คลีนิคให้ความรู้สุขภาพองค์รวม

คลีนิคให้ความรู้สุขภาพองค์รวม ดูแลสุขถาพองค์รวม ระบบหัวใจ ตับไต ม? ให้คำปรึกษา ดูแลสุขภาพ หัวใจ ตับ ไต ม้าม ปอด ระบบเลือด ระบบขับถ่าย กระดูก เส้นประสาท สมอง และสุขภาพองค์รวม

นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ คืออะไร?นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ เป็นหนึ่งในโรคนิ่วที่เกิดขึ้นในระบบทางเดินปัสสาวะ ที่อาจเกิดนิ่วได้ทั้...
10/10/2017

นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ คืออะไร?

นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ เป็นหนึ่งในโรคนิ่วที่เกิดขึ้นในระบบทางเดินปัสสาวะ ที่อาจเกิดนิ่วได้ทั้งในไต หลอดไต และกระเพาะปัสสาวะ โดยจะพบเป็นก้อนนิ่วเล็กๆ ตั้งแต่ขนาดเล็กกว่า 1 ซม. ไปจนถึงใหญ่กว่า 5 ซม. อาจมีก้อนเดียว หรือหลายก้อน และอาจมีลักษณะแข็งมาก ค่อนข้างแข็ง หรืออาจจะค่อนข้างนุ่มได้ ขึ้นอยู่กับสารประกอบที่ทำให้เกิดนิ่วของแต่ละผู้ป่วย ส่วนใหญ่กว่า 80% อาจจะพบเป็นสารแคลเซียมออกซาเลต นอกจากนี้อาจมีสารแคลเซียมฟอสเฟต แอมโมเนียมยูเรท กรดยูริก หรืออื่นๆ ได้

👉 นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ มีสาเหตุมาจากอะไร?

- ปัสสาวะกักค้างในกระเพาะปัสสาวะเรื้อรัง หรือเป็นเวลานาน ทำให้มีการตกตะกอนของปัสสาวะ จนกลายเป็นก้อนนิ่ว

- กระเพาะปัสสาวะระคายเคืองเรื้อรัง

- ก้อนนิ่วอาจจะตกมาจากไต แล้วมาอยู่ในกระเพาะปัสสาวะแทน

- ดื่มน้ำน้อยเกินไป จนทำให้ปัสสาวะเข้มข้น เกิดอาการตกตะกอนจนเป็นก้อนนิ่วได้ง่ายขึ้น

- รับประทานอาหาร หรือเครื่องดื่มที่มีแคลเซียม ออกซาเลตสูงอย่างต่อเนื่อง เช่น โยเกิร์ต ถั่วรูปไต ถั่วเหลือง งา ลูกนัท ผลเบอร์รีต่างๆ มะเดื่อ แครอท บีทรูท มะเขือ ผักกะหล่ำ หน่อไม้ฝรั่ง บรอคโคลิ หัวหอม มะเขือเทศ ผักกะเฉด และยอดผักทั้งหลาย

ช่วยแชร์กันหน่อยครับ บอกบุญคนที่เป็นอยู่อ า ก า ร  “บ ว ม” บ อ ก โ ร ค  บ ว ม ต ร ง ไ ห น เ ป็ น โ ร ค อ ะ ไ ร ?        ...
26/09/2017

ช่วยแชร์กันหน่อยครับ บอกบุญคนที่เป็นอยู่

อ า ก า ร “บ ว ม” บ อ ก โ ร ค บ ว ม ต ร ง ไ ห น เ ป็ น โ ร ค อ ะ ไ ร ?

หากมีอาการปวดบวมที่บริเวณอวัยวะใดอวัยวะหนึ่ง มักเป็นอาการเด่นของการอักเสบ ฟกช้ำ หรืออาจจะกระดูกภายในหัก แต่หากคุณแน่ใจว่าอวัยวะส่วนนั้นไม่ได้รับการกระทบกระเทือนอะไร ไม่ได้บวมจากการอักเสบ ขอให้ลองสันนิษฐานเพิ่มอีกนิดว่า อาจเป็นสัญญาณบอกโรคร้ายอะไรบางอย่าง

👉👉 ท้องบวม 👈👈

ตำแหน่งของท้องค่อนข้างกว้าง แต่ถ้าท้องบวมอย่างเห็นได้ชัด อาจเป็นอาการท้องมาน ที่เป็นอาการข้างเคียงของโรคตับแข็ง นอกจากนี้หากส่วนใดส่วนหนึ่งของท้องบวมแล้วคลำเจอเป็นก้อน อาจเป็นเนื้องอก ซีสต์ หรือก้อนมะเร็ง

ในกรณีที่มีอาการอื่นๆ เช่น น้ำหนักลดลง ร่างกายทรุดโทรม
หรือปวดบริเวณดังกล่าวด้วย

👉👉 ขาบวม 👈👈

หากเป็นอาการขาบวมข้างเดียว อาจสันนิษฐานได้ว่ามีอาการหลอดเลือดดำที่ขาอุดตัน อันตรายต้องพบแพทย์

👉👉 เท้าบวม 👈👈

นอกจากน้ำหนักตัวที่เกินมาตรฐาน หรือหญิงตั้งครรภ์ ที่ทำให้เท้าใช้งานหนักจนเท้าบวมแล้ว ยังอาจเป็นผลข้างเคยของโรคไต โรคตับ โรคหัวใจรูมาติค หรือโรคขาดอาหารได้

👉👉 คอบวม 👈👈

คอบวมเป็นอาการของหลายโรค ทั้งโรคที่เกี่ยวกับไทรอยด์ คางทูม ต่อมน้ำเหลืองโต มะเร็งต่อมน้ำเหลือง หรืออาจมีก้อนเนื้อ หรือซีสต์ในลำคอได้ หากมีอาการบวมมากจนเริ่มกลืนอาหารลำบาก ควรรีบพบแพทย์โดยด่วน

