สมาคมนวัตกรรมเพื่อการพัฒนา

สมาคมนวัตกรรมเพื่อการพัฒนา สมาคมนวัตกรรมเพื่อการพัฒนา

นวัตกรรมเพื่อการพัฒนาประเทศไทยในยุค VUCAโลก VUCA เต็มไปด้วนความผันผวน และไม่แน่นอน จึงทำให้รูปแบบการบริหารงานและทำงาน เป...
28/11/2022

นวัตกรรมเพื่อการพัฒนาประเทศไทยในยุค VUCA

โลก VUCA เต็มไปด้วนความผันผวน และไม่แน่นอน จึงทำให้รูปแบบการบริหารงานและทำงาน เปลี่ยนไปสู่การปรับตัวเชิงรุก เพื่อให้เท่าทันและตอบสนองสิ่งที่เกิดความไม่แน่นอนทันท่วงที

รูปแบบการทำงานเชิง “รุก” ในยุคที่จีนทำการฑูตเชิงรุกแบบ “นักรบหมาป่า (Wolf Warrior) ทำให้โลกและประเทศต่างๆต้องปรับตัวรับมือ รวมถึงการปรับวิธีการบริหารและการทำงานในแบบ Agile ในแบบ Fast & Furious คือ เร็วและดุดัน สิ่งนี้ตรงกับแนวทางของ Huawei ที่เน้นวัฒนธรรมที่ว่า “หมาป่ามาแล้ว” คือ ให้ทุกคนตระหนักภัยที่จะเข้ามา ไม่ใช่นั่งรอสถานการณ์วิ่งเข้าใส่ การวาง OKRs ของที่ Huawei จึงมีความเหมือนแบบ Google คือท้าทาย แต่เพิ่งเรื่องการรุกเพื่อป้องกันความเสี่ยง

ประเทศไทย ยังใช้กลยุทธ์เชิง “รอ” และ”รับ” จึนทำให้เกษตรไทยถูกรุกคืบด้วย ทุนจีนมาประชิตตัว คือ ย้ายตนเองมาจากการเป็นฝั่ง Demand มาติดชิดกับฝั่ง Supply พูดง่ายจีน รุกถึงประตูเมืองไทย

หากไทยเรายังไม่สร้างวัฒนธรรมเชิงรุกทางการค้า การถูกรุกคืบแบบนี้จะทวีคูณมากขึ้น ความเสี่ยงจากมากกว่าโอกาส แต่หากเราเข้าใจวิถีการค่าเชิงรุก คือ เดินเจ้าไปหาภูเขา คือจีน กล้าจับจังหวะโอกาส จะทำให้ความเสี่ยงด้านราคาเกษตร และการค้าไทยลดลงอย่างแน่นอน

ฉะนั้น ไทยเองควรปรับตัวและสร้าง Code of Conduct ในแบบผู้เห็นโอกาสในอนาคต หรือ Opportunity Seer (OS) ด้วยการมีคุณลักษณะในตน 4 ประการ คือ 4S ได้แก่

1. Speed เคลื่อนไวและรุกคืบไปยังข้างหน้า
2. Strong แข็งแกร่งทั้งนโยบาย การบริหาร และการปฏิบัติการ
3. Strecth การวางเป้าหมายแบบเติบโตและขยายตัว เช่น กล้าคิดในแบบ Thailand Global Network
4. Smart การทำงานในแบบมีไหวพริบ มีความสามารถในการวางกลยุทธ์ เจรจาและต่อรอง

ผู้เห็นโอกาส (Oppotunity Seer)

โครงการนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาการค้าEP19. ควันหลงเอเปคไทยจีนคิดใหญ่ต่อคิดใหญ่.     การประชุมเอเปคที่ไทยจัดขึ้นนั้นก็ได้ผ่า...
26/11/2022

โครงการนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาการค้า

EP19. ควันหลงเอเปคไทยจีนคิดใหญ่ต่อคิดใหญ่.

