24/12/2023
ฝากหนังสือไว้ให้อ่าน สักเล่ม
ตอนนี้เป็นตอนที่ 11 แล้ว
จะขอพักการเขียนไว้แปปนึง
เพื่อทบทวนบทเรียนที่ผ่านมา
หากใครอยากอ่านต่อ ขอรบกวน
ส่งข่าว แจ้งมานะครับ
แล้วจะทะยอยเขียนให้อ่านกัน
การโค้ชเพื่อความสำเร็จ
เพราะตอนนี้ผมทำอาชีพเป็นโค้ช จึงใช้กระบวนการโค้ชตลอดเวลา ไม่ใช่เพราะเรียนมา แต่ผมเชื่อว่ากระบวนการโค้ชดีจริงๆ สำหรับการบริหาร ทั้งการบริหารตนเอง บริหารชีวิต บริหารงาน บริหารเวลา ผมจึงมักใช้การโค้ชกับตัวเองอยู่เสมอ
ผมขออนุญาตแชร์เรื่องการโค้ชเพื่อความสำเร็จของตัวเองนะครับ
ประการแรกเมื่อเราพูดเรื่องการโค้ช เราจะต้องรู้ความหมายของการโค้ชให้เข้าใจลึกซึ้งก่อนนะครับ
ความหมายของ “โค้ชชิ่ง” Coaching
คม สุวรรณพิมล : Coaching คือ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคน
การโค้ชไม่ใช่หมายถึงมีบทบาทเป็นหัวหน้าแล้วจะกลายเป็นโค้ชโดยธรรมชาติ
การโค้ชไม่ใช่หมายถึงการเป็นแค่ Trainer หรือ ฝึกอบรมให้กับทีมงานของตัวเองเพียงครั้งเดียวแล้วเลิกกันไป
แต่การโค้ชที่แท้จริง หมายถึง การเป็นทั้งผู้ฝึกสอน ผู้ชี้แนะ ผู้สนับสนุน ผู้ที่ช่วยแก้ปัญหาให้กับทีมงานของตัวเอง โดยเริ่มตั้งแต่เข้าใจทีมงานของตนเองอย่างลึกซึ้ง ทั้งในเรื่องจุดอ่อน จุดแข็ง เข้าใจธรรมชาติของคนที่ถูกปลูกฝัง ถูกหล่อหลอมมาแตกต่างกัน เข้าใจวิธีการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ และสื่อสารได้ตรงกับความต้องการของทีมงานแต่ละคน ที่อาจจะถนัดที่จะรับสารในรูปแบบที่แตกต่างกัน (Thespecialistcoach.com)
ณัฐภัส ชันกิ่ง : Coaching หมายถึง การสอนงานลูกน้องของตนเอง เป็นเทคนิคหนึ่งในการพัฒนาลูกน้องของตนเอง
Coaching การสอนงาน คือ การที่คนๆ หนึ่งช่วยให้ใครก็ตามพัฒนาขีดความสามารถในการทำงาน การสอนงานไม่ได้หมายถึงสาระของการสอนหรือบอกถึงวิธีการทำงานเท่านั้น แต่หมายรวมถึงการช่วยเหลือ การให้คำแนะนำ การให้กำลังใจ และการให้โอกาสในการทำสิ่งต่างๆ ให้ดีขึ้น
มีคนแปลคำว่า Coaching เป็นภาษาไทยหลายคำ บางคนใช้ทับศัพท์ไปเลยก็มี แต่ผู้เขียนชอบคำที่ง่ายแต่งามอย่าง “การชี้แนะ” เพราะชี้เป็นการบอกทิศทางให้ การแนะก็เป็นการเสนอแนวทางให้เดินไปสู่ทิศนั้น ส่วนการจะเดินไปทิศนั้น หรือจะเลือกเดินทางใด ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจเลือกของผู้รับการชี้แนะเป็นหลัก
“Coaching” แปลเป็นไทยว่าการสอนงาน ซึ่งก็ยังไม่ชัดเจนเท่ากับความหมายของคำๆ นี้จริงๆ โดยความหมายของคำว่า Coaching นั้นก็คือ การช่วยทำให้ผู้ถูกโค้ชสามารถตระหนักถึงความสามารถของตนเองในการไปสู่เป้าหมายที่ต้องการได้
