Hacker Marketing

Hacker Marketing การตลาดที่ไม่ต้องขาย

เปิดสอนที่  #พะเยา  คอร์ส   #เก็บเงินในอากาศ   การันตี👉👉 เรียนจบภายใน  1 เดือน  ทำกำไรไม่ได้ ✨คืนค่าเรียนเต็มจำนวน ❗❗ติว...
14/06/2023

เปิดสอนที่ #พะเยา
คอร์ส #เก็บเงินในอากาศ

การันตี👉👉
เรียนจบภายใน 1 เดือน
ทำกำไรไม่ได้ ✨คืนค่าเรียนเต็มจำนวน ❗❗

ติวเข้ม 2 วัน 9,900 บาท
แชร์โพสต์นี้ แคปหน้าจอมา รับส่วนลดทันที💥

เหลือเพียง 3500 บาท / คอร์ส ♥️♥️

รับแค่ 10 ท่าน เท่านั้น

จองที่นั่ง ไลน์ไอดี 8hera

Tader Land Phayao ♥️♥️

#ที่พบปะนักเทรดเดอร์แห่งแรก ของจังหวัดพะเยา

#ธุรกิจ #เจ้าของกิจการ #พะเยา #เชียงราย #เชียงใหม่ #ลำปาง #ส้มรักพ่อ

 #คอร์สพี่สอนน้องในวงการเทรดเดอร์  สอนแบบจับมือทำ  🎉เรียนจบดูแลอีก 1 เดือนเต็ม🎉 คอร์สพื้นฐานสำหรับเทรดเดอร์หน้าใหม่ ตลาด...
13/06/2023

#คอร์สพี่สอนน้องในวงการเทรดเดอร์ สอนแบบจับมือทำ
🎉เรียนจบดูแลอีก 1 เดือนเต็ม🎉
คอร์สพื้นฐานสำหรับเทรดเดอร์หน้าใหม่

ตลาดทางการเงินช่องทำกิน ให้คนที่กล้ากระโดดลงพื้นที่ตลาดเท่านั้น!!🎉🎉


🚫ไม่ควรตัดสินใจเข้าสู่ตลาดเองแบบไร้ความรู้
เดี๋ยวกลายเป็นแมงเม่าบินเข้า Forex
เตือนแล้วนะ !!


👉 เปิดสอน #แบบจับมือทำ
ที่ #พะเยา
สอนโดยทีมเทรดเดอร์มืออาชีพ ที่ผ่านสนามจริง อยู่ในวงการตลาดทางการเงิน 〽️〽️ มามากกว่า 4 ปี


❎ไม่รับเยอะ ดูแลได้ไม่ทั่วถึง❎

เรียนที่ ตุ้มโฮมสเตย์ ท่าวังทอง พะเยา
ในวันที่ 17/06/66
เวลา 10.00น – 17.00น

ค่าคอร์ส 1,950 บาท

พิเศษ🎁 สำหรับท่านที่แชร์โพสต์นี้
และแคปหน้าจอส่งมา

ลดเหลือเพียง 490 บาท / 1 ท่าน

❌รับเฉพาะจองล่วงหน้าเท่านั้น
ติดต่อจองคอร์สที่
ไลน์ไอดี

12/06/2023
เกิดอยากแบ่งปัน เรื่องอาชีพที่เจ๊ทำ ❗❗พี่จะเล่าให้ฟังจาก  #แม่ค้าออนไลน์ประสบการณ์ตรงมาเป็น 10 ปี  และปัจจุบันพี่ก็ยังดำ...
12/05/2023

เกิดอยากแบ่งปัน เรื่องอาชีพที่เจ๊ทำ ❗❗

พี่จะเล่าให้ฟังจาก #แม่ค้าออนไลน์ประสบการณ์ตรงมาเป็น 10 ปี
และปัจจุบันพี่ก็ยังดำรงตำแหน่งแม่ค้าออนไลน์อยู่เหมือนเดิม
🙏🙏ขอบคุณ พี่มาร์คที่ให้พื้นที่ทำมาหากินมาโดยตลอด

ช่วงนี้มีอาชีพ เพิ่มเติม ก็จะมี

#อาชีพชาวสวน และ #นักเทรดเดอร์ ..

(ความในใจ)
มีอาชีพในฝันด้วยนะ แต่ทำยังไม่สำเร็จ
คือ อาชีพเกาะสามีกิน กำลังหาช่องทางยุ่ 🤫🤫

ใน 3 อาชีพที่ทำอยู่ตอนนี้ มีอะไรอย่างหนึ่งที่เหมือนกันสุดๆ นั่นคือ ความเสี่ยง ❗❗ แม่จ้าววว😱😱

จริงในจริง
นั่งกินข้าวอยู่ในบ้านยังโดนลูกกระสุนปืนหล่นใส่หัวตายคาช้อน จะนับประสาอะไรกับการดิ้นรนทำมาหากินเนาะ 🙏🙏

1. #แม่ค้าออนไลน์ เสี่ยงกับแอดโฆษณาไม่ติดขาดทุนตั้งแต่ยังไม่หายใจ บัญชีโฆษณาถูกปิด
ส่งของโดนตีกลับ ค่าใช้จ่ายเกิน สินค้าเสียหาย อันนี้เบาๆนะ ยังมีมากกว่า100ความเสี่ยงที่ต้องแก้ปัญหาทุกวัน
แต่ถามว่า ทำอยู่ไหม ตอบเลยว่า "ทำ" ✅

2. #ชาวสวน อาชีพที่คนมองข้าม แต่ทำให้คนรวยมานักต่อนัก แน่ะๆๆ ไม่ต้องเถียงในใจ ชาวสวนรวยเงียบนะ ถ้าผ่านความเสี่ยงไปได้ เอาตัวอย่างพี่นี่เลย ปลูกผักกาด ผักบุ้ง ที่ว่าง่ายๆ พี่ยังทำขาดทุนเลย ภัยธรรมชาติอีก ไฟไหม้สวน เกลี้ยงๆๆ
แต่ถามว่าทำอยู่ไหม ตอบเลยว่า "ทำ" ✅