👉👉 หน้าบวม 👈👈

นอกจากคางทุมที่อาจทำให้ดูหน้าบวมขึ้นแล้ว อาจเป็นอาการของการแพ้ยาอย่างรุนแรง หรือแพ้อาหารบางชนิด แต่หากหน้าบวมขึ้นเพียงเล็กน้อย อาจเพราะทานโซเดียม (เกลือ) มากเกินไป หรืออ้วนขึ้นก็ได้

นอกจากนี้ หากมีอาการบวมตามบริเวณอื่นๆ ของร่างกาย อาจเป็นผลข้างเคียงมาจากการใช้ยาบางชนิด บวมจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นโดยอาจไม่รู้ตัว บวมจากการติดเชื้อ บวมจากน้ำในร่างกายเกิน โดยส่วนใหญ่แล้วบริเวณที่บวม เมื่อกดจะบุ๋มลง หากไม่บุ๋มเลยอาจเป็นอาการอุดตันของทางเดินน้ำเหลือง แม้จะพบได้น้อยแต่หากไมแน่ใจ ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายอย่างละเอียด

กล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท (piriformis syndrome)  เกิดจากกล้ามเนื้อมัดเล็กๆมัดหนึ่งในก้นที่ชื่อ piriformis muscle ซึ่...
25/09/2017

กล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท (piriformis syndrome)

เกิดจากกล้ามเนื้อมัดเล็กๆมัดหนึ่งในก้นที่ชื่อ piriformis muscle ซึ่งทำหน้าที่ช่วยกางขาและหมุนขาออก และเป็นกล้ามเนื้อมัดลึกสุด ฉะนั้น ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมเรากด มันเกิดการตึงตัวจากการใช้งานจนไปหนีบเส้นประสาทที่อยู่ใต้กล้ามเนื้อมัดนี้ซึ่งเป็นเส้นประสาทแขนงใหญ่ที่ทำหน้าที่ส่งสัญญาณประสาทเลี้ยงกล้ามเนื้อขาทั้งขา แล้วเส้นประสาทที่ว่านั้นก็คือ sciatic nerve
( ถ้าเส้นประสาทนี้ขาดก็เตรียมตัวเป็นอัมพาตช่วงล่างได้เลย ) เมื่อกล้ามเนื้อไปหนีบเส้นประสาทแขนงใหญ่นี้เข้า จึงเกิดอาการชาขึ้นนั่นเอง

ในช่วงแรกที่กล้ามเนื้อมันตึงตัวมากๆแต่ยังไม่หนีบเส้นประสาทเราจะรู้สึกปวดลึกๆปวดหน่วงๆที่ก้นจนบางครั้งเราต้องใช้นิ้วกดจิกตรงที่ปวดจนอาการทุเลาลงนั่นละครับ แต่พอนั่งไปอีกสักระยะอาการก็กลับมาเป็นใหม่

ถ้าเรามีอาการของโรค piriformis syndrome แล้วไปตรวจ x-ray ทั้งที่หลังและที่ก้น เราจะไม่พบเห็นความผิดปกติแต่อย่างใดนะครับ เพราะการ x-ray นั้นจะเห็นแต่กระดูก แต่โรคนี้มันเป็นที่กล้ามเนื้อผล x-ray จึงไม่สามารถช่วยตรวจโรคได้นั่นเอง

ปรึกปัญหากระดูกและข้อฟรี
☎ 091-7800875 k เล็ก
☎ 084-5604005

กล้ามเนื้อหดเกร็ง ปล่อยไว้นานอันตราย! ดูแลอย่างไร ?กล้ามเนื้อประกอบด้วยเส้นใย ซึ่งแต่ละเส้นเป็นเซลล์บางๆ ยาวๆ อัดรวมกันแ...
21/09/2017

กล้ามเนื้อหดเกร็ง ปล่อยไว้นานอันตราย! ดูแลอย่างไร ?

กล้ามเนื้อประกอบด้วยเส้นใย ซึ่งแต่ละเส้นเป็นเซลล์บางๆ ยาวๆ อัดรวมกันแน่น เส้นใยจะเรียงตัวกันเป็นมัด แต่ละมัดก็ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยเยื่อบางๆ เรียกว่า “ปอกกล้ามเนื้อ” กล้ามเนื้อแต่ละมัดเกิดจากเส้นใยหลายเส้นมารวมกัน และจะแยกออกเป็นมัด โดยแผ่นเนื้อเยื่อที่เรียกว่า พังผืด มีเส้นประสาทผาดผ่านไปตามกล้ามเนื้อเหล่านี้ด้วย และประสาทเหล่านี้เองเป็นตัวนำข่าวสารจากสมองไปสู่กล้ามเนื้อ อีกทั้งกล้ามเนื้อมีหลอดโลหิตอยู่ไม่น้อยในกล้ามเนื้อแต่ละมัด
ข้อมูลจาก thaigoodview

ระบบกล้ามเนื้อ
เป็นระบบที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของร่างกาย โดยจะอาศัยคุณสมบัติการหดตัวของใยกล้ามเนื้อ ทำให้กระดูกและข้อต่อเกิดการเคลื่อนไหว และมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน นอกจากการเคลื่อนไหว ของกระดูกและข้อต่อแล้ว ยังมีการเคลื่อนไหวของอวัยวะภายในร่างกาย เช่น การเต้นของหัวใจ การบีบตัวของ เส้นโลหิต การบีบตัวของกระเพาะอาหาร ลำไส้ และการทำงานของปอด เป็นต้น การเคลื่อนไหวต่างๆ เหล่านี้ เกิดจากการ ทำงานของกล้ามเนื้อทั้งสิ้น

