่ประมาณปี 1990 (ไม่แน่ใจช่วงเวลานะคะ แต่ไม่ได้ใช้นานแล้ว) แต่ภาพจำเรื่องความปลอดภัยของวอลโว่ก็ยังแข็งแรงมาตลอด จนมาวันที่เป็นกระแสแรงเรื่องรถไฟไหม้ และการจัดการ crisis ที่ทำให้แบรนด์มอดไหม้ได้ยิ่งกว่ารถ

สิ่งที่เห็น Volvo พยายามทำนั้น เข้าใจได้ว่าพยายามลดค่าเสียหายทางการเงินของบริษัท แต่เป็นการแก้ตัวโดยปัดความรับผิดชอบ ทำให้แบรนด์เสียหาย กระทบยอดขายในอนาคตแน่นอนและไม่รู้ว่าอีกนานเท่าไหร่ถึงจะกอบกู้ชื่อเสียงได้ ซึ่งไม่คุ้มกับการพยายามประหยัดค่าใช่จ่ายในมาตรการเยียวยาแบบนี้เลย ได้ไม่คุ้มเสียค่ะ

ภาพประกอบจาก Chicago Tribute

#วอลโว่ไฟไหม้

เรื่องรถ Volvo ไฟไหม้นี่แทบไม่ต้องวิเคราะห์เรื่องแบรนด์อะไรมากเลย... แบรนด์พังยิ่งกว่ารถที่ไฟไหม้อีกค่ะ เรื่องความปลอดภั...
22/05/2026

เรื่องรถ Volvo ไฟไหม้นี่แทบไม่ต้องวิเคราะห์เรื่องแบรนด์อะไรมากเลย... แบรนด์พังยิ่งกว่ารถที่ไฟไหม้อีกค่ะ เรื่องความปลอดภัยนั่นน่าจะขาดความน่าเชื่อถือไปเยอะ แต่เรื่อง Crisis Management นั้นก็ถือว่าเผาแบรนด์ตัวเองโดยไม่ต้องชาร์จเกิน 70% เลยจ้ะ

รถไฟฟ้า Volvo EX30 เกิดเหตุเพลิงไหม้ 2 คัน คันแรกเมื่อต้นปี และล่าสุดเมื่อ 15 พ.ค. เป็นกระแสดัง Volvo Car Thailand ออกแถลงการณ์ฉบับแรกเมื่อวันที่ 18 พ.ค. ซึ่งถือว่าช้า (เกิน 48 ชม.) ในแถลงการณ์ยอมรับว่าเหตุเกิดเพราะแบตเตอรี่ของรถ และจะมีการเปลี่ยนให้ลูกค้าฟรี แต่... มีประโยคเด็ดคือ "จากการตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่ามีการชาร์จแบตเตอรี่ในระดับที่สูงเกินกว่า 70% ซึ่งเกินกว่าระดับที่บริษัทฯ ได้แนะนำไว้..." อื้อหืมม์... ก็คือโยนความผิดให้ลูกค้าไปเลยค่ะ
(เพิ่มเติม: จริงๆ ตัดประโยคนี้ออกไปเลยได้ค่ะ เพราะว่าย่อหน้าถัดไปก็ได้มีการแจ้งเตือนว่า "ระหว่างที่ยังไม่เปลี่ยนแบตใหม่ ให้ระวังการชาร์จอย่าให้เกิน 70%" ก็ตอบโจทย์แล้ว โดยที่ไม่โยนความผิดให้ผู้เสียหายค่ะ)

แต่ยังไม่ทันจะเริ่มเปลี่ยนแบตฟรี ก็มีเหตุไฟไหม้รถ Volvo ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 พ.ค.อีก รอบนี้เป็นรถรุ่น XC60 Plug-in Hybrid คราวนี้แบรนด์รีบออกหนังสือชี้แจงวันที่ 22 พ.ค. ถือว่าปรับปรุงเรื่องระยะเวลา และรีบตัดฟืนออกจากกองไฟ พยายามหยุดกระแสเรื่องแบตเตอรี่ร้อนทำให้ไฟไหม้ โดยรีบบอกว่าเหตุไฟไหม้ครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากแบตเตอรี่ร้อน แต่ๆๆ... มีประโยคเด็ด(อีกแล้ว)ว่า "ได้ดำเนินการตรวจสอบเบื้องต้นจากภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ประกอบกับการสอบถามข้อมูลจากบุคคลในที่เกิดเหตุ" เอ๊า ความน่าเชื่อถืออยู่ที่ใดคะเนี่ย... ที่สรุปมาให้ว่าไม่เกี่ยวกับแบตเตอรี่เนี่ย แค่ดูจากภาพและสอบถามเองเหรอคะ น่าจะแจ้งแค่ว่าอยู่ระหว่างการตรวจสอบ จะแจ้งผลเมื่อไหร่ก็ว่าไป

ที่แย่สุดคือ แถลงการณ์นี้แห้งแล้งน้ำใจสุดๆ ไม่มีแม้แต่แสดงความห่วงใยใดๆ เลยค่ะ (ดูจดหมายแถลงการณ์ทั้งสองฉบับเต็มๆ ในคอมเม้นต์นะคะ)

Crisis Management ไม่ใช่แค่การชี้แจงข้อเท็จจริง (fact) อย่างเดียว แต่ต้องบริหารความรู้สึกด้วยค่ะ ทั้งสองเหตุการณ์ ถือว่าได้เผาแบรนด์ไปพร้อมกับรถเลยค่ะ

ปล. Volvo ไม่ได้ใช้สโลแกน ทุกชีวิตปลอดภัยในวอลโว่ มาตั้งแต่ประมาณปี 1990 ค่ะ (ไม่แน่ใจปีที่ชัดเจน แต่นานแล้วค่ะ) แต่ยังเป็นภาพจำของแบรนด์มาจนทุกวันนี้ แต่ตอนนี้คงจะจำเรื่องอื่นแทนแล้วค่ะ

ภาพประกอบจาก ข่าวสด

คนตัวเล็ก สูงประมาณ 150-155 ซม. ใส่รองเท้าแบบเส้นๆ หนาๆ แล้วจะดูเตี้ยตันไหม??จริงๆ แล้วความสูงไม่ใช่ประเด็นหลักค่ะ การเล...
21/05/2026

คนตัวเล็ก สูงประมาณ 150-155 ซม. ใส่รองเท้าแบบเส้นๆ หนาๆ แล้วจะดูเตี้ยตันไหม??

