โรงเรียนวิถีพุทธ

โรงเรียนวิถีพุทธ #โรงเรียนวิถีพุทธ
#การศึกษาตามแนววิถีพุทธ
#การศึกษาเพื่อความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์

โรงเรียนวิถีพุทธ หมายถึงโรงเรียนในวิถีแห่งปัญญา ที่พัฒนาอย่างบูรณาการในระบบแห่ง ไตรสิกขา สู่ความเป็นพุทธ ผู้เข้าถึงธรรม ทำให้เป็นอิสระ โดยมีชีวิตที่ดี เจริญงอกงามมีความสุขจริงแท้และอยู่ร่วมสังคมอย่างสร้างสรรค์เกื้อกูล สามารถนำโลกไปในวิถีที่ถูกต้อง ตามหลักแห่งวิถีแห่งธรรม( ป. อ. ปยุตโต)
ความเป็นมา เนื่องจากการประชุมเรื่องหลักสูตรใหม่ เด็กไทยพัฒนา เมื่อวันที่ ๒๕

ธันวาคม ๒๕๔๕ ณ สถาบันราชภัฏสวนดุสิต ศ.ดร. ชัยอนันต์ สมุทรวณิช เสนอให้มีการนำหลักธรรมคำสอนพระพุทธศาสนามาบูรณาการการบริหารจัดการในโรงเรียนซึ่งที่ประชุม เห็นชอบ กระทรวงศึกษาธิการ จึงเริ่มรับสมัครโรงเรียนที่สนใจ และจัดให้มีการปฐมนิเทศ เพื่อให้ผู้บริหารโรงเรียนและครูผู้สอนได้เข้าใจ แนวทางการดำเนินงานโรงเรียนวิถีพุทธ
จากที่ผู้บริหารโรงเรียน ซึ่งส่วนใหญ่สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความสนใจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สพฐ.จึงให้มี "ผู้รับผิดชอบโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ" ในทุก สพท. ต่อจากนั้นจึงได้ประชาสัมพันธ์ให้ สพท. รับสมัคร และจัดปฐมนิเทศ โรงเรียนวิถีพุทธ ในแต่ละ สพท.เอง ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ๒๕๔๖ เป็นต้นมา ขณะนี้ ธันวาคม ๒๕๕๖ มีโรงเรียนสมัครเข้าร่วมโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ ประมาณ ๑๘,๕๗๗ โรงเรียน
ที่ปรึกษาโครงการ โรงเรียนวิถีพุทธทำงานภายใต้คำปรึกษาของพระเถระผู้ใหญ่ อาทิ พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตโต) วัดญาณเวศกวัน พระพรหมบัณฑิต อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พระเทพวิสุทธิกวี มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย และมหาเถรสมาคมมี มติครั้งที่ ๑๓/๒๕๔๗ มติที่ ๒๐๗ ให้พระสังฆาธิการสนับสนุนการดำเนินงานโรงเรียนวิถีพุทธ

12/05/2026

ทุกวันนี้ โลกหมุนเร็วกว่าเดิมมาก
เพียงตื่นเช้ามาเปิดโทรศัพท์มือถือ
เราก็เห็นเรื่องราวของผู้คนเต็มหน้าจอ

ใครผิด
ใครถูก
ใครดราม่า
ใครน่าตำหนิ
ใครควรถูกประณาม

สังคมยุคปัจจุบัน กลายเป็นสังคมที่ “ตัดสินกันเร็ว”
เพียงเห็นคลิปไม่กี่วินาที
อ่านข้อความไม่กี่บรรทัด
หลายคนก็พร้อมวิจารณ์ พร้อมด่า พร้อมซ้ำเติมทันที

บางคนใช้เวลาเป็นชั่วโมงนั่งจับผิดคนอื่นในโลกออนไลน์
แต่กลับไม่มีเวลาสักนาที
ที่จะย้อนกลับมาดูใจของตนเอง