3. #นักเทรดเดอร์ อันนี้น่ากลัวสุด ข่าวออกมาเชียว พี่รู้จักการเทรดมาเกือบ20ปี แต่เชื่อว่ามันคือไฮโลแปลงร่าง เพิ่งมาเข้าใจธรรมชาติของตลาด ว่าจริงๆแล้ว ก็แค่ตลาดซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยน ที่เราทำกำไรจากส่วนต่างราคาสกุลเงิน แต่! ถ้าตัดสินใจซื้อ ขาย ผิดเวลา ก็ขาดทุน นะจ๊ะ อันนี้ก็เสี่ยง!
แต่ถามว่าทำอยู่ไหม ตอบเลยว่า "ทำ" ✅

ทุกๆอย่างมัน เสี่ยง ทั้งหมดนั่นแร่ะ
แต่ความเสี่ยง มันลดลงได้ เมื่อเราเข้าใจ ศึกษา เรียนรู้มันให้มากพอ

ทางลัดของคนฉลาด กระซิบเลยคร่ะ
👉 เก็บประสบการณ์ความล้มเหลวของคนอื่น มาวิเคราะห์ เพื่อปรับใช้ให้เราเสี่ยงที่จะล้มเหลวน้อยที่สุด

อ่านถึงตรงนี้ได้ แปลว่า fc ตัวจริงของเจ๊
เจ๊สอนให้ได้นะ ประสบการณ์ล้ม แล้ว ลุกยังไง
จากแผลเต็มตัวเจ๊นี่แแร่ะ พอที่จะทำให้หลายๆคนมองเห็นทางลัดเลย

มานั่งจิ๊ปกาแฟคุยกับเจ๊ 2วัน
กาแฟแก้วละ1290 . แลกกับ ประสบการณ์เทคนิค ขายของ ขายสกุลเงิน ทำยังไง ให้ได้ 9 หลัก❤❤

28 - 29 พค. นี้ค่ะ เจ๊ว่าง

ไลน์ไอดี 8hera

ไม่ตอบหรือรับนัดใดๆ ทางคอมเม้นท์ แอดไลน์เท่านั้นนะคะ

การันตีด้วย
เกียรติประวัติ ปูชนียบุคคลแห่งชาติ ประจำปี 2565
รางวัลกินรีทองคำ #สาขาบริหารธุรกิจดีเด่น

Website Traffic คืออะไร?Website Traffic คือ การเยี่ยมชมเว็บไซต์ ซึ่งสามารถวัดได้ในเชิงปริมาณ เช่น Users (จำนวนคนที่เยี่ย...
18/03/2023

Website Traffic คืออะไร?
Website Traffic คือ การเยี่ยมชมเว็บไซต์ ซึ่งสามารถวัดได้ในเชิงปริมาณ เช่น Users (จำนวนคนที่เยี่ยมชมเว็บไซต์), Sessions หรือ Visits (จำนวนการเข้าชมเว็บไซต์), Pageviews (จำนวนครั้งที่เปิดหน้าเว็บไซต์) และการวัดในเชิงคุณภาพ เช่น Avg. Session Duration หรือ Avg. Visit Duration (ระยะเวลาโดยเฉลี่ยของการเยี่ยมชมเว็บไซต์ในแต่ละครั้ง), Bounce Rate (อัตราที่มีคนเข้ามาในเว็บไซต์เพียงหน้าเดียวแล้วออกไป) เป็นต้น

ข้อมูล Traffic ต่างๆ เหล่านี้ เจ้าของเว็บไซต์สามารถเช็คได้โดยการสมัครและติดตั้งโค้ดของ Google Analytics ไว้ในเว็บไซต์ ถือเป็นเครื่องมือที่สำคัญมากสำหรับผู้ที่มีเว็บไซต์เป็นของตนเอง และยังสามารถใช้งานได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายอีกด้วย นอกจากนี้ หากต้องการตรวจสอบข้อมูลของเว็บไซต์อื่นหรือเว็บไซต์คู่แข่ง อาจใช้เครื่องมือ เช่น SimilarWeb ช่วยในการตรวจสอบก็ได้



ความสำคัญของ Website Traffic
1. สร้างการรับรู้
เว็บไซต์ที่มียอด Traffic สูง หรือมีคนมาเยี่ยมชมเว็บไซต์เป็นจำนวนมาก ย่อมมีโอกาสที่จะเป็นเว็บไซต์ที่มีคนรู้จักอย่างแพร่หลายและเป็นที่จดจำได้ง่าย



2. เพิ่มความน่าเชื่อถือ
ถ้าเว็บไซต์ของเราเป็นเว็บไซต์นำเสนอบทความ แต่มียอด Traffic น้อย หรือมีคนเข้ามาอ่านน้อย แสดงว่าเว็บไซต์ยังไม่เป็นที่รู้จักเพียงพอ และยังส่งผลต่อการขายโฆษณาในเว็บไซต์อีกด้วย



3. เพิ่มโอกาสในการขาย
หากเว็บไซต์ของเรามีการขายสินค้าหรือบริการ การที่มียอด Traffic จำนวนมาก ก็จะมีโอกาสจะมีลูกค้าเข้ามาเป็นจำนวนมากและขายได้มากขึ้น



4. นำข้อมูลไปใช้งานต่อได้
เราสามารถนำข้อมูลพฤติกรรมของผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราจาก Google Analytics ไปปรับปรุงเว็บไซต์ รวมถึงนำไปวางแผนและวัดผลทางการตลาดได้