โดยปกติแล้วกล้ามเนื้อร่างกายคนเราจะหด และคลายตัวสลับกันเป็นจังหวะ ทำให้หลอดเลือดที่ทอดผ่านในมัดกล้ามเนื้อ สามารถส่งเลือดให้ไหลเวียนไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ได้อย่างราบรื่น แต่ถ้าเรามีพฤติกรรมที่ทำให้กล้ามเนื้อเกิดการหดเกร็งนานเกินไปบ่อยๆ หลอดเลือดถูกบีบรัดนานๆ เป็นประจำ การไหลเวียนของเลือดก็จะติดขัด มีของเสียคั่งค้างอยู่ในกล้ามเนื้อ ทำให้เกิดการอักเสบ และมีอาการปวดกล้ามเนื้อขึ้น และหากไม่ได้รักษาอย่างถูกต้อง กล้ามเนื้อก็จะเคยชินกับการหดเกร็งอยู่ตลอด ไม่มีการคลายตัว กลายเป็นอาการปวดอย่างเรื้อรัง แพทย์แผนปัจจุบันเรียกว่า Chronic Myofascial Pain Syndrome (MFPS) หรือ “โรคกล้ามเนื้อหดเกร็ง”

ในทางการแพทย์แผนปัจจุบัน แพทย์มักจ่ายยาแก้ปวด คลายกล้ามเนื้อ แกอักเสบ รวมถึงยาคลายเครียดให้ และในรายที่เป็นมานาน หากมีอาการมาก แพทย์อาจพิจารณาให้ฉีดสเตียรอยด์หรือยาชาเข้ากล้ามเนื้อเพื่อระงับอาการปวดชั่วคราว ซึ่งต้องฉีดอย่างต่อเนื่องไปเรื่อยๆ และมักพบว่า เมื่อฉีดไปได้สักระยะ อาการจะไม่ค่อยทุเลาลง หรือกลับเป้นมากขึ้นจนสุดท้ายอาจจบลงที่การผ่าตัด และกลับมาเป็นซ้ำในไม่กี่ปีต่อมา
ข้อมูลจาก thearokaya

7 อ า ก า ร ป ว ด !!! ที่ ค ว ร ร ะ วั ง เ เ ล ะ ร ะ เ เ ว ง ไ ว้ ก่ อ น ❗❗❗1. กล้ามเนื้อ และเส้นเอ็นอักเสบเกิดจากการใช้...
15/09/2017

7 อ า ก า ร ป ว ด !!! ที่ ค ว ร ร ะ วั ง เ เ ล ะ ร ะ เ เ ว ง ไ ว้ ก่ อ น ❗❗❗

1. กล้ามเนื้อ และเส้นเอ็นอักเสบ

เกิดจากการใช้กล้ามเนื้อส่วนเดิมๆ ซ้ำๆ เช่น นั่งในท่าเดิมนานๆ ก้มๆ เงยๆ บ่อย ทำงาน หรือเล่นกีฬาที่ต้องเอี้ยวตัวในท่าเดิมซ้ำๆ นานๆ เมื่อใช้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นแล้วจะรู้สึกปวด

อาการปวดแบบนี้ เพียงแค่หยุดใช้กล้ามเนื้อส่วนนั้นสักพัก อาการปวดจะดีขึ้น และหายได้เองค่ะ

2. ข้อต่ออักเสบ

เกิดจากการใช้ข้อตาอที่เดิมซ้ำๆ เช่น ก้มๆ เงยๆ บิดตัวไปมา อาการคล้ายกล้ามเนื้อ และเส้นเอ็นอักเสบ เพียงแต่เกิดขึ้นบริเวณข้อต่อ เช่น ข้อเท้า หัวเข่า หัวไหล่

อาการปวดแบบนี้ เพียงแค่หยุดใช้บริเวณช่วงข้อต่อที่ปวดสักพัก อาการปวดก็จะดีขึ้นได้เองเช่นกัน

3. หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

อันนี้เริ่มน่าเป็นห่วง อาการปวดหลังจะเกิดขึ้นทันทีขณะที่ก้มยกของ เพราะแบก หรือยกของหนักผิดท่า ต่อมาจะเริ่มปวดร้าวไปที่ขา ปวดมากขึ้นเมื่อเดินและดีขึ้นเมื่อได้นอนพัก
ถ้าเส้นประสาทถูกกดทับหรืออักเสบนานๆ อาจทําให้กล้ามเนื้อขาอ่อนแรงหรือชา แบบนี้ต้องรีบพบแพทย์

4. กระดูกสันหลังเสื่อม

อาการปวดแบบนี้มักเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุ เมื่ออายุมากขึ้นข้อต่อกระดูกเสื่อม หมอนรองกระดูกเสื่อมทรุดลงทําให้กระดูกผิดรูปหรือเคลื่อนตัวทํางานผิดปกติ อาจจะกดเส้นประสาททําให้ปวดหลังร้าวไปขาได้

มักมีอาการปวดมากขึ้นถ้าต้องเดินไกลๆ เวลาเดินก้มตัวเล็กน้อยอาจช่วยให้ปวดน้อยลง หากปวดไม่มากสามารถลดอาการปวดได้โดยการนั่งพัก นอนพัก แต่หากปวดมากขนาดที่นั่ง หรือนอนพักแล้วยังไม่ดีขึ้น ก็ควรพบแพทย์ค่ะ

5. เนื้องอกที่กระดูกสันหลัง

เห็นว่าเป็นเนื้องอกปุ๊บ ก็คงรู้ปั๊บว่าไม่ใช่อาการปวดหลังธรรมดาๆ คุณอาจจะมีเนื้องอกที่อาจกินกระดูกสันหลัง ทําให้ปวดกระดูก หรืออาจกดทับเส้นประสาททําให้ปวดร้าวไปที่ขา ขาชา หรืออ่อนแรง

มักมีอาการปวดขณะนอน เมื่อยืนและเดินจะดีขึ้น ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์ เพื่อทำการตรวจ และรักษาเป็นระยะๆ

