สถาบันฟื้นฟูไขข้อและกระดูก

สถาบันฟื้นฟูไขข้อและกระดูก ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก สถาบันฟื้นฟูไขข้อและกระดูก, Professional Services, 54/4/5, Min Buri.

คุณ ! กำลังมีอาการแบบนี้หรือเปล่า- ปวดข้อ- ปวดเข่า- โรคเก๊าท์- รูมาตอยด์- ปวดหลัง- ข้ออักเสบ- หมอนรองกระดูกทับเส้นแล้วจะ...
31/03/2017

คุณ ! กำลังมีอาการแบบนี้หรือเปล่า
- ปวดข้อ
- ปวดเข่า
- โรคเก๊าท์
- รูมาตอยด์
- ปวดหลัง
- ข้ออักเสบ
- หมอนรองกระดูกทับเส้น
แล้วจะทนปวดอยู่ทำไม ?
ฟื้นฟูด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ
ดีบูน นวัตกรรมใหม่ ช่วยให้คุณพ้นจากอาการเหล่านี้
สอบถาม/สั่งซื้อ โทร.097-956 8081
m.me/SSDBoone

คุณ ! กำลังมีอาการแบบนี้หรือเปล่า- ปวดข้อ- ปวดเข่า- โรคเก๊าท์- รูมาตอยด์- ปวดหลัง- ข้ออักเสบ- หมอนรองกระดูกทับเส้นแล้วจะ...
31/03/2017

คุณ ! กำลังมีอาการแบบนี้หรือเปล่า
- ปวดข้อ
- ปวดเข่า
- โรคเก๊าท์
- รูมาตอยด์
- ปวดหลัง
- ข้ออักเสบ
- หมอนรองกระดูกทับเส้น
แล้วจะทนปวดอยู่ทำไม ?
ฟื้นฟูด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ
ดีบูน นวัตกรรมใหม่ ช่วยให้คุณพ้นจากอาการเหล่านี้
สอบถาม/สั่งซื้อ โทร.097-956 8081
m.me/SSDBoone

สถานการณ์โรคกระดูกพรุนปี 2555 : หักครั้งเดียวก็เกินพอวันกระดูกพรุนโลก (World Osteoporosis Day 2012)ปัจจุบันโรคกระดูกพรุน...
23/03/2017

สถานการณ์โรคกระดูกพรุนปี 2555 : หักครั้งเดียวก็เกินพอ

วันกระดูกพรุนโลก (World Osteoporosis Day 2012)

ปัจจุบันโรคกระดูกพรุนนับเป็นโรคกระดูกเมตาบอลิก (Metabolic bone disease) ที่พบบ่อยที่สุดโดยผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 50 ปี และพบว่าในปีหนึ่งๆ มีผู้สูงอายุนับล้านคนที่กระดูกสะโพกหักจากการหกล้มธรรมดาและอีกนับล้านคนมีกระดูกส่วนอื่นหัก ประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ที่กระดูกหัก 1 ครั้งจากโรคกระดูกพรุนมักเกิดกระดูกหักซ้ำอีกทั้งหลายโรงพยาบาลเมื่อเจอผู้ป่วยที่กระดูกหักครั้งแรกก็ละเลยการตรวจวินิจฉัยว่าผู้ป่วยมีโรคกระดูกพรุนหรือไม่ พบว่าร้อยละ 80 ของผู้ป่วยที่กระดูกหักครั้งแรก ยังไม่เคยตรวจหรือรักษาโรคกระดูกพรุน

ด้วยเหตุนี้องค์การอนามัยโลกโดยการริเริ่มของมูลนิธิโรคกระดูกพรุนนานาชาติ (International Osteoporosis Foundation, IOF) จึงได้กำหนดวันกระดูกพรุนโลกขึ้นในวันที่ 20 ตุลาคมของทุกปีโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงโรคกระดูกพรุนทั้งด้านการป้องกัน การวินิจฉัย และการรักษา ซึ่งปัจจุบันมี 90 ประเทศทั่วโลกที่ร่วมกิจกรรมรณรงค์นี้

ข้อความหลักที่ใช้สำหรับรณรงค์ในวันกระดูกพรุนโลกปีนี้ คือ “STOP AT ONE” หักครั้งเดียวพอโดยมุ่งเน้นให้ประชาชนตระหนักว่า
1. กระดูกหักจากโรคกระดูกพรุนไม่ใช่อุบัติเหตุ

