22/11/2015
ถ้าพูดถึงเรื่องอุบัติเหตุ และต้องมีรถยกเข้ามาเกี่ยวข้อง ย่อมหมายความว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นกับตัวรถ ซึ่งเป็นผลมาจากการชนคงจะหนักหนาสาหัสระดับนึงกันทีเดียว แต่ไม่ต้องกังวลครับ ค่าใช้จ่ายในเรื่องรถยกก็เป็นค่าใช้จ่ายที่ประกันรับผิดชอบเช่นเดียวกัน แต่จะรับผิดชอบกรณีใดบ้าง รับผิดชอบมากน้อยเพียงใดก็ต้องคุยกันในเรื่องของรายละเอียดครับ
โดยปกติค่ารถยกที่ยกจากสถานที่เกิดเหตุมายังอู่ หรือศูนย์ซ่อมรถนั้น เป็นความรับผิดชอบของทางบริษัทประกันภัยครับ ถ้าชนในกรุงเทพซ่อมอู่ในกรุงเทพ ไม่ค่อยมีปัญหาครับ ส่วนใหญ่บริษัทประกันก็จะเรียกรถยกมายกรถของเราเข้าซ่อมที่อู่เลย เราก็จะไม่รู้สึกอะไร แต่ถ้าเป็นกรณีที่ชนอยู่ต่างจังหวัดและต้องการให้ยกมาซ่อมที่กรุงเทพเนี่ยหละครับ ที่เรื่องของค่าใช้จ่ายเรื่องรถยกจะเริ่มมาเกี่ยวข้อง เช่น ผู้เอาประกันมีบ้านอยู่ในกรุงเทพ แต่มีเหตุให้ต้องไปต่างจังหวัด อาจจะไปเที่ยวหรือเป็นเซลล์ต่างจังหวัด ปรากฎว่ารถไปชนที่โคราช โดยปกติคนที่บ้านอยู่กรุงเทพก็ต้องอยากซ่อมรถในกรุงเทพเพราะมันง่ายต่อการดูแล แต่ประกันกับอยากให้ซ่อมที่โคราช ทำไมเหรอครับ เพราะค่ารถยกมันแพงซิครับ ถ้ายกจากโคราชเข้ามากรุงเทพมันเป็นเงินหลายพัน แล้วอย่างนี้จะมีหลักในการต่อรองกับประกันยังไงหละครับ
จริงๆแล้วมันก็มีเงื่อนไขอยู่ว่า “บริษัทประกันจะจ่ายค่าดูแลรักษารถยนต์ และค่าขนย้ายรถยนต์ทั้งหมดนับแต่วันเกิดเหตุจนกว่าการซ่อมแซม หรือการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจะเสร็จสิ้นตามจำนวนที่จ่ายไปจริงแต่ไม่เกินร้อยละยี่สิบของค่าซ่อมแซม” ดังนั้นในกรณีที่รถยนต์เสียหายมากอาจมีค่าซ่อมเป็นหลักแสน ค่ารถยกก็จะไม่มีปัญหา ยกตัวอย่างว่าค่าซ่อมทั้งหมด 100,000 บาท ดังนั้นค่าใช้จ่ายในการเคลื่อนย้ายไม่เกิน 20% คือถ้าไม่เกิน 20,000 บาทก็ไม่มีปัญหาครับ แต่ถ้าเป็นกรณีที่เสียหายหลักหมื่น เช่น หม้อน้ำ คือทำอย่างไรก็ต้องซ่อมไม่เช่นนั้นรถก็วิ่งไม่ได้ กรณีพวกนี้ก็ต้องดูครับถ้าต้องการยกเข้ามาจริงๆ ประกันอาจให้เราช่วยจ่ายบางส่วนครับ
ส่วนกรณีที่มีการยกรถไปไว้ที่สถานีตำรวจก่อน แทนที่จะยกรถไปที่อู่ซ่อมเลยนั้น จะเห็นว่ามีการยก 2 ครั้ง ครั้งแรกคือจากที่เกิดเหตุไปที่สถานีตำรวจ ซึ่งส่วนใหญ่รถยกในส่วนนี้ทางตำรวจจะเป็นคนเรียกมาให้ และทางผู้ขับขี่จะต้องจ่ายไปก่อน ซึ่งบอกตามตรงว่าค่าบริการจะไม่ค่อยมีมาตรฐานเท่าไหร่ คือขึ้นอยู่กับว่าทางตำรวจจะเรียกเก็บเท่าใด ค่ารถยกตรงนี้แหละครับที่มีปัญหา เพราะบางครั้งทางประกันเขามองว่าไม่มีความจำเป็นต้องยกมาที่สถานีตำรวจ แต่นโยบายทางตำรวจต้องการให้ยก ประกันเขาก็จะปฎิเสธการจ่ายครับ ซึ่งก็พูดยากคงต้องดูเป็นกรณีไป แต่อย่างไรก็แล้วแต่ ทุกครั้งที่คุณสำรองจ่ายต้องขอใบเสร็จทุกครั้งนะครับ เผื่อเอาไปขออนุโลมให้ประกันเข้าช่วยจ่ายให้ได้ ส่วนการยกครั้งที่ 2 คือจากสถานีตำรวจไปอู่ซ่อมรถ นี่ไม่มีปัญหาครับ ทางประกันเขาจะหารถยกมายกให้เอง ทางผู้เอาประกันก็ไม่ต้องยุ่งอะไร