02/02/2015
17 คุณลักษณะของเศรษฐีที่ “ไม่เหมือนใคร”!!!
คนที่ประสบความสำเร็จ และกลายเป็นมหาเศรษฐีนั้น คนเหล่านี้เขามีทักษะพิเศษอย่างไร มีคุณสมบัติอะไรที่เราอาจจะไม่มี ทำไมคนที่ลาออกจากมหาวิทยาลัย เรียนไม่จบ จึงกลายเป็นมหาเศรษฐีได้ นั่นคือคำถามที่หลายๆ คนสงสัย…
ซึ่งถ้าคุณคือคนหนึ่งที่อยากรวย อยากเป็นเศรษฐีวันหนึ่งในอนาคต วันนี้เราขอเอาคุณสมบัติพิเศษที่คนเหล่านี้มีที่อาจจะ “ไม่เหมือนใคร” มาฝากกัน เผื่อคุณจะได้นำไปพัฒนาตาม เพื่ออนาคต เราไปดูกันเลย
1. เริ่มจากเล็กๆ
มหาเศรษฐีส่วนมาก ไม่ได้รวยมาก่อน ไม่ได้มีสายป่านที่ยาว เกิดบนช้อนเงินช้อนทอง ที่มีเงินทุนมาทำธุรกิจ คนเหล่านี้เริ่มต้นจากเล็กๆ Bill Gates, Mark Zuckerberg, Michael Dell, Jerry Yang and David Filo, Larry Page และ Sergey Brin คนเหล่านี้เริ่มต้นจากนักศึกษาธรรมดาๆ ที่คิดค้นโปรเจ็คจากในหอพักของตนเองทั้งนั้น จนกลายเป็นความยิ่งใหญ่ในวันนี้
2. คิดการใหญ่
“I like thinking big. If you’re going to be thinking anything, you might as well think big.” – Donald Trump
โดนัลด์ ทรัมพ์ บอกว่า คนเราต้องคิดการใหญ่ ถ้าจะคิดอะไร ต้องคิดให้ใหญ่เอาไว้ก่อน และคนเหล่านี้จะไม่ยอมให้อะไรก็ตามมาจำกัดความคิด การจินตนาการ หรือเป้าหมายของเขา ไม่ว่าจะเป็น อายุ เชื้อชาติ ความรู้ ประสบการณ์ เป็นต้น
3. พวกเขากล้าเสี่ยง แต่ต้องคิดคำนวนให้ดี
“To win big, you sometimes have to take big risks.” – Bill Gates
บิลเกตส์บอกว่า หากต้องการยิ่งใหญ่ ก็ต้องเสี่ยงมากหน่อย ซึ่งต่างจากคนส่วนมากในสังคมที่ไม่ค่อยกล้าที่จะเสี่ยงเท่าไหร่ แต่คนเหล่านี้กล้าเสี่ยง แต่แค่ความเสี่ยงนั้นต้องผ่านการคิด คำนวน ดูปัจจัยรอบด้านและผลกระทบให้ดีก่อนเท่านั้น ไม่ใช่สักแต่ว่าอยากเสี่ยง เป็นต้น
4. พวกเขาชอบการแข่งขัน
“When somebody challenges you, fight back. Be brutal, be tough.” – Donald Trump
โดนัลด์ ทรัมพ์ บอกว่า เมื่อมีคนท้าทายเรา อย่ายอมแพ้ สู้กลับอย่างแข็งแกร่งและโหดเหี้ยม ซึ่งนี่คืออีกข้อที่คนเหล่านี้มีไม่เหมือนใคร เขาจะไม่ยอมใครง่ายๆ และชอบการแข่งขันเป็นชีวิตจิตใจ
5. พวกเขามุ่งมั่นมาก
“The wise man put all his eggs in one basket and watches the basket.” – Andrew Carnegie
นั่นคือคำเปรียบเทียบว่า คนฉลาดนั้น จะไม่ทำอะไรทีละหลายๆ อย่าง เขาทำทีละอย่าง และพยายามโฟกัสกับมันเพื่อทำให้มันรุ่งให้ได้ อาทิ Bill Gates และ Larry Ellison ก็มุ่งมันในเรื่องซอฟแวร์ ส่วน Ray Kroc, Dave Thomas และ Carl Linder ก็โฟกัสในอุตสาหกรรมอาหารฟาสต์ฟู้ด ในขณะที่ Oprah Winfrey ก็สนใจแต่เรื่องอุตสาหกรรมด้านความบันเทิง นั่นเอง
6. พวกเขามีใจรักในสิ่งที่ทำ และเป็นแรงผลักดันได้ดี
“Without passion, you don’t have energy. Without energy, you have nothing.” – Warren Buffett