2. การที่กระดูกหักถือว่าเป็นสัญญาณเตือน หักหนึ่งครั้งทำให้หักซ้ำได้อีก

3. ถ้ากระดูกหักเกิดขึ้นเมื่ออายุเกินห้าสิบ จงไปตรวจและรับการรักษา

เรื่องจริงที่ควรรู้เกี่ยวกับโรคกระดูกพรุน

1. ในกลุ่มคนที่อายุเกิน 50 ปีทั่วโลก ผู้หญิงอย่างน้อย 1 ใน 3 คน และผู้ชายอย่างน้อย 1 ใน 5 คน เคยกระดูกหักจากโรคกระดูกพรุน (osteoporosis)

2. ภายในเวลา 1 ปี มีผู้สูงอายุ 1 ใน 3 คน เคยกระดูกข้อสะโพกหัก จนกลายเป็นคนสูญเสียความสามารถ โดยพบว่าร้อยละ 40 ไม่สามารถเดินได้ด้วยตนเอง และร้อยละ 60 ต้องการผู้ช่วยเหลือนอกจากนี้พบว่า 1 ใน 5 รายเสียชีวิตภายใน 1 ปีหลังจากกระดูกสะโพกหัก

3. การรักษาโรคกระดูกพรุนในผู้ป่วยกระดูกหัก ช่วยลดการเกิดกระดูกหักบริเวณข้อสะโพกได้ถึงร้อยละ 20-25

4. โรคกระดูกพรุนทำให้กระดูกสันหลังทรุด หลังค่อม เกิดอาการปวดอย่างรุนแรงและคุณภาพชีวิตแย่ลงมาก ผู้หญิง 1 ใน 4 คนที่กระดูกสันหลังทรุดจะเกิดกระดูกสันหลังทรุดเพิ่มขึ้นอีกภายใน 1 ปี

5. ในทวีปยุโรปมีการเสียงบประมาณในการรักษาผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนและผู้ทุพพลภาพมากกว่างบประมาณที่ใช้รักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง และมากกว่าโรคเรื้อรังอื่น ๆ

สถานการณ์โรคกระดูกพรุนระดับโลก

ผู้ป่วยกระดูกหักจากโรคกระดูกพรุนพบร้อยละ 0.83 ของโรคที่ไม่ติดต่อทั้งหมดทั่วโลก และคาดการณ์ว่าทุก ๆ 3 วินาทีจะมีคนกระดูกหักจากโรคกระดูกพรุน 1 ราย และทุก ๆ 22 วินาทีจะมีคนกระดูกสันหลังทรุด 1 ราย ในกลุ่มคนที่อายุเกิน 50 ปีทั่วโลกผู้หญิงอย่างน้อย 1 ใน 3 คน และผู้ชายอย่างน้อย 1 ใน 5 คนเคยกระดูกหักจากโรคกระดูกพรุน (osteoporosis) โดยประมาณการณ์ว่าทั่วโลกมีผู้หญิงที่เป็นโรคกระดูกพรุนประมาณ 200 ล้านรายโดยเฉพาะผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนตั้งแต่อายุ 60 ถึง 90 ปีมีโอกาสเป็นโรคกระดูกพรุนได้สูงตั้งแต่ร้อยละ 10 ถึงร้อยละ 60 ตามอายุที่มากขึ้น โดยบริเวณที่หักมากที่สุดเรียงตามลำดับคือกระดูกปลายแขน (ร้อยละ 80) กระดูกต้นแขน (ร้อยละ 75) กระดูกข้อสะโพก (ร้อยละ 70) และกระดูกสันหลัง (ร้อยละ 58) สำหรับการหักของกระดูกสะโพก กระดูกสันหลังกระดูกปลายแขน ประมาณร้อยละ 75 เกิดในผู้ป่วยอายุมากกว่า 65 ปี

ในปี พ.ศ. 2543 มีผู้ป่วยกระดูกหักจากภาวะกระดูกบางประมาณ 9 ล้านรายพบกระดูกข้อมือหัก 1.7 ล้านราย กระดูกข้อสะโพกหัก 1.6 ล้านรายกระดูกสันหลังทรุด 1.4 ล้านราย กระดูกต้นแขนหัก 7 แสนรายโดยครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยดังกล่าวมีภูมิลำเนาอยู่ในทวีปยุโรปและทวีปอเมริกาส่วนอีกครึ่งหนึ่งที่เหลือมีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศแถบคาบสมุทรแปซิฟิก

สถานการณ์โรคกระดูกพรุนระดับภูมิภาค

ทวีปเอเชียซึ่งมีประชากรผู้สูงอายุจำนวนมากโดยในช่วง 30 ปีที่ผ่านมาพบผู้ป่วยกระดูกสะโพกหักเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า และในปี พ.ศ. 2593 คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนในทวีปเอเชียมากถึงครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนทั่วโลกที่ประเทศจีนพบผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนที่อายุมากกว่า 50 ปี จำนวน 69.4 ล้านราย และเกือบ 7 แสนรายที่กระดูกสะโพกหักและพบว่าสตรีวัยหมดประจำเดือนชาวจีนร้อยละ 19-26 มีกระดูกสันหลังคดผิดรูปนอกจากนี้ยังมีการคาดการณ์ว่าในปี พ.ศ. 2593 ประเทศจีนจะมีผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนมากถึง 533.3 ล้านคนในขณะที่ประเทศญี่ปุ่นในช่วง 10 ปี พบว่ามีผู้ป่วยกระดูกสะโพกหักมากขึ้นถึง 1.6 เท่าส่วนประชาชนในประเทศแถบเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงพบว่ามีภาวะขาดแคลเซียมและขาดวิตามินดี และอีกหลายประเทศในเอเชียยังมีข้อจำกัดในการใช้เครื่อง DEXA (Dual Energy X-ray Absorptiometry) เพื่อตรวจความหนาแน่นของกระดูก (Bone Mineral Density หรือ BMD) นอกจากนี้ยังมีผู้ป่วยที่ยังไม่ได้วินิจฉัยและรักษาโรคกระดูกพรุนเป็นจำนวนมากแม้แต่ผู้ป่วยความเสี่ยงสูงที่เคยกระดูกหักไปแล้วซึ่งพบมากในพื้นที่ชนบท (โดยเฉพาะในประเทศจีนและอินเดีย)โดยผู้ป่วยกระดูกสะโพกหักส่วนใหญ่ไม่ได้รับการผ่าตัดแต่รักษาโดยรักษาประคับประคองที่บ้าน

สถานการณ์โรคกระดูกพรุนระดับประเทศ

สำหรับประเทศไทยยังไม่มีการศึกษาสถิติโรคกระดูกพรุนเป็นรายปีแต่จากสถิติจำนวนประชากรผู้สูงอายุของประเทศไทยที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ความชุกของโรคกระดูกพรุนเพิ่มขึ้นตามอายุที่มากขึ้นเช่นกันโดยเฉพาะผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไปจะพบโรคกระดูกพรุนได้มากกว่าร้อยละ 50

จากการสำรวจผู้หญิงไทยพบภาวะกระดูกพรุนบริเวณกระดูกสันหลังส่วนเอว (lumbar spine) ร้อยละ 15.7-24.7 บริเวณกระดูกข้อสะโพก (femoral neck) ร้อยละ 9.5-19.3 อุบัติการณ์ของกระดูกสะโพกหักในผู้หญิงไทยวัยหมดประจำเดือนที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไปพบ 289 ครั้งต่อประชากรแสนรายต่อปีและการศึกษาของทางมูลนิธิโรคกระดูกพรุนนานาชาติในประเทศไทยเมื่อพ.ศ. 2552 พบอัตราการตายหลังเกิดกระดูกสะโพกหักภายใน 5 ปีมากถึง 1 ใน 3 ในผู้ป่วยทั้งเพศชายและหญิง (มากกว่าผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านม)นอกจากนี้ยังพบว่าประชากรไทยยังมีภาวะขาดแคลเซียมและวิตามินดีอีกด้วย

