N.T Consult & Accounting

N.T Consult & Accounting - รับจัดทำและตรวจสอบงบการเงิน
- ให้คำปรึกษา ปัญหาภาษีอากร
- จดทะเบียน จัดตั้งนิติบุคคล ทะเบียนการค้า ประกันสังคม

ยื่นภาษีแบบคนยุคใหม่! วิธีใช้ D-MyTax กรมสรรพากร ดึงข้อมูลภาษี 2568 สรุปต้องจ่ายเพิ่มหรือได้คืน?เข้าสู่ช่วง "ฤดูกาลยื่นภ...
07/01/2026

ยื่นภาษีแบบคนยุคใหม่! วิธีใช้ D-MyTax กรมสรรพากร ดึงข้อมูลภาษี 2568 สรุปต้องจ่ายเพิ่มหรือได้คืน?

เข้าสู่ช่วง "ฤดูกาลยื่นภาษี" ของปีภาษี 2568 (ยื่นในช่วงต้นปี 2569) เชื่อว่าหนึ่งในปัญหาที่มนุษย์เงินเดือนและฟรีแลนซ์ต้องเจอเหมือนกันทุกปีคือ "เอกสารหาย" ไม่ว่าจะเป็นสลิปเงินเดือนสะสมทั้งปี หรือใบเสร็จค่าลดหย่อนต่างๆ จนกลายเป็นเรื่องน่าปวดหัว

แต่รู้หรือไม่ว่า เดี๋ยวนี้เราไม่ต้องรื้อลิ้นชักหาเอกสารให้วุ่นวาย เพราะกรมสรรพากรมีเครื่องมือที่ชื่อว่า D-MyTax (Digital My Tax) ซึ่งเปรียบเสมือน "สมุดบัญชีภาษีส่วนบุคคล" ที่รวบรวมข้อมูลของเราไว้ในที่เดียว ช่วยให้การยื่นภาษีปีนี้ง่ายและประหยัดเวลาขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า

D-MyTax คืออะไร? ทำไมต้องใช้?
D-MyTax คือระบบที่กรมสรรพากรพัฒนาขึ้นเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลรายได้และค่าลดหย่อนจากหน่วยงานต่างๆ มาไว้ในระบบออนไลน์ จุดเด่น คือ

1.ลดความยุ่งยาก ไม่ต้องกรอกข้อมูลเองทั้งหมด ระบบจะดึงข้อมูลที่สรรพากรมีอยู่แล้วมาโชว์ให้เห็น

2.เช็กได้ทันที รู้เบื้องต้นว่าปีนี้เรามีรายได้เท่าไหร่ มีสิทธิลดหย่อนอะไรบ้าง และ "ต้องจ่ายเพิ่ม" หรือ "ได้เงินคืน"

วิธีใช้ D-MyTax เช็กข้อมูลก่อนยื่นภาษี
โดยวิธีเช็กข้อมูลก่อนยื่นภาษีนั้น เราสามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ของกรมสรรพากร เลือกเมนู My Tax Account และ Login ด้วยระบบ Digital ID (เช่น แอปฯ ThaID หรือ NDID) เพื่อความปลอดภัย เมื่อเข้าไปแล้วให้ไล่เช็ก 4 ส่วนสำคัญ ดังนี้

1. ตรวจสอบรายได้ (Income) ระบบจะแสดงรายได้จากเงินเดือน หรือรายได้จากการจ้างงานอื่นๆ ที่นายจ้างนำส่งข้อมูล

อย่างไรก็ดี ข้อควรระวัง ช่วงต้นเดือนมกราคม ข้อมูลอาจยังไม่ครบ เพราะนายจ้างมีกำหนดส่งข้อมูลเงินเดือน/ค่าจ้าง ภายในวันที่ 15 ก.พ. หากเช็กแล้วยังไม่ขึ้น ไม่ต้องตกใจ ให้รอช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ข้อมูลจะนิ่งที่สุด