ผมชอบความหมายของคำว่า Coaching ที่เขียนไว้เป็นภาษาอังกฤษว่า “Helping People to unlock their potential” ซึ่งก็คือ เป็นการช่วยให้พนักงานได้รู้ว่าตนเองมีศักยภาพอะไรบ้าง เป็นการปลดล๊อคข้อจำกัดในตัวเอง เพื่อจะได้ไปสู่เป้าหมายที่ต้องการ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ เป็นการช่วยให้พนักงานได้เรียนรู้ เป็นการส่งเสริม กระตุ้น และผลักดันให้พนักงานได้เรียนรู้เพิ่มเติมด้วยตนเอง และสามารถที่จะรู้ได้ด้วยตัวเองมากกว่าการมาสั่งสอนกันทีละขั้นทีละตอน แบบนี้เราเรียกว่า Teaching มากกว่า
ICF ให้ความหมายของ Coaching ว่าอย่างไร ผมขอแนะนำว่าไปหาเอาเองดีกว่าครับ จะได้ชัดๆ ไปเลยว่า ชอบความหมายไหน ตอนนี้การโค้ชล้อมพวกเราไว้หมดแล้ว หันไปทางไหนเจอแต่โค้ช จริงมั้ย คงจะจริง
ที่ผมยกตัวอย่างมาทั้งหมด เราสามารถหาได้ใน Internet เราสามารถเลือกศึกษาศาสตร์การโค้ชได้ตามใจเรา ---> เอาที่สบายใจ ความสำคัญบทนี้ อยู่ที่ความเชี่อ
เราจะเลือกเชื่อสิ่งที่เราให้ความหมายว่า “การโค้ชคืออะไร สำหรับคุณ”
สำหรับผมนะครับ ผมได้เปรียบเทียบเรื่องการโค้ชไว้ ดังนี้
การโค้ชเปรียบเหมือนภูมิคุ้มกันเชื้อไวรัส การใช้ชีวิต การทำงาน มีเชื้อโรคมากมาย พูดง่ายๆ มีปัญหาสารพัดสารเพ ที่เข้ามาในแต่ละงาน แต่ละวัน ซึ่งเราต้องใช้ศาสตร์หลายๆ ด้านทั้งที่ได้ร่ำเรียนมาตั้งแต่เด็กจนโต และวิชาอื่นๆ ที่ไม่ได้สอนในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย
วิชาโค้ช ถูกนำมาใช้นานแล้วล่ะ แต่เพิ่งโด่งดังในจุดนี้สมัยนี้ โค้ชก็มีมากมาย ความเข้าใจเรื่องโค้ชก็มีเยอะ เมื่อถามว่าเข้าใจเรื่องการโค้ชกันแบบไหน คำตอบก็ออกมาตามประสบการณ์และความเชื่อของแต่ละคน ซึ่งก็ไม่ผิดหรอก เพราะทุกๆ ศาสตร์การโค้ช มีวัตถุประสงค์เดียวกันทั้งสิ้น ซึ่งก็แล้วแต่ว่า แต่ละคนจะนำมาใช้แบบไหน
ที่เคยพูดไว้ก่อนหน้านี้เอามาใช้นะครับ ทวนให้อีกที
G R O W Model
Goal เรามีเป้าหมายอะไร
Reality ตอนนี้เป็นยังไง
Option เรามีทางเลือกอะไรบ้าง
Will to Do เราต้องทำอะไรวะ
ง่ายขึ้นมั้ย มาลองทำไปด้วยกันนะครับ
อธิบายสั้นๆ เมื่อเราเริ่มตั้งเป้าหมาย ซึ่งเป้าหมายจะต้องเป็นเป้าหมายที่ SMART (หล่อๆหน่อย) คือ ค่อนข้างจะเป็นไปได้ ไม่เกินตัว ชัดเจน มีเวลาแน่นอน ไม่ไร้สาระ เวอร์จนเกินไป หลังจากได้เป้าหมายแล้ว ขอเวลานิดหนึ่งเพื่อทบทวนสถานะปัจจุบัน หรือตั้งสติก่อนสตาร์ท ว่าตอนนี้เราอยู่ตรงไหน มีต้นทุนอะไรอยู่แล้วบ้าง มององค์ประกอบของตัวเองสักพักก่อน จากนั้นให้เรามองทางเลือกว่ามีอะไรบ้าง ทางไหนบ้าง เพื่อเราจะได้เลือกลงมือทำ เมื่อตัดสินใจลงมือ Way forward ไปข้างหน้าเพื่อมุ่งสู่ทั้งสำเร็จ (ขยายได้อีกแล้วแต่พวกเรา เอาที่สบายใจเลย)
ซึ่งใน Model นี้ จะผสมผสานควบคู่ไปกับ
Follow Model คือการติดตามผม เพื่อให้เกิดการลงมือทำอย่างต่อเนื่อง Follow มีดังนี้นะ
Fact หาความจริงให้เจอเพื่อจะได้รู้เข้าใจสถานการณ์
