20/12/2022
💡ทำ #โรงคั่วกาแฟ เตรียมตัวอย่างไร💡
สาเหตุที่เป็นให้คนคนหนึ่งเปิดโรงคั่วกาแฟนั้นมีหลากหลาย แต่โดยมากแล้วจุดเริ่มต้นเกิดจากความชอบ จากความชอบกลายมาเป็นความหลงใหล ความชอบความหลงใหลดังกล่าวผลักดันให้ผ่านประสบการณ์การดื่มกาแฟจนเกิดความต้องการที่จะทำกาแฟดีๆ มีคุณภาพออกมาให้ผู้คนได้บริโภค เพื่อที่จะไปให้ถึงความมุ่งมั่นนั้น นอกจากความรู้เรื่องกาแฟแล้ว #นักคั่วกาแฟ ทั้งหลายจำเป็นจะต้องมีเครื่องไม้เครื่องมือที่จะทำให้การคั่วกาแฟง่ายและมีคุณภาพขึ้น
มีงานหลายๆงานที่ต้องทำในการจะเปิดโรงคั่วกาแฟสักแห่งหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นที่ทางที่จะใช้เป็นฐานที่มั่น งานออกแบบสร้างสรรค์แบรนด์ที่จะออกขาย หรือแม้กระทั่งหาแหล่งซื้อกาแฟสารที่มีคุณภาพ เมื่อทั้งหมดครบถ้วน สิ่งต่อไปคือการออกแบบโรงคั่วกาแฟให้มีความเหมาะสมกับทุนทรัพย์ ซื้อหาอุปกรณ์ที่ดีตามกำลังเงินทุน
บทความนี้จะแนะนำเครื่องไม้เครื่องมือ เครื่องจักรที่ควรจะมีสำหรับโรงคั่วกาแฟที่โรงคั่วกาแฟทั่วโลกส่วนใหญ่เขามีกัน
🔐 อุปกรณ์ของคุณ
มีอุปกรณ์หลากหลายประเภทให้คุณเลือกใช้ ซึ่งรวมถึงทุกอย่างตั้งแต่เครื่องมือพื้นฐาน เช่น ที่ตักกาแฟไปจนถึงเครื่องมือวัดคุณภาพอันซับซ้อน เช่น เครื่องวัดความหวาน (Refractometers)
คุณควรจะตั้งคำถามกับตัวเองก่อนว่า เป้าหมายของคุณคืออะไร อุปกรณ์ที่จะซื้อจำเป็นไหม และต้องทำความเข้าใจด้วยว่าอุปกรณ์บางชิ้นนั้นเหมาะสมกับเครื่องคั่วบางชนิดเท่านั้น อาจไม่เหมาะกับเครื่องคั่วชนิดอื่นๆ
1️⃣ เครื่องคั่วกาแฟ
เมื่อซื้อเครื่องคั่วกาแฟสักเครื่องหนึ่งมีคุณสมบัติที่ต้องพิจารณามากมาย ไม่ว่าจะเป็นโรงงานผู้ผลิต (บางยี่ห้อเป็นของอเมริกา แต่โรงงานผลิตที่จีน) ทุนทรัพย์ และสไตล์การคั่ว ฉะนั้นการเลือกเครื่องคั่วกาแฟที่คุณชื่นชอบใช้นั้นอาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี
ขนาดหม้อคั่ว - เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเมื่อต้องเลือกซื้อเครื่องคั่วกาแฟ เครื่องคั่วที่มีขนาดหม้อคั่วเล็กจะช่วยให้คุณได้วาดฝีไม้ลายมือโดยไม่สิ้นเปลืองเงินทุนมากเกินไป แต่อาจทำให้งานของคุณมากขึ้นในกรณีที่ยอดสั่งซื้อมากมาย