จริงๆ แล้วความสูงไม่ใช่ประเด็นหลักค่ะ การเลือกรองเท้าให้ดูไ่ม่ตัน ขึ้นอยู่กับ

1. รูปขา และรูปเท้า
คนที่ใส่รองเท้าเส้นหน้า เส้นเยอะๆ เต็มหน้าเท้าแล้วดูไ่ม่ตัน ควรมีรูปขาที่โปร่ง ขาไม่อวบ เท้าบางพอดีๆ ไม่หนาอวบจนแน่น แต่ก็เท้าไม่บางเกินไป (ถ้าเท้าบางเกินไปจะดูหลวมโพรกเกินค่ะ)

2. การแต่งตัว
การแต่งตัวให้ดูไม่ตัน สำหรับรองเท้าที่มีลักษณะเกือบปิด (เส้นหนาเกือบเต็มหน้าเท้า) เสื้อผ้าท่อนล่าง ควรมีพื้นที่ปล่อยโล่งว่าง (space) ระหว่างชายกระโปรงหรือกางเกง ไม่ยาวปิดข้อเท้า เช่น กางเกง 5 ส่วนหรือสั้นกว่า

ทำรูปมาเป็นตัวอย่างนะคะ จะเห็นว่าคนทางซ้ายตัวสูงกว่านิดหน่อย รูปร่างสมส่วน แต่ลักษณะของขาและเท้ามีเนื้ออวบๆ หน่อย ใส่กางเกงแน่นยาวถึงข้อเท้า แทบไม่มีช่องว่างระหว่างกางเกงและรองเท้า ทำให้ดูตัน

แต่คนขวาเตี้ยกว่า รูปร่างสมส่วนเหมือนกัน แต่ขาเรียว เท้าเรียว กางเกงยาวไม่ถึงข้อเท้า มี space เปิดระกว่างชายกางเกง กับรองเท้า ทำให้ดูไม่ตันค่ะ

เป็นรายละเอียดเล็กๆ แต่ทำให้เกิดความแตกต่างที่เห็นชัดค่ะ

#ภาพลักษณ์ #รองเท้า

ทินีมีงานอดิเรกคือร้องเพลงค่ะ ในบรรดางานร้องเพลงที่เคยไปร่วมร้องด้วย มีงานนึงที่ทำให้ความสุขมากแบบไม่ได้คาดคิด คืองานที่...
21/05/2026

ทินีมีงานอดิเรกคือร้องเพลงค่ะ ในบรรดางานร้องเพลงที่เคยไปร่วมร้องด้วย มีงานนึงที่ทำให้ความสุขมากแบบไม่ได้คาดคิด คืองานที่วง SCALER BAND ไปร้องเพลงเล่นดนตรี entertain ให้นักโทษในเรือนจำ... โอ้โห เขาเต้นกันสะบัด หัวเราะกันสนุก และเมื่อถึงเพลงที่ให้กำลังใจ ก็น้ำตาท่วมเรือนจำรวมทั้งนักร้องนักดนตรีค่ะ...

เราอาจเคยรู้สึกไม่ดีตอนได้เห็นในข่าวคดีต่างๆ แต่วันนั้นได้มองนักโทษเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่กำลังมีความทุกข์จากการได้รับโทษ และเราไดัทำให้เขาคลายเครียด พ้นทุกข์ในขณะหนึ่ง วันนั้นได้เข้าใจธรรมะที่เคยได้ฟังมาว่า "เมตตากรุณาที่แท้จริงให้ได้ทุกคนไม่ว่าจะเป็นคนที่สูงกว่าหรือด้อยกว่าเรา ไม่ว่าเป็นคนดีหรือเป็นคนร้ายก็ตาม"

วันนี้ขอชวนชาวเพจร่วมบุญด้วยความเมตตาด้วยกันนะคะ ปีนี้ SCALER BAND จะจัดกิจกรรมนี้อีกครั้ง ในวันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 69 ที่เรือนจำอำเภอกบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี โดยผบ.เรือนจำฯ อนุมัติให้จัดกิจกรรมสันทนาการดนตรีบำบัด เพื่อช่วยผ่อนคลายความเครียดและส่งเสริมสุขภาพจิตให้แก่ผู้ต้องขัง

เรือนจำที่กบินทร์บุรีเป็นเรือนจำขนาดเล็ก ไม่ได้มีงบประมาณมาก ซึ่งได้ข้อมูลว่าขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์ในเรือนพยาบาล และของใช้จำเป็นของผู้หญิงต่างๆ ได้แก่

1. ชุดชั้นใน กางเกงชั้นในสตรี และผ้าอนามัย
2. เครื่องผลิตออกซิเจนขนาด 10 ลิตร
3. เครื่องวัดความดัน
4. เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว O2 SAT
5. ถุงมือแพทย์
6. MASK
7. ปรอทวัดไข้
8. ยา PARACETAMOL 500 mg. กระปุกใหญ่
9. ยา CPM 4 mg. กระปุกใหญ่
10. ชุดทำแผล ( ผ้าก๊อซ พลาสเตอร์ สำลี แอลกอฮอล์ เบทาดีน )

ถ้าเพื่อนๆ พี่น้อง สนใจร่วมทำบุญด้วยกัน สามารถส่งของใช้ หรือ บริจาคเป็นเงินเพื่อรวบรวมไปซื้อของในเรือนพยาบาลในเรือนจำที่ขาดแคลนได้ค่ะ

สำหรับสิ่งของสามารถติดต่อส่งไปที่ บริษัท พร็อพทูมอร์โรว์ จำกัด เลขที่ 427/26-27 อาคารไดมอนด์ ทาวเวอร์ ชั้น 2 ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
ติดต่อคุณผึ้ง 097-920-8677
(ถ้าสั่งของออนไลน์ ก็ให้ส่งที่อยู่นี้ได้เลย ส่งให้ทันก่อน 28 พ.ค.นะคะ)

สำหรับร่วมสมสบทุนบริจาค สามารถโอนเข้าบัญชีของพี่ใหญ่ @โอภาส ใหญ่ Happy Investor ธนาคารกสิกรไทย บัญชีนายโอภาส ถิรปัญญาเลิศ เพื่อ สาธารณกุศล 013-8-96879-0

(รูปนี้จากกิจกรรมครั้งก่อน ที่เรือนจำธัญญบุรีค่ะ)

รีวิว The Devil Wears Prada II ให้ 7/10 (ภาค 1 ให้ 10/10 ค่ะ) เนื้อเรื่องไม่ค่อยสนุก แต่ยังไงก็ต้องดูค่ะ ไม่ควรพลาด ใครด...
19/05/2026

รีวิว The Devil Wears Prada II ให้ 7/10 (ภาค 1 ให้ 10/10 ค่ะ) เนื้อเรื่องไม่ค่อยสนุก แต่ยังไงก็ต้องดูค่ะ ไม่ควรพลาด ใครดูแล้วมาเม้ากันนะคะ แต่อย่าเพิ่งสปอยล์นะคะ หนังยังฉายอยู่ในโรงค่ะ และอีกสักพักก็คงเข้า Netflix ค่ะ

