26/05/2026
‘Africa CDC’ เตือน ‘อีโบลา’ สายพันธุ์ ‘บันดิบูเกียว’ เสี่ยงแพร่ระบาดไป 10 ประเทศในทวีป เหตุการเคลื่อนย้ายประชากรในระดับสูง-ความไม่สงบในภูมิภาค
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งแอฟริกา (Africa CDC) ประกาศเตือนสถานการณ์การแพร่ระบาดของ ‘ไวรัสอีโบลา’ ที่น่าวิตกกังวล โดยระบุว่า เชื้ออาจแพร่ระบาดไปยังประเทศเพื่อนบ้านอีก 10 แห่ง ล่าสุด ‘ยูกันดา’ ยืนยันพบผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็น 5 ราย ขณะที่สภากาชาดรายงานความสูญเสียอาสาสมัคร 3 รายใน ‘ดีอาร์คองโก’
CDC ของแอฟริกา ระบุว่า นอกจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (DRC) และยูกันดาแล้ว ยังมีอีกอย่างน้อย 10 ประเทศในทวีปที่มีความเสี่ยงสูงจากการแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลาสายพันธุ์บันดิบูเกียว ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่หายากและเป็นอันตราย ได้แก่ แองโกลา, บุรุนดี, สาธารณรัฐแอฟริกากลาง, สาธารณรัฐคองโก, เอธิโอเปีย, เคนยา, รวันดา, ซูดานใต้, แทนซาเนีย และแซมเบีย
นายฌอง กาเซยา (Jean Kaseya) ผู้อำนวยการ CDC ของแอฟริกา ชี้ว่า ปัจจัยหลักที่ทำให้ไวรัสแพร่กระจายอย่างรวดเร็วคือ การเคลื่อนย้ายของประชากรในระดับสูงและความไม่สงบภายในภูมิภาค
ที่ยูกันดา ล่าสุด กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันพบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 3 ราย รวมเป็น 5 ราย โดยผู้ป่วยรายใหม่ ประกอบด้วย พนักงานขับรถ ที่ทำหน้าที่ขนส่งผู้ป่วยติดเชื้อรายแรกของประเทศ, บุคลากรทางการแพทย์ ที่มีประวัติสัมผัสเชื้อขณะดูแลผู้ป่วยรายแรก, และหญิงชาวคองโกที่เดินทางเข้ามาในประเทศพร้อมอาการป่วย
รายงานระบุว่า หญิงชาวคองโกรายนี้ เดินทางจากเมืองอารัว (Arua) บริเวณชายแดน เข้าไปยังเมืองเอนเทบเบ (Entebbe) และเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนในกรุงกัมปาลา ในเบื้องต้นอาการของเธอทุเลาลง จึงเดินทางกลับคองโก แต่ภายหลังได้รับแจ้งเบาะแสจากนักบินที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเดินทางของเธอ นำไปสู่การตรวจหาเชื้อย้อนหลัง และพบผลเป็นบวกในที่สุด ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดเพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดอย่างเข้มงวด
ปัจจุบัน ศูนย์กลางการระบาดอยู่ที่ภาคตะวันออกของดีอาร์คองโก โดยมีรายงานผู้ป่วยต้องสงสัยเกือบ 750 ราย และมีผู้เสียชีวิตที่คาดว่าเกิดจากเชื้ออีโบลาแล้วถึง 177 ราย
สหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ (IFRC) เปิดเผยข้อมูลที่น่าสลดใจว่า มีอาสาสมัครชาวคองโก 3 ราย เสียชีวิตจากการติดเชื้ออีโบลา ขณะปฏิบัติหน้าที่จัดการศพเมื่อวันที่ 27 มีนาคม ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนที่ทางการจะประกาศยืนยันการระบาดอย่างเป็นทางการ
ล่าสุด องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ยกระดับความเสี่ยงการแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลาในดีอาร์คองโกสู่ระดับ "สูงมาก" (Very High) และในภูมิภาคแอฟริกากลางที่ระดับ "สูง" (High) อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงในระดับโลกยังคงอยู่ที่ระดับ "ต่ำ" (Low)
WHO ระบุว่า อุปสรรคสำคัญในการควบคุมโรคในดีอาร์คองโก คือการตรวจพบเชื้อที่ล่าช้า การขาดแคลนวัคซีนและเวชภัณฑ์ เหตุความรุนแรงจากกลุ่มติดอาวุธในท้องถิ่น และอัตราการเคลื่อนย้ายของประชากรที่สูง ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้สถานการณ์เปราะบางอย่างยิ่ง