2. ตรวจสอบค่าลดหย่อนต่างๆ ระบบจะดึงข้อมูลจากปีที่เราเคยยื่นครั้งก่อนมาปรากฏให้เห็น แต่นี่คือจุดที่ "ต้องระวังที่สุด" เพราะข้อมูลนี้เป็นการอ้างอิงอดีต หากสถานะเปลี่ยนเราต้องแก้ไขเอง

ตัวอย่าง

หากปีที่แล้วเราลดหย่อนได้แค่ค่าดูแลคุณพ่อที่ไม่มีรายได้ แต่ปีนี้คุณแม่อายุครบ 60 ปีบริบูรณ์แล้ว ระบบอาจจะยังไม่เพิ่มชื่อคุณแม่ให้โดยอัตโนมัติ เรามีหน้าที่ต้องกรอกเพิ่มเองในขั้นตอนการยื่นแบบ

3. การออม การลงทุน และประกันชีวิต ข้อมูลกลุ่ม RMF, Thai ESG ,Thai ESGX รวมถึงเบี้ยประกันชีวิต มักจะถูกส่งเข้าระบบโดยอัตโนมัติหากเรากดยินยอม (Consent) ให้บริษัทหลักทรัพย์หรือบริษัทประกันส่งข้อมูลให้สรรพากร

แต่หากข้อมูลยังไม่ขึ้น แต่เรามีเอกสารในมือแล้ว สามารถกรอกตัวเลขเองได้เลยในขั้นตอนการยื่นแบบ ไม่จำเป็นต้องรอให้ระบบอัปเดต

4. สิทธิลดหย่อนพิเศษ (เช่น Easy e-Receipt 68) สำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเฉพาะปี ข้อมูลมักจะเริ่มแสดงผลแล้ว ให้ลองตรวจสอบยอดรวมว่าตรงกับใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ที่เราได้รับหรือไม่

คำเตือนจากผู้เชี่ยวชาญ "ตรวจสอบ" แต่อย่า "เชื่อ" ทั้งหมด
แม้ D-MyTax จะสะดวกสบายแค่ไหน แต่กูรูด้านภาษีหลายท่านย้ำเตือนว่า "อย่าเพิ่งกดตกลงยื่นภาษีทันทีที่เห็นตัวเลขในระบบ"

เหตุผลคือ D-MyTax เป็นเพียงเครื่องมือ "ช่วยตรวจสอบ" เท่านั้น แต่ความรับผิดชอบในการยื่นภาษีให้ถูกต้องและครบถ้วนเป็นของ "ผู้เสียภาษี" 100% หากระบบดึงข้อมูลมาไม่ครบ หรือดึงมาผิด (เช่น ลืมรายได้เสริมบางอย่าง) แล้วเรากดยื่นไปทั้งอย่างนั้น หากถูกตรวจพบย้อนหลัง เราจะไม่สามารถอ้างได้ว่า "ก็ในระบบมันโชว์แบบนี้"

สรุปไทม์ไลน์การยื่นภาษีปี 2568 (ที่ต้องยื่นในปี 2569)
เพื่อให้ไม่พลาดสิทธิและไม่ต้องเสียค่าปรับ

ยื่นแบบกระดาษ: ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่ ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2569
ยื่นแบบออนไลน์: ผ่านเว็บไซต์สรรพากร หรือแอปฯ RD Smart Tax ภายในวันที่ 8 เมษายน 2569

สรุปแล้ว การใช้ D-MyTax ช่วยให้เราเห็น "ภาพกว้าง" ของภาษีตัวเองได้เร็วขึ้น ช่วยให้คำนวณได้คร่าวๆ ว่าจะเหลือเงินไปใช้สอยหรือต้องเตรียมเงินไว้จ่ายภาษีเพิ่มเท่าไหร่ แต่ทั้งนี้ ก็อย่าลืมตรวจสอบความถูกต้องด้วยตัวเองอีกครั้งก่อนกดปุ่ม "ยืนยัน" เพื่อการเสียภาษีที่ถูกต้องและสบายใจที่สุดนั่นเอง

ที่มา : กรมสรรพากร

#สำนักงานบัญชีภาคเหนือ
#สำนักงานบัญชีลำพูน
#ที่ปรึกษาบัญชีและภาษีอากร

เสด็จสู่ฝากฟ้าสุราลัย..พระมหากรุณาธิคุณ..จารึกในใจไทยชั่วกาล..     ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร กรรมการ และพนักงาน บริษัท เอ...
25/10/2025