- การตลาดและ PR ทำดีมากค่ะ ทำให้อยากดูหนังเรื่องนี้ มีการเอานักแสดงไป roadshow ตามประเทศต่างๆ ด้วย สร้างกระแสมาเกือบปี และก็ทำสำเร็จ กวาดรายได้ไปเกิน 500 ล้านเหรียญแล้วค่ะ
- นักแสดงแต่ละคน เหมือนเป็นแวมไพร์! ทั้งที่ผ่านมาเกือบ 20 ปีแล้ว แต่ละคนสตั๊ฟฟ์ หน้าตารูปร่างไว้เหมือนเมื่อภาคแรก แทบไม่เปลี่ยนเลยค่ะ เป๊ะมากทุกคน
- ภาคนี้มี Lucy Liu ด้วยค่ะ และก็มี Lady Gaga มาเป็น guest
- ที่ให้คะแนนน้อยหน่อยคือบทหนังค่ะ มัน predictable มาก น่าจะมีแค่เรื่องเดียวที่เดาไม่ได้ ก็เลยเหมือนไม่ค่อยมีจุดพลิกเกมที่น่าสนใจ ก็ไม่ realistic หลายอย่างค่ะ ถึงแม้หนังเรื่องนี้ก็ประมาณหนังเบาๆ ดูขำๆ อยู่แล้ว แต่ความที่ทำให้เดาง่าย และ ไม่สมจริงบางอย่างทำให้พลอยลดความสนุกไปด้วยค่ะ
- มีฉากที่ทำให้หงุดหงิด เพราะละเมิดสิทธิมนุษย์ชนเรื่องการขับถ่าย ด้วยค่ะ ดูแล้วโกรธตรงนี้แหละค่ะ และโกรธที่คนโดนละเมิดดันยอมด้วยสิคะ
- ถึงบทจะสนุกน้อยไปหน่อย แต่ชาว gen x, gen y หรือกลุ่มคนทำงานประจำระดับ senior supervisor ขึ้นไป จะอินมากค่ะ ไม่เล่านะคะ เดี๋ยวสปอยล์ แต่ว่าดูแล้วโดนใจ ตรงใจหลายฉากหลายตอนเลยค่ะ
- costume ให้คะแนน 9.9/10 ค่ะ เสื้อผ้า หน้า ผม ดีงามทุกตอน ทุกตัวละคร หักคะแนนชุดแอนดี้ ที่ใส่เสื้อสเวตเตอร์สีฟ้า Cerulean (เป็นชุดที่ดูไม่สวยเมื่อเทียบกับชุดอื่นๆ ในเรื่องนี้) ดูเหมือนให้ใส่ชุดนี้เพียงแค่อยากให้สื่อถึงภาคแรกเท่านั้นค่ะ แต่ไม่มีเหตุผลใดที่แอนดี้ใส่ชุดนี้ในภาคนี้ อยู่ๆ ก็ใส่ชุดนี้มาทำงาน ทั้งที่วันอื่นๆ ใส่ชุดสวยแฟชั่นตามปรกติ

ดูจบแล้วก็ฟินๆ ดีเหมือนกันค่ะ เรื่องราวตรงกับสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วง 10 ปีหลังนี้ ก็ทำให้อินเลยค่ะ ใครดูแล้วมาคุยกันต่อได้นะคะ

ภาพประกอบจาก Tatler Thailand ค่ะ

Trauma (บาดแผลฝังใจ) ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ไม่ว่าจะเรื่องใหญ่เรื่องเล็ก ก็ทุกข์ฝังใจเหมือนกัน เชื่อว่าในชีวิตทุกคนก็จะม...
15/05/2026

Trauma (บาดแผลฝังใจ) ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ไม่ว่าจะเรื่องใหญ่เรื่องเล็ก ก็ทุกข์ฝังใจเหมือนกัน เชื่อว่าในชีวิตทุกคนก็จะมี trauma กันอยู่ ไม่ว่าจะโดนแกล้ง ถูก bully โดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ และที่เยอะมากๆ คือบาดแผลฝังใจจากคำพูดลบๆ โดยเฉพาะจากผู้ใหญ่ใกล้ตัวที่สมัยก่อนนิยมใช้ความกดดัน ด้วยความหวังดีว่าจะกระตุ้นให้เด็กปรับตัวดีขึ้นได้ แต่จริงๆ แล้วได้ผลตรงกันข้าม หลายคนกลายเป็นเสียบุคลิก ไม่มั่นใจในตัวเอง ทำให้เสียโอกาสหลายอย่างในชีวิตไปเลยค่ะ

พี่ทินีก็มีเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้เล่าอะไรให้ใครฟัง เพระว่าพอคิดได้ก็ปลดล็อค ข้ามผ่านมาได้ เรื่อยๆ ที่ใช้คำว่าเรื่อยๆ เพราะมันมีหลายเรื่องค่ะ ขอลองมาแชร์เทคนิคให้เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์นะคะ และถ้าใครมีเทคนิคอื่นๆ แชร์กันมาได้นะคะ เผื่อว่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นๆ ได้ค่ะ

ใส่ disclaimer ไว้ก่อน ว่า พี่ทินีไม่ใช่นักจิตวิทยาไม่ได้มีความรู้ พี่ไม่ได้เก่งกว่าใคร ไม่ได้เข้มแข็งกว่าปรกติ ที่จะเล่านี้คือเทคนิคส่วนตัวที่ทำเองแล้วได้ผล จากประสบการณ์ตัวเองเท่านั้น ซึ่งอาจตรง หรือไม่ตรงกับใครก็ได้นะคะ อ่านแล้วคิดวิเคราะห์ดีๆ ค่ะ

ก่อนอื่นต้องยอมรับวา "ไม่มีใครเยียวยา trauma ให้เราได้ นอกจากตัวเอง" แม้ว่าจะได้รับความเห็นใจและปลอบโยนจากคนทั้งโลก แม้ว่าจะไปบำบัดกับหมอที่เก่งที่สุด แม้จะได้แก้แค้น แม้มีคนได้รับโทษ แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ไปปฏิบัติธรรมกี่สำนัก กี่ศาสนาก็ตาม แต่ถ้าตัวเองไม่ปลดล็อคเอง ก็ผ่านไม่ได้ค่ะ