แนวโน้มสถานการณ์โรคกระดูกพรุนในอนาคต

ในอดีตเมื่อ 10 ปีก่อนระหว่างปี พ.ศ. 2533 และ พ.ศ.2543 ทั่วโลกมีจำนวนผู้ป่วยกระดูกข้อสะโพกหักเพิ่มขึ้นพบประมาณร้อยละ 25 โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุช่วง 75-79 ปี จะพบว่ามีกระดูกข้อสะโพกหักมากที่สุดส่วนกระดูกหักส่วนอื่นพบในผู้ที่มีอายุช่วง 50-59 ปีมากที่สุด ปัจจุบันจากการที่มีจำนวนประชากรผู้สูงอายุมากขึ้น ทำให้แนวโน้มในอนาคต ปีพ.ศ. 2593 ทั่วโลกอาจพบอุบัติการณ์กระดูกข้อสะโพกหักในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนมากขึ้นถึงร้อยละ 240 และในผู้ชายมากขึ้นถึงร้อยละ 310 โดยผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนมากกว่าครึ่งเป็นคนเอเชีย

สำหรับประเทศไทยคาดว่าจะมีจำนวนผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและในอนาคตอาจกลายเป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทยเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนจำนวนประชากรผู้สูงอายุที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจาก 1 ต่อ 20 ในปี พ.ศ. 2513 เป็น 1 ต่อ 9 ในปี พ.ศ. 2553 และคาดว่าอีก 40 ปีข้างหน้าสัดส่วนจำนวนผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้นเป็น 1 ต่อ 3 ในปี พ.ศ. 2593 จากกราฟข้างต้นแสดงอุบัติการณ์การเกิดกระดูกข้อสะโพกหักในประเทศไทยที่คาดการณ์ไว้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2006 ถึง 2050 ซึ่งจะเห็นว่ามีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี ดังนั้นจึงควรให้ความสำคัญในการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคกระดูกพรุนในระยะเริ่มต้น ไม่ปล่อยให้กระดูกหักขึ้นมาเสียก่อนนอกจากนี้ยังต้องเน้นความสำคัญในการป้องกันไม่ให้เกิดโรคกระดูกพรุนให้มากขึ้น

15/03/2017

ข้อไหล่ (shoulder joint) เป็นข้อที่เกิดจากการรวมกันของข้อต่อย่อยหลายข้อบริเวณหัวไหล่ร่วมกับเส้น เอ็นหุ้มข้อไหล่ (rotator cuff), ถุงหุ้มเส้นเอ็น (bursa) และกล้ามเนื้อหลายมัด (muscle) ทำให้มีพิสัยการเคลื่อนไหวที่กว้างมาก...

ไหนใครเป็น เข้าไปอ่านกันเร็ววววววววแต่...เรามีเด็ดกว่านี้  #ทักแชทสิ
15/03/2017

ไหนใครเป็น เข้าไปอ่านกันเร็วววววววว
แต่...เรามีเด็ดกว่านี้ #ทักแชทสิ

ยืนนานจนปวดส้นเท้า เมื่อยที่ฝ่าเท้า หรือเดินเยอะจนขาอ่อนล้าไปหมด มาลองวิธีแก้ปวดขา คลายกล้ามเนื้อที่เกร็งปวดเพราะยืนนาน ๆ ด้วยตัวเองกันค่ะ

เกร็ดความรู้มาฝากจ้าาาา
15/03/2017

เกร็ดความรู้มาฝากจ้าาาา

พวกเราโดยปกติก็ใช้รูจมูกทั้งสองข้างหายใจเข้า-ออก โดยไม่รู้ความแตกต่างของรูจมูกด้านซ้ายหรือขวา ว่าแตกต่างกันตรงไหน? แต่องค์ความรู้แพทย์...

ไหนลองมาดูกัน ใครมีอาการแบบไหน #ขอคนละ1คอมเม้นท์  น่ะค้าาาาาา
15/03/2017

ไหนลองมาดูกัน ใครมีอาการแบบไหน
#ขอคนละ1คอมเม้นท์ น่ะค้าาาาาา

ทำบุญบริษัท  #สำนักงานใหม่ ใหญ่กว่าเดิม รวยๆๆๆๆ ยอดขายปังๆ สาธุๆๆ D NETWORK WORLDWIDE
11/03/2017

ทำบุญบริษัท #สำนักงานใหม่ ใหญ่กว่าเดิม
รวยๆๆๆๆ ยอดขายปังๆ สาธุๆๆ

D NETWORK WORLDWIDE

กำลังส่งของให้น่ะค่ะคุณลูกค้า ใจเย็นๆนร้า ออเดอร์ปังๆ ลูกค้าเยอะ ตอบแชทช้าขอโทษด้วยนร้าสนใจหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต...
09/03/2017