เสด็จสู่ฝากฟ้าสุราลัย..พระมหากรุณาธิคุณ..จารึกในใจไทยชั่วกาล..
ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร กรรมการ และพนักงาน บริษัท เอ็น.ที คอนซัลท์ แอนด์ แอคเคาน์ทิง จำกัด และ บริษัท คีย์ตกาญจน์ การบัญชีและภาษีอากร

06/03/2025

เทศกาลปิดงบประจำปี...คุณลูกค้า อย่าลืมส่งเอกสารเพิ่มเติมนะคะ

08/06/2020
📣มาตรการภาษี เยียวยาผลกระทบ COVID-19ที่มา​:กรมสรรพากร  #ลดอัตราหักณที่จ่าย   #ลดดอกเบี้ยจ่าย   #ลดภาระ   #เสริมสภาพคล่อง...
16/03/2020

📣มาตรการภาษี เยียวยาผลกระทบ COVID-19

ที่มา​:กรมสรรพากร
#ลดอัตราหักณที่จ่าย #ลดดอกเบี้ยจ่าย #ลดภาระ #เสริมสภาพคล่อง #หักรายจ่าย
#เร่งคืนภาษี #ผู้ส่งออกที่ดี #หักลดหย่อน #กองทุนรวม #ซื้อหน่วยลงทุน #บริจาค
#ยกเว้นVAT #ยกเว้นภาษี

29/10/2019
29/10/2019


7 สิทธิประกันสังคม ที่มนุษย์เงินเดือนควรรู้
จ่ายประกันสังคมเดือนละ 750 บาท ทุกเดือน รู้ไหมครับ? ว่ามนุษย์เงินเดือน หรือผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ทุกคน ล้วนมีสิทธิประกันสังคม มากถึง 7 กรณี โดยแต่ละกรณีสามารถใช้สิทธิ์ได้ต่อเมื่อมีการจ่ายสมทบกองทุนประกันสังคมในระยะเวลาที่กำหนด และทุกครั้งที่จ่ายประกันสังคม หรือเงินสมทบ เงินที่จ่ายไป จะถูกนำไปเข้ากองทุนประกันสังคม ทำให้ได้ผลประโยชน์ต่างๆ กับผู้ประกันตนครับ

สิทธิประกันสังคม ที่มนุษย์เงินเดือนจะได้รับ มีอะไรบ้าง?

1. สิทธิประกันสังคมกรณีเจ็บป่วย
ผู้ประกันตนจะได้รับสิทธิรักษาในสถานพยาบาลตามสิทธิรักษาพยาบาล เมื่อจ่ายเงินสมทบ ไม่น้อยกว่า 3 เดือน โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเข้ารับการรักษาพยาบาล ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยนอก หรือผู้ป่วยใน และหากเข้ารับการรักษาที่สถานพยาบาลรัฐ และเอกชนอื่นๆ ก็สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลตามสิทธิประกันสังคมหลังจากได้รับการรักษาได้ โดยแยกเป็น 2 กรณี คือ

(1) กรณีเป็นผู้ป่วยนอก (OPD) ในสถานพยาบาลรัฐ สามารถเบิกได้ตามจริง และสามารถเบิกจ่ายกรณีเข้ารักษาที่สถานพยาบาลเอกชนได้ไม่เกิน 1,000 บาท/ครั้ง

(2) กรณีเป็นผู้ป่วยใน (IPD) ในสถานพยาบาลรัฐ สามารถเบิกได้ตามจริง ยกเว้นค่าห้อง และค่าอาหาร ที่เบิกได้ไม่เกินวันละ 700 บาท และสามารถเบิกจ่ายกรณีเข้ารักษาที่สถานพยาบาลเอกชนได้ไม่เกินวันละ 2,000 บาท, ค่าห้อง และค่าอาหาร ไม่เกินวันละ 700 บาท หากมีการรักษาในห้อง ICU สามารถเบิกได้ไม่เกินวันละ 4,500 บาท และเมื่อได้รับการผ่าตัดใหญ่ จะสามารถเบิกได้ไม่เกิน 8,000-16,000 บาท

