10/07/2022
“ชุดนอนไม่ได้นอน” เปิดประวัติศาสตร์ ‘ชุดนอน’ จากชุดเพื่อพักผ่อน สู่ไอเท็มแฟชั่น
เวลาคนเราทำกิจกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะการเล่นกีฬา เรามักจะมีชุดที่เหมาะสมและถูกออกแบบมาเพื่อกิจกรรมนั้น ๆ โดยเฉพาะ เช่น ชุดว่ายน้ำ ชุดเล่นบาสเกตบอล ชุดบัลเลต์ ชุดเทควันโด ชุดรักบี้ ฯลฯ
แต่ถึงอย่างนั้น ทำไมกิจกรรมอย่าง “การนอนหลับ” ที่เป็นเพียงการทิ้งตัวลงบนที่นอนแล้วหลับไป ถึงต้องมีชุดเฉพาะขึ้นมาอย่าง “ชุดนอน” ด้วย และที่น่าสนใจกว่าก็คือ ชุดนอนแบบที่เรียกว่า Pajamas ได้ถูกดัดแปลงมาเป็นเสื้อผ้าแฟชั่นที่ไม่ได้มีไว้ใส่นอนอย่างเดียว แต่ยังเป็นเสื้อผ้าสำหรับใส่ในชีวิตประจำวัน เดินเล่นชายหาด หรือแม้แต่ไปดินเนอร์
วิวัฒนาการของชุดนอนเป็นไปเป็นมาอย่างไร ชุดนอนเริ่มเป็นที่นิยมไปทั่วโลกตั้งแต่ตอนไหน ไปหาคำตอบกัน
#ตอนนอนต้องสบายตัว_เลยทำให้ต้องมีชุดนอน
ขึ้นชื่อว่า “ชุดนอน” แน่นอนว่ามันคือชุดที่มนุษย์เราสวมใส่เพื่อเตรียมตัวที่จะเข้านอนและหลับพักผ่อน แม้ไม่ชัดเจนว่าวัฒนธรรมการเปลี่ยนเสื้อผ้ามาเป็นชุดนอนนั้นเริ่มตั้งแต่ตอนไหน แต่สาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่ชอบใส่ชุดนอนเป็นเสื้อผ้าสำหรับการนอนหลับมากกว่าชุดที่ใส่ในชีวิตประจำวัน เป็นเพราะชุดนอนนั้นได้รับการออกแบบมาเพื่อให้มีการสวมใส่ที่สบาย ซึ่งจะส่งผลดีต่อการนอนหลับ นอกจากนี้ ชุดนอนยังช่วยให้เราอบอุ่น ช่วยให้เคลื่อนไหวได้ง่ายขึ้นขณะนอนหลับ ถูกสุขอนามัย และยังเป็นสัญญาณที่ดีของการดูแลตนเองด้วย
ทั้งนี้ เป็นเพราะชุดนอนปกตินั้นถูกออกแบบขึ้นมาในรูปแบบของชุดกระโปรงยาว หรือรูปแบบเสื้อและกางเกงทรงหลวม ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการพักผ่อนและนอนหลับ ตรงกันข้ามกับเครื่องแต่งกายทั่วไปที่มักจะฟิตแน่น พอดีตัว เพื่อให้ใส่ออกมาแล้วดูดี สง่างาม
แต่ถึงอย่างนั้น การสวมใส่เสื้อผ้าที่คับแน่น นอกจากจะทำให้หายใจไม่สะดวก (ยกตัวอย่าง ชุดรัดเอวอย่าง “ชุดคอร์เซ็ท” ของสตรีชั้นสูงในยุโรปสมัยก่อน) ยังอาจทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตหดตัว ความคับแน่นยังทำให้การระบายอากาศไม่ดี ใส่ไปนาน ๆ ก็ทำให้เกิดการระคายเคืองที่ผิวหนัง และทำให้นอนหลับไม่สนิทได้
ชุดนอนที่ส่วนใหญ่ทำมาจากเส้นใยธรรมชาติ นอกจากจะนุ่มสบาย ยังระบายอากาศได้ดี ลดการเกิดอาการระคายเคืองที่ผิวหนัง นอกจากนี้ ผ้าบางชนิดอย่างเช่นผ้าไหม ยังช่วยควบคุมอุณหภูมิให้กับร่างกายได้ หรืออย่างผ้าไม้ไผ่ก็มีคุณสมบัติที่ดีในเรื่องการต่อต้านจุลชีพบางชนิด หรืออย่างผ้าสักหลาดก็ขึ้นชื่อในเรื่องคุณสมบัติอุ่นสบาย นานาสารพัดปัจจัยเหล่านี้ ทำให้ชุดนอนกลายเป็นสิ่งที่ผู้คนชื่นชอบใส่นอนมากกว่านั่นเอง