กำลังส่งของให้น่ะค่ะคุณลูกค้า ใจเย็นๆนร้า
ออเดอร์ปังๆ ลูกค้าเยอะ ตอบแชทช้าขอโทษด้วยนร้า

สนใจหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
ติดต่อ 097-9568081
Line ID : st220758
คลิ๊ก https://line.me/R/ti/p/%40fbt1470r

 #โรคข้อเข่าเสื่อมโรคข้อเข่าเสื่อม คือ ภาวะที่กระดูกอ่อนผิวข้อเข่า มีการสึกหรอและเสื่อมอย่างช้าๆและจะ เป็นมากขึ้นตามเวลา...
07/03/2017

#โรคข้อเข่าเสื่อม
โรคข้อเข่าเสื่อม คือ ภาวะที่กระดูกอ่อนผิวข้อเข่า มีการสึกหรอและเสื่อมอย่างช้าๆและจะ เป็นมากขึ้นตามเวลาที่ผ่านไป พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ ทำให้เกิดอาการปวดเข่า เข่าบวม ข้อยึดติด มีเสียงดังในเข่า เข่าผิดรูปไม่สามารถประกอบกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ
โรคข้อเข่าเสื่อมนี้เกิดจากการเสื่อมตามอายุขัยส่วนใหญ่ เกิดกับข้อใหญ่ๆ เช่น ข้อสะโพก ข้อเข่าและข้อกระดูกสันหลัง ปัญหาปวดเข่าพบได้มากในผู้สูงอายุหญิงมากกว่าชาย เนื่องจากขนบธรรมเนียมไทยที่ต้องนั่งคุกเข่าพับเพียบ ขัดสมาธิ ซึ่งเป็นท่าที่ทำให้ข้อเข่าถูกกดพับ และเอ็นกล้ามเนื้อถูกยึดมาก การนั่งเช่นนั้นนานๆ ทำให้การหมุนเวียนของเลือดไปเลี้ยงเข่าไม่ได้ดี และเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุไม่ค่อยชอบออกกำลังกาย อีกทั้งต้องทำงานหนักไม่มีการพัก ประกอบกับน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ทำให้เข่าต้องแบกน้ำหนักส่วนเกินนั้น กล้ามเนื้อจึงหย่อนสมรรถภาพลง จึงทำให้เป็นโรคเข่าเสื่อมได้ง่าย
สาเหตุหลักๆ ได้แก่
1. เป็นผลจากความเสื่อม และการใช้เข่าที่ไม่ถูกต้องมานาน
2. ความอ้วน น้ำหนักตัวมากๆ ทำให้เข่าต้องรับน้ำหนักเพิ่มขึ้น
3. เคยได้รับอุบัติเหตุบริเวณเข่ามาก่อน เช่น กระดูกบริเวณเข่าหัก, ข้อเข่าเคลื่อนหลุด, เส้นเอ็นฉีกขาด หรือหมอนรองเข่าฉีกขาด
4. โรคข้ออักเสบ เช่น โรคเก๊าท์ หรือโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ เป็นต้น

 #ต้นตอของความปวดเมื่อมีอาการปวดบวมบริเวณข้อการสรุปเอาเองว่ามีสาเหตุมาจาก วัย หรือ “สงสัยว่าข้อจะเสื่อม” อาจไม่ถูกต้องนั...
07/03/2017

#ต้นตอของความปวด

เมื่อมีอาการปวดบวมบริเวณข้อการสรุปเอาเองว่ามีสาเหตุมาจาก วัย หรือ “สงสัยว่าข้อจะเสื่อม” อาจไม่ถูกต้องนัก เพราะในความเป็นจริง อาการปวดข้ออันเนื่องมาจากข้อเสื่อมนั้นเป็นเพียงหนึ่งในหลาย ๆ สาเหตุของอาการปวดข้อเท่านั้นที่สำคัญสาเหตุส่วนมากไม่เกี่ยวข้องกับวัยหรืออายุเลย