นอกจากค่าสิทธิรักษาในสถานพยาบาลแล้ว ยังได้รับสิทธิในการทำทันตกรรม ไม่เกิน 900 บาท/ปี ด้วย

2. สิทธิประกันสังคมกรณีสงเคราะห์บุตร
เมื่อจ่ายเงินสมทบ ไม่น้อยกว่า 12 เดือน หรือ 1 ปี จะได้ค่าสงเคราะห์บุตร เดือนละ 600 บาทต่อคน เป็นเวลา 6 ปี ตั้งแต่แรกเกิด จนถึงอายุ 6 ปี โดยมีการยกเว้นการจ่ายเงินสงเคราะห์ให้แก่บุตรบุญธรรม หรือบุตรที่ยกให้เป็นบุตรบุญธรรมของคนอื่น ซึ่งสิทธิประกันสังคมกรณีสงเคราะห์บุตร สามารถขอใช้สิทธิได้ไม่เกิน 3 คน

3. สิทธิประกันสังคมกรณีคลอดบุตร
เมื่อจ่ายเงินสมทบ ไม่น้อยกว่า 15 เดือน หรือ 1 ปี 3 เดือน จะได้รับค่าคลอดบุตร 13,000 บาท โดยสามารถเลือกใช้สิทธิได้จากฝ่ายชาย หรือหญิง ฝ่ายเดียวเท่านั้น และสามารถเบิกค่าคลอดบุตรได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง โดยผู้ประกันตนฝ่ายหญิง จะได้รับเงินสงเคราะห์จากการลาคลอด ในอัตราร้อยละ 50 ของเงินเดือน เป็นเวลา 90 วัน หรือ 3 เดือนหลังคลอด ซึ่งสิทธินี้ จะใช้ได้เมื่อคลอดลูกคนที่ 1 และ 2 เท่านั้น

4.สิทธิประกันสังคมกรณีว่างงาน
หากผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบเป็นนานกว่า 6 เดือน สามารถลงทะเบียนในเว็บไซต์ กรมการจัดหางาน ของรัฐ ภายใน 30 วัน ตั้งแต่ออกจากงาน จะได้รับเงินทดแทนการว่างงาน ร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ย (ค่าจ้างสูงสุด 15,000 บาท) ในระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน 3 เดือน/ปี

5. สิทธิประกันสังคมกรณีทุพพลภาพ
เมื่อจ่ายเงินสมทบ ไม่น้อยกว่า 3 เดือน ผู้ประกันตนจะได้รับการดูแลในเรื่องการรักษาพยาบาล เงินชดเชยรายได้ เงินบำเหน็จ เมื่อสูญเสียสมรรถภาพของอวัยวะของร่างกาย หรือจิตใจ ทำให้ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างรายเดือน (ค่าจ้างสูงสุด 15,000 บาท) ตลอดชีวิต

6. สิทธิประกันสังคมกรณีเสียชีวิต
ครอบครัว หรือทายาทของผู้ประกันตนจะได้เงินสงเคราะห์ และค่าทำศพ 40,000 บาท เมื่อแสดงหลักฐานจากฌาปนสถาน สำเนาใบมรณะบัตร และสำเนาบัตรประชาชนของคนในครอบครัว กับสำนักงานประกันสังคม เมื่อผู้เสียชีวิตเคยจ่ายเงินสมทบในกองทุนประกันสังคมนานกว่า 1 เดือน

7. สิทธิประกันสังคมกรณีชราภาพ
(1) กรณีบำนาญชราภาพ
สำหรับผู้ประกันตนที่มีอายุ 55 ปี และจ่ายเงินสมทบมานานกว่า 180 เดือน หรือ 15 ปี จะได้รับเงินบำนาญชราภาพรายเดือน ในอัตราร้อยละ 20 ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย (ค่าจ้างสูงสุด 15,000 บาท) และหากจ่ายเงินสมทบเกิน 180 เดือน หรือ 15 ปี จะได้เงินบำนาญชราภาพรายเดือนเพิ่มอีกร้อยละ 1.5 ต่อการจ่ายเงินสมทบทุกๆ 12 เดือน