สิ่งที่คิดได้ และทำให้ปลดล็อคคือตามนี้ค่ะ หลักๆ คือเปลี่ยนมุมมองเรื่องราวค่ะ
1. เรื่องมันเกิดไปแล้ว เป็นอดีตที่แก้ไขไม่ได้
2. ชีวิตเรามันก็มีทั้งเรื่องดี เรื่องแย่อยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว ต้องยอมรับเรื่องนี้ก็เป็นหนึ่งในเรื่องแย่ๆ ในชีวิตเรา เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเรา
3. แต่มีอีกอย่างที่ทำให้เราเสียใจฝังลึกมากไปอีก เพราะเราแอบโทษตัวเอง ว่าเราโง่กว่าเขา ตามเขาไม่ทัน ปกป้องตัวเองไ่ม่ได้ ถึงได้โดนรังแก พูดไม่ดีใส่ โกรธตัวเองอีก
4. แต่เออ ก็ตอนนั้นเราเด็กอยู่อะ ก็รู้น้อยกว่า ตามไม่ทันจริงๆ แหละ เป็นเรื่องปรกตินะ เราไม่ได้แย่นะ แต่อิคนนั้นต่างหากที่มันแย่ มันมาเอาเปรียบเรา
5. เราต้องให้อภัยตัวเองไปเลยค่ะ ถึงจะปลดล็อคขั้นแรกได้ แหม ก็ชีวิตนี้เราให้อภัยคนอื่นมากมาย อโหสิกรรมนั่นนี่เยอะแยะยาวไปถึงเจ้ากรรมนายเวรด้วยซ้ำ เราก็อโหสิกรรมให้ตัวเองบ้างค่ะ
6. เราไม่ใช่คนที่ทำผิดในเรื่องนี้! ทำไมเราต้องมายอมรับให้เรื่องนี้มีผลกับเราล่ะ(วะ)
7. "เราไม่ยอมให้เรื่องนี้มามีผลกับชีวิตของเราอีกแล้ว(โว้ย)!" ขออนุญาตมีคำในวงเล็บ เพราะพี่คิดแบบนั้นจริงๆ แล้วมันกระชากให้ตื่นได้เลย (เหมือนนักกีฬาที่ตะโกนว่า สู้โว้ย! ปลุกใจตัวเอง) ข้อนี้กุญแจทองปลดล็อคเลยค่ะ!
8. ส่วนการใช้ชีวิต ก็พยายามมี boundary (ขอบเขต) กับบุคคลนั้นๆ แต่ไม่หนี ไม่หลบนะคะ (เราไม่ผิดเราไม่ต้องหลบค่ะ) แต่กันไม่ให้คนนั้นๆ เข้ามาในชีวิต ไม่แม้แต่พูดถึงด้วยซ้ำ ถ้าเลี่ยงไม่ได้ก็เจอปรกติเฟคๆ ไปตามมารยาท แต่ก็ระวังตัวไม่ให้เขาทำอะไรได้อีก ก็คือใช้ชีวิตแบบปรกตินั่นแหละค่ะ
9. ส่วนเรื่องแก้แค้นนั้นก็แล้วแต่กรณี คือถ้าได้ไม่คุ้มเสียก็ไม่ควรเสียเวลากับมัน แต่ถ้ามีโอกาสและทำแล้วคุ้มก็ใส่เลยค่ะ เช่นคนที่เคยรังแกเราในที่ทำงานแบบรุนแรงจนจิตตก พอมีคนมาขอ reference ของคนนั้น ก็จัดเต็มให้เลยค่ะ
10. แต่จริงๆ เราทำชีวิตตัวเองให้ดีมากๆ มีความสุขมาก มันก็เป็นการแก้แค้นแล้วล่ะค่ะ ประมาณว่า ถึงอินั่นมันจะแกล้ง จะด่ากดฉันยังไง ฉันก็มีชีวิตที่โคตรจะเริ่ดได้ มันก็ฟินนะคะ และถ้าชีวิตเริ่ดกว่าเขาก็ยิ่งฟินหนักไปอีกค่ะ (ที่พี่ทำอยู่คือแบบนี้ค่ะ)

ใครมีเทคนิคอื่นๆ มาแชร์กันได้เลยค่ะ เผื่อมีประโยชน์กับคนอื่นๆ ด้วย

เรื่องร้ายทุกอย่าง กว่าจะผ่านได้ ต้องใช้เวลา และพลังใจ มีความเข้มแข็งมากๆๆๆๆ พี่ทินีขอส่งพลังใจให้ทุกๆ คนที่มี trauma ในใจ ปลดล็อคได้ ผ่านไปได้นะคะ

(ภาพประกอบ จากใบปิด Matilda The Musical เป็นเรื่องของเด็กอัจฉริยะที่เกิดในครอบครัวที่แย่มาก พ่อแม่ด่าทอ ด้อยค่า และไม่เคยเห็นความเก่งของเธอเลย แถมยังส่งเธอไปอยู่ในโรงเรียนที่มีครูใหญ่จอมเผด็จการที่ชอบใช้ความรุนแรงกับเด็ก แต่แทนที่เธอจะจมอยู่กับความเสียใจ มาทิลด้ากลับใช้พลัง "สมอง" (และพลังพิเศษ) ในการสร้างความสุขให้ตัวเอง ผ่านมาได้ สร้างครอบครัวใหม่ของตัวเองไปเลย ลองไปหาดูเรื่องนี้ได้ค่ะ)

หลายเพจพูดถึงเหตุ เพจนี้ขอพูดถึงผลนะคะ... ในทาง Personal Brand Strategy มองว่าการที่นาย ณภัทร แสดงความชัดเจนในเรื่องคุณแ...
10/05/2026

หลายเพจพูดถึงเหตุ เพจนี้ขอพูดถึงผลนะคะ... ในทาง Personal Brand Strategy มองว่าการที่นาย ณภัทร แสดงความชัดเจนในเรื่องคุณแม่ ว่า "ตอนนี้อายุ 30 แล้วมีชีวิตของตัวเอง ต่างคนต่างใช้ชีวิตแล้ว" การเจ็บแต่จบ เพื่อแสดงตัวตน และสร้าง consistency (ความสอดคล้องของแบรนด์) ของตัวเองนั้น คุ้มในระยะยาวค่ะ แม้อาจจะต้องแลกมาด้วยการเสียฐานแฟนคลับบางส่วนก็ตาม

นาย ณภัทร เข้าวงการมาโดยมี branding "น้องนาย ลูกแม่หมู" ติดตัวมาด้วยตั้งแต่แรก แม้ว่าได้พิสูจน์ตัวเองด้วยหน้าตา รูปร่าง ฝีมือการแสดงโดดเด่น และบุคลิกน่ารักอ่อนน้อม ด้อมรักมาก ก็ยังคงความเป็น "น้องนาย ลูกแม่หมู" อยู่ดี... ซึ่งในทาง branding ถือว่ามีความเสี่ยงค่ะ เพราะเหมือนว่าแบรนด์ผูกติดกันมากับความเป็น "ลูกชายของแม่" ถ้าหนักๆ อาจมีภาพ "ลูกแหง่" ซึ่งเมื่ออายุถึงวัยนึงแล้ว ภาพลักษณ์นี้อาจทำให้มีปัญหากับตัวตนที่โตขึ้น...