เรารู้ข่าวของคนทั้งประเทศ
แต่ไม่รู้เลยว่าใจตัวเองกำลังเต็มไปด้วยอะไร

เต็มไปด้วยความโกรธหรือไม่
เต็มไปด้วยอคติหรือเปล่า
เต็มไปด้วยความอิจฉาริษยาหรือไม่

โลกออนไลน์ทุกวันนี้
ทำให้คนจำนวนมากเก่งเรื่อง “มองคนอื่น”
แต่กลับอ่อนแอเรื่อง “มองตนเอง”

บางคนพิมพ์ด่าคนอื่นว่าไร้ศีลธรรม
ทั้งที่คำพูดของตนเต็มไปด้วยความรุนแรง

บางคนเรียกร้องให้สังคมดีขึ้น
แต่กลับเริ่มต้นด้วยการเกลียดชังผู้อื่น

บางคนอยากเปลี่ยนโลก
แต่ไม่เคยเปลี่ยนนิสัยของตนเองเลย

พระพุทธเจ้าจึงทรงสอนหลักธรรมที่ใช้ได้ทุกยุคทุกสมัยว่า

“อย่ามัวเพ่งโทษผู้อื่น
แต่จงหันกลับมาดูใจของตนเอง”

เพราะการพัฒนาสังคมที่แท้จริง
ไม่ได้เริ่มจากการจับผิดคนอื่น
แต่เริ่มจากการฝึกใจของเราให้ดีขึ้น

ถ้าทุกคนเอาเวลาที่ใช้ตำหนิคนอื่น
กลับมาปรับปรุงกาย วาจา ใจ ของตนเอง
โลกจะสงบขึ้นมากกว่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

ดังนั้น บทความนี้
จึงไม่ได้ต้องการให้เราเกลียดใคร
หรือตัดสินใคร

แต่ต้องการชวนทุกคน
หันกลับมาสำรวจ “บ้านในใจของตนเอง”

ก่อนที่เราจะเสียเวลาทั้งชีวิต
ไปกับการกวาดบ้านของคนอื่น
ทั้งที่บ้านของตน
ยังเต็มไปด้วยฝุ่นแห่งกิเลสโดยไม่รู้ตัว

เมื่อคืนวันหนึ่ง มีชายคนหนึ่งถือโคมไฟเดินผ่านหมู่บ้าน
เขามองเห็นบ้านของชาวบ้านแต่ละหลัง แล้วก็พูดตำหนิไปเรื่อย

“บ้านนี้รกเหลือเกิน”
“บ้านนั้นสกปรกจริง ๆ”
“คนนั้นไม่รู้จักเก็บกวาด”
“บ้านนี้ไม่น่าอยู่เลย”

เขาพูดไปด้วยความรู้สึกว่าตนเองเหนือกว่า
จนกระทั่งมีเด็กคนหนึ่งถามขึ้นว่า

“ลุงครับ แล้วบ้านลุงสะอาดไหม”

ชายคนนั้นนิ่งไปครู่หนึ่ง
ก่อนจะรีบเดินกลับบ้าน

พอเปิดประตูเข้าไป เขากลับพบว่า
บ้านของตนเต็มไปด้วยฝุ่น หยากไย่ ข้าวของกระจัดกระจาย
มีกลิ่นเหม็นอับจนแทบทนไม่ได้

เขาใช้เวลาเที่ยวตำหนิบ้านคนอื่น
แต่กลับไม่เคยดูบ้านของตนเองเลย

เรื่องนี้ก็เหมือนชีวิตของคนเราในปัจจุบัน
เรามักใช้สายตาไปจับผิดผู้อื่น
เห็นความผิดของคนอื่นชัดเจนราวกับเอาแว่นขยายส่อง
แต่พอเป็นความผิดของตนเอง
กลับมองไม่เห็น หรือมองข้ามไปเสมอ

พระพุทธเจ้าจึงตรัสสอนไว้ว่า

“บุคคลย่อมเห็นโทษของผู้อื่นได้ง่าย
แต่เห็นโทษของตนได้ยาก”