(2) กรณีบำเหน็จชราภาพ
สำหรับผู้ประกันตนที่มีอายุ 55 ปี และมีการจ่ายเงินสมทบ 12 เดือนขึ้นไป หรือ 1 ปี จะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพ ตามจำนวนเงินที่จ่ายเข้าประกันสังคม พร้อมทั้งเงินสมทบจากนายจ้าง และผลตอบแทนจากกองทุนประกันสังคม แต่หากมีการจ่ายเงินสมทบต่ำกว่า 1 ปี จะได้รับเพียงเงินที่ตัวเองจ่ายเงินสมทบเท่านั้น

ผู้ประกันตนจะเบิกประกันสังคมยังไง?
แต่ละสิทธิประกันสังคมสามารถขอเบิกได้กับทางสำนักประกันสังคมครับ ด้วยการเขียนแบบคำรับขอประโยชน์ทดแทนกองทุนประกันสังคม (สปส.2-01) พร้อมเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องในการเบิกจ่าย และสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร เพื่อรับเงินที่ผู้ประกันตนจะได้รับ

เห็นมั้ยครับ? ว่ามนุษย์เงินเดือน หรือคนทำงาน ได้สิทธิประโยชน์จากกองทุนประกันสังคมมากมาย ผู้ว่าจ้างที่ทำเอกสาร หรือยื่นประกันสังคมให้พนักงานเป็นประจำ สามารถทำเอกสารต่างๆ ออนไลน์ เพื่อความสะดวกสบายมากขึ้นด้วยโปรแกรม PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ที่ให้คุณจัดการเอกสารได้ง่าย ทุกที่ ทุกเวลา ดั่งนักบัญชีมืออาชีพ