6. ติดเชื้อที่กระดูกสันหลัง

จะเป็นอาการปวดหลัง ที่อาจปวดร้าวไปที่ขาหรือขาอ่อนแรง กระดูกสันหลังอาจโก่งงอ ถ้าเคาะกระดูกจะรู้สึกเจ็บ หากมีอาการปวดแบบนี้รีบไปพบแพทย์ก็จะดี

7. ปวดหลัง และมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย

หากปวดหลังว่าทรมานแล้ว ยังมีอาการเจ็บปวดอื่นๆ ร่วมอีกด้วย เช่น มีอาการชาบริเวณปลายนิ้วมือ นิ้วเท้า มีไข้สูง หนาวสั่น น้ำหนักลด อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ปัสสาวะขุ่น หรือมีสีเหมือนน้ำล้างเนื้อ หรือปวดหลังมากไม่หาย ควรรีบพบแพทย์อย่างเร็วที่สุด

วัยทอง ควรดูแลอย่างไร?วัยทองหรือวัยหมดประจำเดือนในผู้หญิงจะอยู่ในช่วงอายุประมาณ 45-55 ปี โดยเฉลี่ยอายุ 50 ปี เมื่อถึงวัย...
12/09/2017

วัยทอง ควรดูแลอย่างไร?

วัยทองหรือวัยหมดประจำเดือนในผู้หญิง

จะอยู่ในช่วงอายุประมาณ 45-55 ปี โดยเฉลี่ยอายุ 50 ปี เมื่อถึงวัยนี้ รังไข่จะหยุดทำงาน และไม่มีการตกไข่อีกต่อไป ทำให้ไม่มีประจำเดือนและไม่มีการสร้างฮอร์โมนเพศหญิงจากรังไข่อีก ฮอร์โมนเพศหญิงที่ขาดหายไปนี้มีชื่อว่าเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน จึงทำให้เกิดอาการเปลี่ยนแปลงของร่างกายและจิตใจต่างๆ ตามมา อาการของการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนั้นรู้จักกันโดยทั่วไปว่า เลือดจะไปลมจะมา

อาการของวัยทอง

ประจำเดือนมาน้อยวันและไม่สม่ำเสมอ

ร้อนวูบวาบตามร่างกายโดยเฉพาะส่วนบนของร่างกาย เหนื่อยง่าย ใจสั่นมีเหงื่อออกมากตอนกลางคืน บางคนมีอาการหนาวสั่นโดยไม่มีสาเหตุ
ผิวหนังจะบางลง แห้งและเกิดเป็นแผลได้ง่าย มีอาการคันตามผิวหนัง และผิวหนังเกิดผื่นแพ้ง่าย
เส้นผมจะหยาบแห้งและบางลง หลุดร่วงได้ง่าย ไม่ดกดำเป็นเงางาม
ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หรือปวดตามข้อและกระดูก
มีอาการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์เร็ว เครียดง่าย หงุดหงิดโดยไม่มีสาเหตุ โกรธง่าย ใจน้อย ควบคุมอารมณ์ได้ยาก บางคนหลงลืมง่าย เวียนศีรษะ ซึมเศร้า
นอนหลับยากหรือนอนไม่หลับ
ช่องคลอดขาดความชุ่มชื้น น้ำหล่อลื่นน้อยลง เกิดความเจ็บปวดเวลามีเพศสัมพันธ์
ปัสสาวะบ่อย กลั้นปัสสาวะไม่ค่อยได้
กระดูกจะบางและเปราะง่าย เวลาหกล้มกระดูกจะหักได้ง่ายขึ้น

การเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องวัยหมดประจำเดือนและการตรวจสุขภาพสำหรับสตรีวัยหมดประจำเดือนจะช่วยให้สามารถปรับตัวรับกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยให้สตรีวัยทองสามารถดูแลตนเองและเพิ่มคุณภาพชีวิตได้

เรื่อง ขี้ ขี้ ที่ ต้อง ให้ ความ สำ คัญ มาก มาก         วิธีแก้อุจจาระไม่ออก อุจจาระแข็ง อุจจาระตกค้าง หรือประเภท 2 วัน ...
11/09/2017

เรื่อง ขี้ ขี้ ที่ ต้อง ให้ ความ สำ คัญ มาก มาก

วิธีแก้อุจจาระไม่ออก อุจจาระแข็ง อุจจาระตกค้าง หรือประเภท 2 วัน 3 วันจึงถ่ายครั้งหนึ่ง
เจออุจจาระตกค้างในลำไส้อย่างน่าตกใจ บางคนมีน้ำหนักอุจจาระถึง 10 กิโล
"ตะลึง"....คุณหมอพรทิพย์เขียนไว้ว่าเวลาผ่าศพจะเจออุจจาระตกค้างในลำไส้อย่างน่าตกใจบางศพมีน้ำหนักอุจจาระถึง
10 โล... แล้วเป็นเพราะอะไร???

"อุจจาระตกค้าง" อุจจาระตกค้าง เนื่องมาจาก

1. เคี้ยวอาหารไม่ละเอียด
2. กินอาหารที่มีกากใยน้อย
3. มีพยาธิ หรือ เชื้อรา ทำให้ระบบย่อยอาหารผิดปกติ
4. ระบบดูดซึมเสีย เพราะน้ำมันพืชเคลือบทำให้น้ำที่ดื่มเข้าไป ไม่หมุนเวียน
5. ไม่ถ่ายอุจจาระเวลา 05.00-07.00 เช้า
หากถ่ายอุจจาระ หลังเวลา 7 โมงเช้า
ลำไส้จะบีบให้อุจจาระขึ้นไปข้างบนเวลาถ่าย จะถ่ายไม่หมด แต่ไม่รู้ตัว
ที่ปลายลำไส้จะมีประสาทปลายทวาร เมื่อมีอุจจาระที่เหลวพอมาจ่อปลายทวาร
ประสาทจะส่งสัญญานบอกสมองให้ปวดอึหลัง 7 โมงเช้า
ลำไส้จะทำงานไม่เป็นปกติ บีบอุจจาระให้ขาดช่วงเวลาถ่ายจนรู้สึกว่าหมดแล้ว
เราก็หยุดแต่ความจริง อุจจาระท้ายขบวนยังไม่ออกแต่มันถูกดันกลับขึ้นไป
ไม่มาจ่อปลายทวารทำให้เราไม่ปวดอึ เราก็นึกว่าหมดแล้ว
อุจจาระที่ค้างไว้นี้ก็จะเกาะที่ผนังลำไส้พอมีอุจจาระใหม่ที่เหลวกว่ามันก็แซงหน้าไปก่อน
แต่มันไม่สามารถดันพวกที่ค้างแข็งให้ออกไปได้พวกที่ค้างแข็งไว้
ก็เกาะติดแน่น

