03/01/2025
ข้อคิดจากหนังสือ
ศิลปะการใช้คนจากสามก๊ก
1. สอบถามจากบุคคลรอบข้าง
การที่เราจะรู้ว่าในบรรดาลูกน้องหรือคนใกล้ชิดของเรามีนิสัยใจคอและความประพฤติเป็นอย่างไรบ้างในเวลาที่เราไม่ได้อยู่ใกล้ เราก็อาจจะใช้วิธีโดยการไปสอบถามจากคนรอบข้างของคนเหล่านั้นว่าตามปกติแล้วพวกเขามีนิสัยและความประพฤติอย่างไรบ้าง เราอาจจะไม่ได้ไปสอบถามด้วยตนเอง แต่อาจจะใช้ให้คนอื่น ๆ ไปหาข้อมูลแทน เพราะถ้าไม่สอบถามเองบ่อย ๆ ก็อาจจะโดยระแวงได้ อีกทั้งอย่าไปถามตรง ๆ แต่ควรที่จะใชิวธีชวนคุยไปเรื่อยจนอีกฝ่ายพูดถือสิ่งที่เราต้องการรู้ขึ้นมาไป วิธีนี้อาจจะใช้เวลานาน แต่ว่าได้ผลดีและไม่โดนระแวงด้วย เมื่อได้ข้อมูลมาแล้วก็ให้นำมาเปรียบเทียบกับสิ่งที่เรารู้อยู่แล้ว ว่ามีอะไรบ้างที่ตรงกันและอะไรบ้างที่ต่างออกไป การทำแบบนี้จะช่วยให้เราสามารถรู้ถึงนิสัยและพฤติกรรมของคนในปกครองของเราได้ดียิ่งขึ้น
2. สร้างความสามัคคีในองค์กร
สิ่งที่จำเป้นสำหรับการทำงานกันเป็นทีมภายในองค์กรนั้นจำเป็นที่จะต้องมีความสามัคคี หากทุกคนมีความสามัคคีกันตั้งแต่บนถึงล่าง ไม่ว่าจะทำอะไรก็จะประสบความสำเร็จได้โดยง่าย ดังนั้นเราจึงควรที่จะเน้นให้เกิดความสามัคคีขึ้นภายทีมงานหรือหน่วยงานของเรา ถ้าเราไม่ถนัดในการสร้างความสามัคคี ก็อาจจะใช้วิธีการจ้างคนที่ถนัดในการสร้างมิตรภาพให้เข้ามาสร้างความสามัคคีให้แก่องค์กรก็ได้ ยิ่งมีคนที่ถนัดในเรื่องการสร้างความสามัคคีเท่าไหร่ องค์กรก็จะน่าอยู่และมีพลังมากขึ้นเท่านั้น อะไรที่พอจะให้อภัยให้กันได้ก็ควรที่จะทำ ยิ่งเป็นงานที่ใหญ่มากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งต้องสามัคคีกัน ในบางสถานการณ์ก็อาจจะทำให้ผู้คนจำเป็นที่จะต้องมองข้ามความแค้นแล้วหันมาจับมือกันเพื่อการใหญ่ ซึ่งเรื่องแบบนี้ก็มีให้เห็นในประวัติศาตร์ต่าง ๆ อยู่เนื่อง ๆ
3. ปฏิเสธหนัก รับแน่น
หากเราได้รับการขอร้องให้รับทรัพย์สินหรือสิ่งของจากใครก็ตาม โดยอาจจะเป็นเพราะเราได้ให้ความช่วยเหลือเขา จนอีกฝ่ายอยากจะมอบสิ่งของตอบแทนให้ หากการรับของนั้นไม่มีผลกระทบอะไรกับคนรอบข้าง เราก็สามารถที่จะรับสิ่งนั้นได้อย่างเต็มใจ แต่ถ้าการรับน้ำใจนั้นอาจจะทำให้คนที่เกี่ยวข้องรู้สึกต่อต้าน การที่เราจะปฏิเสธไว้ก่อนก็อาจจะเป็นทางเลือกที่ดี ต่อเมื่อได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายว่าเราสามารถรับสิ่งนั้นได้โดยที่ไม่มีใครคัดค้าน ถึงเวลานั้นเราก็จะสามารถรับสิ่งนั้นมาได้อย่างสบายใจ ยิ่งเราปฏิเสธมากแค่ไหน เวลาที่เรารับสิ่งนั้นมาเราก็จะยิ่งรับได้อย่างเต็มภูมิ