บัฟเฟ็ต บอกว่า ถ้าเราไม่มีใจรักในสิ่งที่ทำ เราก็ไม่มีพลังงานที่จะทำ และถ้าเราไม่มีพลังงานที่จะทำ เราก็ไม่มีอะไรเลย ซึ่งสิ่งนี้คือสิ่งที่พวกเขามี และเป็นแรงผลักดันชั้นดีให้พวกเขาทำงานหนักได้อย่างไม่หยุดหย่อน
7. พวกเขาชอบตั้งเป้า และต้องไปให้ถึง
“I intend to be, the richest man in the world.” – Howard Hughes
Howard Hughes บอกว่า สิ่งที่เขาตั้งใจคือการเป็นคนที่รวยที่สุดในโลก ซึ่งนี่คือลักษณะของคนเหล่านี้ที่ชอบตั้งเป้า ไม่ว่าจะเป็นเป้าเล็ก หรือใหญ่ แต่เขาจะตั้ง และต้องไปให้ถึงให้ได้
8. พวกเขาเบ่งบานท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์
“When you innovate, you’ve got to be prepared for people telling you that you are nuts.” – Larry Ellison
แลรี่บอกว่า หากคุณคิดอะไรออกมาซักอย่างหนึ่ง คุณต้องเตรียมรับมือกับการที่จะมีคนบอกว่าคุณมันบ้า แต่คนเหล่านี้ยอมรับคำวิจารณ์ได้ และนำคำวิจารณ์เหล่านั้น มาเป็นแรงผลักดันให้เขาทำงานหนักกว่าเดิม เพื่อไปพิสูจน์ให้คนเหล่านั้นเห็นว่า นี่คือสิ่งที่พวกเขาคิดผิด
9. พวกเขาตั้งมาตรฐานให้ตัวเอง และไม่เคยลดมาตรฐานนั้น
“I am stingy and I’m proud of the reputation.” – Ingvar Kamprad
Kamprad บอกว่า มีคนหาว่าผมขี้เหนียว แต่ผมภูมิใจนะ ซึ่งนี่คือสิ่งที่คนเหล่านี้เป็น คือ การที่เขาจะตั้งมาตรฐานความเป็นตัวเองไว้ที่ระดับหนึ่ง ซึ่งไม่ว่าคนภายนอกจะว่าอย่างไร พวกเขาก็ไม่เคยสนใดๆ ทั้งสิ้น
10. พวกเขาเชื่อมั่นในอุดมการณ์ความเชื่อของตัวเอง
“You are nuts and you should be proud of it. Stick with what you believe in.” – Trip Hawkins
Hawkins บอกว่า ถึงแม้ว่าคุณจะบ้า ก็จงภูมิใจในตัวคุณเอง และสิ่งที่คุณเชื่อมั่น คนเหล่านี้จะมีความมั่นใจในตัวเองสูงมาก ไม่ค่อยเชื่อในโชคชะตา แต่เชื่อในตัวเองว่าเขาจะต้องทำได้ ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม กล่าวคือ ไม่ให้อะไรมาลิขิตชีวิตของพวกเขา นอกจากตัวของพวกเขาเอง
11. พวกเขาสม่ำเสมอ
“Sheer persistence is the difference between success and failure.” – Donald Trump
โดนัลด์ ทรัมพ์ บอกว่า ความสม่ำเสมอคือข้อแตกต่างระหว่างความสำเร็จกับความล้มเหลว คนพวกนี้จะเข้มแข็ง อดทน มุมานะ สม่ำเสมอในสิ่งที่เขาทำ แม้มันยังไม่เห็นผล แต่ถ้าเขาเชื่อว่ามันจะสำเร็จ พวกเขาจะไม่ยอมหยุดอย่างแน่นอน
12. พวกเขาไม่หยุดอยู่กับที่แม้จะประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งแล้ว
“I’m not afraid of turning 80 and I have lots of things to do. I don’t have time for dying.” – Ingvar Kamprad
ผมไม่กลัวหรอกว่าผมจะอายุ 80 แล้ว ผมมีอีกหลายอย่างต้องทำ ผมไม่มีเวลาให้กับความตายหรอก นี่คือสิ่งที่ Kamprad เคยบอกไว้ และเขากับ บัฟเฟ็ตก็คิดเหมือนๆ กันว่า จะไม่ยอมหยุดทำงานแม้จะอายุมากแล้ว พวกเขาจะทำงานจนกว่าชีวิตเขาจะหาไม่!