คนเรามักเที่ยวโปรยความผิดของคนอื่นไว้เหมือนโปรยแกลบ
แต่กลับปกปิดความผิดของตนเองไว้
เหมือนพรานนกซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้

นี่คือธรรมชาติของกิเลส
ที่ทำให้คนหลงคิดว่าตนเองดีอยู่แล้ว
จึงเอาแต่เพ่งโทษผู้อื่น

ในโลกปัจจุบันยิ่งเห็นชัด
บางคนใช้เวลาทั้งวันนั่งวิจารณ์คนอื่นในโทรศัพท์
ด่าคนนั้น ด่าคนนี้
ตำหนินักการเมือง
ตำหนิพระ
ตำหนิโรงเรียน
ตำหนิพ่อแม่
ตำหนิสังคม

แต่ไม่เคยย้อนถามตนเองเลยว่า

“แล้วเราดีพอหรือยัง”

บางคนด่าคนอื่นว่าโกหก
แต่ตนเองยังพูดไม่จริงอยู่ทุกวัน

บางคนตำหนิคนอื่นว่าเห็นแก่ตัว
แต่ตนเองยังเอาเปรียบผู้อื่นอยู่เสมอ

บางคนด่าคนอื่นว่าไม่มีศีลธรรม
แต่ตนเองยังปล่อยใจให้เต็มไปด้วยความอาฆาตริษยา

นี่จึงเป็นเหตุให้โลกวุ่นวาย
เพราะทุกคนมัวแต่มองออกไปข้างนอก
แต่ไม่มีใครมองเข้ามาข้างในใจตนเอง

พระพุทธเจ้าจึงทรงสอนว่า
แทนที่จะเสียเวลาไปจับผิดคนอื่น
ให้หันกลับมาสำรวจตนเองก่อน

กายของเราสะอาดหรือยัง
วาจาของเราสุภาพหรือยัง
ใจของเราสงบหรือยัง

เพราะต้นเหตุของความทุกข์
ไม่ได้อยู่ที่คนอื่นเสมอไป
แต่อยู่ที่ใจของเรานั่นเอง

# # ชาดกประกอบเรื่อง — ลิงจับผิดช้าง

ในอดีตกาล มีลิงตัวหนึ่งอาศัยอยู่ในป่า
มันเป็นลิงช่างพูด ชอบวิจารณ์สัตว์อื่นไปทั่ว

เห็นกวางเดินช้า ก็หัวเราะ
เห็นหมีตัวใหญ่ ก็ว่าอ้วนเทอะทะ
เห็นนกบินต่ำ ก็ว่าบินไม่สวย

วันหนึ่ง มันเห็นช้างตัวหนึ่งเดินผ่านมา
ช้างนั้นเป็นสัตว์ใหญ่ สงบ สุขุม ไม่เคยหาเรื่องใคร

แต่ลิงกลับหัวเราะเยาะว่า

“ตัวใหญ่เทอะทะ เดินก็ช้า งวงก็ยาวน่าเกลียด”

ช้างไม่ได้โกรธ
เพียงแต่พูดเบา ๆ ว่า

“เจ้ามัวแต่มองข้อเสียของคนอื่น
เคยเห็นหางสกปรกของตัวเองหรือยัง”

ลิงได้ยินก็โกรธ รีบเถียงกลับ
แต่พอกระโดดลงจากต้นไม้
หางของมันกลับไปติดยางไม้และโคลนสกปรกเต็มไปหมด
สัตว์ทั้งป่าหัวเราะกันหมด

วันนั้น ลิงจึงรู้ว่า
คนที่ชอบจับผิดผู้อื่น
มักลืมดูข้อบกพร่องของตนเอง

นิทานนี้สอนว่า
ผู้มีปัญญา ย่อมไม่มัวเสียเวลาเพ่งโทษผู้อื่น
แต่จะหมั่นแก้ไขตนเองอยู่เสมอ