การประชุมเอเปคที่ไทยจัดขึ้นนั้นก็ได้ผ่านพ้นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว. และเราคนไทยก็ได้เห็นและฟังทั้งความสำเร็จและความเห็นต่างๆทั้งในแง่ดีและความเห็นด้านอื่นผ่านสื่อเมืองไทยอย่างมากมาย
สำหรับผู้เขียนเองนั้นมองไปที่ไฮไลท์ของประเทศจีนที่ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงมาถึงเมืองไทย สิ่งที่จีนได้ประกาศต่อโลกนั้นคือแนวทาง GDI หรือ Global Developmen Initiative หรือการริเริ่มพัฒนาโลก.
จีนนั้นต้องการสร้างความร่วมมือกับโลกและต้องการให้โลกพึ่งพาจีนเป็นหลักโดยเน้นความร่วมมือทุกด้าน. จีนนั้นคิดใหญ่มากครับซึ่งเป็นธรรมชาติของประเทศยักษ์ใหญ่

แต่ไทยเราก็ไม่แพ้กัน เพราะขณะนี้มีกลุ่มนักวิชาการ พ่อค้า นักธุรกิจกลุ่มหนึ่งที่เตรียมตัวจะมาทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง(แต่ไม่ใช่พรรคการเมือง)และประกาศวิสัยทัศน์คือThailand Global Network หรือ "เครือข่ายไทยเชื่อมโลก "

ข้อความข้างล่างนี้เป็นบันทึกของกลุ่มที่สนทนากันภายหลังจากการประชุมเอเปคครับลองอ่านดู ผู้เขียนเห็นว่าน่าสนับสนุนกลุ่มประเภทนี้เพื่อช่วยกันพัฒนาประเทศครับ.

ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงมีกลยุทธ์ช่วง 10 ปีจากนี้ไปคือ เรื่อง Global Development Initiative หรือ GDIหรือ "งานริเริ่มการพัฒนาโลก" ซึ่งมาสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของทีมเราคือ Thailand Global Network

จีนต้องการพัฒนาทั้งโลกโดยมีจีนเป็นศูนย์กลาง และเป็นที่พึ่งพาของโลก

ทีมเราเองก็ต้องการสร้างเครือข่ายการค้าระดับโลกให้ไทยเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ไทยแบบยั่งยืน.

นี่จะเป็นโอกาสของทีมเราครับเพราะ ถ้าเราคิดเท่าจีน และก่อเกิดหรือเชื่อมโยงกับวิสัยทัศน์หลักของผู้นำจีนได้ จีนจะสนับสนุนอย่างเต็มที่ทั้งเงินทุนและโอกาส .

แนวทาง"การแลกสินค้า" ของเราจีนจะเห็นภาพชัดเจน ว่าเขาได้โอกาสในการระบายSupply คือเทคโนโลยีและเงินทุนต่างๆเพื่อแลกกับความมั่นคงทางอาหาร

และผมมั่นใจเลยว่าเขาจะใช้โมเดลนี้ไปเรื่อยๆคือการแลกสินค้า Barter Tradeในระดับโลก พวกเราต้องไขว่คว้าโอกาสนี้ไว้ให้ดีเพราะในช่วงจากนี้ไปอีก 5 ปี แนวทางแลกสินค้ากับจีนและโลกจะเริ่มเกิดขึ้น

สำหรับ Thailand Global Network จะได้รับความช่วยเหลือและการสนับสนุนจากรัฐบาลจีนอย่างแน่นอน

ทีมต้องเข้าไปจีนเพื่อพบผู้นำเขาแล้วเข้าไปคุยกับจีนจะได้รับความร่วมมืออย่างมาก เพราะจีนมีเป้าหมายใหญ่อยู่ที่อาเซียนและโมเดลของเราเชื่อมโยงกันได้ .

คำแถลงการของประธานาธิบดีสีจิ้นผิงในงานเอเปคนี้มีประโยชน์อย่างมากต่อไทย

เสียดายไม่มีใครขยายผลให้สังคมไทยรู้รายละเอียดมากนัก.

จาก.........

* มาช่วยกันสร้างเครื่องมือสำคัญให้คนไทยไปสู่ความยั่งยืน*

โดย ผู้เห็นโอกาส

สร้างนวัตกรรมชีวิตให้ตนเองเพื่อพัฒนาอนาคตด้วยมือตนเอง
25/11/2022

สร้างนวัตกรรมชีวิตให้ตนเองเพื่อพัฒนาอนาคตด้วยมือตนเอง

โครงการนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาการค้าEP18 ประสิทธิภาพการทำงานของไทย    ก่อนอื่นเลยผู้เขียนบทความของผู้เขียนครั้งนี้ไม่ได้มี...
25/11/2022

โครงการนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาการค้า

EP18 ประสิทธิภาพการทำงานของไทย

ก่อนอื่นเลยผู้เขียนบทความของผู้เขียนครั้งนี้ไม่ได้มีเจตนาที่จะต่อว่าหรือดูหมิ่นคนไทยนะครับ แต่เห็นว่าเป็นประสบการณ์จริงและหากไทยเราปรับวิธีทำงานได้แบบในต่างประเทศมันจะสามารถเพิ่มศักยภาพคนไทยได้อย่างมาก ซึ่งตัวอย่างข้างล่างนี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดจริงใน 3 ประเทศโดยเริ่มจากประสิทธิภาพ และความรวดเร็ว การทำงานของคนจีน ฮ่องกงและมาเลเซียเลยครับ

1 ประเทศจีน : ผู้เขียนได้มีโอกาสทำการค้าร่วมกับบริษัทรัฐวิสาหกิจ(ย้ำนะครับรัฐวิสาหกิจครับยังไม่ถึงระดับเอกชน) แห่งหนึ่งของจีนที่ฮกเกี้ยนวันนั้นเรามีการเจรจาการค้าสินค้าเกษตรมูลค่าหลายหมื่นตัน วันนั้นทีมผู้เขียนได้พบกับผู้นำสูงสุดของฝั่งจีนจึงได้มีการทักทายและผู้นำได้เข้าร่วมประชุมด้วย
หลังจากการประชุมเสร็จทีมงานของทางจีนได้พาทีมผู้เขียนไปทำการเลี้ยงรับรองในมื้อเย็นซึ่งเป็นธรรมเนียมปกติของชาวจีน
คืนนั้นเรากินเหล้ากันจนผู้นำของจีนเมากลับบ้านไม่ได้เพราะอาเจียนออกมามาก ส่วนทางทีมเราเนื่องจากดื่มเหล้าไม่เก่งอยู่แล้ว จึงดื่มประคองตัวและเปลี่ยนหน้าชนกับทางจีน

เช้าวันรุ่งขึ้นสิ่งที่เราคุยกันทั้งหมดออกมาเป็นสัญญาและทางจีนได้ลงนามฝั่งเขาเป็นที่เรียบร้อย(ลงนาม5คน) และส่งกลับมาให้ทีมผู้เขียน

ขอย้อนเวลาไปนิดนึงครับคืนนั้นเราเลิกงานเลี้ยงตอน 4 ทุ่มกว่าเช้า 8 โมงสัญญาเสร็จแล้วขณะที่ทีมเรายังกินข้าวเช้าอยู่และนี่คือรัฐวิสาหกิจจีนที่พัฒนาแล้วครับ สาเหตุที่เขาทำอย่างนี้ได้นั้นเพราะองค์กรเขามีกฎเหล็กและใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยทำให้มีการกำหนดเวลาที่แน่นอนของเอกสารที่จะต้องออกจากทุกคนแบบมือผ่านมือในเวลาไม่กี่นาทีต้องทำให้เสร็จ

2 ฮ่องกง : ผู้เขียนได้มีโอกาสไปทานข้าวกับคู่ค้าสินค้าเกษตรรายใหญ่ของไทยในฮ่องกงซึ่งเป็นบริษัทที่ในวงการรู้จักดีที่โรงแรมแชงกรีล่าในห้องอาหารส่วนตัว เราอยู่ในห้องนั้นพูดคุยและเจรจาการค้ากันจนได้ข้อสรุป ระหว่างนั้น ผู้ประกอบการรายนี้ได้โทรสั่งเลขาว่าเราได้หารืออะไรกันบ้างจากนั้นพวกเราได้คุยกันต่อ

เวลาผ่านไปไม่ถึง 15 นาทีเลขาสามารถถือSale Contact และ draft ของ lc รอลงนามได้เลยนี่คือประสิทธิภาพของคนฮ่องกง
นอกจากนี้ในฮ่องกงยังมีตัวอย่างอีกตัวอย่างหนึ่งผู้เขียนได้ทำการเปิดบริษัทที่ฮ่องกงเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการค้าระหว่างประเทศ ในตอนนั้นผู้เขียนลงเครื่องบินและได้พบกับตัวแทนที่ดูแลเรื่องการเปิดบริษัท

เรานั่งทานกาแฟกันที่สนามบินจากนั้น ภายใน2 ชั่วโมงบริษัทที่จัดตั้งก็เสร็จเรียบร้อยพร้อมที่จะ ไปเปิดบัญชีในเมืองได้เลย