1. การสัมภาษณ์ครั้งนี้ เหมือนการ re-branding ที่ชัดเจนและแข็งแรง การที่น้องนายยอมรับและประกาศความจริงแบบนี้ แม้จะเจ็บปวด แต่ก็เป็นการบอกชัดเจนว่า แบรนด์ นาย ณภัทร นี้เติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว

จากเดิมที่มีภาพลักษณ์เป็น ลูกแหง่ติดแม่ เปลี่ยนเป็น ชายหนุ่มที่วางขอบเขตตัวเองชัด และกล้าตัดสินใจ

การ re-branding แบบนี้ทำให้ scope งานกว้างมากขึ้น สามารถรับงานที่ดูเป็นผู้ใหญ่ (mature) งานมีมิติได้มากขึ้น ซึ่งจำเป็นมากสำหรับการเป็นนักแสดงและพรีเซนเตอร์ในระดับสากลค่ะ

2. การพูดเรื่องแม่แบบนี้ อาจเสียฐานแฟนคลับกลุ่มที่ยึดคุณค่า (value) ความกตัญญูไปค่ะ แต่ก็จะได้ Brand Advocates กลุ่มใหม่ที่สนับสนุนเรื่อง Healthy Boundaries (จุดยืน หรือพื้นที่ปลอดภัยทางอารมณ์) ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายชัดเจนมากขึ้น และฐานแฟนกลุ่มนี้มักจะมี loyalty สูง เพราะเขารู้สึกว่าศิลปินเป็นพวกเดียวกับเขา

3. ที่สำคัญมากอีกเรื่องคือ แบรนด์ที่น่าเชื่อถือที่สุดคือแบรนด์ที่ตัวตน ตรงกับสิ่งที่แสดงออกค่ะ หากน้องนายยังคงพยายามรักษาภาพลักษณ์ "ลูกกตัญญูในอุดมคติ" ในขณะที่ความจริงในใจแตกสลาย ก็จะเกิดการฝืน และแบรนด์จะดู ปลอม ซึ่งก็ทำให้คนดูและ FC ไม่อิน แบรนด์อ่อนแอลงและอาจจะพังได้ การพูดความจริงจึงเป็นการรักษา Brand Integrity (ความจริงใจของแบรนด์) ซึ่งเป็นมูลค่าที่สำคัญของแบรนด์ค่ะ

Personal Brand Strategy ที่ดีไม่ใช่การทำให้ทุกคนพอใจ แต่คือการ "ชัดเจนว่าเราคือใครและเราไม่ใช่ใคร" (What is and What is not) ในกรณีนี้ การยอมเจ็บเพื่อให้ได้ความสงบ น่าจะเป็นการปกป้องดูแลสุขภาพจิตนะคะ (นี่วิเคราะห์เองตามที่เห็นนะคะ) เพราะหากตัวตนภายในพังทลาย แบรนด์ภายนอกก็ไม่มีทางยั่งยืนได้ค่ะ

ขอให้กำลังใจน้องนาย แม่หมู และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องนะคะ

อย่าให้การแต่งตัวเบี่ยงประเด็นที่เราต้องการสื่อสาร ในคลาสภาพลักษณ์ของ Image Inspiration บอกเสมอว่า แต่งตัวให้ตรงกับสิ่งท...
01/05/2026

อย่าให้การแต่งตัวเบี่ยงประเด็นที่เราต้องการสื่อสาร

ในคลาสภาพลักษณ์ของ Image Inspiration บอกเสมอว่า แต่งตัวให้ตรงกับสิ่งที่ต้องการจะสื่อสารจะดีที่สุดค่ะ ง่ายๆ แค่แต่งตัวให้ดูปรกติตามกาลเทศะนั้นๆ เพื่อที่การแต่งตัวจะไม่ต้องมาดึงความสนใจของผู้ฟังออกไปจากสิ่งที่กำลังนำเสนอ

ได้ลองให้ Gemini ai รวบรวมข่าวการอภิปรายของสส.ไอซ์ รักชนก ล่าสุด ปรากกฏว่าเรื่องการแต่งตัวมาแย่งความสนใจไปจากการอภิปรายประเด็นต่างๆ ถึง 35% เยอะมากนะคะ เสียดายนะคะเพราะประเด็นที่อภิปรายน่าสนใจทั้งนั้นเลย ไม่น่าให้เรื่องแต่งตัวมาแย่งน้ำหนักไปเลย

ส่วนการที่จะไปบอกให้ผู้คน focus อยู่ที่เรื่องการอภิปรายมากกว่าชุดที่ใส่นั้น เป็นไปไม่ได้ค่ะ เพราะชุดที่ใส่นั้นดึงดูดความสนใจได้ภายในเสี้ยววินาที จึงเสียความสนใจไปที่ชุดซะก่อนค่ะ

#หลักการแต่งตัว

แกะสูตรตอบดราม่า crisis management  ของคุณแอนนาเบล พลิกคะแนนจากที่คนเคยสงสัย ให้กลายเป็นบวกเพิ่ม ราวกับว่าดราม่าต่างๆ เป...
29/04/2026

แกะสูตรตอบดราม่า crisis management ของคุณแอนนาเบล พลิกคะแนนจากที่คนเคยสงสัย ให้กลายเป็นบวกเพิ่ม ราวกับว่าดราม่าต่างๆ เป็นกลยุทธ์ให้ personal brand แข็งแรงขึ้นไปอีก เก่งจริง ชื่นชมค่ะ

คุณแอนนาเบลเจอดราม่าวงการ private banking มาหลายวันมากว่า "เป็นตัวจริงหรือเปล่า" พอมีเพจเริ่มจะพยายามเปิดด้วยข้อสงสัย ก็มีเพจการเงินดราม่าด้วยเรื่องเดียวกันอีกหลายเพจ ทินีตามดราม่าอยู่แต่ไม่ได้ทำ content เพราะช่วงแรกมีแค่ฝ่ายที่ตั้งข้อสงสัยออกมาพูด ก็เลยรอฟังจากทางคุณแอนนาเบลก่อน

คุณแอนนาเบลหายเงียบไปหลายวัน แล้วก็มาโพสแจ้งประวัติการทำงานทีนึง แต่ดราม่าก็ยังไม่จบ ขุดต่อไปเรื่อง license อีก เมื่อเช้านี้คุณแอนนาเบลมาโพสคอนเทนต์อีกรอบ (โพสที่แชร์มา) อันนี้แหละที่ทำให้เกมพลิกเลยค่ะ จัดการสถานการณ์ได้ดี crisis management ดีมากค่ะ รับมือได้แบบตั้งสติแล้วตอบแบบมีวุฒิภาวะ ดูนิ่งทั้งที่ข้างในน่าจะร้อน

แกะสูตรมาได้เทคนิคที่ดูไม่ยาก แต่เป็นเรื่องที่ทำได้ยากมากๆ ค่ะ ต้องใช้สติเยอะ
1. ใช้ facts มาตอบ คราวนี้ให้รายละเอียดและที่มาที่ไปครบเลย
2. ที่น่าสนใจคือสร้าง emotional bond กับ audience ได้ดีมาก ตรงที่ เล่า story ความรู้สึกจริงของตัวเอง ตั้งแต่โกรธ ไปจนถึงตอนที่คิดได้ ทำให้คนอ่านรู้สึกว่าจริงใจ ไม่สร้างภาพ เพราะคนอ่านรู้สึกว่า "เออว่ะ เราเองก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน"
3. และที่ดีมากคือมีสรุปบทเรียนด้วย ว่าจากเหตุนี้จะเอาไปแก้ไขปรับปรุงอะไรบ้าง

แบบนี้ตัวตน personal brand ยิ่งชัดและแข็งแรงมากขึ้นอีกค่ะ คนที่กลางๆ รอดูสถานการณ์ ก็กลับมาให้ใจคุณแอนนาเบลเลย