เปรียบเหมือนคนกวาดบ้าน
ถ้าเอาแต่กวาดหน้าบ้านคนอื่น
บ้านตนเองก็ย่อมสกปรกวันยังค่ำ

ชีวิตของเราก็เช่นเดียวกัน

ถ้าอยากให้ชีวิตดี
อย่าเริ่มต้นที่การเปลี่ยนคนอื่น
แต่ให้เริ่มต้นที่ใจของตนเอง

ถ้าอยากให้โลกสงบ
ต้องเริ่มจากใจเราสงบก่อน

ถ้าอยากให้คนอื่นพูดดี
เราต้องพูดดีให้ได้ก่อน

ถ้าอยากให้คนอื่นมีเมตตา
เราต้องมีเมตตาก่อน

เพราะการสอนคนที่ดีที่สุด
ไม่ใช่การพูด
แต่คือการทำให้ดู

พระพุทธเจ้าทรงเป็นตัวอย่างสูงสุด
พระองค์ไม่เคยมัวตำหนิโลก
แต่ทรงเริ่มจากการฝึกพระองค์เอง
จนจิตบริสุทธิ์
แล้วจึงนำแสงสว่างมาสู่โลก

ดังนั้น
ก่อนจะมองว่าคนอื่นผิดตรงไหน
ลองถามใจตนเองก่อนว่า

“วันนี้เราทำความดีครบหรือยัง”

กาย — เราเบียดเบียนใครไหม
วาจา — เราพูดทำร้ายใครหรือเปล่า
ใจ — เรายังโกรธ ยังอิจฉา ยังพยาบาทอยู่ไหม

ถ้าทุกคนหันมาดูใจตนเองมากขึ้น
โลกจะมีคนจับผิดน้อยลง
แต่จะมีคนแก้ไขตนเองมากขึ้น

บ้านเมืองจะสงบขึ้น
ครอบครัวจะอบอุ่นขึ้น
สังคมจะน่าอยู่ขึ้น

เพราะความสะอาดที่สำคัญที่สุด
ไม่ใช่แค่ความสะอาดของบ้าน
แต่คือความสะอาดของใจ

และคนที่จะกวาดใจของเราได้
ก็คือตัวเราเองเท่านั้น

อีกประการหนึ่งที่น่าคิดก็คือ
คนที่มัวแต่มองความผิดคนอื่น
ใจของเขามักไม่มีความสุข

เพราะการจับผิดคนอื่นอยู่ตลอดเวลา
เปรียบเหมือนคนที่คอยแบกถุงขยะเดินไปทุกที่
เห็นใครทำอะไร ก็เก็บเอาความไม่พอใจใส่ใจตนเอง
สุดท้ายใจจึงหนัก อึดอัด และร้อนรุ่มอยู่เสมอ

บางคนตื่นเช้ามา
ยังไม่ทันได้ทำความดีอะไร
ก็เปิดโทรศัพท์ดูข่าว
แล้วเริ่มโกรธคนนั้น เกลียดคนนี้ วิจารณ์คนโน้น

ทั้งวันหมดไปกับการเสพความผิดของคนอื่น
จนลืมเติมความดีให้ใจของตนเอง

ยิ่งมองโลกในแง่ร้ายมากเท่าไร
ใจก็ยิ่งเศร้าหมองมากเท่านั้น

พระพุทธเจ้าจึงสอนให้ “ย้อนดูตน”
เพราะการย้อนดูตนเอง
ไม่ใช่เพื่อโทษตัวเอง
แต่เพื่อแก้ไขตัวเอง

เหมือนช่างไม้ที่ต้องขัดไม้ของตนให้เรียบก่อน
จึงจะสร้างบ้านที่งดงามได้

ถ้าใจของเรายังหยาบ
พูดจารุนแรง
อารมณ์ร้อน
เห็นแก่ตัว
ต่อให้เราพูดธรรมะเก่งแค่ไหน
คนก็ไม่ศรัทธา

แต่ถ้าใจเราสะอาด
มีเมตตา
อ่อนโยน
ซื่อสัตย์
แม้พูดเพียงไม่กี่คำ
คนก็สัมผัสได้ถึงความดี