#ย้อนประวัติศาสตร์_ทำไมถึงเรียกชุดนอนที่มีเสื้อกับกางเกงว่า_Pajamas
คำว่า Pajamas หรือ Pyjamas ที่แปลว่าชุดนอนนั้น มาจากภาษาฮินดีอย่างคำว่า “pae jama” หรือ “pai jama” ซึ่งหมายถึงเสื้อผ้าที่ยาวไปจนถึงขา ซึ่งในอดีต Pajamas มีลักษณะเป็นชุดที่ตัดเย็บมาแบบหลวม ๆ ยาวไปจนถึงเข่า อาจมีเชือกผูกที่เอว โดยอาจใส่คู่กับกางเกงทรงหลวมหรือรัดรูปก็ได้
Pajamas เป็นเสื้อผ้าที่พบในอินเดีย อิหร่าน ปากีสถาน และบังกลาเทศ เป็นเสื้อผ้าที่ใส่ได้ทั้งชายและหญิง ตั้งแต่ชนชั้นสูงไปจนถึงชาวนา คนในภูมิภาคนี้ไม่ได้ใส่ Pajamas ไว้เพื่อเป็นชุดนอนเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นทั้งชุดอยู่บ้าน ชุดทั่ว ๆ ไป และชุดที่ใส่ไว้ข้างในเวลาต้องแต่งตัวเต็มยศเพื่อออกจากบ้านไปเข้าสังคม
ความเป็นมาที่ทำให้ Pajamas กลายมาเป็น “ชุดนอน” ของคนทั่วโลก ต้องย้อนกลับไปในยุคราวทศวรรษที่ 1870 ซึ่งเป็นยุคที่อังกฤษเข้ามายึดครองอินเดียเป็นอาณานิคม ในตอนนั้นชาวอังกฤษประสบปัญหากับสภาพอากาศของอินเดียที่ร้อนจัด แตกต่างจากอังกฤษอย่างสิ้นเชิง ซึ่งถ้าจะใส่ชุดนอนสำหรับเมืองหนาวแบบที่ชาวยุโรปใส่กันอยู่แล้ว แน่นอนว่าคงนอนไม่ได้ ทำให้ชาวอังกฤษที่เข้ามาอยู่ในอินเดียขณะนั้น นำชุดกางเกงผูกเอวทรงหลวมสวมใส่สบายในสภาพอากาศร้อนที่ชาวท้องถิ่นใส่อยู่แล้วทั้งกลางวันและกลางคืนอย่าง Pajama มาใส่เป็นชุดสำหรับนอน
และเมื่อลองใส่แล้วก็พบว่าเป็นชุดที่ใส่สบาย เหมาะกับการนอน ทำให้พวกเขานำชุดนี้กลับมาใส่ที่อังกฤษด้วย ไม่นานหลังจากนั้น Pajamas ก็กลายเป็นที่นิยมมากขึ้น และแพร่หลายไปทั่วอังกฤษและยุโรป (และวัฒนธรรมของอังกฤษ จะเติม s ลงไปท้ายคำบางคำเพื่อแสดงความเป็นพหูพจน์ ซึ่ง Pajama ก็ถูกเติม s ให้กลายเป็น Pajamas เช่นเดียวกับคำว่า pants, trousers เป็นต้น)
ในปี 1902 ชุดนอน Pajamas สำหรับผู้ชายกลายเป็นสินค้าที่มีขายทั่วไป ควบคู่ไปกับชุดนอนแบบดั้งเดิมของชาวยุโรป ที่มีลักษณะเป็นเชิ้ตตัวยาว มีกระดุมด้านบน ไม่เพียงเท่านั้น ชุดนอนแบบ Pajamas ยังมีความหลากหลายมากขึ้น โดยมีให้เลือกทั้งเนื้อผ้าสักหลาดและผ้าฝ้าย และเป็นสิ่งที่ได้รับการยอมรับว่าทันสมัย เข้ากับไลฟ์สไตล์ที่กระฉับกระเฉง
ต่อมาในช่วงทศวรรษที่ 1940 สาว ๆ ในยุคนั้นสวมชุดนอนแบบที่เรียกว่า “shortie” ซึ่งมีลักษณะเป็นกางกางขายาวกับเสื้อความยาวปกติ แขนสั้น และต่อมาก็พัฒนาเป็นชุดนอนสไตล์ “baby doll” ที่มีลักษณะเป็นเสื้อแขนกุดสไตล์สม็อก ชายเสื้อมีริ้วระบาย มาพร้อมกับกางเกงขาสั้นทรงบอลลูน มีริ้วระบายเข้าเซ็ตกัน และในช่วงกลางทศวรรษ 1960 ชุดนอนสไตล์ baby doll ก็กลายมาเป็นชุดนอนที่ทุกคนต้องมีในช่วงซัมเมอร์ของเด็กหญิงและสตรีหลายล้านคน
ต่อมาในยุค 1970 ที่เทรนด์เรื่อง unisex ได้รับความนิยม ชุดนอนที่เป็นที่แพร่หลายในทศวรรษนี้จึงมีรูปแบบเป็นเสื้อเชิ้ตผ้าซาตินกับกางเกง ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากชุดนอนของผู้ชายในยุค 1920 นั่นเอง
#ชุดนอนกลายเป็นเรื่องแฟชั่น
ไม่เพียงแต่ Pajamas จะมีวิวัฒนาการออกไปเป็นชุดนอนหลากหลายรูปแบบเท่านั้น แต่ในช่วงปีแรก ๆ ของศตวรรษที่ 20 เสื้อผ้าสไตล์ Pajamas นี้ยังถูกดัดแปลงไปสู่วงการแฟชั่นอีกด้วย เมื่อดีไซเนอร์ชั้นนำได้ยกย่องให้ Pajamas เป็นทางเลือกใหม่ที่นำไปสู่ความสง่างาม แทนที่ชุดเดรสสำหรับใส่จิบชายามบ่ายแบบเดิม ๆ
โดยในปี 1911 นักออกแบบเสื้อผ้าชาวฝรั่งเศส Paul Poiret ได้เปิดตัวคอลเล็กชันเสื้อผ้าแบบที่เรียกว่า Pajamas Style ซึ่งเป็นชุดที่สามารถใส่ไปงานกลางวันก็ได้ หรือจะใส่ไปงานกลางคืนก็ได้เช่นกัน ซึ่งอิทธิพลของเขาก็มีบทบาทมากที่ทำให้เสื้อผ้าสไตล์นี้ได้รับการยอมรับ
ในยุคนั้นเสื้อผ้าสไตล์ Pajamas ยังถูกนำไปออกแบบเป็นสไตล์ที่เรียกว่า Beach pajamas ที่จะลำลองขึ้นกว่าชุดออกงาน เหมาะสำหรับใส่เดินเลียบชายทะเลหรือเดินเล่นทั่วไป ซึ่งในช่วงแรก Beach pajamas นั้นใส่กันอยู่แค่ในกลุ่มคนไม่กี่คน แต่ก็มาป็อปปูลาร์หลังจากที่ดีไซเนอร์ระดับโลกอย่าง Gabrielle “Coco” Chanel ใส่ในช่วงต้นทศวรรษ 1920 และเมื่อถึงปลายทศวรรษนี้ ชุดแนวนี้ก็กลายเป็นชุดที่ผู้หญิงทั่วไปยอมรับได้
ช่วงทศวรรษนี้ ชุด Pajamas Style ยังกลายเป็นเทรนด์ใหม่สำหรับการแต่งตัวเพื่อร่วมรับประทานมื้อค่ำแบบไม่เป็นทางการที่บ้าน ซึ่งได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายมาจนถึงช่วงทศวรรษที่ 1930
ต่อมาในทศวรรษที่ 1960 เสื้อผ้าสไตล์ Pajamas ก็ถูกดัดแปลงอีกครั้งมาเป็นสไตล์ที่เรียกว่า Palazzo pajamas โดยนักออกแบบชาวโรมันอย่าง Irene Galitzine ซึ่งดัดแปลงสไตล์ของ Pajamas ให้กลายเป็นชุดราตรีหรูหราแบบไม่เป็นทางการ และกลายเป็นเทรนด์แฟชั่นที่ทรงอิทธิพลอย่างมากในยุคนี้ยาวไปจนถึงปี 1970 ก่อนจะถูกดัดแปลงให้เป็นสไตล์ที่มีขากว้างมากขึ้นเพื่อให้สวมสบาย และมักใช้ผ้าไหมเนื้อนุ่ม สวมใส่ลูกปัดเป็นเครื่องประดับ เพิ่มลูกเล่นให้กับลุคในวันนั้น
และยิ่งนับวัน เทรนด์การแต่งกายแบบไม่เป็นทางการก็ยิ่งได้รับความนิยมมากขึ้น ส่งผลให้ Evening pajamas หรือชุด pajamas สำหรับค่ำคืนได้กลายเป็นเสื้อผ้ากระแสหลักในแฟชั่นสมัยใหม่ และยังคงถูกดัดแปลงให้เข้ากับยุคสมัยมาจนถึงศตวรรษที่ 21 นี้ด้วยนั่นเอง
ที่มา : https://bit.ly/3yFZajJ
เรื่อง : ณฐมน ธนาตระกูล
อ่านบทความในมุมมองต่าง ๆ ได้ที่ www.creativethailand.org