ทินีไม่ใช่ FC ของเพจคุณแอนนาเบลค่ะ ไม่อินกับสไตล์คอนเทนต์ ไม่ได้เห็นด้วยกับบางอย่างที่เขานำเสนอ และยังเคยไปคอมเม้นต์ไว้ด้วย แต่พอมาเจอวิธี crisis management นี้ ขอกดคะแนนให้รัวๆ ค่ะ

แกะสูตรคุณแอนนาเบล พลิกคะแนนจากที่คนเคยสงสัย ให้กลายเป็นบวกเพิ่ม ราวกับว่าดราม่าต่างๆ เป็นกลยุทธ์ให้ personal brand แข็ง...
29/04/2026

แกะสูตรคุณแอนนาเบล พลิกคะแนนจากที่คนเคยสงสัย ให้กลายเป็นบวกเพิ่ม ราวกับว่าดราม่าต่างๆ เป็นกลยุทธ์ให้ personal brand แข็งแรงขึ้นไปอีก เก่งจริง ชื่นชมค่ะ

ทินีไม่ใช่ FC ของเพจคุณแอนนาเบลค่ะ ไม่อินกับสไตล์คอนเทนต์ ไม่ได้เห็นด้วยกับบางอย่างที่เขานำเสนอ และยังเคยไปคอมเม้นต์ไว้ด้วย แต่พอมาเจอวิธี crisis management นี้ ขอกดคะแนนให้รัวๆ ค่ะ

คุณแอนนาเบลเจอดราม่าวงการ private banking มาหลายวันมากว่า "เป็นตัวจริงหรือเปล่า" พอมีเพจเริ่มจะพยายามเปิดด้วยข้อสงสัย ก็มีเพจการเงินดราม่าด้วยเรื่องเดียวกันอีกหลายเพจ ทินีตามดราม่าอยู่แต่ไม่ได้ทำ content เพราะช่วงแรกมีแค่ฝ่ายที่ตั้งข้อสงสัยออกมาพูด ก็เลยรอฟังจากทางคุณแอนนาเบลก่อน

คุณแอนนาเบลหายเงียบไปหลายวัน แล้วก็มาโพสแจ้งประวัติการทำงานทีนึง แต่ดราม่าก็ยังไม่จบ ขุดต่อไปเรื่อง license อีก เมื่อเช้านี้คุณแอนนาเบลมาโพสคอนเทนต์อีกรอบ (โพสที่แชร์มา) อันนี้แหละที่ทำให้เกมพลิกเลยค่ะ จัดการสถานการณ์ได้ดี crisis management ดีมากค่ะ รับมือได้แบบตั้งสติแล้วตอบแบบมีวุฒิภาวะ ดูนิ่งทั้งที่ข้างในน่าจะร้อน

แกะสูตรมาได้เทคนิคที่ดูไม่ยาก แต่เป็นเรื่องที่ทำได้ยากมากๆ ค่ะ ต้องใช้สติเยอะ
1. ใช้ facts มาตอบ คราวนี้ให้รายละเอียดและที่มาที่ไปครบเลย
2. ที่น่าสนใจคือสร้าง emotional bond กับ audience ได้ดีมาก ตรงที่ เล่า story ความรู้สึกจริงของตัวเอง ตั้งแต่โกรธ ไปจนถึงตอนที่คิดได้ ทำให้คนอ่านรู้สึกว่าจริงใจ ไม่สร้างภาพ เพราะคนอ่านรู้สึกว่า "เออว่ะ เราเองก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน"
3. และที่ดีมากคือมีสรุปบทเรียนด้วย ว่าจากเหตุนี้จะเอาไปแก้ไขปรับปรุงอะไรบ้าง

แบบนี้ตัวตน personal brand ยิ่งชัดและแข็งแรงมากขึ้นอีกค่ะ คนที่กลางๆ รอดูสถานการณ์ ก็กลับมาให้ใจคุณแอนนาเบลเลย

วิธีนี้น่าทำตามมากค่ะ ทำยาก แต่ได้ผลดีมาก คุณแอนนาเบลเก่งจริงค่ะ

สวัสดีค่ะคุณ

ฉันหายไปหลายวัน
ไม่ได้หนีไปไหนนะคะ…นั่งอ่านคอมเมนต์อยู่เงียบๆ

แล้วก็…โกรธค่ะ 🤣

โกรธแบบนั่งเลื่อนแล้วพูดกับตัวเองว่า
“โอเค อันนี้ด่าเก่ง อันนี้ด่ามีศิลปะ อันนี้ด่าควรได้รางวัล”

ช่วงแรกฉันขึ้นจริง ขึ้นแบบ…เฮ้ย ทำไมต้องเอากันขนาดนี้วะ

แต่พอปล่อยให้ตัวเองเงียบไปสักพัก
ฉันเริ่มหัวเราะออก

เพราะมันมีประโยคหนึ่งที่มันเด้งขึ้นมาในหัวฉัน

“เออ…เขาก็แค่ไม่รู้จักเรา”

แล้วพอคิดแบบนั้น ความโกรธมันหายไปครึ่งหนึ่งทันที ที่เหลืออีกครึ่ง กลายเป็นความเข้าใจ

เอาจริงๆ นะคุณ

คุณไม่ได้ผิดเลยที่สงสัยฉัน

ถ้ามีใครสักคนโผล่มาในโซเชียล พูดเรื่องเงิน เรื่องชีวิต เหมือนมันง่ายไปหมด เป็นฉัน ฉันก็จะถามเหมือนกัน

“ยัยนี่เป็นใครวะ”

แล้วถ้าคุณไม่ถาม นั่นแหละ…น่ากลัวกว่า เพราะโลกนี้มันไม่ได้ขาดคนเก่ง มันขาด “คนที่คิดก่อนเชื่อ”

เพราะงั้นพอมาถึงฉัน คุณก็แค่หยุด แล้วถาม ฉันว่าดีเลยนะ จริงๆ ฉันอยากขอบคุณด้วยซ้ำ เพราะคนที่ตั้งคำถาม คือคนที่ยังใช้สมองอยู่

ส่วนเรื่องกำลังใจ โอ้โห… ขอบคุณเพื่อนๆพี่ๆสตรีวิทย์ และสิงห์ดำ ขอบคุณแฟนเพจที่inboxมาท่วมท้น ขอบคุณเพื่อนๆพี่ๆในวงการที่ไทยสิงคโปร์และสวิตที่ยืนยันตัวตนให้ฉัน ขอบคุณคุณทอย กษิดิศ แก็งค์คุณหมอทุกท่าน, อาจารย์สุวินัย ภรณวลัย, capt Benz และทุกเพจที่ฉันกล่าวถึงไม่หมด

แล้วก็ต้องขอบพระคุณพี่ๆ รุ่นใหญ่
พี่โจ้ธนา, พี่ปิงประกิต, พี่จิ๋มสุวภา

ที่ออกมาเขียนถึงฉันตอนที่ทัวร์กำลังลงเต็มสปีด
พูดตรงๆ เลยนะ การจะยืนข้างใครสักคนในจังหวะแบบนั้น
มันไม่ใช่เรื่องเท่ๆ

มันเสี่ยง

เสี่ยงที่จะโดนลากไปด่าด้วย เสี่ยงที่จะเสียภาพลักษณ์
แต่พี่ๆ เลือกทำ

สำหรับฉัน
มันไม่ใช่แค่ “ขอบคุณ” แต่มันคือ “จำจนตาย”

แล้วฉันก็จะไม่ปล่อยให้คนที่ยืนข้างฉันต้องเสียเปล่า

โอเค เข้าเรื่องที่คุณอยากรู้ดีกว่า

เรื่อง license

มีค่ะ ครบ

ไม่ได้ครบแบบพูดเอาหล่อ
แต่ครบแบบที่ “ต้องมีจริง” ถึงจะทำงานนี้ได้

ตอนอยู่ไทย

IC License
ชื่อเต็ม Investment Consultant License
ออกโดย กลต.