20/07/2019

ความรู้ภาษีใน 5 นาที กับ PEAK!
❤สรุป 9 ภาษีที่ต้องรู้ก่อนเริ่มต้นธุรกิจ!
อย่างที่เค้าพูดกัน มีอยู่ 2 อย่างในโลกที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ นั่นคือ “ความตาย” และ “ภาษี”
แต่ภาษีนั้นก็มีหลายประเภทซะเหลือเกิน แล้วเราจะต้องรู้ภาษีอะไรบ้างตอนเริ่มต้นธุรกิจ
👍Short Note
ข้อ 1-3 เป็นภาษีของสรรพากรพื้นฐาน ที่ทุกธุรกิจต้องเจอ
ข้อ 4 เป็นภาษีของสรรพากรในบางธุรกิจเท่านั้น
ข้อ 5 เป็นภาษีของกรมสรรพสามิต ไม่ใช่สรรพากร
ข้อ 6-8 เป็นภาษีที่มีลักษณะเป็นภาษีท้องถิ่นซึ่งต้องเสียในกับท้องที่ ไม่ใช่สรรพากร
ข้อ 9 อากรแสตมป์
1️⃣ ภาษีเงินได้+
✔ภาษีเงินได้ก็ตามชื่อเลยครับ เก็บจากคนที่มีรายได้ แบ่งเป็นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และภาษีเงินได้นิติบุคคล
✔ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเก็บจากบุคคลธรรมดา ถ้าเราทำธุรกิจโดยไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล เราต้องเสียภาษีแบบบุคคลธรรมดา โดยผู้ที่ทำธุรกิจในนามบุคคลทำ จะต้องยื่นภาษี 2 ครั้งในแต่ละปี คือภาษีครึ่งปีโดยใช้ ภ.ง.ด.94 และภาษีเงินได้ประจำปีโดยใช้ ภ.ง.ด.90 แตกต่างจากคนที่เป็นพนักงานเงินเดือนที่มีรายได้จากเงินเดือน ซึ่งจะยื่นครั้งเดียวเป็นภาษีเงินได้ประจำปีโดยใช้ ภ.ง.ด.91 แทน
✔สำหรับคนที่ทำธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคล ภาษีที่คุณต้องเสียก็คือภาษีเงินได้นิติบุคคล ในปีนึงๆเราต้องยื่น 2 ครั้ง คือภาษีเงินได้ครึ่งปีโดยใช้ ภ.ง.ด. 51 และภาษีเงินได้ประจำปีโดยใช้ ภ.ง.ด.50
2️⃣ ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย+
✔ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ก็ความหมายตามชื่อของมัน คือจะ “หัก ณ ที่จ่าย” ถ้ามีการจ่ายเงินเกิดขึ้นตามเงื่อนไข ผู้จ่ายเงินก็ต้องหักเงินจำนวนหนึ่งไว้เพื่อนำส่งภาษีให้รัฐ หลักการของภาษีนี้ก็คือเพื่อลดภาระภาษีตอนปลายปีของผู้รับเงินในฐานะผู้มีเงินได้ เพราะเป็นการทยอยๆ เสียภาษีทีละนิดๆ ตามครั้งที่รับเงิน ดีกว่าที่จะมาเจอต้องเสียภาษีเป็นเงินก้อนใหญ่ที่เดียว (อีกเหตุผลนึงก็คือสรรพากรต้องการเพิ่มโอกาสที่จะได้รับเงินภาษีเพิ่ม เพราะว่าหลายคนมักไม่ค่อยกล้าขอคืนภาษีกันซักเท่าไหร่)
✔อัตราภาษีที่ต้องหักนั้นแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับเราจ่ายให้ใคร และจ่ายค่าอะไร เราจะยังไม่ลงรายละเอียดในบทความนี้ แต่รู้ไว้แล้วกันว่าเมื่อเราต้องจ่ายเงินให้กับคนอื่นทั้งที่เป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล เราต้องหัก ณ ที่จ่ายและนำส่งสรรพากรด้วย และในทางกลับกันเราก็จะไม่ได้รับเงินเต็มจำนวนจากลูกค้าเรา เพราะเค้าก็ต้องหักเงินเราแล้วนำส่งให้สรรพากร
✔เงินส่วนที่เราหักไป หรือลูกค้าหักจากเรา จะถูกแทนที่ด้วยกระดาษที่เรียกว่า “หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย” ซึ่งผู้ถูกหัก ณ ที่จ่ายสามารถนำไปขอคืนจากรัฐตอนสิ้นปี หรือไปลดภาระภาษีได้
✔ภาษีที่คุณต้องนำส่งนั้น แบ่งเป็นหลายประเภท ถ้าเราจ่ายเงินให้กับบุคคลธรรมดา แบบภาษีที่เราต้องหัก และนำส่งให้รัฐอาจจะเป็น ภ.ง.ด.1, ภ.ง.ด.2, ภ.ง.ด.3 ก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าเราจ่ายเงินค่าอะไร หรือถ้าเราจ่ายเงินในนิติบุคคล ภาษีที่เราต้องหัก และนำส่งให้รัฐอาจจะเป็น ภ.ง.ด.53, ภ.ง.ด.54 ก็ได้ รายละเอียดไว้ดูกันในบทความต่อๆไป
3️⃣ ภาษีมูลค่าเพิ่ม+
✔ภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือที่รู้จักกันในนาม VAT ก็คือภาษีที่เก็บเพิ่มจากราคาสินค้าหรือบริการที่คิดกับลูกค้า โดยผู้ขาย ที่จดทะเบียน VAT แล้ว มีหน้าที่จะต้องเรียกเก็บ VAT เพิ่มจากราคาขาย 7% และเรียกว่า “ภาษีขาย”
✔และหากเราไปซื้อสินค้า/บริการที่ผู้ขายมีการคิด VATด้วย ส่วนเพิ่มที่จ่ายไปในราคาซื้อนี้เรียกว่า “ภาษีซื้อ”
