22/07/2023
Dirty ทำไมต้องขายแพง? ทั้งๆที่ต้นทุนแค่ 30-40 บาท/แก้ว
เป็นประเด็นที่ถกเถียงกันเยอะมากสำหรับการตั้งราคาขาย Dirty ที่เป็นกระแสฮอตฮิตอยู่ในตอนนี้ อย่าเพิ่งรีบชิงด่าผู้ประกอบการร้านกาแฟว่าหน้าเลือด ตั้งราคาขูดเลือดขูดเนื้อผู้บริโภค เรามาดูโครงสร้างค่าใช้จ่ายต่อ 1 แก้ว กันดีกว่า
->ก่อนจะร่ายยาว มาทำความเข้าใจกับ กฎ 100 % กันก่อน
กฏ 100% ใช้กันอย่างแพร่หลาย และเป็นที่ยอมรับ ไม่ว่าจะร้านเล็กหรือร้านใหญ่ก็สามารถใช้ได้
โดยแบ่งต้นทุนออกเป็น 5 ส่วน
1.ต้นทุนวัตถุดิบ (COST OF GOOD) ต้นทุนสินค้าไม่ควรเกิน 35 % ของราคาขาย
2.ต้นทุนแรงงาน (COST OF LABOL) ควรตั้งไว้อยู่ที่ 15%
3.ค่าน้ำ ค่าไฟ ควรตั้งไว้อยู่ที่ 5%
4.ต้นทุนค่าเช่า (ถ้าจะต้องเช่าพื้นที่) ควรตั้งไว้อยู่ที่ 15%
5.ค่าอื่นๆ ควรตั้งไว้ 10%
ส่วนนี้ตั้งไว้เพื่อสำรองจ่ายอื่นๆ ตัวอย่างปัจจุบันมีการขายแบบ เดลิเวอรี่ เข้ามาซึ่งจะมีค้า ภาชนะต่างๆ ที่จำเป็นต้องใช้ สามารถใช้เงินส่วนนี้ได้
หากลองแทนค่าสมการนี้ จะเห็นได้ว่า
100 % คือราคาขาย 100 บาท นั่นหมายความว่า ต้นทุนของวัตถุดิบรวมๆแล้ว ไม่ควรเกิน 35 บาท (35% ของราคาขาย)
อย่าเพิ่งตกใจไปว่าเจ้าของร้านกาแฟค้าเอากำไรเกินควร เพราะ 65 บาทที่เหลือ เป็นกำไรเข้ากระเป๋าเจ้าของร้านแค่ 20 บาทเท่านั้น อาจจะมากกว่านนี้นิดหน่อยแล้วแต่การบริหารจัดการต้นทุนของแต่ละร้าน
ต้นทุนร้านกาแฟไม่ได้มีเฉพาะค่าต้นทุนวัตถุดิบนะคะ ทั้งค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเตอร์เน็ต ค่าแรง ไหนจะภาษีอีก บางร้านค่าก่อสร้างร้าน ค่าบิ้วอินไม่ธรรมดาเลย
นี่ยังไม่รวมว่าต้องขายได้กี่แก้วถึงจะถึงจุดคุ้มทุนแต่ละวันอีกนะคะ
ไว้ค่อยมาต่อเรื่องการหาจุดคุ้มทุนต่อวันในวันหลังนะคะจะมาแชร์ให้อ่านกันค่า