ฉะนั้น ทุกวันที่ถ่าย มันก็ถ่ายเฉพาะอึที่เหลวพอส่วนที่เหลือ
ก็เกาะไปเรื่อย ๆอุจจาระตกค้างจะไปทับเส้นเลือดต่างๆ
ในกระเพาะและ กดทับกระดูกหลัง ทำให้เกิดอาการมากมายเช่นท้องอืด
ปวดหลังปวดขา ปวดกล้ามเนื้อที่ไหล่และสะบัก เวียนหัวอ่อนเพลีย นอนไม่หลับ
เป็นฝ้า ไมเกรน และอื่น ๆ
"นั่นแหละเป็นที่มา..ที่คุณหมอพรทิพย์เขียนไว้ว่าเวลาผ่าศพจะเจออุจจาระตกค้างในลำไส้อย่างน่าตกใจบางศพมีน้ำหนักอุจจาระถึง
10 กิโล"
การนำอุจจาระตกค้างออกจึงจำเป็นต้องหาว่าเป็นที่สาเหตุใดใน5 สาเหตุข้างต้น
แต่ถ้าสามารถได้รับการตรวจด้วยลูกดิ่งเพนดูลั่มก็จะรู้ได้สำหรับท่านที่ไม่สะดวกในการเดินทางมาให้ตรวจ
ก็แนะนำให้ถ่ายพยาธิเสียก่อน แล้ว ลองดีท็อกท้องคะ
ขอบคุณทุกท่านนะค่ะ.....ที่เลือกเราให้เป็นการแพทย์ทางเลือก...ที่นี่เราใช้สารอาหารในการฟื้นฟูบำบัดรักษา

เ รี ย น รู้ วิ ธี บ ำ บั ด ด้ ว ย ตั ว เ อ ง ฟ รี

คลิ๊กที่ ลิ้งค์ ⬇️⬇️เพื่อเพิ่มเพื่อนในไลน์แอด
https://line.me/R/ti/p/%40clinichealth

ปรึกษาฟรี #คลีนิคให้ความรู้สุขภาพองค์รวม

หรือสายด่วนสอบถามผู้เชี่ยวชาญ โทร
📲 091-7800875

ฉุกเฉิน-สายด่วน มีเจ้าหน้าที่ 24 ชม.
📲 084-5604005

ย า ล ด ไ ข มั น ใ น เ ลื อ ด มี ป ร ะ โ ย ช น์ แ ต่ โ ท ษ ก็ มี ม หั น ต์โรคไขมันในเลือดสูง (hyperlipidemia) หรือบางครั...
09/09/2017

ย า ล ด ไ ข มั น ใ น เ ลื อ ด มี ป ร ะ โ ย ช น์ แ ต่ โ ท ษ ก็ มี ม หั น ต์

โรคไขมันในเลือดสูง (hyperlipidemia)

หรือบางครั้งจะเรียกว่า โรคไขมันในเลือดผิดปกติ (dyslipidemia)

เป็นภาวะที่ร่างกายของเรามีระดับของไขมันในเลือดที่ผิดปกติ หรือสูงเกินไป ปัจจุบันผู้ป่วยโรคนี้จะมากขึ้นเรื่อยๆทั่วโลก โดยเฉพาะสังคมเมืองที่มีรูปแบบการดำเนินชีวิตแบบตะวันตกในประเทศไทยก็เช่นกันเรา มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย จนไม่ค่อยได้ทำอะไรด้วยตนเอง เนื่องจากขาดการออกกำลังกาย พฤติกรรมการบริโภคได้เปลี่ยนไป ได้แต่นั่งๆนอนๆ กินอยู่หน้าจอโทรทัศน์ หรือหน้าจอคอมพิวเตอร์ ทำให้มีการเคลื่อนไหวร่างกายน้อย มีการใช้พลังงานน้อยรวมทั้งมีการบริโภคอาหารขบเคี้ยวรวมทั้งอาหารจานด่วนมากขึ้น และออกกำลังกายน้อย ทำให้เพิ่มระดับไขมันในเลือดสูงมากขึ้น จะพบอุบัติการณ์ของโรคไขมันในเลือดสูงมีจำนวนมากขึ้นในผู้ป่วยอายุน้อยลงมากขึ้น โรคไขมันในเลือดสูงเป็นโรคที่ไม่แสดง อาการอะไรให้ปรากฏได้อย่างเห็นได้ชัด จะรู้ตัวก็ต่อเมื่อได้เจาะเลือดเพื่อหาระดับไขมันในเลือดเท่านั้น จึงเหมือนเป็น "เพชฌฆาตเงียบ" อีกโรคหนึ่ง เพราะถ้าไม่ควบคุมดูแลให้ดี จะส่งผลเสียอย่างรุนแรงกับร่างกายได้

โรงงานล้างสารพิษ !!! ในร่างกายโรคตับพอจะแบ่งออกได้เป็น 3 แบบด้วยกันได้แก่ 1. ไขมันสะสมในตับเป็นการเปลี่ยนแปลงในระยะเริ่ม...
07/09/2017