✔ผู้ที่อยู่ในระบบ VAT ต้องนำส่งภาษีให้กับสรรพากรภายในเวลาที่กำหนด (เช่น วันที่ 15 ของเดือนถัดไป หรือ + 8 วันหากยื่นออนไลน์) โดยคำนวณจากยอดภาษีขาย หักออกด้วยยอดภาษีซื้อ
✔ถ้าภาษีขาย > ภาษีซื้อ เราก็ต้องจ่ายให้สรรพากรในส่วนที่ยังขาดอยู่ แต่ถ้าภาษีซื้อ > ภาษีขาย เราก็สามารถขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มนี้จากสรรพากรได้ หรือเก็บไว้ขอคืนหรือหักกลบในเดือนต่อๆไปก็ได้
✔สำหรับการยื่นภาษีซื้อนี้ มี 2 แบบฟอร์ม ก็คือ ภ.พ.30 (สำหรับการซื้อขายกับผู้ประกอบการในไทย) และ ภ.พ.36 (สำหรับการซื้อขายกับผู้ประกอบการในต่างประเทศ เช่น ค่าเช่าเซอร์เวอร์ต่างประเทศ ค่าบริการซอฟท์แวร์จากต่างประเทศ)
4️⃣ ภาษีธุรกิจเฉพาะ+
✔ภาษีธุรกิจเฉพาะ ธุรกิจโดยทั่วไปมักจะไม่ค่อยได้ยุ่งกันซักเท่าไหร่ เพราะตามชื่อเลย มันคือการบังคับใช้กับธุรกิจบางธุรกิจเท่านั้น โดยทั่วไปก็เป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเงิน การธนาคาร หรือโรงรับจำนำ
✔แต่บางครั้งธุรกิจธรรมดาๆทั่วๆไป ก็ต้องเสียภาษีตรงนี้ด้วย จากบัญชีลี้ลับที่มีชื่อว่า “เงินให้กู้ยืมกรรมการ” ทำให้เราต้องมีการคิดดอกเบี้ยจากกรรมการและจะกลายเป็นธุรกรรมที่เข้าค่ายการทำธุรกิจเยี่ยงธนาคาร (คือการปล่อยกู้)
✔สำหรับการยื่นภาษีธุรกิจเฉพาะนี้ เราจะใช้ ภ.ธ.40 ในการยื่นภาษี และต้องยื่นภาษีภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป (หรือ + 8 วันหากยื่นออนไลน์)
5️⃣ ภาษีสรรพสามิต+
✔ภาษีสรรพสามิตหรือ "ภาษีบาป" เรียกเก็บจากการขายสินค้า/บริการบางประเภทที่มีส่วนทำลายสังคม วัฒนธรรม ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เช่น บุหรี่ เหล้า ไพ่ น้ำมัน เชื่อเพลิงต่างๆ อาบอบนวด รถยนต์ยานพาหนะ เป็นต้น หรือสินค้า/บริการที่มีลักษณะเป็นการฟุ่มเฟือย เช่น น้ำหอม สนามกอล์ฟ พรมขนสัตว์ เป็นต้น และต้องแจ้งงบรายเดือนให้กับสรรพสามิตพื้นที่ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
6️⃣ ภาษีบำรุงท้องที่+
✔ภาษีบำรุงท้องที่ หมายถึง ภาษีที่เก็บจากเจ้าของที่ดิน ไม่ว่าจะเป็น บุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลซึ่งมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่ไม่ได้รับการยกเว้นภาษี (เช่น อาคารพาณิชย์ ที่รกร้าง)
✔ผู้มีหน้าที่เสียภาษีจะต้องนําเงินมาชําระค่าภาษีในเดือนเมษายนของทุกปีที่กองคลังของเทศบาลที่ที่ดินตั้งอยู่ ตามอัตราที่แต่ละท้องที่กำหนด โดยต้องยื่นครั้งแรกในเดือนมกราคมของปีนั้นๆโดย 4 ปีจะชำระครั้งนึง หรือถ้ามีการเปลี่ยนแปลงเจ้าของหรือการใช้ประโยชน์ก็ต้องชำระภายใน 30 วันที่มีการเปลี่ยนแปลง ชำระที่สำนักงานเขต หรืออำเภอที่ตั้งอยู่
7️⃣ ภาษีโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง+
✔ในกรณีที่เรามีอาคาร หรือที่ดินเพื่อเช่า และมีรายได้จากการเช่า เราจะต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินจำนวน 12.5% ต่อปีของค่าเช่าทั้งปี (ค่าเช่าที่คิดทั้งปี เช่น ถ้าเช่าเดือนละ 5,000 บาท ค่าเช่าทั้งปีคือ 5,000×12 = 60,000 บาท จะเสียภาษี 12.5% = 7,500 บาท) โดยชำระที่สำนักงานเขต หรืออำเภอที่ตั้งอยู่ภายในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี
8️⃣ ภาษีป้าย+
✔ภาษีป้ายคือภาษีที่เก็บจากป้าย ซึ่งคิดตามขนาดของป้าย แต่เริ่มต้นที่ 200 บาทสำหรับป้ายที่ไม่ได้รับการยกเว้น ภาษีป้ายจะต้องยื่นที่สำนักงานเขต หรืออำเภอที่ตั้งอยู่ภายในเดือนมีนาคมของทุกปี
9️⃣ อากรแสตมป์+
✔อากรแสตมป์เป็นภาษีที่ต้องเสียเมื่อทำธุรกรรมบางอย่าง (มี 28 อย่าง) เช่น สัญญาเช่าที่ เช่าซื้อ จ้างทำของ หรือการกู้ยืมเงิน เป็นต้น โดยผู้มีหน้าที่เสียภาษีคือ ผู้ให้เช่า หรือผู้ให้กู้ โดยสามารถชำระเป็นอากร (ซื้อได้ที่กรมสรรพากร) หรือเป็นเงินสด (ในตราสารบางประเภท และต้องขออนุมัติด้วย อ.ส.4 ก่อน)
เขียนโดย ภีม เพชรเกตุ (CEO PeaKAcc)