ค่าบำรุงรักษา - เครื่องจักรกลเมื่อถูกใช้งานเรื่อยๆ ย่อมมีปัญหาจุกจิกบ้าง เมื่อคุณทำความเข้าใจและปฏิบัติตามคู่มือ เป็นต้นว่า ทำความสะอาดตารมตารางเวลา ตรวจเช็คอุปกรณ์และชิ้นส่วนสม่ำเสมอ ปัญหาจุกจิกกวนใจจากขัดข้องของเครื่องคั่วกาแฟย่อมลดน้อยลง ถ้าเครื่องคั่วกาแฟสะอาด ทำให้การไหลเวียนอากาศดี ซึ่งมีผลต่อกาแฟที่ถูกคั่วออกมาด้วยเช่นกัน
ในทางตรงกันข้าม ถ้าคุณปฏิบัติตามคู่มือหรือให้ความใส่ใจเรื่องการดูแลรักษาน้อย นั่นย่อมสร้างปัญหาตามมา และก่อให้เกิดต้นทุนตรงส่วนนี้ ฉะนั้นสิ่งหนึ่งที่ต้องดูเวลาซื้อเครื่องคั่วกาแฟคือบริการหลังการขาย เป็นต้นว่า ทีมงานดีไหม มีสต๊อกอะไหล่ชิ้นส่วนไหม
2️⃣ ตาชั่ง
เครื่องชั่งมีรูปร่างและขนาดต่างกัน ในฐานะนักคั่วคุณต้องพิจารณาถึงน้ำหนักที่คุณจะชั่งเสียก่อน ถ้าโรงคั่วคุณอยู่ในระดับอุตสาหกรรมเครื่องชั่งขนาดใหญ่รับน้ำหนักได้มากๆ ก็จำเป็น แต่ถ้าคุณตั้งใจจะเป็นร้านกาแฟมีเครื่องคั่วกาแฟเล็กๆ (Shop roaster) ขนาดตาชั่งก็ควรเลือกให้เหมาะสมกับขนาดกาแฟสารที่จะคั่ว หรือกาแฟคั่วที่จะบรรจุขาย เครื่องชั่งที่ได้รับความนิยม ที่หน้าตาดูล้ำสมัยตามร้านกาแฟต่างที่ใช้ชั่งน้ำหนักกาแฟเพื่อ Brewing หรือ เอกเพรสโซ่ซ็อต อาจรับน้ำหนักได้เต็มที่ไม่เกิน 1 กิโลกรัม ฉะนั้นคงจะไม่เหมาะกับโรงคั่วกาแฟเป็นแน่ ถ้าว่าคุณต้องการเครื่องชั่งแบบตั้งพื้นเพื่อชั่งน้ำหนักกาแฟสารที่เหลืออยู่ในกระสอบกาแฟ หรือชั่งกาแฟสารทั้งกระสอบการซื้อเครื่องชั่งทั่วไปๆเป็นสิ่งที่ต้องทำ
การลงทุนที่คุ้มค่าในเครื่องชั่งที่มีขนาดใหญ่ขึ้น อาจจะทำให้คุณไม่ต้องลงทุนเพิ่มในกรณีที่ธุรกิจคุณขยายตัว
3️⃣ ที่ตักกาแฟ
ในโรงคั่วกาแฟ กระบวยตักกาแฟ (scoop bean) ใช้ในการตักกาแฟจากเครื่องคั่วกาแฟลงถัง ใช้ในการตักกาแฟที่คั่วแล้วลงบรรจุภัณฑ์ ความสำคัญของที่ตักกาแฟที่ออกแบบมาอย่างดีนั้นทำให้งานเกี่ยวกับการถ่ายเทกาแฟ หรือบรรจุกาแฟง่ายขึ้น เพราะตรงด้ามจับจะมีรูเอาไว้เทกาแฟได้โดยง่าย นอกจากนี้ที่ตักกาแฟยังมีความเอนกประสงค์อีกอย่างคือ เราสามารถกะประมาณน้ำหนักกาแฟได้ในกรณีที่เครื่องชั่งหรืออุปกรณ์ชั่งน้ำหนักใดๆเกิดขัดข้อง
4️⃣ อุปกรณ์สำหรับใช้ควบคุมและทดสอบคุณภาพ
แก้วและช้อนกาแฟสำหรับคัปปิ้งเป็นเพียงหนึ่งในวิธีการที่ใช้ทดสอบคุณภาพกาแฟของคุณ การคัปปิ้งไม่เพียงแต่จะช่วยให้คุณประเมินคุณลักษณะของกาแฟของคุณเท่านั้น แต่ยังช่วยให้คุณสามารถประเมินการคั่ว หรือวิธีการคั่วของคุณในแต่ละช่วงเวลาของการคั่วด้วย
