12/03/2016
ปัญหาฝนตกนอกเขื่อน ซึ่งเป็นแหล่งรับน้ำขนาดใหญ่ ทำให้เขื่อนต่างๆไม่มีน้ำพอให้ระบายลงสู่แม่น้ำลำคลองได้ตามปกติ จนรัฐบาลยอมเปิดไฟเขียวให้เจาะน้ำบาดาลเพื่อช่วยแก้ปัญหาน้ำแล้งแก่ประชาชนที่ประสบปัญหา วันนี้น้ำบาดาลจึงต้องกลับมารับบทหนักพระเอกตัวจริงอีกครั้ง
เวลานี้นอกจากคนไทยจะใช้น้ำบาดาลเพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตร น้ำบาดาลยังถูกใช้เป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตเครื่องดื่มต่างๆ เช่น น้ำแร่ น้ำดื่มบรรจุขวด น้ำอัดลม เบียร์ สุรา
แม้แต่กิจการห้องเย็น ฟอกย้อม โรงแรม สปา สนามกอล์ฟ สถานีบริการน้ำมัน ก็ล้วนแห่กันมาใช้น้ำบาดาลเป็นปัจจัยหลักในการดำเนินธุรกิจแทบทั้งสิ้น การจะเจาะเอาน้ำบาดาลขึ้นมาใช้ กฎหมายจึงกำหนดให้ต้องทำเรื่องขออนุญาตต่อพนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่นั้นๆ
ยกตัวอย่าง ใน กทม. ต้องติดต่อขออนุญาตจากสำนักควบคุมกิจการน้ำบาดาล กรมทรัพยากรน้ำบาดาล จ.เชียงใหม่ ขอนแก่น และ นครราชสีมา ต้องขออนุญาตจากเทศบาลหรือ อบต. ที่จะเจาะน้ำบาดาล หรือที่บ่อน้ำบาดาลนั้นตั้งอยู่
ส่วนพื้นที่อื่น นอกเหนือจากนี้ ให้ติดต่อได้ที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด และสำนักงานทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 1-12 ของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล
หากตรวจพบว่ามีการแอบเจาะหรือใช้น้ำบาดาลโดยมิได้รับอนุญาต ถือว่าผิดกฎหมาย มีโทษทางอาญา จำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ
นอกจากนี้ การจะอนุญาตให้เจาะและใช้น้ำบาดาลยังมีหลักเกณฑ์ที่สำคัญกำหนดไว้ว่า ในเขตท้องที่ กรุงเทพมหานคร และปริมณฑลอีก 6 จังหวัด คือ พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี สมุทรสาคร สมุทรปราการ นนทบุรี และนครปฐม พื้นที่เหล่านี้ถูกประกาศให้เป็น เขตวิกฤตการณ์น้ำบาดาล
ดังนั้น หากบริเวณใดในพื้นที่ดังกล่าวมีการประปานครหลวง หรือการประปาส่วนภูมิภาคไปให้บริการแล้ว จะไม่อนุญาตให้เจาะและใช้น้ำบาดาลในพื้นที่นั้นอีก
เว้นแต่การใช้น้ำในโรงงานอุตสาหกรรมที่มีความจำเป็นต้องใช้น้ำบาดาลเป็นวัตถุดิบ หรือในกระบวนการผลิต จะอนุญาตให้ใช้น้ำบาดาล ร่วมกับการใช้น้ำประปาตามสัดส่วนที่ได้รับผลกระทบ
นอกนั้นแล้ว โดยทั่วไปมีหลักอยู่ว่าจะอนุญาตให้เจาะและใช้น้ำบาดาลได้ เฉพาะในพื้นที่ซึ่งขาดแคลนแหล่งน้ำผิวดิน หรือให้ใช้ร่วมกับน้ำผิวดินตามความเหมาะสมและจำเป็นตามประเภท หรือลักษณะการใช้น้ำในแต่ละกิจกรรมตามหลักการใช้น้ำร่วมกัน
จะเห็นว่าเอาเข้าจริงแล้ว การใช้น้ำบาดาลไม่ใช่ว่าใครนึกอยากใช้ขึ้นมา มือใครยาวสาวได้สาวเอา ต้องเข้าหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด และบางกรณียังมีค่าใช้จ่ายเช่นเดียวกับการใช้น้ำประปา
ปทุมธานี แม้จะเป็นพื้นที่หนึ่งซึ่งถูกประกาศให้เป็น เขตวิกฤต-การณ์น้ำบาดาล และแม้ว่าปกติจะไม่ใช่พื้นที่ซึ่งเสี่ยงภัยแล้งก็ตามแต่วิกฤติแล้งน้ำครั้งนี้สาหัสนัก ทำให้บางพื้นที่ยอมให้มีการเจาะบาดาลเพิ่ม
อนุกูล โอฬารกิจวานิช ผู้อำนวยการส่วนทรัพยากรน้ำ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติฯ จ.ปทุมธานี บอกว่า ปกติปทุมธานีทั้งจังหวัดไม่เข้าข่ายพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้งรุนแรง
“ปกติเราอนุญาตให้เจาะบ่อบาดาลได้เฉพาะฟาร์มเกษตร อุตสาหกรรม หรือเพื่อการอุปโภค บริโภค ในพื้นที่ซึ่งการประปาส่วนภูมิภาค หรือประปาชุมชนของเทศบาล หรือ อบต. ยังเข้าไปให้บริการไม่ถึง และเขาไม่สามารถหาน้ำใช้จากแม่น้ำ ลำคลองได้เท่านั้น”
แต่ ผอ.อนุกูลบอกว่า วิกฤตการณ์แล้งน้ำปีนี้ ถือเป็นกรณีพิเศษที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติฯ จ.ปทุมธานี อนุญาตให้องค์การบริหารส่วนตำบล 2 แห่ง คือ อบต.เชียงรากใหญ่ อ.สามโคก กับ อบต.คลองหก อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี สามารถเจาะและนำน้ำบาดาลไปใช้ทำน้ำประปาชุมชนได้
“เดิมทั้งสองพื้นที่สามารถสูบน้ำดิบจากแม่น้ำ ลำคลองไปใช้ผลิตน้ำประปาได้ แต่ปีนี้น้ำดิบต้นทุนจากผิวดินมีไม่พอใช้ เราจึงยอมให้เจาะน้ำบาดาลไปใช้ สนองนโยบายช่วยแก้ปัญหาของรัฐบาล”
ส่วนประชาชนที่อยู่นอกเขตพื้นที่ไม่สามารถหาน้ำจากแม่น้ำ ลำคลอง หรือน้ำจากประปาชุมชน และประปาภูมิภาคมาใช้ แต่ยังมีความจำเป็นต้องใช้น้ำ คนกลุ่มนี้จำต้องดิ้นรนขวนขวายหาทางช่วยเหลือตัวเอง
cr.ไทยรัฐออนไลน์