# # นิทานประกอบ — พระอาจารย์กับขันน้ำขุ่น

มีลูกศิษย์คนหนึ่ง มักชอบไปฟ้องพระอาจารย์ว่า

“องค์นั้นพูดไม่ดี”
“องค์นี้ขี้เกียจ”
“คนนั้นปฏิบัติไม่เรียบร้อย”

ฟ้องทุกวัน จนพระอาจารย์ยิ้มแล้วถามว่า

“ก่อนมาที่นี่ เจ้าได้ส่องกระจกหรือยัง”

ลูกศิษย์ตอบว่า
“ส่องแล้วขอรับ”

พระอาจารย์จึงหยิบขันน้ำใบหนึ่งขึ้นมา
แล้วใช้ไม้คนดินโคลนในขันจนขุ่นไปหมด

จากนั้นถามว่า

“เจ้าเห็นเงาหน้าตัวเองไหม”

ลูกศิษย์ตอบว่า
“ไม่เห็นขอรับ น้ำมันขุ่น”

พระอาจารย์จึงกล่าวว่า

“ใจคนก็เหมือนกัน
ถ้าเต็มไปด้วยอคติและการจับผิด
ย่อมมองไม่เห็นความจริง
แม้แต่ความผิดของตนเองก็ไม่เห็น”

แล้วพระอาจารย์วางขันน้ำนั้นไว้เฉย ๆ
ไม่นาน ดินโคลนก็ค่อย ๆ นอนก้น
น้ำเริ่มใสขึ้น

พระอาจารย์จึงพูดต่อว่า

“ถ้าใจสงบ มีสติ
เราจะมองเห็นตัวเองชัดขึ้น
และเมื่อเห็นตัวเองชัด
เราจะไม่มัวเสียเวลาไปจับผิดคนอื่น”

ลูกศิษย์คนนั้นจึงได้สติ
ตั้งแต่นั้นมาก็หันกลับมาฝึกตนเองมากขึ้น

นี่คือหลักธรรมสำคัญในพระพุทธศาสนา
คือการ “ชนะตนเอง”

พระพุทธเจ้าตรัสว่า
“ชนะคนอื่นพันครั้ง
ก็ยังไม่ประเสริฐเท่าชนะใจตนเองเพียงครั้งเดียว”

เพราะคนที่ชนะคนอื่น
อาจชนะได้ด้วยกำลัง
ด้วยคำพูด
ด้วยอำนาจ

แต่คนที่ชนะใจตนเองได้
ต้องใช้สติ ใช้ปัญญา และใช้ความอดทนอย่างยิ่ง

ต้องชนะความโกรธ
ชนะความอิจฉา
ชนะความหลงตน
ชนะนิสัยชอบจับผิดผู้อื่น

คนที่ฝึกได้เช่นนี้
แม้อยู่ท่ามกลางโลกที่วุ่นวาย
ใจก็ยังสงบได้

ในครอบครัวก็เช่นกัน
หลายบ้านแตกแยก
ไม่ใช่เพราะไม่มีเงิน
แต่เพราะทุกคนเอาแต่จับผิดกัน

สามีจับผิดภรรยา
ภรรยาจับผิดสามี
พ่อแม่จับผิดลูก
ลูกจับผิดพ่อแม่

ไม่มีใครยอมปรับปรุงตนเองก่อน

แต่ถ้าทุกคนเริ่มจากถามตนเองว่า

“เราควรแก้ไขอะไร”

คำพูดในบ้านจะอ่อนโยนขึ้น
ความโกรธจะลดลง
ความเข้าใจกันจะมากขึ้น

สังคมก็เหมือนกัน
ถ้าคนมัวแต่โทษกันไปมา
บ้านเมืองไม่มีวันสงบ

แต่ถ้าทุกคนเริ่มทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด
ครูทำหน้าที่ครูให้ดี
นักเรียนทำหน้าที่นักเรียนให้ดี
พ่อแม่ทำหน้าที่พ่อแม่ให้ดี
พระทำหน้าที่พระให้ดี
สังคมก็จะค่อย ๆ ดีขึ้นเอง

