18/07/2026
ดราม่าประกันสะสมทรัพย์… จริง ๆ แล้วใครถูก?
ช่วงนี้หลายคนคงเห็นดราม่าเรื่อง “ประกันสะสมทรัพย์” เต็มหน้าฟีด
มีการวิเคราะห์ทั้งเรื่องผลตอบแทน โครงสร้างเบี้ย ค่าใช้จ่าย และค่าคอมมิชชัน จนหลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า
“สรุปแล้ว ประกันสะสมทรัพย์คือเครื่องมือทางการเงิน หรือเป็นสินค้าที่ไม่ควรซื้อ?”
GAP มองว่า…
ทั้งสองฝ่าย “ถูก” แต่กำลังมองคนละมุม
ถ้ามองด้วย “คณิตศาสตร์การเงิน”
คำตอบค่อนข้างชัด...
หากซื้อประกันชีวิตแบบคุ้มครองอย่างเดียว (Term Insurance) แล้วนำเงินส่วนต่างไปลงทุนเองในสินทรัพย์ที่เหมาะสม
โอกาสสร้างผลตอบแทนระยะยาวย่อมสูงกว่า
เพราะไม่มีต้นทุนของการรวมหลายฟังก์ชันไว้ในกรมธรรม์เดียว
ในเชิงตัวเลข…
ข้อวิเคราะห์ไม่ผิด
แต่โลกความจริง…ไม่ได้มีแค่ตัวเลข
ตลอดหลายปีที่ทำงานด้านวางแผนการเงิน
สิ่งที่เห็นซ้ำแล้วซ้ำอีกคือ
คนส่วนใหญ่ไม่ได้แพ้คณิตศาสตร์
แต่แพ้… “พฤติกรรมของตัวเอง”
นี่คือสิ่งที่ Behavioral Finance พูดถึง
1. ความสบายใจ มีมูลค่า
ลูกค้าหลายคนรับความผันผวนไม่ได้เลย
แม้จะอธิบายว่า
การลงทุนระยะยาวมีโอกาสให้ผลตอบแทนสูงกว่า
แต่พอพอร์ตติดลบเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์
เขานอนไม่หลับ
สุดท้ายจึงเลือกประกันสะสมทรัพย์
ไม่ใช่เพราะให้ผลตอบแทนดีที่สุด
แต่เพราะ…
ทำให้เขาใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจที่สุด
และสำหรับบางคน
ความสบายใจนั้นก็มีคุณค่ามากกว่าผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้น
2. คณิตศาสตร์พูดเรื่อง “ผลตอบแทน”
แต่พฤติกรรมศาสตร์พูดเรื่อง “วินัย”
ในทฤษฎี
เราทุกคนสามารถลงทุนทุกเดือนเป็นเวลา 20 ปีได้
แต่ในความเป็นจริง…
โปรโมชั่น
รถคันใหม่
ทริปต่างประเทศ
เหตุฉุกเฉิน
มักทำให้เงินลงทุนหายไปก่อน
ประกันสะสมทรัพย์จึงทำหน้าที่เหมือน
Commitment Device
หรือ “เครื่องมือบังคับให้ตัวเองออม”
สำหรับบางคน
การล็อกเงินไว้ คือสิ่งเดียวที่ทำให้มีเงินก้อนในอนาคตจริง ๆ
3. ปัญหาไม่ใช่ตัวสินค้า
แต่คือ “การขาย”
ดราม่าหลายครั้งไม่ได้เกิดจากตัวประกัน
แต่เกิดจาก
* อธิบายไม่ครบ
* ไม่พูดถึงข้อจำกัด
* เน้นแต่ผลประโยชน์
* ใช้คำที่ทำให้ลูกค้าเข้าใจผิด
สิ่งเหล่านี้ต่างหากที่ทำให้คนรู้สึกว่า
“ถูกหลอก”
ทั้งที่จริงแล้ว
เครื่องมือทุกชนิดมีทั้งข้อดีและข้อจำกัด
หน้าที่ของที่ปรึกษา คืออธิบายทั้งหมดอย่างโปร่งใส
ไม่ใช่เลือกพูดเฉพาะด้านที่อยากให้ลูกค้าซื้อ
ซึ่งเรื่องนี้ก็สอดคล้องกับหลักจรรยาบรรณของผู้วางแผนการเงิน (CFP) ที่ให้ความสำคัญกับความซื่อสัตย์และการเปิดเผยข้อมูลอย่างครบถ้วน ก่อนที่ลูกค้าจะตัดสินใจ
สุดท้ายแล้ว…
GAP ไม่คิดว่ามีเครื่องมือทางการเงินที่ “ดีที่สุด”
แต่มีเครื่องมือที่
“เหมาะกับแต่ละคนที่สุด”
ถ้าคุณมีความรู้การลงทุน มีวินัย และรับความผันผวนได้
การซื้อประกันคุ้มครอง แล้วลงทุนเอง อาจเป็นคำตอบที่เหมาะกว่า
แต่ถ้าคุณรู้ตัวว่าเก็บเงินไม่ค่อยอยู่
รับความเสี่ยงไม่ได้
และต้องการความแน่นอน
ประกันสะสมทรัพย์ก็ยังเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์
ตราบใดที่คุณเข้าใจสิ่งที่กำลังซื้ออย่างแท้จริง
สุดท้าย…
อย่าเพิ่งรีบตัดสินว่า “ประกันดี” หรือ “ประกันไม่ดี”
แต่ลองถามตัวเองก่อนว่า
“นิสัยการใช้เงินของเรา เป็นแบบไหน?”
เพราะเครื่องมือที่ดีสำหรับคนหนึ่ง
อาจไม่ใช่เครื่องมือที่เหมาะกับอีกคนเลย
💬 แล้วคุณล่ะ
คุณเป็นสายที่พร้อมลงทุนเองเพื่อผลตอบแทนสูงสุด
หรือเป็นสายที่ยอมแลกผลตอบแทนบางส่วน เพื่อความสบายใจและวินัยในการออม?
มาแลกเปลี่ยนมุมมองกัน 😊
#ดราม่าประกันสะสมทรัพย์
#ผลตอบแทนจากประกันสะสมทรัพย์
#ออกแบบชีวิตวางแผนอนาคต