“อาการปวดข้อโดยมากเป็นผลมาจากภาวะการอักเสบของข้อ” นพ. วศินอธิบาย “คำว่าข้ออักเสบเป็นคำที่ค่อนข้างกว้าง และเมื่อเรากล่าวถึงข้อ เราไม่ได้หมายถึงเฉพาะกระดูกสองหรือสามชิ้น แต่หมายความถึง ส่วนประกอบของข้อทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นผิวข้อซึ่งเป็นกระดูกอ่อน หมอนรองข้อ หรือเส้นเอ็นบริเวณข้อ การจะวินิจฉัยหาสาเหตุที่ทำให้ข้ออักเสบจึงไม่ง่ายนัก ประกอบกับสาเหตุของข้ออักเสบที่เป็นไปได้นั้นมีอยู่มากกว่าร้อยชนิด”

ในบรรดาสาเหตุของข้ออักเสบนับร้อยนั้น สาเหตุที่เราคุ้นเคยกันมากที่สุด เห็นจะเป็นข้ออักเสบเนื่องจากอุบัติเหตุ ข้ออักเสบจากภาวะข้อเสื่อมข้ออักเสบรูมาตอยด์ และข้ออักเสบจากโรคเกาต์ ส่วนสาเหตุอื่น ๆ ได้แก่ การติดเชื้อ โรคภูมิแพ้บางชนิด โรคผิวหนังและโรคอื่น ๆ ซึ่งหากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม มีการอักเสบบวม ปวดเรื้อรังเป็นเวลานานก็จะกลายเป็นสาเหตุของภาวะข้อเสื่อมซึ่งเป็นภาวะที่บั่นทอนประสิทธิภาพการใช้งานของข้อลงอย่างน่าเสียดาย

 #อาชีพอะไรบ้างที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคนิ้วล็อค1. นักกอล์ฟ (Golfer)นักกอล์ฟส่วนใหญ่จะพบว่าตัวเองมีอาการเป็นนิ้วล็อค...
07/03/2017

#อาชีพอะไรบ้างที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคนิ้วล็อค
1. นักกอล์ฟ (Golfer)

นักกอล์ฟส่วนใหญ่จะพบว่าตัวเองมีอาการเป็นนิ้วล็อค สาเหตุก็เพราะนักกอล์ฟที่ตีกอล์ฟ และ ทำการฝึกซ้อมมากๆ เป็นเวลานานๆ การเกร็งมือจับไม้กอล์ฟไว้แน่นๆ การออกแรงสวิงมากเกินไป และการหวดวงสวิงซ้อมติดต่อกันทุกๆ วัน ปัจจัยเหล่านี้จะส่งผลทำให้เกิดการอักเสบของปลอกหุ้มเอ็นที่ข้อนิ้วมือ ส่วนอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดนิ้วล็อคก็คือ การเลือกไม้กอล์ฟที่หนักเกินกำลังของวงแขนและมือ โดยส่วนใหญ่ท่านนักกอล์ฟจะเลือกไม้ที่มีความหนัก เช่น ไม้กอล์ฟก้านเหล็กที่ความแข็งของก้านตั้งแต่ 5.5 – 6.5 ขึ้นไป เพื่อหวังระยะในการตีแต่ละครั้ง ทุกครั้งที่หวดซ้อมลูกและโดนลูกไม่เต็มใบ แรงสั่นหรือแรงช็อคของไม้จะส่งถึงมือและข้อนิ้วโดยตรงเป็นเหตุให้เกิดโรคนิ้วล็อคในระยะยาว

2. หมอนวดแผนโบราณ (Massager)

นวดแผนโบราณเป็นอาชีพที่ต้องใช้กำลังจากนิ้วมืออย่างมากที่สุด คนที่จะทำการนวดได้จะต้องเป็นคนที่มีพลังจากแรงกดของมือค่อนข้างหนักมาก โดยเฉพาะนิ้วหัวแม่โป้ง ข้อนิ้วมือแรกและหลังข้อนิ้วที่สอง เพราะต้องใช้นิ้วเหล่านี้ทำการกดบีบ ตัดเส้นให้กับลูกค้าที่มีอาการเส้นตึงทั้งหลาย โดยเฉพาะการนวดเท้าซึ่งผู้ที่มีเท้าแข็งและหนา คนที่นวดจึงต้องออกแรงใช้นิ้วมือนวดอย่างมาก แม้ว่าจะมีไม้นวดเท้าออกมาช่วย แต่อาชีพนวดแผนโบราณนั้น ก็ยังคงเสี่ยงต่อการเกิดนิ้วล็อคอยู่ดี เพราะไม่ใช่แค่ส่วนเท้าอย่างเดียวที่ต้องนวด แต่หมายถึงทั้งร่างกายตั้งแต่หัวจรดเท้าที่มือต้องทำหน้าที่บีบนวดคลายเส้น

