16/09/2021
ความรัก คือ..อะไร
(สิ่งไม่มีเหตุผล) – หรือจะบอกว่า เป็นเพียงเรื่องความรู้สึกก็ว่าได้ เพราะความรู้สึกก็ไม่ค่อยมีเหตุผล แต่ในคนที่คิดเยอะเขาก็อาจยืนยันว่า ล้วนมีเหตุผล เพียงแต่ซับซ้อนกว่าจะบรรยายได้
ก็อาจใช่ เพราะมันก็ไม่ได้หมายความว่า ไร้ซึ่งเหตุผลโดยสิ้นเชิง เพียงแต่ไม่รู้จะอธิบายกันอย่างไรจนคล้ายไม่มีเหตุผล ที่สำคัญเราไม่อาจแน่ใจว่ามันใช่เหตุผลจริงหรือเปล่า
ต่อให้เราบอกว่า เรารักคนนี้เพราะเหตุผลหนึ่งแบบจับต้องได้ เชื่อเถอะว่า มันไม่ใช่ทั้งหมด เพราะคงมีคนอีกมากมายที่คุณสมบัติคล้ายกันนี้ ที่เราไม่เห็นรักเขาเลย..
จะว่าไปแล้ว ในความมีเหตุผลตรงนั้นอาจเรียกว่า “ความชอบ” ได้ แต่ไม่น่าจะยังใช่ที่จะสรุปเป็น “ความรัก” ความไม่มีเหตุผลนี้ยังรวมถึงการกระทำต่าง ๆ เมื่ออยู่ในภาวะที่เรียกว่ารัก เช่นว่า เห็นหลังคาบ้านก็ดีใจ, ไปรอได้เป็นชั่วโมง หรือกลับกัน ช้าแค่ 5 นาที ก็โกรธเป็นเรื่องใหญ่ได้บนความรู้สึกที่บอกตัวเองว่า รักมาก..
ในอีกด้านหนึ่งซึ่งอาจว่าด้วยแนววิทยาศาสตร์ เหตุผลของรักเป็นเรื่องเคมีในสมอง หรือสัญชาตญาณมนุษย์นั้น มันดูเป็นอีกด้านของมุมมอง ขอยกไปใน ข้อสุดท้าย (ข้อเสริม) ทีเดียว ข้ออื่น ๆ ขอคุยแบบพื้นฐานความเข้าใจแบบทั่ว ๆ ไปก่อนแล้วกัน เริ่มต้นที่ รักมันยากเกินไปที่จะให้เหตุผล..
(สิ่งที่ยากจะเข้าใจจริง) – อาจเป็นเหตุให้มีคนกล่าวว่า “รักไม่มีจริง” ด้วยต้นตอความรักเกิดได้จากหลายสิ่ง หลายปัจจัย และต่างคนก็ไม่เหมือนกัน
ดังนี้ถ้าจะหาคำตอบแบบความสำเร็จรูปนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ และในสถานการณ์ที่แตกต่าง เราอาจมีมุมมองความรักที่เปลี่ยนไป หรือเกิดความรักขึ้นได้เสมอ เช่น เพียงการได้ใกล้ชิดใครคนหนึ่ง, ความรู้สึกบนสถานการณ์พาไป, แม้กระทั่งการยั่วยุจากเพื่อน ๆ
“เรามั่นใจแล้วใช่ไหม ว่าตอนนี้คือรัก”
มุมมองความรักยังเปลี่ยนไปได้จาก ประสบการณ์ที่ได้รับ ความรักในช่วงวัยก็เป็นสิ่งที่เห็นได้ชัด เหล่านี้แม้นี่จะดูเหมือนสิ่งที่อธิบายได้ แต่หากลงลึกในรายละเอียดเราก็ต้องยอมรับว่า ณ ช่วงเวลานั้น เราไม่เคยเข้าใจมันได้จริง หรือมั่นใจว่าเข้าใจมันแล้ว
แม้กระทั่งตอนนี้เราก็อาจจะเข้าใจในความรักผิด ๆ อยู่ก็ได้ เราอาจอยู่กับใครสักคนโดยแท้จริงเราไม่ได้รักเขา เป็นเพียงมายาคติบางอย่างที่เราคิดว่าเรารัก หรือ เราไม่ต้องการความรักตอนนี้ ต้องการเพื่อน ต้องการแค่บางสิ่งบางอย่างจากคนหนึ่งเท่านั้น ซึ่งก็ตอบแทนกันไม่ได้อีกว่า ตกลง “คือรักหรือเปล่า” อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ที่แม้เกิดจากตัวเราเองแต่ก็ยากจะเข้าใจมันได้จริง
(สิ่งที่ไม่สมดุล) – ไม่มีวันที่คู่ใดจะเติมเต็มกันได้สมบูรณ์จริง ประโยคประทับใจจากหนังเรื่องโรแมนติกเรื่อง Jerry Maguire ประโยคหนึ่งที่ตัวเอกกล่าวว่า “You complete me” (คุณเข้ามาเติมเต็มฉัน) ถ้าตามเรื่องราวจากหนัง ตอนได้ฟังแล้วก็รู้สึกดี
แต่หากมองอีกที มันก็เป็นแค่ช่วงเวลา และสถานการณ์พาไป เพราะคำว่าเติมเต็มของสถานการณ์บางคน บางที อาจเป็นอีกประโยคของหนังที่พูดว่า “Show me the money” (เอาเงินมากองให้ฉัน) แทนก็ได้ ฟังดูแง่ร้าย
แต่ชีวิตคนเรามีปัจจัยขาด/เต็ม ไม่เท่ากัน ความต้องการของเราเองก็มีความยืดหยุ่น ความชอบ/ไม่ชอบ ก็เปลี่ยนแปลงได้ และแน่นอนไม่ได้หมายความแค่เรื่องเงิน..
แล้วบางคู่อยู่รอดกันได้อย่างไร นั่นเพราะส่วนใหญ่ต่างยอมรับในความไม่สมดุลต่างหาก ต่างฝ่ายไม่อาจเติมเต็มหรือให้ทุกสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการได้
หากแต่ยอมรับ ลดทอน ปล่อยผ่าน ละทิ้งความเป็นตัวตนของตนลงไปบ้าง มันก็จะเหลือแต่ด้านดีของอีกฝ่ายทำให้ “ประคอง” คู่กันไปได้ อาจเรียกว่ารักษา “ระดับความรัก” ให้คงอยู่ แต่หากไม่ยอมรับ สิ่งที่เรียกว่ารัก ย่อมเปลี่ยนไป.. ในที่สุด
เครดิต : https://sirichaiwatt.com/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3