4. มีความยืดหยุ่น
การจะเป็นคนเหนือคน สิ่งที่จะต้องมีนั้นมีหลายอย่าง หนึ่งในนั้นก็คือการเป็นคนที่ยืดหยุ่น สามารถปรับตัวได้ตามสถานการณ์ ไม่สนทั้งวิธีการและรูปแบบ ขอแค่ให้ได้ผลลัพธ์เป็นที่พอใจก็สามารถทำได้ทั้งนั้น จะทำตัวให้ใหญ่เป็นที่เกรงขาม หรือทำตัวให้เล็กจนคนมองไม่เป็นความสำคัญก็ได้ทั้งนั้น ถ้าเพื่อเป้าหมายแล้วทำได้ อีกทั้งยังต้องมีสติปัญญาที่กว้างขวางไม่คับแคบ มีกลอุบายที่ดี สามารถคิดหาวิธีในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างแยบยล การเป็นคนยืดหยุ่นและไม่มีกฎตายตัวแบบนี้จะทำให้เราเป็นคนที่สามารถลื่นไหลไปได้ทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ได้ทั้งนั้น ถ้าเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ก็พร้อมที่จะผ่อนสั้นผ่อนยาวได้เสมอ
5. ปกครองด้วยความจริงใจ
การปกครองคนนั้นมีด้วยกันหลายแบบ แล้วแต่ว่าใครถนัดแบบไหน บางคนปกครองด้วยความเจ้าเล่ห์เพทุบาย ในขณะที่บางคนปกครองด้วยความจริงใจ แม่ว่าจะทำให้สามารถปกครองคนได้ทั้งสองวิธี แต่การใช้เล่เพทุบายอาจจะต้องมีการใช้ความกลัวเข้ากดข่มด้วยถึงจะคุมคนใต้ปกครองได้ แต่ถ้าปกครองด้วยความจริงใจ เราจะได้ใจคนด้วย ไม่จำเป็นที่จะต้องปกครองด้วยการใช้ความกลัวเข้าข่มขู่มากเกินไป ผู้คนก็พร้อมที่จะให้การรับใช้อย่างเต็มใจ การข่มขู่ให้คนกลัวอาจจะทำให้มีคนยอมรับใช้ด้วยได้ ตราบใดที่เรายังมีเงินและยศตำแหน่งที่จะมอบให้เขาได้ แต่โอกาสที่พวกเขาจะมีความจริงใจต่อเรานั้นน้อยมาก ส่วนการปกครองด้วยความจริงใจจะทำให้เราได้ใจคนแถมมาด้วย อีกทั้งยังไม่จำเป็นที่จะต้องไปข่มให้กลัวมานักพวกเขาก็พร้อมที่จะทำตามคำสั่งของเราแล้ว ซึ่งก็แล้วแต่ว่าใครถนัดแบบไหน เพราะเรื่องนี้จะให้แก้ไขกลางคันก็ทำได้ยากเสียด้วย ดังนั้นถ้าเราจะเลือกให้คนมาทำงานด้วยก็ควรที่จะเลือกคนที่ถนัดในการปกครองคนด้วยความจริงใจ เพราะจะทำให้เราได้ใจลูกน้องมากยิ่งขึ้น
สั่งซื้อเล่มนี้ได้ที่
Shopee : https://s.shopee.co.th/20dbnlBQyG
Lazada : https://s.lazada.co.th/s.JMp0I?cc