ประเทศมาเลเซีย : ผู้เขียนมีโอกาสได้ซื้อของจากโรงงานทางภาคใต้ของไทยที่เป็นยางพาราโดยโรงงานนี้เจ้าของเป็นชาวมาเลเซีย ทีมเราได้ร่วมประชุมกับ GM ของทางโรงงานช่วงแรกผู้เขียนก็หงุดหงิดกับพฤติกรรมคือผู้จัดการทั่วไปชาวมาเลเซียคนนี้ เพราะเขาคุยกับผู้เขียนไปพิมพ์คอมพิวเตอร์ไปตลอด จนกระทั่งข้อตกลงบรรลุทุกข้อตั้งแต่ราคา จำนวนและการชำระเงิน

จากนั้นผู้จัดการทั่วไปได้อ่านสิ่งที่คุยกัยทั้งหมดอีกครั้งหนึ่ง โดยเนื้อหา มีการปรับกันเล็กน้อย ครับหลังจากนั้นก็ขอเวลาออกไปข้างนอกไม่นานเขากลับมาพร้อมกับสัญญาที่พร้อมลงนามทันที

นี่คือ 3 ตัวอย่างของ 3 ประเทศที่ทำงานผู้เขียนอยากจะชี้ให้เห็นว่า หาก ประสิทธิภาพ ของคนไทยเทียบได้กับทั้งสามชาตินี้ก็จะดีมากๆ

ผู้เขียนขอสรุปถึงคำพูดของทั้ง 3 ชาติว่าเขาพูดกับผู้เขียนยังไงถึงทำงานเร็วขนาดนี้โดย

1 จีน : หากทำงานไม่ทันชั้น จะถูกระบบบีบออก
2 ฮ่องกง: บริษัทผมมีการวัดประสิทธิภาพคนว่า "1 คนฮ่องกงต้องทำงานให้ได้มากกว่าคนไทย 6 คน(ขณะนี้ตัวเลขหลักใหม่เป็น 1 คนต้องทำงานได้มากกว่าคนไทย 8 คน)
3มาเลเซีย ถ้าฉันทำงานไม่มีประสิทธิภาพพอฉันไม่มีโอกาสได้อยู่เมืองไทย

ขอฝากแง่คิดไว้ด้วยครับเหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องที่เกิดเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว

* มาช่วยกันสร้างเครื่องมือสำคัญให้คนไทยไปสู่ความยั่งยืน*

โดย ผู้เห็นโอกาส

โครงการนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาการค้าEP17 ลองขายส่งผลไม้ไปจีนด้วยวิธีนี้บ้าง?           ใน Episode ที่ 11 นั้นผู้เขียน ได้เ...
24/11/2022

โครงการนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาการค้า

EP17 ลองขายส่งผลไม้ไปจีนด้วยวิธีนี้บ้าง?

ใน Episode ที่ 11 นั้นผู้เขียน ได้เขียนถึงการค้าผลไม้ในรูปของการขายตรงขายปลีกไปสู่ร้านสะดวกซื้อในชุมชนเมืองต่างๆของจีน ซึ่งมีโอกาสที่จะสร้างเครือข่ายนี้ขึ้นมาได้

และสำหรับการขายส่งล่ะครับ เพราะเป็นที่เรารู้กันดีว่าทุกวันนี้พ่อค้าไทย(น่าจะเหลือแต่พ่อค้าจีนที่มาซื้อผลไม้ตรงจากไทย) ที่มาขายส่งจะต้องไปที่ตลาดค้าส่งที่เจียงหนานซึ่งเป็นตลาดค้าส่งสินค้านำเข้ารายใหญ่ตลาดลักษณะนี้ขณะนี้มีการกระจายตัวไปหลายๆจุดแล้วเพราะธุรกิจผลไม้ได้ขยายตัวออกไป(เรื่องที่ผู้เขียนรู้มาตลาดค้าส่งใหญ่หลายแห่งเช่นที่ปักกิ่งและกว่างซีรวมถึงมณทลที่ติดตามชายแดนตลาดค้าส่งพวกนี้จะเป็นเครือข่ายของตลาด เจียงหนานทั้งหมด)