เพราะการเปลี่ยนโลก
เริ่มจากการเปลี่ยนใจตนเอง

# # สรุปส่งท้าย

ดังนั้น
ก่อนจะมองว่าคนอื่นผิด
จงย้อนมองใจตนเองก่อนเสมอ

ก่อนจะตำหนิคนอื่นว่าไม่ดี
จงถามตนเองว่า
วันนี้เราดีพอหรือยัง

บ้านของคนอื่นจะสะอาดหรือสกปรกเพียงใด
ไม่สำคัญเท่ากับบ้านในใจของเรา

ถ้าใจเรายังเต็มไปด้วยความโกรธ
ความอิจฉา
ความหลงผิด
ต่อให้โลกภายนอกดีเพียงใด
เราก็ไม่มีความสุข

แต่ถ้าใจเราสะอาด
มีเมตตา
มีสติ
รู้จักแก้ไขตนเองอยู่เสมอ
แม้โลกจะวุ่นวายเพียงใด
ใจเราก็ยังสงบได้

จงหมั่นกวาดบ้านในใจของตนทุกวัน
กวาดความโกรธออกไป
กวาดอคติออกไป
กวาดนิสัยชอบจับผิดออกไป

แล้วเติมเมตตาเข้าไป
เติมความดีเข้าไป
เติมสติเข้าไป

เมื่อใจสะอาด
ชีวิตก็จะสว่าง

และคนที่ทำโลกให้น่าอยู่ที่สุด
ไม่ใช่คนที่เก่งจับผิดผู้อื่น
แต่คือคนที่หมั่นปรับปรุงตนเองอยู่ทุกวัน

เพราะแสงสว่างของโลก
เริ่มต้นจากแสงสว่างในใจของเราเอง

ประมวลภาพ  #ศึกษานิเทศก์ รับใบประกาศ  #โครงการโรงเรียนวิถีพุทธ #วันมาฆบูชา๒๕๖๙วันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ณ มหาวิทยาลัยมหาจ...
03/03/2026

ประมวลภาพ #ศึกษานิเทศก์ รับใบประกาศ #โครงการโรงเรียนวิถีพุทธ
#วันมาฆบูชา๒๕๖๙
วันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
ณ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มจร.วังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
สำนักงานพระสอนศีลธรรม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
กลุ่ม "โรงเรียนวิถีพุทธ"
โรงเรียนวิถีพุทธ

01/03/2026
สพฐ.แต่งผอ.สำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษาดร.พีรานุช ไชยพิเดช ผู้อำนวยการโรงเรียนพญาไทเนื่องในโอกาสได้รับการแต่งตั้งให้...
27/02/2026

สพฐ.แต่งผอ.สำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา

ดร.พีรานุช ไชยพิเดช ผู้อำนวยการโรงเรียนพญาไท
เนื่องในโอกาสได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

ขอเชิญผู้บริหาร ครู เข้าร่วมสัมมนา"ถอดรหัสความสำเร็จโรงเรียนวิถีพุทธพระราชทาน รุ่นที่ ๖"จากต้นแบบสู่การเป็น facilitator ...
24/02/2026

ขอเชิญผู้บริหาร ครู เข้าร่วมสัมมนา
"ถอดรหัสความสำเร็จโรงเรียนวิถีพุทธพระราชทาน รุ่นที่ ๖"
จากต้นแบบสู่การเป็น facilitator
วันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
เวลา ๑๒.๓๐ น.
ผ่านระบบ zoom meeting

@แฟนตัวยง #โรงเรียนวิถีพุทธ

ปาฏิหารไม่มีจริง🥹🙏🏻 3.00 น. 12/2/69  ผอ.ศศิพัชร สินสโมสร ผอ.รร.พะตงประธานคีรีวัฒน์ ที่ยอมสละตนเองเป็นตัวประกันแทนเด็กนัก...
12/02/2026