การลงทุนในเครื่องบดกาแฟที่เหมาะสมก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณให้ขายกาแฟแก่ลูกค้าที่มีคาดหวังสูง เครื่องบดคุณภาพสูงจะช่วยให้คุณสามารถบดกาแฟออกเป็นอนุภาคขนาดเท่าๆกัน การบดที่สม่ำเสมอนั้นง่ายที่สุดที่จะทำได้ด้วยเครื่องบดที่มีตัวบดเป็นหยักไม่แหลมคมเหมือนใบมีด
รายการอื่น ๆ ที่ควรพิจารณาคือกาต้มน้ำที่ควบคุมอุณหภูมิ - ซึ่งทำให้น้ำอุ่นได้ถึงอุณหภูมิที่แม่นยำ – และเครื่องทำกาแฟเอสเปรสโซที่มีคุณภาพดี ส่วนเครื่องมืออื่นๆ ที่เพิ่มความละเอียดในการคั่วขึ้นมาสำหรับนักคั่วมือใหม่ เช่น #เครื่องวัดความชื้น #เครื่องวัดความหนาแน่น (density metres)
5️⃣ อุปกรณ์สำหรับบำรุงรักษา
การบำรุงรักษาเครื่องจักรจะช่วยยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ของคุณ การมีชุดเครื่องมือที่ครอบคลุม เช่น ประแจหกเหลี่ยมรูปตัวแอล (Allen key) ประแจไขควงและคีม เหล่านี้จะทำให้ชีวิตของคุณง่ายขึ้นอย่างมาก
การบำรุงรักษาและทำความสะอาดมักเป็นสิ่งเดียวกัน การมีแผ่นกำจัดสิ่งสกปรก หรือแผ่นขัดโลหะสำหรับหม้อพักกาแฟ และเครื่องดูดฝุ่นทรงพลังทำให้คุณสามารถรักษาเครื่องคั่วกาแฟและพื้นที่โรงคั่วให้เป็นระเบียบ ถูกสุขลักษณะ
🔐ลงทุนทั้งทีเอาไว้ใช้ระยะยาวอย่างไร
นักคั่วหลายต่อหลายคนพูดว่า เครื่องคั่วขนาดเล็กสามารถทำให้เราได้เข้าใจกระบวนการคั่วอย่างลึกซึ้งขึ้น นักคั่วกาแฟเก่งๆหลายคนเริ่มต้นจากเครื่องคั่วเล็กๆ ฝึกฝีไม้ลายมือจนเข้าใจศาสตร์แห่งการคั่วกาแฟจึงเริ่มขยับขนาดของความจุเครื่อง
คนที่เริ่มต้นทำธุรกิจโรงคั่วกาแฟโดยมาก มักเริ่มจากเล็กๆ เช่น ลงทุนเครื่องคั่วกาแฟขนาดความจุหม้อคั่ว 1 กิโลกรัม เป็นต้น แต่พอเนิ่นนานไป หลายๆ โรงคั่วกับพบว่าธุรกิจไปได้ดีและขนาดเครื่องคั่วที่มีไม่เพียงพอ หรือ ทำให้งานคั่วกาแฟเสียเวลามากขึ้นถ้าต้องคั่วในปริมาณมากๆ หลายๆ คนถึงกับนึกเสียดายเลยทีเดียว
แรกเริ่มคุณอาจจะทำงานทุกอย่างด้วยแรงงานคน เป็นต้นว่างานกรอกกาแฟ แพ๊คกาแฟ แต่ลองนึกภาพว่าถ้าธุรกิจคุณเติบโต คุณจะต้องสิ้นเปลืองเวลาและแรงงานมากแค่ไหนถ้าต้องมานั่งกรอกกาแฟลงถุงจำนวนเป็นร้อยๆถุง การลงทุนในเครื่องทุ่นแรงเหล่านี้เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย อาจจะไม่ช่วยประหยัดเวลาและลดต้นทุนด้านการจ้างงานสำหรับโรงคั่วกาแฟของคุณก็เป็นได้
🔐 ทุนในการทำโรงคั่วกาแฟ