ดังนั้นทุกคนจึงพุ่งไปที่การค้าขายที่ตลาดค้าส่งใหญ่ แต่ลองฟังแนวนี้ซึ่งเป็นแนวที่ผู้เขียนได้ทำมาแล้วคือการเปิดตลาดระดับเมือง เรื่องนี้คือเหตุการณ์เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วที่ผู้เขียนไปค้าทุเรียนในเมืองจีนนั้นเส้นทางขนส่งสินค้าผลไม้จะเริ่มตั้งแต่ฮ่องกงที่เป็นจุด รับสินค้าจากต่างประเทศแล้วใช้รถตู้คอนเทนเนอร์มาลงที่ตลาดเจียงหนานของกวางเจา ในเส้นทางนี้จะมีการผ่านตลาดและเมืองใหญ่ๆเช่น เซินเจิ้น ฝอซัน เจียงหนัน ตงกว่าน หู่เหมิน ฯลฯ ในขณะนั้นผู้เขียนได้เจาะตลาดระดับเมืองนี้ได้ 13 เมืองซึ่งเป็นเส้นทางก่อนที่จะถึงกวางเจา

จากนั้นผู้เขียนได้เปลี่ยนเส้นทางการขนส่งจากเดิมที่ลากตู้ไปลงที่กวางเจาแล้วกระจายสินค้าลงมาตลาดระดับเมือง เป็นปล่อยสินค้าลงตั้งแต่เซินเจิ้นไล่มาจนถึงกวางเจาเจียงหนันซึ่งจะถึงตรงนั้นแล้วคืนตู้ได้ทันทีเพราะสินค้าทุกอย่างข้ามจุดส่งออกใหญ่แล้วไปลงที่ตลาดเมือง

ผลของการทำอย่างนั้นเราไม่ถูก ตลาดเจียงหนานควบคุมราคาและยังได้กำไรเพิ่มขึ้นรวมถึงต้นทุนค่า การจัดการก็ลดลงด้วย ครับ

ไทยเราต้องสร้างทีมคนจีนขึ้นมาทำเรื่องนี้ รับรอง คุ้มค่า เนื่องจากเราสามารถกำหนดราคาและจำนวนปริมาณได้ทุกตู้ทุกครั้ง

ในตอนนั้นผู้เขียนสามารถระบายผลไม้วันละ 2 ตู้คอนเทนเนอร์ได้โดยที่ขายหมดทุกวันและเก็บเงินได้ทุกวัน

ลองคิดแนวนี้นะครับ
การขยายตลาดในระดับเมือง

* มาช่วยกันสร้างเครื่องมือสำคัญให้คนไทยไปสู่ความยั่งยืน*

โดย ผู้เห็นโอกาส

โครงการนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาการค้าEP.16 ตลาดซื้อขายการปล่อยคาร์บอนเงินในอากาศอีกหนึ่งธุรกิจที่น่าสนใจ       ตลาดซื้อขายก...
23/11/2022

โครงการนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาการค้า

EP.16 ตลาดซื้อขายการปล่อยคาร์บอน
เงินในอากาศอีกหนึ่งธุรกิจที่น่าสนใจ

ตลาดซื้อขายการปล่อยก๊าซคาร์บอนจะเป็นกลไกทางเศรษฐกิจใหม่ของตลาดที่อนุญาตให้บริษัทใช้หรือแลกเปลี่ยนพลังงานภายในบริษัทและที่บ้านและต่างประเทศเพื่อให้การปล่อยคาร์บอนที่ลดลง โดยที่การปล่อยทั้งหมดสามารถทำการซื้อขายได้ไม่มีขีดจำกัด

ในจีนนั้นตลาดการค้าการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นระบบโควตาที่ซื้อขายได้ ซึ่งขณะนี้ได้เปลี่ยนการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นสินค้าโภคภัณฑ์แล้ว จนเกิดการซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และทำให้องค์กรต่างๆ ได้รับผลกำไรผ่านธุรกรรมสินเชื่อการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มาก ในขณะเดียวกันก็ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ตามข้อตกลงในพิธีสารเกียวโตในปี 1997 ที่เสนอว่าวิธีนี้ให้เป็นวิธีใหม่ในการแก้ปัญหาการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกคาร์บอนไดออกไซด์

ในประเทศจีนเอง การซื้อขายการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เปิดตัวเมื่อปลายปี 2560 และตลาดซื้อขายการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แห่งชาติจะเปิดขึ้นในปี 2564

การประเมิน
จากการประเมินในตลาดพบว่า ตลาดซื้อขายการปล่อยก๊าซคาร์บอนจะเป็นกลไกสำคัญในการใช้เศรษฐกิจการตลาดเพื่อส่งเสริมการรักษาสิ่งแวดล้อม และในประเทศจีนตลาดการค้าการปล่อยก๊าซคาร์บอนแห่งชาติจะเป็นหนึ่งในเครื่องมือหลัก ในการบรรลุจุดสูงสุดของการลดคาร์บอนของจีน.