3. ช่าง (Craftsman, Mechanic)

อาชีพช่างนั้นมีความจำเป็นที่จะต้องใช้มืออย่างหนัก เพราะต้องอยู่กับเครื่องมือที่ต้องใช้แรง โดยเฉพาะงานอย่างช่างฝีมือหรือช่างเครื่อง ที่วัน ๆ ต้องอยู่กับไขควง ประแจ สิ่ว กบไสไม้ ขวาน หรือค้อนต่าง ๆ ยิ่งงานใดที่ต้องการความประณีต ละเอียดอ่อน ยิ่งทำให้มือต้องใช้งานหนักมากยิ่งชึ้น ซึ่งนั่นก็หมายถึงความเสียหายที่มือจะต้องได้รับนั่นเอง ยิ่งใช้งานอย่างต่อเนื่องไปเรื่อยๆ โดยไม่มีการพัก ก็จะทำให้เกิดอาการนิ้วล็อคขึ้นได้

4. นักยูโด (Judo, Jujitsu)

นักยูโดก็เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่ต้องฝึกฝนกำลังข้อมือกำลังแขน และกำลังนิ้วเป็นอย่างมาก เพื่อที่จะได้มีความแข็งแรงมากพอที่จะจับคู่ต่อสู้ทุ่มลงไปนอนกับพื้นได้ ซึ่งนักยูโคต้องใช้มือกำตรงชายเสื้อชุดยูโด (กิ) แล้วฉุดกระชากดึงในท่วงท่าที่หลากหลายรูปแบบเพื่อให้คู่ต่อสู้เสียหลัก ซึ่งบางครั้งคู่ต่อสู้บิดตัวทำให้ชายเสื้อม้วนรัดที่กำปั้นและข้อมือ ซึ่งทำให้เกิดอาการบาดเจ็บได้ กีฬายูโดเป็นกีฬาที่ต้องใช้กำลังนิ้วติดต่อกับเป็นเวลานานไม่ว่าจะเป็นในเวลาแข่งหรือในเวลาซ้อม อีกทั้งนักยูโดจะฝึกกำลังนิ้ว ด้วยการนำเอายางในจักรยานมาผูกเข้ากับเสา แล้วดึงขึ้นลงอยู่ตลอดทำให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคนิ้วล็อคได้มากกว่าอาชีพอื่น ๆ

5. แม่บ้าน (Housewife)

อาชีพแม่บ้านเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นนิ้วล็อค ซึ่งหากเราดูกันอย่างผิวเผินแล้วจะคิดว่าอาชีพนี้ไม่น่าจะเกิดอันตรายกับนิ้วมือได้ แต่คุณอย่าลืมว่าอาชีพแม่บ้านนั้น งานหลักที่ต้องทำคือทำงานในบ้าน ไม่ว่าจะทำกับข้าว จ่ายตลาด ทำความสะอาดบ้าน แต่ในทุกรายละเอียดของการทำงานนั้นเต็มไปด้วยสภาวะที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคนิ้วล็อคไดเทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นตอนที่หิ้วตะกร้าหรือหิ้วถุงเดินตลาด การทำกับข้าวที่ต้องใช้แรงผัด แรงกวน หรือการซักผ้า บิดผ้า ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่จะเกิดนิ้วล็อคได้ทั้งสิ้นตลอดเวลาในการทำงาน ที่สำคัญอาชีพแม่บ้านนั้นไม่เคยมีวันหยุด จะต้องทำซ้ำๆ แบบนั้นอยู่ทุกๆ วันปัจจุบันนี้จึงจะพบว่าแม่บ้านเป็นจำนวนมาก ที่จะป่วยเป็นโรคนิ้วล็อคอย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก

ที่อยู่

54/4/5
Min Buri
10510

เบอร์โทรศัพท์

0979568081

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สถาบันฟื้นฟูไขข้อและกระดูกผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท