20/05/2026
ถ้าคุณได้มีโอกาสไปงาน ASA Expo 2026 ที่ผ่านมา หนึ่งไฮไลต์ที่ดึงดูดสายตาผู้คนตั้งแต่ก้าวแรก ยาวไปจนถึงโซน Pavilion ด้านใน คือปีนี้ระบบภาพและจอ LED Signage ขนาดใหญ่ที่แสดงผลได้อย่างสมบูรณ์แบบ ท้าทายทั้งแสงไฟภายในงาน หรือแม้แต่กล้องของทุกคนที่ยกขึ้นมาถ่ายรูป
เพราะในปีนี้ DEFG ได้ร่วมเป็น Partner กับทาง ASA Expo 2026 โดย Support ด้าน LED Signage โดยจุดติดตั้งมี 2 จุดหลักๆ ในงาน คือ
- จุดแบนเนอร์ LED หน้างานขนาด 19×4 เมตร ซึ่งเป็นสิ่งแรกที่ผู้เข้าร่วมงานทุกคนได้เห็น ด้วยขนาดจอที่ใหญ่ และทำหน้าที่เป็นป้ายอธิบายทางภายในงาน
- Palette of Materials Pavilion หนึ่งในโซนที่ได้รับความสนใจมากที่สุด ทั้งด้าน Concept ของ Pavilion และด้วยขนาดจอ 5×3 เมตร โดยทำหน้าที่เป็นแกนกลางของการนำเสนอ ช่วยดึงดูดสายตาและสร้างบรรยากาศที่สอดคล้องกับ Concept ใน Pavilion ได้อย่างลงตัว
และด้วยหน้าที่ของ LED ในแต่ละ Spot ที่ได้ติดตั้ง มีความสำคัญ และเป็นโซนที่คนให้ความสนใจมาก ทาง DEFG จึงได้เลือกใช้จอรุ่น US Series และความพิเศษที่มากกว่านั้นคือ
เป็นรุ่นจอที่ Unformat ได้เข้าไปร่วม R&D (Research and Development) กับทาง DEFG ด้วย
แล้วทำไมถึงต้องเลือกใช้จอรุ่น US Series ในงานนี้ และถึงกลายเป็นมาตรฐานใหม่ในงานระดับนี้? เพราะด้วย
- 7,680 Hz Refresh Rate (แก้ปัญหาภาพกะพริบ): ด้วย Pain Point ในงานประเภท Expo ยุคนี้ คือ แทบทุกคนจะต้องหยิบมือถือ หรือกล้องเพื่อมาเก็บภาพบรรยากาศ หรือคอนเทนต์ภายในงาน ทำให้การที่ดันอัตรารีเฟรชเรตขึ้นไปถึงระดับ Broadcast-grade จะทำให้หน้าจอจะแสดงผลนิ่งสนิท 100% ถ่ายรูปแล้วไร้เส้นกะพริบ (Flicker)
- P2.6 Pixel Pitch (ทลายข้อจำกัดระยะสายตา): เนื่องจากในงาน Expo ระยะการมองของผู้ร่วมงานมีหลากหลายระยะ ยิ่งโซน Palette of Materials Pavilion ผู้ชมต้องเดินเข้ามาส่องรายละเอียดวัสดุแบบประชิดตัว ระยะพิกเซลที่ 2.6 มม. คือจุดลงตัวที่เราเลือก เพื่อให้ภาพคมชัด ไร้รอยต่อ และไม่เห็นเม็ดพิกเซลแตก
- 1,200 nits Brightness (สู้แสง มิติภาพไม่ดรอป): แสงที่สู้ได้ทั้งพื้นที่ Indoor ที่ควบคุมแสงยาก และพื้นที่กึ่ง Outdoor บริเวณหน้างาน โดยที่มิติของภาพเข้มลึก สีสด และไม่ซีดจาง
- 500×500 mm. Modular Cabinet (อิสระในการต่อบล็อก): โครงสร้างตู้ Cabinet ขนาดมาตรฐาน มอบอิสระในการออกแบบ (Design Freedom) สามารถนำมาสเกลต่อกันเป็นแบนเนอร์ยักษ์ขนาด 19×4 เมตร หรือจะบีบสเกลลงมาให้อยู่ในพื้นที่จำกัดขนาด 5×3 เมตร ในตัว Pavilion ก็ทำได้แนบเนียนสนิท
และนี่เลยเป็นเหตุผลว่าทำไม DEFG ถึงแตกต่างจากแบรนด์อื่นในตลาด เพราะคือแบรนด์ไทยที่ศึกษา และเอาปัญหาของการทำงานจริง ผสมผสานความเข้าใจ และข้อจำกัดต่างๆ เข้ากับมาตรฐานการผลิตระดับโลก พร้อมกับการ Support ลึกถึงระดับ Hardware เพื่อลด Downtime ให้เป็นศูนย์
มันเลยเป็นตัวอย่างให้เห็นว่าเมื่อเทคโนโลยีระบบภาพ ถูกคิดและพัฒนาโดยคนที่เข้าใจข้อจำกัด รวมถึงผู้ใช้งานจริง ผลลัพธ์จึงออกมาเป็นความสมบูรณ์แบบที่คุณได้เห็นภายในงาน
DEFG: “One-Stop Destination” for LED screen solution