AFPT
Associate Financial Planner Thailand
ออกโดยสมาคมนักวางแผนการเงินไทย

หลายคนถามว่า แล้ว IP กับ CFP ไปไหน (วุฒิเสริม)

คำตอบคือ
ชีวิตฉันโดนลากขึ้นเครื่องไปสิงคโปร์ก่อนค่ะ 🤣

เลยต้องไปโฟกัสสอบของสิงคโปร์แทน

ที่นั่นคุณต้องมี CACS 1 and 2

ชื่อเต็มยาว Client Advisor Competency Standard

ออกโดย IBF Singapore

แล้วพอมาสวิตเซอร์แลนด์
สอบใหม่ค่ะคุณ

ชีวิต Banker คือสอบไปจนกว่าจะตาย

CWMA
Certified Wealth Management Advisor

อันนี้เป็น certification ด้านบริหารความมั่งคั่ง

ถ้าคุณอยากเช็คเลขที่ใบcertificateของฉัน

CACS 1 & 2
Co. Reg. Number 197###045E

CWMA
Certificate number 21CWMA107###xx/1

ฉันขอไม่ให้เลขที่ครบนะคะ เดี๋ยวมิจฉาชีพอมยิ้ม

ส่วนในไทย ชื่อในบัตรประชาชนฉันคือ รัตนามาศ คชนันทน์

และนี่คือจุดที่ทุกคนงง ทำไมหาข้อมูลฉันไม่เจอ

Annabel คืออีกชื่อ
คุณย่าตั้งให้

Annabel Kochanan คือชื่อที่ฉันใช้ทำงานเมืองนอก

แต่บางที่คุณจะเจอ
Annabel Gajanandana

ใช่ค่ะ มันคือคนเดียวกันหมด

“คชนันทน์”เป็นนามสกุลพระราชทาน เลยถูกบังคับสะกดภาษาอังกฤษถูกหลักแต่อ่านยากมากคือ Gajanandana

(ประเด็นนี้ไม่ต้องไปตามสืบกับญาติๆฉันว่าจริงไหม😅 ฉันบอกชื่อคุณทวดต้นตระกูลไว้ให้ ท่านชื่อ พระยาคชนันนิพัฒน์พงษ์)

ทีนี้แต่แม่ฉันบอกว่า
“ไม่มีใครอ่านออกหรอกลูก”

แม่ซึ่งเป็นสะใภ้เลยถือวิสาสะเปลี่ยนเป็น Kochanan

ซึ่งพ่อก็…โอเค 🤣 เพราะหลงเมียอยู่ตอนนั้น

เลยกลายเป็นบ้านฉันสะกดไม่เหมือนญาติคนอื่น

แล้วฉันก็อยาก connect กับครอบครัว
เลยใช้ Gajanandana ในบางที่ เช่น Facebook เพราะมันlink familyกันได้

สรุปคือ

คุณหาไม่เจอ ไม่แปลกเลย ฉันยังต้องนั่งอธิบายยาวขนาดนี้ 🤣

สิ่งที่เกิดขึ้นรอบนี้
มันไม่ได้ให้แค่ความเจ็บนะ

มันให้ “กระจก”

กระจกที่ทำให้ฉันเห็นตัวเองชัดขึ้นว่า
ฉันพลาดตรงไหน
ฉันสื่อสารอะไรไม่ดี
ฉันมีจุดโหว่ตรงไหนที่คนอื่นมองเห็น แต่ฉันไม่เคยเห็น

หลายคอมเมนต์แรงนะ
แต่ถ้าตัดอารมณ์ออกไป

มันมี “ความจริง” ซ่อนอยู่ค่ะคุณ

และฉันเลือกจะเอาความจริงส่วนนั้นมาใช้ ขอบคุณทุกคอมเมนต์นะคะ ไม่ว่าจะมาในรูปแบบไหน

เพราะสุดท้ายแล้ว
มันทำให้ฉันได้อุดช่องว่างของตัวเอง

และเป็นเวอร์ชันที่ดีขึ้นของตัวเองได้จริงๆ

แล้วก็ขอบคุณทุกสื่อ ทุกรายการ ทุกคำเชิญที่ให้ฉันได้ไปเล่าเรื่อง

ฉันรู้ดีว่าพื้นที่พวกนี้มันมีค่า และขอยืนยันตรงนี้อีกครั้ง

ฉันไม่ได้ซื้อสื่อ

ทุกอย่างที่เกิดขึ้น มันคือการถูกเมตตาและการให้โอกาสจากทุกคน

ฉันสัญญาว่าจะระวังให้มากขึ้นในทุกอย่างที่ฉันทำ ฉันจะคิดเยอะๆ ขอบคุณที่เตือนกัน

แอนนาเบล
28.04.2026

โพสต์นี้มีการแก้ไขดังนี้
1. ชื่อ CACS ที่ถูกคือ = Client Advisor Competency Standard
2. ฉันเข้าใจผิด ว่า Co reg number คือเลขระบุcertificate เฉพาะของฉัน แต่จริงๆแล้วไม่ใช่ค่ะ เลขนี้มันคือเลขกำกับของใบประกาศนี้เฉยๆ

คิดว่า CACS ไม่มีเลข certificate ของผู้ถือ มีแต่ระบุชื่อผู้ถือใบนั้นแสดงอยู่บนcertificate (เพราะฉันพยายามมองหาเลขอื่นบนใบ ก็ไม่มีเลขอะไรแล้วค่ะคุณ ใครมีข้อมูลดีกว่าบอกด้วยนะคะ)

"ความเก่ง สู้ความมืออาชีพไม่ได้"ต้องรีบเขียนถึง The Devils wear Prada ภาคที่แล้ว ก่อนที่ภาค 2 จะฉายในวันที่ 30 เม.ย.นี้ค...
28/04/2026

"ความเก่ง สู้ความมืออาชีพไม่ได้"

ต้องรีบเขียนถึง The Devils wear Prada ภาคที่แล้ว ก่อนที่ภาค 2 จะฉายในวันที่ 30 เม.ย.นี้ค่ะ ขอพูดถึงฉาก "Cerulean Monologue" อันโด่งดัง แต่มองในมุมภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพนะคะ

​recap ฉากนี้ (คลิปในคอมเม้นต์นะคะ) เป็นฉากในออฟฟิศของนิตยสารแฟชั่นที่ดังที่สุด "Runway" ขณะที่ทีมงานกำลังเลือกชุดสำหรับถ่ายแบบ มิรันด้า (บก.บห.) กำลังบ่นทีมงานเรื่องความไม่พร้อม จนเธอต้องเข้ามาดูเอง ส่วนแอนดี้(นางเอก) ซึ่งพนักงานเข้าใหม่ พอเห็นความวุ่นวายก็ทำสีหน้าแปลกๆ แล้วพอเห็นชุดก็แอบเบะปากเบาๆ

เรื่องมาพีคตรงที่ มิรันด้ากำลังไปเลือกเข็มขัดสีฟ้าสองเส้นที่สีใกล้เคียงกันมากๆ แต่หัวเข็มขัดต่างกัน ขนาดต่างกันเล็กน้อย

มิรันด้า: เลือกเส้นไหนดี?
ผู้ช่วย: โอ้ว... ตัดสินใจยากค่ะ สองเส้นนี้มันต่างกันมากเลยนะ
แอนดี้: (หลุดหัวเราะเบาๆ แล้วพยายามกลั้นไว้)
มิรันด้า: (หันมามองแอนดี้ช้าๆ) มีอะไรตลกเหรอ?
แอนดี้: เปล่าค่ะ... ไม่มีอะไร คือ... หนูแค่คิดว่าเข็มขัดสองเส้นนั้นมันดูเหมือนกันเป๊ะอะค่ะ คือหนูยังต้องเรียนรู้เรื่อง "อะไรประมาณๆ เนี้ยะ" อีกเยอะ (แอนดี้ใช้คำว่า this stuff ซึ่งแสดงถึงว่าไม่ได้สำคัญมาก)
มิรันด้า: (จ้องนิ่งๆ ด้วยน้ำเสียงเย็นชา) "อะไรประมาณๆ เนี้ยะ" เหรอ?
แอนดี้: ค่ะ...
มิรันด้า: (ถอนหายใจยาว แล้วเดินเข้ามาหาแอนดี้นิ่งๆ ร่ายยาวด้วยเสียงเย็นๆ)
"เธอคิดว่าเรื่องนี้(มิรันด้าหมายถึงสีฟ้าที่ต่างกันในแฟชั่น) ไม่เกี่ยวกับเธอสินะ ที่เธอเลือก... เสื้อไหมพรมสีฟ้าย้วยๆ มาใส่เนี่ย เพราะเธอคิดว่าการใส่ชุดแบบนั้นจะสื่อว่า เธอเป็นคนจริงจังเกินกว่าจะมาแคร์ว่าใส่ชุดอะไรสินะ...
แต่สิ่งที่เธอไม่รู้ก็คือ เสื้อสีฟ้านั่นไม่ใช่แค่สีฟ้านะจ๊ะ มันไม่ใช่สีเทอร์ควอยซ์ ไม่ใช่สีน้ำเงินลาพิสด้วย แต่มันคือสี 'เซรูเลียน' (Cerulean) และเธอก็คงไม่รู้อีกนั่นแหละว่า เมื่อปี 2002 ออสการ์ เดอ ลา เรนตา (Oscar de la Renta) ได้ทำคอลเลกชันชุดราตรีสีเซรูเลียนออกมา และต่อมา อีฟ แซงต์ โลรองต์ (Yves Saint Laurent) ก็ทำเสื้อแจ็กเก็ตทหารสีเซรูเลียน และจากนั้น สีเซรูเลียนก็ไปปรากฏอยู่ในคอลเลกชันของดีไซเนอร์อีกแปดคนอย่างรวดเร็ว แล้วมันก็ค่อยๆ ขยายความนิยมไปยังห้างต่างๆ จนกระทั่ง... มาสู่ร้านขายเสื้อผ้าลดราคาที่ดูธรรมดาๆ ที่เธอคงจะไปหยิบมันออกมาจากกระบะลดราคาน่ะแหละ

สีฟ้าเซรูเลียนนี้ มันคือเม็ดเงินมหาศาลและการจ้างงานนับไม่ถ้วนเลยล่ะ

แต่ก็ตลกดีนะ ที่เธอคิดว่า'เธอเป็นคนเลือกเสื้อผ้าที่แสดงให้เห็นว่าเธอไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมแฟชั่น' ทั้งที่ในความจริงแล้ว... เธอกำลังใส่เสื้อผ้าที่วงการแฟชั่นเป็นคนเลือกไว้ให้เธอแล้ว จากกองของ 'ประมาณๆ เนี้ยะ (this stuff)' ที่เธอมองว่ามันไม่มีค่าอะไรนั่นแหละ"

แอนดี้อึ้ง... แล้วรู้สึกด้อยลงทันที

แอนดี้เป็นคนเรียนเก่ง เพิ่งจบจาก Northwestern University แอนดี้ภูมิใจในความเก่งทางวิชาการของตัวเองมาก เธอมองว่าความสามารถสำคัญกว่าการแต่งตัวสวย และมองว่าแฟชั่นคือความฉาบฉวยไร้สาระ ถึงได้ใช้คำว่า "เรื่องอะไรประมาณๆ เนี้ยะ" (this stuff)

ในฉากนี้ที่แอนดี้พลาดแรงคือ เธอมองว่ารายละเอียดอย่างเฉดสีหรือหัวเข็มขัดเป็นเรื่อง "ตลก" ซึ่งเป็นการไม่ให้เกียรติ (Disrespect) ต่ออุตสาหกรรมที่เธอสังกัดอยู่ ก็บริษัทเขาเป็นนิตยสารแฟชั่น แต่แอนดี้กลับแสดงภาพลักษณ์ให้เห็นว่า เธอมองรายละเอียดของแฟชั่นเป็นเรื่องที่ไม่ต้องให้ความสำคัญมาก

การที่คุณทำงานวงการนึง แต่คุณกลับสื่อสารภาพลักษณ์ตัวตนว่า ไม่สนใจมาตรฐานของวงการนั้น คุณก็ไม่เป็นมืออาชีพแล้วค่ะ

มิรันด้าสังเกตเรื่องนี้ได้ตั้งแต่ตอนสัมภาษณ์ จึงสอนแอนดี้ให้รู้ว่า คนเก่ง กับคนที่เป็นมืออาชีพนั้นต่างกัน

หนึ่งในความเป็นมืออาชีพ คือการรู้ลึกรู้จริงในเรื่องราวของงานที่คุณกำลังทำอยู่ค่ะ

ที่อยู่

Klong Toey

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 22:00
อังคาร 09:00 - 22:00
พุธ 09:00 - 22:00
พฤหัสบดี 09:00 - 22:00
ศุกร์ 09:00 - 22:00
เสาร์ 10:30 - 22:00
อาทิตย์ 10:30 - 22:00

เบอร์โทรศัพท์

0626456592

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Image Inspirationผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Image Inspiration:

แชร์