ถ้าตัดเรื่องสถานที่ตั้ง ค่าเช่า ค่ามัดจำหรือค่าอะไรก็ตามเกี่ยวกับสถานที่ออกไป เราต้องใช้เงินลงทุนไม่น้อยทีเดียว ในต่างประเทศต้นทุนด้านเครื่องจักรกลใดๆ อาจจะถูกกว่าเรา เพราะประเทศเขาเหล่านั้นอาจเป็นประเทศผู้ผลิตเสียเองทำให้ต้นทุนค่าขนส่ง หรือภาษีนำเข้าไม่ได้สูงมากนัก แต่ถึงอย่างไรก็ตามเมื่อมาคำนวณคร่าวๆ แล้วการทำโรงคั่วในต่างประเทศอาจมีต้นทุนตั้งแต่ 30,000 – 128,000 USD (950,000 – 4,000,000 บาท ) จะเห็นว่าเมื่อนับเงินลงทุนก็ยังมีต้นทุนที่สูงอยู่ดี เพราะฉะนั้นการทำโรงคั่วกาแฟนั้นเป็นเรื่องที่ต้องมองการคุ้มทุนในระยะยาว คุณต้องมีแผนงานที่ดี ทั้งแผนงานขาย แผนการเงิน ถ้าแผนต่างๆ ไม่ดี ธุรกิจไปไม่รอด ต้องขายเครื่องไม้เครื่องมือกันเลยทีเดียว และนี่ก็เป็นโอกาสสำหรับรายใหม่ๆ ที่จะเข้ามาทำโรงคั่วกาแฟ ในการมองหาเครื่องคั่ว และเครื่องมือต่างๆ มือสองในราคาประหยัดลงได้
กลับมาที่บ้านเรา การลงทุนหนักๆในการทำโรงคั่วเห็นจะเป็นเรื่องของเครื่องคั่วกาแฟ เพราะเครื่องดีๆ ทั้งจากอเมริกา (บางยี่ห้อแบรนด์อเมริกา ผลิตที่จีน) หรือฝากฝั่งยุโรป เมื่อมาถึงบ้านเราล้วนมีราคาสูงๆ ทั้งนั้น แม้แต่เครื่องคั่วที่มีหม้อคั่วเล็กๆ ขนาด 1 กิโลกรัม ยังขายกัน 450,000 – 560,000 บาท ไม่ต้องพูดถึงเม็ดเงินที่ต้องจ่ายเพิ่มถ้าต้องการขยายศักยภาพและปริมาณการคั่วกาแฟขึ้น
เครื่องคั่วกาแฟแบรนด์จากเอเชียเรา ไม่ว่าจะเป็นของไต้หวัน เวียดนาม เกาหลี ฯลฯ มีราคาถูกลงกว่าครึ่ง แต่รูปร่างหน้าตาการดีไซน์ไม่สวยงามเข้าตานัก อย่างไรก็ตามเครื่องเหล่านี้ก็นับว่าใช้ได้ดี ถ้าคนใช้หรือนักคั่วเข้าใจกระบวนการคั่วเป็นอย่างดี อย่าลืมข้อเท็จจริงที่ว่าการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอย่อมทำให้เกิดความชำนาญ
📌ท้ายที่สุด
การทำโรงคั่วกาแฟควรเริ่มต้นจากความชอบในกาแฟ ชอบที่จะส่งต่อกาแฟดีๆให้ลูกค้าผู้บริโภค เมื่อคุณทำในสิ่งที่คุณชอบคุณจะทำมันได้ยาวนาน และจะมีความพยายามมากกว่าปกติ ทั้งการใช้มันสมอง ความคิดและกำลังแรงกาย เมื่อคุณสนุกกับงานรายรับจะมากจะน้อยนั่นคงไม่ใช่ประเด็นหลักของคุณ การได้ขายกาแฟอร่อยๆ การได้พบเจอผู้คนแลกเปลี่ยนบทสนทนา สร้างมิตรภาพอาจจะเป็นกำไรที่ยั่งยืน ให้ความสุขกว่ากำไรจากตัวเงินก็เป็นได้
#ปรึกษาธุรกิจกาแฟ #คอร์สสอนชงกาแฟ #เรียนกาแฟ #จำหน่ายเมล็ดกาแฟ #เมล็ดกาแฟคั่ว #คอร์สเรียนชงกาแฟ #อยากทำธุรกิจกาแฟ