ปาฏิหารไม่มีจริง🥹🙏🏻

3.00 น. 12/2/69 ผอ.ศศิพัชร สินสโมสร ผอ.รร.พะตงประธานคีรีวัฒน์ ที่ยอมสละตนเองเป็นตัวประกันแทนเด็กนักเรียน จนถูกยิv อาการสาหัส ได้เสียชีวิตแล้ว

ขอแสดงความเสียใจ และร่วมไว้อาลัยกับความสูญเสียในครั้งนี้ค่ะ
#ผู้เสียสละเพื่อเด็กๆที่แท้จริง
🙏🏻🙏🏻🙏🏻😢😢😢😭😭😭
#โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์

💞เป็นกำลังใจให้นางศศิพัชร สินสโมสร ผอ.โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์เหตุกราดยิง ภายใยโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์นางศศิพัชร ...
11/02/2026

💞เป็นกำลังใจให้
นางศศิพัชร สินสโมสร ผอ.โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์
เหตุกราดยิง ภายใยโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์
นางศศิพัชร สินสโมสร ผอ.โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ท่านคือคนที่ยอมเสี่ยงชีวิตโดยขอเป็นตัวประกันแทนเหล่านักเรียนจนตัวเองได้รับบาดเจ็บจากการถูกยิv จากเหตุคนร้ายบุกจับตัวประกันในโรงเรียน

ต่อมาเฟซบุ๊กเพจสถานีตำรวจภูธรเมืองสงขลาได้โพสต์ขอรับบริจาคเลือdให้กับ ผอ.ศศิพัชร โดยระบุว่า “สภ.เมืองสงขลาขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธา ร่วมบริจาคโลหิตให้แก่..นางศศิพัชร สินสโมสร ผอ.โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ผู้บาดเจ็บ ณ โรงพยาบาลหาดใหญ่“

และล่าสุดทางเฟซบุ๊ก Darawan Chaisuwan ได้มีการอัพเดทว่า ทางทีมแพทย์ได้ทำการผ่าตัดให้ ผอ.จนอาการปลอดภัยแล้ว แต่ยังรอพักฟื้นและสังเกตอาการทุกชั่วโมง ขณะที่เด็กนักเรียนเองก็ปลอดภัยเช่นกัน

ท่านเป็นครูด้วยหัวใจจริง ๆ
#ขอให้ท่านแข็งแรง 🙏🏻♥️

18/12/2025
18/12/2025
ประกาศผลการคัดเลือกเป็นโรงเรียนวิถีพุทธชั้นนำ รุ่นที่ ๑๖ ปีพุทธศักราช ๒๕๖๘๑๗ ธันวาคม ๒๕๖๘เรื่อง ผลการคัดเลือกโรงเรียนวิถ...
17/12/2025

ประกาศผลการคัดเลือกเป็นโรงเรียนวิถีพุทธชั้นนำ รุ่นที่ ๑๖
ปีพุทธศักราช ๒๕๖๘
๑๗ ธันวาคม ๒๕๖๘

เรื่อง ผลการคัดเลือกโรงเรียนวิถีพุทธชั้นนำ รุ่นที่ ๑๖
ตามหนังสือที่อ้างถึง สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้ประกาศผลการคัดเลือก
โรงเรียนวิถีพุทธชั้นนำ รุ่นที่ ๑๖ รอบประเมินเอกสาร โดยขอให้โรงเรียนที่มีรายชื่อตามประกาศ เข้ารับการประเมินเชิงประจักษ์ เมื่อวันที่ ๑๗ - ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ ความละเอียดแจ้งแล้ว นั้น
บัดนี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ได้ร่วมดำเนินการพิจารณาคัดเลือกเสร็จสินเรียบร้อยแล้ว จึงประกาศผลการคัดเลือกโรงเรียน
วิถีพุทธชั้นนำ รุ่นที่ ๑๖ จำนวน ๖๘ โรงเรียน รายละเอียดดั่งสิ่งที่ส่งที่ส่งมาด้วย

ที่อยู่

Phra Nakhon Si Ayutthaya
13170

เบอร์โทรศัพท์

+66814465095

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ โรงเรียนวิถีพุทธผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์