19/02/2026
_______________________________
10 ปีของการต่อสู้โดยลำพัง
เมื่อประชาชนธรรมดาใช้ศาลตรวจสอบอำนาจ
และความถูกต้องมาถึง…แม้จะช้าเกินไปสำหรับใครหลายคน
สมศักดิ์ ทองเสมอ
______________________________
ผมไม่ใช่นักกฎหมาย
ไม่ใช่คนมีอำนาจ
ไม่มีเงินพอจะจ้างทนายความ
และไม่มีเครือข่ายใดในระบบ
ผมเป็นเพียงประชาชนคนหนึ่ง
ที่เชื่อว่า อำนาจทุกระดับต้องถูกตรวจสอบได้
______________________________
เมื่อระบบไม่ทำงานกับประชาชน
หลายปีก่อน ผมอยู่ในกระบวนการศึกษาระดับปริญญาโท
ผมเรียนครบ สอบครบ ดำเนินการทางวิชาการตามระเบียบทุกขั้นตอน
แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือ
ผมไม่ได้รับการอนุมัติให้สำเร็จการศึกษา
คำอธิบายที่ได้รับไม่ชัด
เหตุผลเปลี่ยนไปตามผู้พูด
และไม่มีคำตอบที่ยืนอยู่บนหลักเกณฑ์เดียวกัน
ผมพยายามแก้ไขปัญหาตามระบบ
ยื่นเรื่อง
ร้องเรียน
ขอความเป็นธรรม
แต่ยิ่งพยายาม
ยิ่งเห็นชัดว่า
ระบบไม่ถูกออกแบบมาเพื่อฟังประชาชนตัวเล็ก ๆ
_______________________________
ก่อนถึงศาล ผมพยายามพึ่งรัฐแล้ว
ก่อนจะฟ้องคดี
ผมเคยพึ่งตำรวจ
เคยยื่นเรื่องต่อหน่วยงานสอบสวนพิเศษ
เคยร้องเรียนต่อองค์กรอิสระบางแห่ง
ผมเชื่อในกลไกของรัฐ
เชื่อว่าความจริงควรมีที่ยืน
แต่ในทางปฏิบัติ
เมื่อเรื่องไปแตะผู้มีอำนาจ
มีตำแหน่ง
มีชื่อเสียง
เรื่องของประชาชนมักหยุดอยู่แค่นั้น
ไม่มีคำตอบที่ชัด
ไม่มีความคืบหน้า
และไม่มีใครบอกว่าจะต้องรออีกนานแค่ไหน
ตรงนั้นเองที่ผมตัดสินใจว่า
ถ้าไม่เดินต่อด้วยตัวเอง เรื่องนี้จะจบลงด้วยความเงียบ
_______________________________
การฟ้องคดีด้วยมือเปล่า
ผมตัดสินใจฟ้องคดีอาญาด้วยตนเอง
ไม่มีทนาย
ไม่มีทีม
ไม่มีใครอยู่เบื้องหลัง
จำเลยในคดีนี้
ไม่ใช่คนธรรมดา
แต่เป็นผู้บริหารสถาบันการศึกษา
ผู้มีวุฒิระดับปริญญาเอก
มีตำแหน่งทางวิชาการ
ศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์
และเป็นบุคคลที่สังคมให้ความเคารพ
ผมรู้ดีว่า
ความต่างของอำนาจระหว่างผมกับจำเลย
ไม่อาจเทียบกันได้
แต่ผมเชื่ออย่างหนึ่งว่า
ศาลคือพื้นที่เดียวที่อำนาจไม่ควรใหญ่กว่าความจริง
_______________________________
10 ปีในกระบวนการยุติธรรม
การฟ้องคดีด้วยตัวเอง
หมายถึงการต้องเรียนรู้ทุกอย่างจากศูนย์
ผมเขียนคำฟ้องเอง
เตรียมเอกสารเอง
ไต่สวนมูลฟ้องเอง
ยืนต่อหน้าศาลด้วยตัวเอง
คดีนี้ดำเนินยาวนาน
รวมเวลาแล้วประมาณ 10 ปี
10 ปีของความไม่แน่นอน
10 ปีของการสูญเสียโอกาส
10 ปีที่ต้องแบกรับแรงกดดันจากความต่างของอำนาจ
แต่ตลอดเวลานั้น
ผมไม่ได้คิดว่ากำลัง “เอาชนะใคร”
ผมคิดเพียงว่า
ผมกำลังถามคำถามที่ประชาชนมีสิทธิถาม
_______________________________
ความถูกต้องที่มาถึงในวันที่ไม่มีข่าว
ท้ายที่สุด
หลังเวลาผ่านไปยาวนาน
มหาวิทยาลัยได้อนุมัติปริญญาโทให้ผม
ไม่มีข่าวใหญ่
ไม่มีคำอธิบาย
ไม่มีใครบอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นผิดพลาดอย่างไร
มีเพียงผลลัพธ์ที่ยืนยันว่า
สิ่งที่ผมต่อสู้มา ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน
ผมไม่ถือว่านี่คือชัยชนะส่วนตัว
แต่มันคือหลักฐานว่า
การยืนหยัดของประชาชน แม้เพียงลำพัง ก็ทิ้งร่องรอยไว้ได้
_______________________________
ทำไมเรื่องนี้ควรถูกเล่า
ผมเขียนเรื่องนี้
ไม่ใช่เพื่อกล่าวโทษบุคคลใด
ไม่ใช่เพื่อรื้อฟื้นความขัดแย้ง
และไม่ใช่เพื่อเรียกร้องความสงสาร
ผมเขียนเพื่อบันทึกว่า
ในสังคมที่อำนาจกระจุกตัว
ประชาชนยังสามารถใช้กฎหมาย
ใช้ศาล
และใช้ความอดทน
เพื่อตั้งคำถามต่ออำนาจได้
แม้จะไม่มีทนาย
แม้จะไม่มีเงิน
แม้จะต้องใช้เวลานานกว่าคนอื่น
______________________________
ถึงคนที่กำลังยืนอยู่ลำพัง
ถ้าคุณกำลังเผชิญความไม่เป็นธรรม
และรู้สึกว่าไม่มีใครฟัง
ผมอยากบอกว่า
การต่อสู้ของคุณอาจไม่ถูกบันทึกในข่าว
แต่อาจเปลี่ยนชีวิตคุณ
และกลายเป็นหลักฐานให้สังคมในวันข้างหน้า
ความยุติธรรมอาจมาช้า
แต่ ไม่ใช่ว่ามันไม่มีอยู่
______________________________
🔹 หมายเหตุ
บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อบันทึกประสบการณ์การใช้สิทธิของประชาชน
มิได้มีเจตนาพาดพิงหรือกล่าวหาใครเป็นการส่วนตัว