โรงงานล้างสารพิษ !!! ในร่างกาย

โรคตับพอจะแบ่งออกได้เป็น 3 แบบด้วยกันได้แก่

1. ไขมันสะสมในตับ
เป็นการเปลี่ยนแปลงในระยะเริ่มต้น ผู้ป่วยในระยะนี้ส่วนใหญ่แล้วมักจะไม่มีอาการใดๆ ผู้ป่วยในระยะนี้ถ้าหยุดดื่มสุราตับจะสามารถกลับเป็นปกติได้

2 . ตับอักเสบจากแอลกอฮอล์
ในระยะนี้ จะเริ่มมีอาการแล้ว ตั้งแต่ จุกแน่น อาการดีซ่าน ไข้สูง หรือมีการเปลี่ยนแปลงทางสติสัมปชัญญะตลอดจนตับวายได้

3. ตับแข็งจากแอลกอฮอล์
เป็นระยะสุดท้ายที่พบว่ามีผังผืดเกิดขึ้นในเนื้อตับ ผู้ป่วยในระยะนี้มักจะมาพบแพทย์ได้ด้วยอาการดีซ่าน ท้องมาน หรืออาเจียนเป็นเลือดสดๆ เนื่องจากเส้นเลือดขอดในหลอดอาหารแตก ตับจะมีการเสียหายอย่างถาวร และจะไม่สามารถกลับเป็นตับปกติได้อีกนะคะ

โปรดดูแลตับ ก่อนที่จะไม่มีตับให้ดูแล
เรียนรู้วิธีบำบัด ด้วยตัวเองฟรี

คลิ๊กที่ ลิ้งค์ ⬇️⬇️เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมฟรี
https://line.me/R/ti/p/%40clinichealth

ปรึกษาฟรี #คลีนิคให้ความรู้สุขภาพองค์รวม

หรือสายด่วนสอบถามผู้เชี่ยวชาญ โทร
📲 091-7800875

ฉุกเฉิน-สายด่วน มีเจ้าหน้าที่ 24 ชม.
📲 084-5604005

โรคน้ำเหลืองเสีย ดูแลอย่างไร ?ภาวะน้ำเหลืองไม่ดี Poor lymph disorder คือ ปรากฏการณ์ที่อวัยวะมีการอัดอั้น (congestion) ระ...
06/09/2017

โรคน้ำเหลืองเสีย ดูแลอย่างไร ?

ภาวะน้ำเหลืองไม่ดี Poor lymph disorder คือ ปรากฏการณ์ที่อวัยวะมีการอัดอั้น (congestion) ระบายน้ำเหลืองไม่ราบรื่น เมื่อเรื้อรังก็จะอุดอู้ ของเสียจะคั่งค้าง ไม่ถ่ายออกเทไป
ทำให้ก่ออักเสบได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อเกิดมีการแสลงอาหาร จากผลิตภัณฑ์สัตว์ (เนื้อไข่นม) ปนการแทรกซ้อนที่ติดเชื้อตามผิวหนัง กลายเป็นโรคน้ำเหลืองเสีย Bad lymph sickness

โรคน้ำเหลืองไม่ดี มีอาการและอาการแสดงที่หลากหลายกว่าที่เราเคยรู้จักกันมา อาจเรียกได้ว่าเป็นกลุ่มโรค Superfamily ที่ครอบคลุมไปถึง เช่น

โรคหลอดเลือดขอด
โรคปวดเข่า(เสื่อม)
โรคสะเก็ดเงิน
โรคผิวหนังผื่นคัน
โรคSLE
โรครูมาตอยด์
โรคบวมไขมัน
โรคอ้วน
โรคภาวะที่ช่วงล่างใหญ่ผิดสัดส่วน ต้นขาโต น่องอวบ
โรคภาวะบวมต่างๆที่พบได้ในโรคเก๊าต์

เบาหวาน ความดันโลหิตสูง

รวมทั้งโรคมะเร็งและผลข้างเคียงจากมะเร็ง หรือจากการผ่าตัดรักษามะเร็ง เฉพาะกรณีหลังนี้ ประมาณว่า เรามีผู้ป่วยบวมไม่น้อยกว่า 300,000 คนทั่วประเทศไทย ที่เคยผ่านการผ่าตัดมะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก

ความเรื้อรังแห่งโรคทั้งหลายที่เมื่อเป็นมานานถึงระยะหนึ่งก็จะก่อสภาวะน้ำเหลืองไม่ดี ซึ่งจะขยายความรุนแรงของอาการ และเพิ่มการลุกลามของโรค อาการเมื่อยน่อง เจ็บขา ปวดเอวในคนวัยทำงาน (เบื่อขึ้นบันได เดินไม่ทน เหนื่อยไว) อาการ ปวดเมื่อยตามเนื้อตามตัว เจ็บไปทั้งตัว อาการเลือดลมไม่เดิน อาการลุกก็โอยนั่งก็โอย เดินเหินไม่คล่องทั้งในคนทั่วไปหรือ ในผู้สูงอายุ อาการปวดในผู้ป่วยมะเร็ง เหล่านี้ ล้วนมีพื้นฐานร่วมบนภาวะน้ำเหลืองไม่ดี เราเคยให้การบำบัดรักษาผู้ป่วย มะเร็งระยะสุดท้ายที่ปวดทรมานต้องกินมอร์ฟีนวันละ 5-10 เม็ด เมื่อเริ่มบำบัดน้ำเหลือง สามารถทำให้มอร์ฟีนเป็น ศูนย์ เม็ดได้ตั้งแต่วันแรก

เ รี ย น รู้ วิ ธี บ ำ บั ด ด้ ว ย ตั ว เ อ ง ฟ รี ! ! !