23/06/2019

ภาษีซื้อต้องห้าม #ฟังดูง่าย แต่เข้าใจย๊ากยาก👩‍🏫
ในช่วงระหว่างการยื่นแบบ ภพ.30 แบบนี้ สิ่งหนึ่งที่เราเหล่านักบัญชีและท่านเจ้าของกิจการต้องระวัง นั่นก็คือ "ภาษีซื้อแบบไหนที่เข้าข่าย เป็น #ภาษีซื้อต้องห้าม" เพราะภาษีซื้อดังกล่าว ถึงแม้ว่าจะเป็นภาษีซื้อที่เกิดขึ้นจริง แต่ก็มีเงื่อนไข #อย่างน้อย6ประการ ที่จะต้องระวังไม่ให้เข้าเงื่อนไขดังกล่าว นักบัญชีและเจ้าของกิจการ จึงจะสามารถนำมาบันทึกและยื่นเป็นภาษีซื้อ ที่สามารถนำมาใช้หักกับภาษีขาย หรือขอคืนได้
ℹ️เงื่อนไขจะมีอะไรบ้างนั้น เรามาติดตามกันได้ที่นี่เลยค่ะ และท่านสามารถอ่านรายละเอียดฉบับเต็มได้ทาง 🚩 http://kasmethai.blogspot.com/2019/06/blog-post_8.html
----------------------------------------------------
+++++++ ++++++
----------------------------------------------------
20 & 21 มิถุนายนนี้ #อบรมครบ2วัน CPD นับชั่วโมงครบปี!
⏰📣โปรโมชั่นพิเศษจนถึงวันที่ 14 มิถุนายนนี้เท่านั้น📣⏰
🌸สำรองที่นั่ง+อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง🌸https://forms.gle/46J7NoF4JiMXhpPW8
🌸ขอรายละเอียดหลักสูตรพร้อมตารางอบรมฉบับเต็ม🌸
✅ADD LINE: KASMETHAI

ข่าวการชำระภาษี
10/03/2015

ข่าวการชำระภาษี

ที่อยู่

สนามกีฬา
Lamphun
51000

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 17:30
อังคาร 08:30 - 17:30
พุธ 08:30 - 17:30
พฤหัสบดี 08:30 - 17:30
ศุกร์ 08:30 - 17:30
เสาร์ 08:30 - 17:30

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ N.T Consult & Accountingผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์