Opinion / Obstacles ดูอุปสรรค และความคิดเห็น เพื่อปรับปรุงและพัฒนา
Learning เรียนรู้เพื่อพัฒนา
Linkage to Goal หาจุดเชื่อมโยง การไปถึงเป้าหมาย
Outlook การมองไปข้างหน้าเพื่อถึงเป้าหมาย
Way forward จะไปต่อด้วยอะไรเพื่อถึงเป้าหมายแล้วไปทำซะ
จริงๆ แล้ว สุดท้ายเมื่อเราพูดถึงเป้าหมาย จะสำเร็จหรือไม่อยู่ที่คนพูดครับ บางคนพูดเอามัน บางคนพูดจริงทำจริง เราไม่สามารถบอกได้เลยว่าอะไรจริงหรือไม่จริง จนกว่าเราจะมองเห็นความสำเร็จ ผมไม่เถียงเลยว่า ความสำเร็จเกิดขึ้นได้จากการลงมือทำ ผมเชื่อว่าทุกคนต้องการความสำเร็จด้วยกันทั้งนั้น และต้องการสำเร็จแบบไวๆ และง่ายๆ ด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก แต่ก็ไม่ใช่จะเป็นไปไม่ได้ ผมชอบคำพูดของนักสร้างแรงบันดาลใจท่านหนึ่ง (เอกชัย วรรณแก้ว) ในประโยคที่ว่า “อย่าคิดว่าเราทำไม่ได้ ถ้าเรายังไม่ได้ลงมือทำ”
ได้ยินแล้วก็คิด เออ จริงว่ะ ขึ้นมาทันที
ผมได้มีโอกาสรู้จักเอกชัย วรรณแก้ว เมื่อราวๆประมาณ 15 ปีที่แล้ว ทุกครั้งที่พบกัน ผมได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ เสมอ และนี่แหละเป็นแรงผลักดันให้ผมได้ปรับเปลี่ยนแนวคิดไปในทิศทางที่ดีขึ้น ความสำเร็จ มักจะมีรูปแบบเสมอ ลองศึกษาดีๆ นะครับ อยู่ใกล้คนคิดดี เราจะคิดดีตาม อยู่ใกล้คนสำเร็จ เราก็จะสำเร็จตาม ให้เราศึกษาว่า คนเหล่านี้ พวกเขามีพฤติกรรมอะไรที่สอดคล้องกับความสำเร็จ แล้วเรานำมาประยุกต์ใช้
ผมเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาก็เพื่อให้แนวคิดว่า ผู้ชายคนหนึ่งที่ยึดติดกับความคิดของตัวเองมาตั้งแต่เด็ก โดยไม่มีใครรู้เลยว่า ข้างในเป็นอย่างไร จริงๆ แล้วคนเรามีหลายด้านเสมอ บทบาทก็เหมือนกัน เราอยู่ในหลายๆ บทบาท หลายๆ หน้าที่ หลายๆ ความรับผิดชอบ
และเราต้องอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย ต่างที่มา ต่างความรู้ ต่างความคิด ต่างประสบการณ์ ถ้าเราไม่มีภูมิคุ้มกันที่ดี เราจะอยู่อย่างมีความสุขได้อย่างไร
ผมได้เขียนถึงศาสตร์การโค้ช โดยยังไม่ลงรายละเอียดมากนั้น นั่นก็เพราะศาสตร์การโค้ชเป็นเรื่องที่ค่อนข้างลึกซึ้ง เขียนผิดๆ ถูกๆ ไม่ดีแน่ครับ จึงขอยกตัวอย่างเพียงประเด็นที่สำคัญๆ ซึ่งผู้อ่านจะต้องเลือกที่จะเชื่อและนำไปประยุกต์ใช้นะครับ
เครื่องมือบางอย่างดีมากสำหรับใครบางคน แต่อาจไม่เหมาะกับใครบางคน และถ้าเรามีเครื่องมือดีแล้ว เราควรใช้ให้เป็นด้วย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ที่สำคัญครับ เราควรรู้จักตนเองก่อนที่จะไปรู้จักคนอื่นๆ นะครับ ผมจึงอยากแนะนำให้เรียนรู้ ศึกษาให้รู้ลึกรู้จริง และนำมาใช้กับตัวเองในหลายๆ ด้าน ก่อนจะนำไปช่วยคนอื่น และคุณจะรู้ว่าศาสตร์การโค้ช เป็นอะไรที่มหัศจรรย์จริงๆ
อยากรู้เรื่องโค้ช มาคุยกันได้ครับ