คลิ๊กที่ ลิ้งค์ ⬇️⬇️เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมฟรี
https://line.me/R/ti/p/%40clinichealth

ปรึกษาฟรี #คลีนิคให้ความรู้สุขภาพองค์รวม

หรือสายด่วนสอบถามผู้เชี่ยวชาญ โทร
📲 091-7800875

ฉุกเฉิน-สายด่วน มีเจ้าหน้าที่ 24 ชม.
📲 084-5604005

บ้านหมุน !!! มาจากสาเหตุ อย่างไร ???ปวดคอ ปวดบ่า มึนงง มือชาอาจมาจากกระดูกคอเคลื่อน เสื่อม ทับเส้นประสาทคอของเราประกอบด้...
05/09/2017

บ้านหมุน !!! มาจากสาเหตุ อย่างไร ???

ปวดคอ ปวดบ่า มึนงง มือชา

อาจมาจากกระดูกคอเคลื่อน เสื่อม ทับเส้นประสาท

คอของเราประกอบด้วยกระดูกคอ (cervical spine) ทั้งหมด 7 ข้อ หรือที่เรียกว่ากระดูก c1-c7 ระหว่างกระดูกแต่ละข้อมีแผ่นกระดูก
อ่อนหรือที่เรียกว่าหมอนรองกระดูกคั่นกลางทำหน้าที่ป้องกันการเสียดสีและเป็นเสมือนโช๊คอัพเพื่อดูดซับและกระจายแรงอัด ส่วนกระดูกที่เราคลำได้เป็นตุ่มๆ ที่อยู่

ด้านหลังของคอนั้นเป็นกระดูกที่ยื่นออกจากส่วนหลังของกระดูกคอ ตรงกลางของกระดูกนี้มีลักษณะเป็นรูให้ประสาท

ไขสันหลังและหลอดเลือดสอดผ่าน ระหว่างรอยต่อของกระดูกคอแต่ละข้อจะมีช่องว่างให้รากประสาทงอกออกมา เพื่อนำคำสั่งจาก

สมองไปยังกล้ามเนื้อที่ไหล่ แขนและมือ และรับความรู้สึกส่วนต่างๆ กลับไปยังสมอง
กระดูกคอมีขนาดเล็กแต่ต้องแบกรับน้ำหนักของศีรษะที่มีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา จึงเกิดความบอบช้ำบาดเจ็บได้ง่ายและ

เสื่อมได้เร็วกว่า ส่งผลกระทบต่อเส้นประสาท หลอดเลือดและไขสันหลังที่อยู่บริเวณเดียวกัน ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ ปวด
ต้นคอ ไหล่และสะบัก ปวดร้าวและชาที่แขนและมือ พร้อมทั้งอาการอื่นๆ ที่สลับซับซ้อน จนบางครั้งนึกไม่ถึงว่าการเจ็บปวดทรมานนี้มาจากกระดูกคอเรานี่เอง

เ รี ย น รู้ วิ ธี บ ำ บั ด ตั ว เ อ ง ฟ รี ! ! !

คลิ๊กที่ ลิ้งค์ ⬇️⬇️เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมฟรี
https://line.me/R/ti/p/%40clinichealth

ปรึกษาฟรี #คลีนิคให้ความรู้สุขภาพองค์รวม

หรือสายด่วนสอบถามผู้เชี่ยวชาญ โทร
📲 091-7800875

ฉุกเฉิน-สายด่วน มีเจ้าหน้าที่ 24 ชม.
📲 084-5604005

สาเหตุโรคกระดูกคอที่พบบ่อย...

- ภาวะกระดูกคอเสื่อม กระดูกคอที่เสื่อมลงตามวัยนั้นอาจจะไปกดทับเส้นประสาท หลอดเลือดหรือไขสันหลังที่อยู่บริเวณเดียวกัน ซึ่งพบได้บ่อยในผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป

- อิริยาบถหรือท่าที่ผิดสุขลักษณะ เช่น การหนุนหมอนสูงเกินไป การทำงานในท่าเดียวนานๆ นั่งเขียนหนังสือ นั่งดูเอกสาร นั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ นั่งดูทีวี เป็นต้น

- คอเคล็ดหรือยอก เกิดจากคอมีการเคลื่อนไหวเร็วเกินไปหรือรุนแรงเกินไป เช่น การก้มเพื่อมองหาของใต้โต๊ะ การเอี้ยวตัว

เพื่อหยิบของข้างหลัง การหกล้ม การเล่นกีฬาหรือโยคะ การนวดหรือการดัดตัว เป็นต้น ทำให้เส้นเอ็นหรือกล้ามเนื้อคอถูกยืดมากหรือมีการฉีกขาดจนเกิดอาการปวดคอ

- ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ

- ข้ออักเสบ ข้ออักเสบเรื้อรังบางชนิดอาจทำให้กระดูกคออักเสบไปด้วย เช่น ข้ออักเสบรูมาตอยด์
เป็นต้น

- อาการอักเสบของร่างการ เช่น คออักเสบ หูอักเสบ เป็นต้น อาจทำให้เป็นโรคกระดูกคอหรือกระตุ้นให้อาการหนักขึ้น

- ความเครียดทางจิตใจ ซึ่งจะทำให้กล้ามเนื้อคอตึงตัวเป็นประจำจนส่งผลกระทบต่อกระดูกคอได้

เ รี ย น รู้ วิ ธี บ ำ บั ด ด้ ว ย ตั ว เ อ ง ฟ รี

คลิ๊กที่ ลิ้งค์ ⬇️⬇️เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมฟรี
https://line.me/R/ti/p/%40itz5162d