5. ส่งผลดีต่อ SEO
Traffic เป็นปัจจัยส่วนหนึ่งที่มีผลต่อการทำ SEO (ข้อมูลเพิ่มเติม: SEO (Search Engine Optimization) คือ?) เพื่อให้เว็บไซต์ติดอันดับแรกๆ เวลาค้นหาบน Google หรือที่เรียกว่า Organic Search ถ้ามีคนเข้าเว็บไซต์จำนวนมาก อยู่ในเว็บไซต์นานๆ และคลิกไปดูต่อยังหน้าอื่นๆ ก็แสดงว่าเว็บไซต์นั้นมีความน่าสนใจหรือมีประโยชน์ต่อผู้ใช้งาน ในทางกลับกัน ถ้ามีคนเข้ามาในเว็บไซต์แล้วไม่อ่านหน้าอื่นต่อ เข้ามาแล้วกดปิดหรือกด Back ทันที ก็จะมีอัตราการตีกลับหรือ Bounce Rate สูง ก็แสดงว่าเว็บไซต์อาจไม่มีคุณภาพเพียงพอ
Cr.seo-web

 #วิธีรับมือกับคอมเมนต์ด้านลบเพราะเราปฏิเสธไม่ได้ ว่าการทำธุรกิจบนช่องทาง Social Media ต้องมีบ้างที่เราจะได้รับคอมเมนต์ใ...
16/03/2023

#วิธีรับมือกับคอมเมนต์ด้านลบ

เพราะเราปฏิเสธไม่ได้ ว่าการทำธุรกิจบนช่องทาง Social Media ต้องมีบ้างที่เราจะได้รับคอมเมนต์ในด้านลบ ซึ่งเราขอบอกเลยว่าการแกล้งไม่สนใจคอมเมนต์เหล่านั้นไม่ใช่วิธีในการแก้ปัญหาที่ดีอย่างแน่นอน และเพื่อให้ทุกคนสามารถรับมือกับสถานการณ์นี้ได้แบบมือขอแนะนำ 8 ข้อในการรับมือกับเหล่าคอมเมนต์ด้านลบตามนี้!

1. ใช้ Social Listening Tools เพื่อตรวจหาคอมเมนต์แง่ลบ
สำหรับแบรนด์ที่มีการทำการตลาดออนไลน์ในหลายๆ Platforms การใช้ Social Listening Tools จะสามารถช่วยให้เราเห็นได้ว่าใน Platforms ต่างๆ ของแบรนด์นั้นมีคอมเมนต์ ทั้งในแง่บวกและแง่ลบจำนวนเท่าไหร่บ้าง ซึ่ง Tools ที่เราสามารถใช้ได้ก็มีหลากหลายมากมายสุดๆ ไม่ว่าจะเป็น Google Alerts, Ahrefs, Mandala Analytics, Hootsuite Insights หรือจะเป็น Social Pilot ก็ได้เช่นกัน
2. วิเคราะห์คอมเมนต์เหล่านั้นให้ละเอียดถี่ถ้วน
ในบางครั้ง บางที การใช้ Social Listening Tools ก็อาจจะช่วยให้เห็นภาพได้ในระดับนึงว่าใน Social Media Platforms ของเรานั้นมีคอมเมนต์แง่บวกและแง่ลบจำนวนเท่าไหร่บ้าง แต่เราขอบอกว่าจำนวนคอมเมนต์แง่ลบที่ Tools ต่างๆ วิเคราะห์ออกมา ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นตามนั้น 100% เพราะฉะนั้น เราก็ต้องมานั่งดูอีกทีว่าคอมเมนต์ไหนบ้างที่ไม่ดีจริงๆ แล้วเราก็จะสามารถจัดการต่อไปได้
3. ไม่ควรลบคอมเมนต์
หลังจากที่เรารู้แล้วว่าคอมเมนต์ไหนเป็นคอมเมนต์แง่ลบจริงๆ แล้วบ้าง สิ่งที่เราห้ามทำอย่างเด็ดขาดนั่นก็คือการ “ลบ” คอมเมนต์นั่นเอง เพราะการลบนั้นถือเป็นการเปิดสงครามขนาดย่อมๆ กับลูกค้าคนนั้นโดยอัตโนมัติ จากที่สถานการณ์แย่อยู่แล้ว ก็อาจจะทำให้แย่ยิ่งกว่าเก่าก็ได้ เหมือนเราเป็นแบรนด์ที่ชอบหนีปัญหา ซึ่งวิธีนึงที่เราทำได้เบื้องต้นก็คือการกด “Hide” คอมเมนต์นั้นไป ก็จะสามารถถนอมน้ำใจลูกค้าคนนั้นได้อย่างดี เพราะเขายังเห็นคอมเมนต์ของตัวเองเหมือนเดิม แต่คนอื่นๆ ที่เข้ามาดูโพสหลังจากนั้นก็จะไม่เห็นคอมเมนต์นั้นอีกต่อไป
4. ตอบให้เร็ว ตอบให้ไว
แต่อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเราจะกดซ่อนคอมเมนต์นั้นไปแล้ว ไม่ได้หมายความว่าเราจัดการกับปัญหานี้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งสิ่งที่เราควรทำต่อมาก็คือการตอบกลับคอมเมนต์นั้นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งข้อดีของการตอบกลับแบบเร็วติดจรวดนี้ก็คือทำให้ลูกค้าคนนั้นรู้สึกว่าเราใส่ใจ ทำให้รู้สึกลบกับแบรนด์น้อยลง แถมยังช่วยให้แขกไปใครมาใน Social Media ของเรารู้สึกว่าเรามีความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นอีกด้วย
5. ตอบกลับอย่างสุภาพ และจริงใจ
นอกจากจะตอบกลับคอมเมนต์ให้เร็ว ให้ไวแล้ว ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของการขอโทษ การตอบรับว่าเห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้น หรือจะเป็นการชี้แจงในเรื่องที่ทำให้เกิดการเข้าใจผิด การตอบกลับด้วยคำพูดสุภาพและจริงใจก็เป็นอีกสิ่งที่เราต้องระลึกไว้อยู่ตลอด ซึ่งการใช้คำพูดที่สุภาพตอบกลับไป ก็จะเป็นอีกวิธีที่ช่วยลดความโกรธ ความโมโหของลูกค้าที่ไม่พอใจในสินค้าหรือบริการของเราได้ในระดับนึงเลยทีเดียว
6. ติดต่อกลับไปส่วนตัว เพื่อให้เห็นปัญหาถึงต้นตอ
เมื่อเราแสดงให้เห็นว่าแบรนด์ของเรามีกระบวนการ Crisis Management ที่ดี ผ่านการตอบกลับคอมเมนต์อย่างไวและจริงใจแล้วนั้น การติดต่อลูกค้าคนนั้นกลับไปส่วนตัว โดยไม่ลืมใช้คำพูดที่สุภาพ ก็จะช่วยให้เราสามารถเห็นถึงปัญหา หรือข้อบกพร่องต่างๆ ในแบรนด์ของเราได้อย่างชัดเจนและละเอียดมากยิ่งขึ้น และนำไปแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุดต่อไปนั่นเอง
7. กลับไปเช็คโพสต์นั้นบ่อยๆ
เมื่อทำจบ ครบทุกกระบวนการก่อนหน้าเรียบร้อยแล้วนั้น เราก็ต้องไม่ลืมกลับไปเช็คโพสต์ที่ทำให้เกิดคอมเมนต์ในด้านลบบ่อยๆ เพื่อดูว่าลูกค้าคนนั้นยังมาคอมเมนต์ในแง่ลบอยู่หรือไม่ รวมถึงดูว่ายังมีลูกค้าคนอื่นที่คอมเมนต์ไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่ เพื่อรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้น และนำไปพัฒนาแบรนด์ของเราต่อไป
8. ไม่ทำผิดซ้ำสอง
แน่นอนว่าบนโลกนี้ไม่มีใครไม่เคยทำผิด แต่การที่เรารู้แล้วว่าปัญหา หรือข้อผิดพลาดของแบรนด์เรานั้นมีอะไรบ้างจากคอมเมนต์ต่างๆ สิ่งที่เราควรทำคือพยายามแก้ปัญหา อุดช่องโหว่ที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ดี และที่สำคัญคือ “ต้องไม่พลาดทำผิดซ้ำสองอีก” เพียงเท่านี้ เราก็จะสามารถเรียกความเชื่อมั่นในแบรนด์กลับมาได้อย่างดีเยี่ยมเลยทีเดียว
Cr. grit.technology

รู้หรือไม่.. บล็อก (Blog) บนเว็บไซต์ธุรกิจ สามารถส่งเสริมการตลาดได้อย่างยั่งยืนสำหรับพฤติกรรมของผู้บริโภคช่องทางหลักในกา...
16/03/2023

รู้หรือไม่.. บล็อก (Blog) บนเว็บไซต์ธุรกิจ สามารถส่งเสริมการตลาดได้อย่างยั่งยืน

สำหรับพฤติกรรมของผู้บริโภคช่องทางหลักในการรับรู้สินค้าและบริการต่างๆ คงหนีไม่พ้นโซเชียลมิเดียที่สามารถอัปเดตข้อมูลได้มหาศาลในแต่ละวัน แต่อย่าลืมว่าหากผู้บริโภคมีข้อสงสัยหรืออยากรู้อะไรก็ยังต้องกลับไปที่เว็บเสิร์ชเอ็นจิน (Search Engine)
การค้นหาของผู้บริโภคจึงเป็นที่มาของการมีหมวดบล็อก (Blog) ในเว็บไซต์ของธุรกิจต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นธนาคาร ธุรกิจขายเฟอร์นิเจอร์ ธุรกิจขายสัตว์เลี้ยง หรือธุรกิจอาหาร เนื่องจากบล็อกไม่ได้เพิ่มเพียงปริมาณการเข้าชมเว็บไซต์และโปรโมทสินค้าหรือบริการเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ ความไว้วางใจกับผู้ที่มีโอกาสจะมาเป็นลูกค้าในอนาคตอีกด้วย
ทำไมเว็บไซต์ของธุรกิจจึงควรมีหมวดบล็อก แล้วการมีบล็อกช่วยส่งเสริมธุรกิจอย่างไร ไปดูกันค่ะ
1.ส่งเสริม SEO เข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่
SEO (Search engine optimization) หรือกระบวนการเพิ่มปริมาณเข้าชมเว็บไซต์ไม่ใช่เรื่องใหม่แล้ว เพราะไม่ว่าธุรกิจของคุณจะขนาดเล็กหรือใหญ่ ข้อมูลพื้นฐานอย่าง ตำแหน่งที่ตั้ง เวลาทำการ ช่องทางติดต่อ ลูกค้าควรสามารถเข้าถึงได้อย่างรวดเร็ว
บล็อกเป็นตัวช่วยสำหรับ SEO ได้เป็นอย่างดี การสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่เชื่อมโยงกับธุรกิจของคุณเพื่อให้ผู้คนเข้ามาเยี่ยมชม ซึ่งนอกจากจะได้คำตอบหรือสิ่งที่ค้นหาแล้ว ยังรับรู้ถึงสินค้าและบริการของแบรนด์ ซึ่งมีโอกาสเปลี่ยนมาเป็นลูกค้าได้ในอนาคต
2.เปลี่ยนภาพลักษณ์ผู้เชี่ยวชาญและลูกค้านึกถึงเป็นสิ่งแรก
เมื่อเว็บไซต์ของธุรกิจมีหมวดบล็อกแล้วก็สามารถตั้งตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องเหล่านั้นได้ ไม่ว่าจะเป็นการเงิน การเลี้ยงสัตว์ หรือแม้แต่การออกกำลังกาย เช่น การอัปเดตเทรนด์การแต่งตัวหน้าหนาว เคล็ดลับการดูแลแมว เรื่องที่ต้องรู้ก่อนสร้างบ้าน ฯลฯ เมื่อผู้คนเข้ามาอ่านเนื้อหาในเว็บไซต์แล้ว และต้องการจับจ่ายใช้สอยในหมวดนั้นๆ ก็จะนึกถึงแบรนด์หรือธุรกิจของเราเป็นสิ่งแรก เนื่องจากได้รับความไว้วางใจและมีความเชี่ยวชาญในธุรกิจ
3.สร้างเนื้อหาที่แชร์ได้ไม่รู้จบ
อย่างที่รู้กันว่าโซเชียลมีเดียนั้นอัปเดตตลอดเวลา มีข้อมูลมากมายมหาศาล แต่ว่าทุกอย่างมาไวก็ไปไวเหมือนกัน ซึ่งแตกต่างกับการเสิร์ชเว็บบล็อก การที่ผู้คนยังคงสงสัยในคำถามเดิม อยากเรียนรู้เฉพาะเรื่อง หรือต้องการเคล็ดลับในเรื่องเหล่านั้นเป็นโอกาสของธุรกิจที่จะเข้าไปเติมความต้องการของลูกค้าอีกรูปแบบหนึ่ง
อีกทั้งยังเป็นเนื้อหาที่ไม่มีวันหมดอายุ คนสามารถเสิร์ชและค้นพบเมื่อไหร่ก็ได้ หากลองเสิร์ชความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงสัตว์จะพบว่าเนื้อหาเมื่อ 5-10 ปีที่แล้วก็ยังสามารถใช้ได้อยู่ หากมาลองคำนวณถึงจำนวนคนที่เข้าถึงข้อมูลนี้ก็คงมากตามไปด้วย
Cr. grit.technology

 #เคล็ดลับที่ธุรกิจอีคอมเมิร์ซควรรู้ กลยุทธ์เพิ่มไอคอน ‘ปุ่มซื้อ’ ยิ่งมาก ยิ่งกระตุ้นยอดขายเพิ่มหากถามถึงความต้องการของธ...
16/03/2023

#เคล็ดลับที่ธุรกิจอีคอมเมิร์ซควรรู้ กลยุทธ์เพิ่มไอคอน ‘ปุ่มซื้อ’ ยิ่งมาก ยิ่งกระตุ้นยอดขายเพิ่ม

หากถามถึงความต้องการของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ว่าพวกเขาต้องการอะไรจากผู้บริโภค คำตอบที่ได้รับแน่ๆ คงเป็นการปิดดีลขายที่ง่ายขึ้น ลูกค้าตัดสินใจควักเงินจ่ายเร็วขึ้น ไม่ใช่แค่การเข้ามาท่องเที่ยวชมหน้าร้านออนไลน์เท่านั้น จึงควรมีการกระตุ้นความอยากได้ ความต้องการซื้อของลูกค้า ด้วยการย้ำสิ่งหนึ่งบ่อยๆ เช่น การแสดงปุ่มซื้อบ่อยๆ หลายที่ในรูปแบบที่แตกต่างกัน จะช่วยให้ธุรกิจมีโอกาสปิดการขายได้ง่ายขึ้น
‘ Buy Button (ปุ่มซื้อของ)’ ปุ่มนี้เป็นขั้นตอนสำคัญที่สุดที่จะทำให้เราปิดการขายได้ ดังนั้น มันต้องไม่ซับซ้อน ง่ายที่จะเข้าใจ และมีกระบวนการที่รวดเร็ว ไม่ว่าปุ่มซื้อบนหน้าเว็บไซต์, แอปพลิเคชั่น หรือบนแพลตฟอร์มใด เราควรใช้คำที่หลากหลาย เช่น
ไอคอนตะกร้า
คลิก ‘buy’
คลิก ‘order’
คลิก ‘order now’
คลิก ‘get it’
ปุ่ม checkout
ขณะเดียวกัน ลูกค้าต้องง่ายในการหาปุ่มซื้อ – จ่ายเงิน – จัดส่ง ซึ่ง 3 ขั้นตอนนี้คือ ขั้นตอนพื้นฐานและควรมีกระบวนการสั้นกระชับ ข้อมูลการตรวจสอบแม่นยำแต่ใช้ข้อมูลน้อย ยิ่งกรอกข้อมูลเยอะเท่าไหร่ โอกาสที่ลูกค้าจะหลุดมือก็จะสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ทุกธุรกิจจะมีจุดแข็งจุดอ่อนที่ต่างกันออกไป ดังนั้นการลองปรับใช้กลยุทธ์นั้นๆ สำคัญมาก อย่างน้อยเราก็ได้ลองทำก่อนซึ่ง learning by doing ก็น่าว่าเหมาะกับยุคนี้เพราะความสนใจผู้บริโภคเปลี่ยนไปค่อนข้างเร็ว
Resources
Cr. grit.technology

GOOGLE CONSENT MODE คืออะไร ช่วยให้เข้าถึงข้อมูลลูกค้าได้อย่างไร ในยุคที่ทุกคนหันมาซื้อสินค้าออนไลน์ “ข้อมูล” ของลูกค้าเ...
16/03/2023

GOOGLE CONSENT MODE คืออะไร ช่วยให้เข้าถึงข้อมูลลูกค้าได้อย่างไร

ในยุคที่ทุกคนหันมาซื้อสินค้าออนไลน์ “ข้อมูล” ของลูกค้าเปรียบเสมือนขุมทรัพย์ล้ำค่า เพราะไม่เพียงนำไปวิเคราะห์ เพื่อออกแบบแผนการตลาดให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้น แต่ข้อมูลเหล่านี้ยังแสดงถึงผลลัพธ์จากการทำการตลาดที่ผ่านมาได้ด้วย โดยมีเครื่องมือชิ้นสำคัญอย่างคุกกี้ (Cookie Consent) ที่ใช้เก็บข้อมูลทางออนไลน์จากลูกค้านั่นเอง

แต่เมื่อเราอยู่ในยุคแห่ง Data Privacy ประกอบกับการบังคับใช้กฎหมาย PDPA หรือ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ทำให้ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถนำข้อมูลลูกค้าไปใช้ได้อย่างอิสระ การเข้าถึงข้อมูลในเว็บไซต์จึงจำเป็นต้องได้รับความยินยอมจากลูกค้าเสียก่อน โดยมักจะอยู่ในรูปแบบการกดยินยอม (Consent) เพื่อทำการจัดเก็บข้อมูลในแต่ละประเภทที่แตกต่างกัน

ด้วยเหตุนี้ Google จึงพยายามหาวิธีช่วยให้ผู้ประกอบการรักษาประสิทธิภาพทางการตลาดภายใต้ข้อจำกัดนี้ให้ได้มากที่สุด จึงเป็นที่มาของ Google Consent Mode เครื่องมือที่จะช่วยให้เจ้าของธุรกิจเข้าถึงข้อมูลลูกค้าได้แม้พวกเขาจะไม่ยินยอมเปิดเผยข้อมูลโดยตรง

แล้ว Google Consent Mode มีหลักการทำงานอย่างไร? และจะช่วยเปิดเผยข้อมูลลูกค้าโดยไม่ละเมิดข้อบังคับ PDPA ได้จริงหรือไม่ มารู้พร้อมกันในบทความนี้!



ทำความรู้จักกับคุกกี้ (COOKIE CONSENT) องค์ประกอบสำคัญของ GOOGLE CONSENT MODE

ก่อนจะไปเข้าเรื่อง Google Consent Mode เรามาทำความรู้จัก คุกกี้ (Cookie Consent) ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของเครื่องมือนี้กันก่อน

คุกกี้ (Cookie Consent) คือเครื่องมือขออนุญาตเก็บข้อมูลการใช้งานของลูกค้าที่เข้ามาในเว็บไซต์ เป็นทางเลือกที่ผู้ใช้งานจะอนุญาตหรือไม่กดยินยอมให้เก็บข้อมูลส่วนตัวก็ได้ โดยผู้ประกอบการหลาย ๆ คน มักใช้คุกกี้เพื่อประโยชน์ในการปรับปรุงประสิทธิภาพของเว็บไซต์และเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาด โดยข้อมูลที่เก็บไปนั้น จะนำไปวิเคราะห์ความสนใจของลูกค้า วางแผนกลยุทธ์ ทำ Re-Marketing และทำ Re-Targeting เพื่อให้สามารถสร้างแผนการตลาดที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพสูงสุด



GOOGLE CONSENT MODE คืออะไร?

Google Consent Mode คือเครื่องมือช่วยเก็บและแสดงผลข้อมูลของลูกค้าทั้งหมดที่เข้ามามีส่วนร่วมในเว็บไซต์ผ่านการขออนุญาตจากคุกกี้ ทั้งข้อมูลลูกค้าจากกลุ่ม “ที่กดยินยอม” และจากฝั่งกลุ่มที่ “ไม่กดยินยอม” ด้วย

โดย Google Consent Mode มีความน่าสนใจอยู่ตรงที่เครื่องมือนี้ สามารถประมวลและคำนวณข้อมูลที่มีอยู่ แล้วแสดงออกมาเป็นผลลัพธ์ข้อมูล Conversion ของลูกค้ากลุ่ม “ที่ไม่กดยินยอม” ในรูปแบบภาพรวมเชิงสถิติได้ ที่สำคัญข้อมูลที่เผยออกมายังไม่ละเมิดข้อบังคับความเป็นส่วนตัว PDPA อีกด้วย ทำให้ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการสามารถมองเห็นผลลัพธ์ด้าน Conversion ของลูกค้าทุกกลุ่ม เพื่อที่จะนำไปทำแผนการตลาดได้อย่างครบถ้วน และแม่นยำมากที่สุด

ในยุคที่มีการบังคับใช้กฎหมาย PDPA และลูกค้าให้ความสำคัญกับข้อมูลส่วนตัว นักการตลาดก็ควรวางแผนใช้เครื่องมือเก็บข้อมูลลูกค้าให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด เพื่อที่จะได้เข้าใจ Customer Journey ของพวกเขา เพื่อที่สุดท้ายแล้วจะสามารถกำหนดแผนการตลาดให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ต่อไปได้

Cr.primal

6 เทรนด์ MOBILE MARKETING 2023 อยากทำการตลาดบนมือถือต้องรู้!Mobile Marketing คือการที่แบรนด์ทำกิจกรรมหรือออกโฆษณาใด ๆ ที...
16/03/2023

6 เทรนด์ MOBILE MARKETING 2023 อยากทำการตลาดบนมือถือต้องรู้!

Mobile Marketing คือการที่แบรนด์ทำกิจกรรมหรือออกโฆษณาใด ๆ ที่ส่งเสริมสินค้าและบริการของตนเองผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ตโฟนหรือแม้แต่แท็บเล็ต โดยใช้ฟังก์ชันหรือฟีเจอร์ที่ทันสมัยในอุปกรณ์เคลื่อนที่นั้น ๆ เพื่อปรับแต่งแคมเปญการตลาดให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและเหมาะสมกับผู้ใช้งานแต่ละคน นอกจากนี้ Mobile Marketing ยังมีข้อดีที่ตอบโจทย์กับการทำการตลาดยุคนี้มากมาย เพราะสามารถวัดผลได้อย่างรวดเร็ว ใช้ต้นทุนต่ำ และที่สำคัญมีแนวโน้มที่จะได้รับความสนใจจากกลุ่มเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง

แต่เมื่อสมาร์ตโฟนถูกพัฒนาอยู่ตลอดเวลา การทำ Mobile Marketing จึงไม่เพียงต้องเข้าใจถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังต้องอัปเดตเทรนด์ใหม่ ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปทุกปี เพื่อให้แผนการโปรโมตเป็นไปอย่างแม่นยำและสามารถดึงดูดลูกค้าให้ได้มากที่สุด

ดังนั้น เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ทางการตลาดที่มีประสิทธิภาพมากสูงสุด เราจะพาคุณไปอัปเดต 10 กลยุทธ์ Mobile Marketing ในปี 2023 ที่นักการตลาดควรต้องรู้ ใครอยากรู้ว่าจะมีแนวโน้มไปในทิศทางไหน บทความนี้มีคำตอบ!

6 เทรนด์ Mobile Marketing ที่นักการตลาดต้องรู้!
1. หน้าจอเว็บไซต์ต้องรองรับการใช้งานผ่านสมาร์ตโฟนได้
2. พฤติกรรมการใช้งานสมาร์ตโฟนของกลุ่มเป้าหมายเป็นสิ่งสำคัญ
3. ความเร็วอินเทอร์เน็ต 5G
4. เทคโนโลยีเสมือนจริงและ Metaverse
5. การตลาดบนมือถือจะถูกขับเคลื่อนด้วย AI มากขึ้น
6. ฟีเจอร์ใหม่ ๆ จากแอปโซเชียลกำหนดทิศทางของ Mobile Marketing ได้
จะสังเกตได้ว่า หลาย ๆ เทรนด์ของ Mobile Marketing ปี 2023 ส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับการพัฒนาเทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิทัลโดยตรง ดังนั้น ผู้ประกอบการทุกคนจึงควรหมั่นอัปเดตเทรนด์ที่น่าสนใจ สร้างสรรค์คอนเทนต์ใหม่ ๆ ให้เหมาะกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงทำความเข้าใจพฤติกรรมการใช้มือถือของพวกเขาอย่างลึกซึ้ง เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้การทำ Mobile Marketing มีประสิทธิภาพและให้ผลลัพธ์ทางการตลาดตามที่ตั้งเป้าไว้ได้แล้ว

Cr.primal

ถ้าจะเปิดร้านขายสินค้าใน IG สามารถขายสินค้าประเภทไหนได้บ้าง?หลายคนที่คิดอยากขายของออนไลน์ถาม DIGITORY เกี่ยวกับการขายของ...
15/03/2023

ถ้าจะเปิดร้านขายสินค้าใน IG สามารถขายสินค้าประเภทไหนได้บ้าง?

หลายคนที่คิดอยากขายของออนไลน์ถาม DIGITORY เกี่ยวกับการขายของใน IG กันเยอะมาก หากจะเปิดร้านขายสินค้าออนไลน์ใน IG สามารถขายสินค้าประเภทไหนได้บ้าง?

Instagram เป็น Social Media ที่ถูกออกแบบมาเพื่อโชว์รูปภาพและวิดีโอ ดังนั้นจึงเหมาะกับสินค้าที่สามารถแสดงไลฟ์สไตล์ผ่านภาพหรือวีดีโอได้ โดยสินค้าที่เหมาะกับการขายบน Instagram ได้แก่ สินค้าประเภทแฟนชั่น เช่น เสื้อผ้า เครื่องประดับ อาหาร ขนม ทั้งนี้ ในความจริงแล้วธุรกิจอีกหลายประเภทก็สามารถทำการตลาดบน Instagram ได้ เพียงแต่ต้องปรับคอนเทนต์ที่จะนำเสนอให้เหมาะสมกับ Instagram โดยรูปภาพต้องสวย วีดีโอต้องแสดงถึงจุดเด่น เพื่อดึงดูดความสนใจผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์มนี้ เช่น ร้านกาแฟ สามารถเปิด Instagram ไว้นำเสนอเมนูแนะนำ เมนูขายดีของร้าน หรือใช้เป็นช่องทางโพสต์ภาพร้านในมุมต่างๆ ได้ หรือ ร้านเครื่องสำอาง สามารถใช้ Instagram ในการนำเสนอสินค้าใหม่ๆ โชว์ลุคการแต่งหน้าที่ใช้จากสินค้าของแบรนด์ เป็นต้น ดังนั้น ก่อนจะขายสินค้าบน IG ต้องวางแผนการนำเสนอคอนเทนต์ให้ดี เน้นรูปภาพที่สวยงามและสื่อถึงไลฟ์สไตล์ได้ดี

Cr.digitorystyle.

 #แชร์เทคนิคตั้งค่าข้อความอัตโนมัติ หมดปัญหาตอบแชทลูกค้าไม่ทันเชื่อว่าหลายคนที่ขายของออนไลน์บนเฟซบุ๊กคงประสบกับปัญหาตอบล...
15/03/2023