13. พวกเขาเรียนรู้จากความผิดพลาดได้อย่างรวดเร็ว
“Failure is just a resting place. It is an opportunity to begin again more intelligently.” – Henry Ford
Henry Ford บอกว่า ความล้มเหลวคือสถานที่ที่เราจะได้พักผ่อน และเป็นโอกาสให้เราเริ่มต้นใหม่อย่างชาญฉลาดเท่านั้น ซึ่ง คนเหล่านี้ไม่ว่าเขาจะมั่นใจในตัวเองแค่ไหน แต่พวกเขาจะยอมรับเมื่อถึงความล้มเหลว สิ่งที่เขาทำไม่ใช่การโทษคนอื่น แต่ยอมรับผิด และเรียนรู้จากมัน ลุกขึ้นสู้ใหม่ และจะไม่ผิดซ้ำสองอีก
14. พวกเขาเบ่งบานท่ามกลางความกดดันและความไม่แน่นอนได้ดี
“You must not only learn to live with tension, you must seek it out. You must learn to thrive on stress.” – J. Paul Getty
J. Paul Getty บอกว่า คุณไม่ใช่แค่ควรที่จะเรียนรู้ในการใช้ชีวิตกับความเครียดเท่านั้น แต่คุณจะต้องเรียนรู้ที่จะเบ่งบานท่ามกลางความเครียด ความกดดันอีกด้วย เอาชนะมันให้ได้ นั่นคือสิ่งที่คนเหล่านี้เผชิญ ไม่ว่าจะเป็นความเครียด หรือความไม่แน่นอน อาทิ ตอนนี้ Bil Gates ออกจากมหาวิทยาลัย มันไม่มีอะไรการันตีความสำเร็จเขาได้เลย แต่นั่นไม่ทำให้เขาย่อท้อเลยซักนิด
15. พวกเขาใช้เงินเพียงแค่เป็นตัวบอกเป้าเท้านั้น ไม่ใช่เป้าหมายจริงๆ
“If only your goal is to become rich, you will never achieve it.” – John D. Rockefeller
Rockefeller บอกว่า ถ้าเป้าหมายของคุณอย่างเดียวคือเงิน คุณจะไม่มีทางประสบความสำเร็จ คนเหล่านี้มีเป้าหมายคือต้องการสร้างความเปลี่ยนแปลง ต้องการความยิ่งใหญ่ ต้องการทำสิ่งที่เขารัก เงินและตัวเลขการเติบโตต่างๆ นานาเป็นตัวบ่งชี้ว่าเขาไปถึงขั้นไหนของความสำเร็จเท่านั้น
16. พวกเขาคือนักแสวงหาโอกาส
“The way to make money is to buy when blood is running in the streets.” – John D. Rockefeller
คำพูดนี้ของ Rockefeller บอกได้ดีว่า คนเหล่านี้คือคนที่มองโอกาสได้เฉียบขาดมาก เขามองว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่เขาสามารถสร้างความเติบโตให้ธุรกิจที่เขารักได้ เหมือนมีคนเปรียบเทียบได้ดีว่า นักธุรกิจเหล่านี้ก็เหมือนนักเล่นแร่แปรธาตุในสมัยโบราณที่รู้วิธีที่จะเปลี่ยนจากตะกั่วเป็นทองเมื่อไหร่ก็ตามที่ต้องการนั่นเอง
17. พวกเขาใช้หนี้สินให้เป็นประโยชน์กับเขาเอง
“If you owe the bank $100, that’s your problem. If you owe the bank $100 million, that’s the bank’s problem.” – J. Paul Getty
J. Paul Getty บอกว่า หากคุณติดหนี้ธนาคารแค่ 100 เหรียญนั่นคือปัญหาขอคุณ แต่ถ้าคุณติดหนี้ธนาคาร 100 ล้านเหรียญ นั่นคือปัญหาของธนาคาร เพราะในสายตาของคนพวกนี้ หนี้คือดาบสองคมที่เป็นโทษได้ และเป็นประโยชน์ได้ แต่เขาเลือกที่จะทำให้มันเป็นประโยชน์ ซึ่งจริงๆ แล้วต้องบอกว่า ไม่มีมหาเศรษฐีคนไหนในโลกไม่มีหนี้ แต่มันขึ้นอยู่กับว่าเราจะจัดการหนี้นั้นอย่างไรต่างหาก และการจัดการของพวกเขานั่นแหละที่มันทำให้พวกเขารวยขึ้นๆ ไปเสียอีก อย่างเช่น การเป็นหนี้เพื่อไปลงทุนในสิ่งที่ได้ผลตอบแทนมากกว่าดอกเบี้ยที่เสียไปนั่นเอง