ปรึกษาฟรี #คลีนิคให้ความรู้สุขภาพองค์รวม

หรือสายด่วนสอบถามผู้เชี่ยวชาญ โทร
📲 091-7800875

ฉุกเฉิน-สายด่วน มีเจ้าหน้าที่ 24 ชม.
📲 084-5604005

โรคกระดูกคอมีชนิดใดบ้าง

- กระดูกคองอกกดทับรากประสาท กระดูกคอแต่ละข้อมีรากประสาทงอกออกจากไขสันหลังเพื่อควบคุมการทำงานของไหล่แขน
และมือ เมื่อกระดูกคอเสื่อมลงตามวัย ข้อต่อจะหลวมหรือไม่แข็งแรง ทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดคอเรื้อรัง
-ถึงแม้ว่าบางรายอาจไม่มีอาการปวดคอก็ตาม แต่ก็จะรู้สึกเมื่อยคอเป็นประจำ
ต่อมาร่างกายมีการปรับสภาพโดยพยายามสร้างกระดูกใหม่ขึ้นมาทดแทนส่วนที่เสื่อมไป กระดูกที่สร้างขึ้นมาใหม่นี้เรียกว่า

หินปูน หรือ กระดูกงอก ประกอบกับหมอนรองกระดูกที่เสื่อมและบางลง ทำให้ช่องว่างระหว่างข้อกระดูกคอแคบลง ในที่สุดไปกดทับจากประสาทและเกิดอาการปวดศีรษะ ปวดต้นคอและสะบัก
บางครั้งรู้สึกเสียวหรือชาและมีเสียงกรอบแกรบเวลาหันคอ หากปล่อยไว้เรื้อรังจะมีอาการปวดร้าวเสียวหรือชาที่แขนและมือ อาการจะเป็นมากเวลาเงยหน้า อาจมีการฝ่อตัวของกล้ามเนื้อที่แขนและมือด้วย

- กระดูกคอกดทับไขสันหลัง หินปูนที่เกาะตามกระดูกคอหรือกระดูกคอที่เสื่อมจะทรุดลงมากดทับไขสันหลัง ทำให้เกิดอาการ

ปวดมึนศีรษะ แขนชา ปวดเมื่อย อ่อนแรงโดยเฉพาะหัวเข่าจะรู้สึกอ่อนแรง เวลายืนจะโคลงเคลง ก้าวขาไม่ค่อยออก ผิวหนังปวดแสบ
ปวดร้อน อาจควบคุมปัสสาวะและอุจจาระไม่ได้และสุดท้ายอาจเป็นอัมพาต

- กระดูกคอกดทับหลอดเลือดแดง กระดูกคอมีรูให้เส้นประสาทและหลอดเลือดแดงสอดผ่าน เมื่อกระดูกคอและหมอนรอง
กระดูกเสื่อม ลงจะทำให้รูนี้แคบลง หลอดเลือดแดงก็จะเป็นตะคริวหรือถูกกดทับเลือดจึงไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ

ทำให้เกิดอาการปวดเวียนศีรษะ ปวดตุบๆ ที่ท้ายทอย สายตาพร่ามัว เห็นภาพซ้อน คลื่นไส้ อาเจียน หูอื้อ วูบล้มลงอย่าง
กะทันหัน แต่ไม่หมดสติ สามารถลุกขึ้นได้เองอย่างรวดเร็วเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แขนขาอ่อนแรง แขนชา หยิบของแล้วร่วง เวลาเงยหน้าหรือหันคออย่างกะทันหันจะมีอาการแขนขาอ่อนแรง ฯลฯ

เ รี ย น รู้ วิ ธี บำ บั ด ตั ว เ อ ง ฟ รี ! !

D-Boon (ดีบูน)

อาหารเสริมที่มียอดขายสูงสุดทั้งในยุโรปและอเมริกา ที่เสริมสร้างความแข็งแกร่งของกระดูกและข้อต่อ
ด้วยส่วนผสมที่ลงตัวเพื่อการซ่อมแซมเนื้อเยื่อกระดูกอ่อนรอบๆข้อต่อ เอ็นร้อยหวาย และเอ็นยึดข้อ

☆ส่วนประกอบที่สำคัญ☆
1.คอลลาเจนจากปลาทะเล (Hydrolyed Fish Collagen)
2.สารสกัดจากเปลือกสน (Pine bark extract ) MSM
3.วิตามิน ซี (Vitamin C)
4.สารสกัดจากขมิ้น (Turmeric Extract)
5.วิตามิน ดี 3 (Vitamin D 3)
6.แคลเซียม คาร์บอเนต (Calcium Carbonate )

>>เหมาะสำหรับ
~ โรคข้อเข่าเสื่อม
~ โรคกระดูกพรุน
~ โรคข้ออักเสบ,รูมาตอย,เก๊าท์
~ โรคหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน, กระดูกทับเส้นประสาท
~ นิ้วล็อค โรคฮิตของคนทำงาน
~ กลุ่มนักกีฬา
~ ผู้ที่ต้องการเพิ่มความสูง
~ ช่วยเรื่องความเสื่อมของอวัยวะต่างๆในร่างกาย
~ ผู้ที่ปวดเมื่อยตามกระดูก ข้อเข่า สันหลัง ไหล่บ่า คอ
~ วัยหมดประจำเดือน ขาดแคลเซียม
~ อาชีพที่ต้องยืนนาน

ขนาดบรรจุ : 30 แคปซูล
อย.10-1-06045-1-0038 รับรองฮาลาล

เ รี ย น รู้ วิ ธี บ ำ บั ด ด้ ว ย ตั ว เ อ ง ฟ รี

คลิ๊กที่ ลิ้งค์ ⬇️⬇️เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมฟรี
https://line.me/R/ti/p/%40itz5162d

ปรึกษาฟรี #คลีนิคให้ความรู้สุขภาพองค์รวม

หรือสายด่วนสอบถามผู้เชี่ยวชาญ โทร
📲 091-7800875

ฉุกเฉิน-สายด่วน มีเจ้าหน้าที่ 24 ชม.
📲 084-5604005

ที่อยู่

242 ถ. สุวินทวงศ์ แขวง แสนแสบ
Min Buri
10510

เบอร์โทรศัพท์

0917800875

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ คลีนิคให้ความรู้สุขภาพองค์รวมผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง คลีนิคให้ความรู้สุขภาพองค์รวม:

แชร์