ธุรกิจที่มีประโยชน์ต่อสังคมโดยรวมแบบนี้
เมื่อไหร่จะมีอัศวินมาช่วยลงมือให้ประเทศไทยสักที

* มาช่วยกันสร้างเครื่องมือสำคัญให้คนไทยไปสู่ความยั่งยืน*

โดย ผู้เห็นโอกาส

โครงการพัฒนาธุรกิจเชิงนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาEP15. ความสำคัญของ ProductและPlace      ช่วงหลายวันนี้มีนักธุรกิจหลายรายที่สน...
22/11/2022

โครงการพัฒนาธุรกิจเชิงนวัตกรรมเพื่อการพัฒนา

EP15. ความสำคัญของ ProductและPlace

ช่วงหลายวันนี้มีนักธุรกิจหลายรายที่สนใจจะไปเจาะตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศจีนได้มาหารือกับผู้เขียนโดยมักจะนำเสนอผลิตภัณฑ์ของตัวเองว่ามีคุณภาพและดีอย่างไร ? มีการพัฒนาสินค้าไปอย่างไร ?

เรื่องนี้ผู้เขียนได้ให้ความเห็นต่อการเข้าไปตลาดจีนโดยแยกแยะระหว่าง product กับ Place ให้ชัดเจน( และสามารถใช้หลักนี้กับตลาดอื่นๆรวมถึงตลาดประเทศไทยได้ ) เพราะในส่วนตัวของผู้เขียนนั้นเห็นว่าสินค้าส่วนใหญ่ของไทยนั้นเป็นสินค้าบริโภคเช่น ของกิน เครื่องดื่ม ซึ่งสินค้าประเภทนี้เป็นสินค้าที่กินแล้วหมดไปอาจจะมีการโฆษณาบ้างว่าสามารถให้พลังงานความร้อนหรือดีต่อสุขภาพ แต่มันก็คือสินค้าบริโภคทั่วไป ซึ่งผู้บริโภคมีทางเลือกมากมาย

ดังนั้นสินค้าไทยส่วนใหญ่ควรจะมุ่งไปที่การสร้าง ช่องทางจัดจำหน่ายหรือ Place ให้มาก เพราะ จากการหารือกับนักธุรกิจนั้นทุกคนมุ่งแต่จะสร้างผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดแต่เชื่อเถอะครับ ! ดียังไงมีบรรจุภัณฑ์ที่สวยงามก็เพิ่มมูลค่าได้นิดหน่อย เพราะเป็นสินค้าบริโภคทั่วไปลูกค้ามีทางเลือกกินก็ได้ไม่กินก็ได้

ดังนั้นเราจึงควรจะเจาะ ช่องทางจัดจำหน่าย และทำการ promotion ให้หนักเพราะสินค้าพวกนี้หยุดโฆษณาเมื่อไหร่จบ ซึ่งทั้งสองเรื่องนี้ผู้ประกอบการไทยไม่ค่อยพูดถึงตอนจะเข้าจีน

ขณะที่ตัว product ที่ดีจริงๆนั้นการจะพัฒนาให้มันถึงจุดที่มันขายด้วยตัวมันเองได้ควรจะเป็น product ที่ผู้ซื้อสามารถก่อเกิดประโยชน์กับตัวผู้ซื้อเองหรือซื้อไปเพื่อก่อให้เกิดรายได้เช่น เมล็ดพันธุ์ ซึ่งเมื่อซื้อเมล็ดพันธุ์ไปแล้วแล้ว สามารถขยายผลผลิตได้อย่างมาก อันนี้เป็นสินค้าที่เรียกว่าสินค้าเทคโนโลยีรวมถึงมือถือที่จะก่อประโยชน์และให้ความสะดวกสบายมีฟังก์ชันต่างๆที่จำเป็นต้องใช้งาน

ถ้าผู้ประกอบการไทยทำสินค้าที่ออกมาแล้วสามารถทำเงินให้กับผู้ซื้อได้ต้องเน้นคุณภาพสินค้าให้ดีที่สุด แต่ถ้าเป็นสินค้าทั่วไปนั้นควรจะเน้น P 2 ตัวแรกครับคือ

1-หาช่องทางจัดจำหน่ายหรือ Place ให้เข้าถึงมือผู้บริโภคให้เร็วที่สุดใกล้ที่สุดและ
2- ประชาสัมพันธ์อย่าให้ขาดตอน

วางลำดับ P ต่างๆให้ลงตัวและเหมาะสมนะครับ

* มาช่วยกันสร้างเครื่องมือสำคัญให้คนไทยไปสู่ความยั่งยืน*

โดย ผู้เห็นโอกาส

โครงการนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาการค้าEP14 เตรียมแผนธุรกิจจากไทยใช้ในประเทศจีนได้หรือไม่?     เมื่อวานนี้ผู้เขียนได้มีโอกาสพ...
21/11/2022

โครงการนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาการค้า

EP14 เตรียมแผนธุรกิจจากไทยใช้ในประเทศจีนได้หรือไม่?

เมื่อวานนี้ผู้เขียนได้มีโอกาสพบกับนักธุรกิจไทยคนหนึ่งที่มีสินค้าชั้นดีและเตรียมที่จะไปบุกตลาดประเทศจีน การมาหารือกับผู้เขียนครั้งนี้ได้นำเสนอและบอกถึงสรรพคุณของผลิตภัณฑ์อย่างดีและมีความมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์นั้นๆ จะได้รับการตอบรับจากตลาดและผู้บริโภคอย่างมาก

พร้อมกันนี้นักธุรกิจรายดังกล่าวยังได้มีแผนงานที่จะเข้าไปเจาะตลาดประเทศจีนมาเล่าให้ฟังมากมาย ฟังแล้วเป็น แผนที่ดีมาก ผมถามว่าใครเป็นคนออกกลยุทธ์นี้? นักธุรกิจดังกล่าวแจ้งว่าคือนักธุรกิจร่วมกับเพื่อนที่อยู่ในประเทศไทย

คำถามต่อมาผมถามว่าเคยเข้าจีนหรือเปล่าได้รับคำตอบว่าเคยไปมา 2 ครั้งทำการสำรวจตลาดครั้งละ 2-3 วัน ผมจึงได้พูดคุยกับนักธุรกิจต่อว่า

"รวมเวลาที่คุณได้เห็นประเทศจีนไม่ถึง 10 วันคุณมั่นใจว่าข้อมูลดังกล่าวเอามาเขียนแผนแล้วจะตีตลาดจีนได้เลยหรือ?

นักธุรกิจคนดังกล่าวเงียบไปผมจึงได้เสนอแนวทางไปว่าสิ่งที่ควรจะทำจริงๆคือให้คนจีนเป็นคนแนะนำ แผนการตลาด กลยุทธ์ กลวิธี ช่องทางการจำหน่าย การประชาสัมพันธ์ จะเหมาะสมกว่า

โดยนำสินค้าไปพูดคุยกับไปจ้างทีมที่ปรึกษาการ ตลาด เมืองจีน หารายที่ เก่งๆ แล้วเช็คผลงานความสำเร็จดั้งเดิมของทีมต่างๆพวกนี้ในประเทศจีนว่าทำสินค้าได้สำเร็จบ้างและสินค้าดังกล่าวเกี่ยวกับหมวดเดียวกับที่ผู้ประกอบการรายนี้ต้องทำอยู่ใช่หรือไม่?

เรื่องนี้เป็นเรื่องน่ากลัวนะครับเรา"ไม่รู้เขารู้เราเลย" เวลาไม่ถึง 10 วัน เราตัดสินตลาดเมืองจีนไม่ได้เพราะแม้ว่าภาพภายนอกสินค้าบางอย่างสามารถเข้าถึงผู้บริโภคทั้ง 1,500 ล้านคน แต่ก็มีสินค้าอีกมากเลยที่เหมาะกับมณฑลต่างๆเท่านั้นเช่นหากจะขายสินค้าที่ให้ความร้อนและเป็นของกินบ้านเราตลาดที่ยาวกว่าคือตลาดทางภาคเหนือไม่ใช่ภาคใต้เป็นต้น

ดังนั้นผมจึงให้เสนอให้นักธุรกิจรายดังกล่าวตั้งงบประมาณแล้วนำสินค้าไปให้กับบริษัทที่ปรึกษาในจีนทำการศึกษาตลาดให้ดีเสียเงินแค่นี้เหมือนรบบนกระดาษก่อนจะดีกว่า ไอ้ที่คิดจะเขียนแผนการที่คิดเองแล้วร่างออกมานั้นไม่มีข้อมูล ประกอบเลยครับ
หวังว่าแนวทางนี้จะบอกอะไรนักธุรกิจไทยได้บ้าง?