#แชร์เทคนิคตั้งค่าข้อความอัตโนมัติ หมดปัญหาตอบแชทลูกค้าไม่ทัน

เชื่อว่าหลายคนที่ขายของออนไลน์บนเฟซบุ๊กคงประสบกับปัญหาตอบลูกค้าไม่เร็วทันใจ เพราะในบางครั้งลูกค้าก็ทักมาสอบถามข้อมูลต่างๆ นอกเวลาทำงาน หรือในช่วงเวลาที่เราพักผ่อนอยู่ ยิ่งช่วงโปรโมชันต่างๆ ยิ่งหัวหมุนกันใหญ่ เพราะมีลูกค้าทักเข้ามาพร้อมๆ กันเป็นจำนวนมาก แน่นอนว่า การปล่อยให้ลูกค้ารอนานๆ นั้นอาจทำให้ลูกค้าเปลี่ยนใจไม่ซื้อสินค้ากับร้านเรา แล้วไปเลือกซื้อกับร้านที่ตอบแชทได้เร็วทันกับความต้องการ ณ ตอนนั้นมากกว่าก็ได้ แต่การจะเฝ้าหน้าจอรอตอบคำถามลูกค้าอย่างเดียวก็ไม่สามารถทำได้เช่นกัน เพราะเราก็ต้องจัดการงานส่วนอื่นๆ ปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการตั้งค่าข้อความตอบกลับอัตโนมัติ (Automated Responses) ซึ่งเราสามารถตั้งค่าได้หลากหลายและละเอียดมากขึ้นกว่าเดิม ด้วยฟังก์ชันที่หลากหลายมากขึ้น วันนี้ DIGITORY มาแนะนำฟังก์ชันที่น่าสนใจพร้อมแชร์เทคนิคสำหรับการตั้งค่าอัตโนมัติให้ทุกคนได้ลองทำตามกันได้แบบง่าย สำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์คนไหนที่ยังไม่ได้ตั้งค่าข้อความตอบกลับอัตโนมัติ หรือยังทำไม่เป็นก็ตามไปดูได้เลยค่ะ อันดับแรก เปิดหน้าเพจของเราที่เชื่อมกับ Business Manager แล้วคลิกที่เมนู Inbox หรือ กล่องข้อความ ที่แถบด้านบน เพื่อเข้าสู่หน้าการตั้งค่าข้อความตอบกลับอัตโนมัติ

เมื่อเข้ามาแล้วให้คลิกที่เมนู Automated Responses จะปรากฏหน้าดังภาพด้านล่าง ซึ่งจะมีหมวดหมู่ในการตั้งข้อความตอบกลับอัตโนมัติมากมาย ซึ่งหมวดหมู่ที่น่าสนใจและเราแนะนำให้ทุกคนใช้มีอะไรบ้าง ตามไปดูกันต่อเลยค่ะ

Away Message (ข้อความระบุว่าไม่อยู่)
ในหมวดนี้เป็นการตั้งค่าข้อความตอบกลับตามเวลาทำการที่เรากำหนด ซึ่งเราสามารถเข้าไปกำหนดวันและเวลาทำการของเพจได้ โดยหากมีลูกค้าทักมานอกเวลาทำการของเพจ ข้อความที่ตั้งไว้ก็จะตอบกลับอัตโนมัติทันที โดยเราสามารถตั้งค่าชื่อลูกค้าในข้อความได้ พร้อมออกแบบข้อความได้ตามต้องการ Instant Reply (ข้อความอัตโนมัติ)
ในหมวด Instant Reply จะเป็นการตั้งค่าข้อความตอบกลับอัตโนมัติในลักษณะตอบกลับทันทีที่มีลูกค้าพิมพ์ข้อความเข้ามาในแชทข้อความของเพจ ซึ่งเราก็สามารถออกแบบข้อความได้เช่นกันว่าต้องการตอบกลับด้วยข้อความลักษณะไหน และสามารถกำหนดให้มีชื่อของลูกค้าปรากฎในข้อความได้ด้วย Frequently Asked Questions (คำถามที่พบบ่อย)

สำหรับหมวด Frequently Asked Questions นั้น เราสามารถจัดหมวดหมู่คำถามที่ลูกค้าสอบถามเข้ามาในลักษณะที่เหมือนหรือใกล้เคียงได้ โดยทำเป็นตัวเลือกให้ลูกค้าคลิก แล้วคำตอบที่เราตั้งค่าไว้ก็จะเด้งกลับไปอัตโนมัติเมื่อมีลูกค้าคลิกที่คำถามนั้นๆ ซึ่งเราสามารถใส่รูปภาพและลิงก์ ต่างๆ ไว้ในข้อความคำตอบนั้นได้ด้วย Page Recommended (แนะนำเพจแล้ว)

สำหรับ Page Recommended เหมาะ่สำหรับการรักษาฐานลูกค้า โดยเราสามารถกำหนดให้ข้อความตอบกลับอัตโนมัติไปถึงลูกค้าที่เข้ามารีวิวเพจเรา โดยอาจตั้งเป็นข้อความส่วนลดสำหรับการซื้อสินค้าหรือบริการครั้งต่อไปได้ เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกพิเศษ และกระตุ้นให้เกิดความต้องการซื้อสินค้าได้อีกด้วย ซึ่งเทคนิคง่ายๆ ในการใช้ฟังก์ชันข้อความตอบกลับอัตโนมัติ คือ การเลือกประเภทข้อความตอบกลับให้ตรงกับวัตถุประสงค์ของเราและสอดคล้องกับความต้องการของลูกค้ามากที่สุด เช่น หากพบว่าคำถามที่ลูกค้าถามเข้ามาบ่อยๆ คล้ายๆ กัน ก็จัดหมวดหมู่คำถามแล้วรวมคำตอบไว้ด้วยกันในหมวด Frequently Asked Questions โดยให้ลูกค้าคลิกที่คำถามแล้วคำตอบที่เราตั้งค่าไว้ก็จะตอบกลับไปทันที หรือหากเพจเรามีแอดมินนั่งทำงานเวลา 8.00-17.00 น. ก็เลือกหมวด Away Message เพื่อให้ลูกค้ารู้ว่าขณะนี้อยู่นอกเวลาทำการ และแอดมินจะกลับมาตอบคำถามในเวลาทำการอีกครั้ง อีกเทคนิคในการตั้งค่าข้อความตอบกลับอัตโนมัติคือ การเรียบเรียงประโยคให้สวยงามและเหมาะสม ไม่ดูเป็น Chat bot โดยเลือกใช้คำที่สุภาพและเหมือนคำพูดขณะสนทนา เพื่อให้การอ่านข้อความไม่รู้สึกเหมือนการคุยกับหุ่นยนต์

Cr.digitorystyle.

ที่อยู่

มหาวิทยาาลัยพะเยา
Phayao
56000

เบอร์โทรศัพท์

+66917452409

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Hacker Marketingผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Hacker Marketing:

แชร์