* มาช่วยกันสร้างเครื่องมือสำคัญให้คนไทยไปสู่ความยั่งยืน*

โดย ผู้เห็นโอกาส

โครงการนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาการค้าEP13. Thai Town ศูนย์กลางการค้าและเผยแพร่วัฒนธรรม ท่องเที่ยว ของไทยในต่างประเทศ       ...
20/11/2022

โครงการนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาการค้า

EP13. Thai Town ศูนย์กลางการค้าและเผยแพร่วัฒนธรรม ท่องเที่ยว ของไทยในต่างประเทศ

ใช่ครับผู้เขียนกำลังพูดถึงประเทศไทยควรจะมีไทยทาวน์ทุกแห่งในโลก อย่างเมืองจีนน่าจะมีสัก 22 แห่ง 22 มณฑล !

ทำไมถึงพูดเช่นนั้น? สินค้าไทยดีอยู่แล้วแต่คนไทยขาดคือช่องทางการจัดจำหน่ายและไม่มีทีมงานที่จะออกไปเจาะตลาดในต่างประเทศ !( เพราะส่วนใหญ่ไปเดี่ยวทีไรจอดกลับมาทุกที่ ) ดังนั้นหากมีองค์กรหนึ่งสร้างไทยทาวน์ขึ้นมาแล้วเป็นหน้าต่างสินค้า เผยแพร่วัฒนธรรมไทย เผยแพร่การท่องเที่ยวของไทยและเป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนสินค้าของไทย วิธีนี้คือวิธีการทำงานเชิงรุกจะก่อประโยชน์ให้กับ ไทยเป็นอย่างมาก

Soft Power เองสามารถเปิดตัวจากที่นั่นและสร้างความร่วมมือกับทางจีน. ดาราไทยสามารถช่วยกันโปรโมทและเป็นทางเลือกให้กับอุตสาหกรรมจีนที่จะนำดาราไทยเข้าสู่วงการภาพยนตร์ของจีน

กีฬาดีๆเช่นมวย ตะกร้อสามารถไปโชว์ที่นั่นได้ แล้วสร้างให้เกิดเป็นกีฬาใหม่ซึ่งคนจีนเริ่มให้ความสนใจ สามารถสร้างโรงเรียนสอนมวยไทยอยู่ในไทยทาวน์

ไทยทาวน์จะเป็นศูนย์กลางในทุกๆด้านและ ไทยทาวน์ ยังเป็นชุมชนที่ให้คนไทยที่ไปอยู่ที่นั่น ร่วมแรงร่วมใจกันทำมาหากินปกป้องซึ่งกันและกัน จะทำให้คนไทยไม่ไปอยู่ที่นั่นแบบโดดเดี่ยว มีชุมชนของตัวเองช่วยกันดูแล

และข่าวดีคือมีนักธุรกิจจีนมากมายสนใจจะสร้างให้ด้วยการขอสินค้าเกษตรจากไทยเป็นค่าตอบแทน " โดยไม่เอาเงิน "

ช่องทางนี้สามารถช่วยให้รัฐบาลไทยเกษตรกรไทยและ SME ได้ประโยชน์ในทุกคนพร้อมกันในทุกด้าน

รัฐบาลไทยได้ประชาสัมพันธ์และช่วยขยายตลาดให้กับเอกชน
เอกชนเอง SME จะได้ช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าเป็นของตัวเอง
เกษตรกรจะได้ระบายสินค้าเกษตรในราคาสูง

ไทยทาวน์จะเป็นนิมิตหมายใหม่ สังคมไทยพูดมานานแล้วมันต้องเกิดเป็นจริงสักทีเพื่อสังคมไทยและคนไทย

เรามาช่วยกันสร้างไทยทาวน์ขึ้นมานะครับ

* มาช่วยกันสร้างเครื่องมือสำคัญให้คนไทยไปสู่ความยั่งยืน*

โดย ผู้เห็นโอกาส

ที่อยู่

ถนนหอการค้าไทย
Nonthaburi
11120

เบอร์โทรศัพท์

+66896885111

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สมาคมนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง สมาคมนวัตกรรมเพื่อการพัฒนา:

แชร์