30/05/2021
ธรรมชนะสิบทิศ ตอนที่ 2 "บุญ คือ อะไร"
โดย อ.รักคำราม ยอดรักนักธรรม
สืบเนื่องมาแต่เรื่องโพสเดิม ที่ผมได้เจิมประเดิมบทธรรม นำท่านเข้าสู่ประตูปัญญาไปแล้วนั้น
ในโพสนี้ เป็นญัตติสอง ที่ผมใคร่จะสนองตาท่าน ให้ได้อ่านธรรมสารสมบัติ เพื่อให้สลัดกิเลสในใจให้ไถลไปไกลห่าง
ขอเจรจาพาที ด้วย เรื่อง "บุญ"
ความทุกข์ในใจคน มีต้นเหง้ามาจากเล้ากิเลสเป็นเหตุเริ่ม
ท่านอาจถามผมว่า
เมื่อทุกข์ถูกร่ายเวทย์มาแต่กิเลสอันเป็นแรกเหดุ แล้วจะหามนต์วิเศษใดเล่าจะเป่ามันให้ดับแดดิ้น
ผมขอตอบว่า
คงไม่มีมนตราใดในโลกนี้จะมีแรงฤทธิ์เป่าให้เต็มเบ้าปากได้มากเท่าฤทธิ์แห่ง
“บุญ”
บุญเกลี่ยใจเราพ้นดงทางหลง ชักนำเราตรงสู่ลู่ทางดี
ทุกท่านเอย !
นับแต่น้อยจวบใหญ่มา คำว่า “บุญ” คงโชยผ่านลมปากมาฝากถมท่วมจมหูจนรู้ชัดชินชามาแต่ครั้งบุพกาลนานโขแล้ว
เป็นที่รู้ในหมู่คนเดินทางพระว่า บุญเป็นของเลิศประเสริฐล้ำค่ากว่าเพชรนิลจินดาใด
เพราะบุญนั้นเป็นตัวจูงสุขมาปลุกหัวใจได้ตื่นหรรษา โดยมาพร้อมของขวัญอันเลอค่าน่าใคร่ตามวิสัยชาวโลกที่ยังกวักมือโบกเรียกหา
ดั่งหมู่มัจฉาเริงร่าเมื่อได้แหวกว่ายในสาคร
อีกยิ่งกว่านั้น “บุญ” อันสัจธรรมปั้นค่าให้เป็นดั่งของกำนัลอันแปะป้ายราคาสูงลิ่วจนแตะถึงผิวเพดานฟ้า
ทั้งคนสัตว์ เทพเทวา ยักษ์ยม พรหมผี ต่างกุลีกุจอขอไต่บันไดไปไขว่คว้าไม่ว่าจะอยู่ ณ ฟากฟ้าใด
นอกเหนือกว่านี้ บุญถูกเลี่ยมค่าว่าเป็นของสูงจูงจิตบรรพชิตให้สะเดาะพิษถอนตะกอนกิเลสให้เฉดออกสำรอกอนุสัย
เลี่ยมหัวใจให้แข็งแกร่งแรงเยี่ยมดั่งเลี่ยมเพชรเม็ดเติบเอิบใสเอี่ยมหลากเหลี่ยมกระรัตชวนน่าทัศนา
เมื่อบุญใหญ่ตัวเอ้สุด หยุดกิเลสได้หมดจด ปลดแอกที่แบกมันมาเนิ่นกาลที่ต้องเกิดตายวายปราณ ลวงเราให้เข้ามากระหนุงกระหนิงอิงใจกันในกามภพ จนสิ้นจบภารกิจปิดทางหลงสู่วงวัฏฏะ
ดั่งงูลอกเปลือกกายย้ายเป็นร่างใหม่ ดั่งใจเก่าเราลอกคราบบาป สะบัดหลุดสุดขั้วเหง้าเดิม
เติมสู่จิตดวงใสใหม่เอี่ยมอ่องส่องประภัสสรเข้านอนแนบสนิทสถิตในธรรมวิจิตรแห่งพระนฤพาน
ท่านอาจถามผมว่า
“สุขของคนเรานี้ ผุดมาแต่บุญนำส่งหรือ”
ขอบรรจงแจงความนี้ให้ชัดว่า
ใช่ขอรับท่าน !
ก็สุขใดในโลกหล้าที่คนไขว่คว้ามาประสบเสพ ไม่ได้เกิดแต่เทพองค์ใดเสกประสิทธิ์โปรยอิทธิฤทธิ์ช่วยเนรมิตให้
แต่แก่นแท้คือบุญที่ปลูกในเรือนใจเราไว้ในปางเก่านั่นแหละ ถึงคราวผลิผลดลดาลชีวิตให้ได้ชิดเชยเสวยสุขทุกทิวาราตรีกาล
หากท่านเดินตามทางพระมาระยะหนึ่ง ก็คงพอรู้ซึ้งแก่ใจชัดว่า
ทางเข้าสู่ประตูสุขนิรันดร์
มิพักต้องหันย้อนกลับมานับครั้งเกิดดับใหม่ที่พระสัพพัญญูเจ้าได้เคยเดินคลำหาเป้ามาเป็นกาลนิจ
ครั้นเมื่อพระองค์หยั่งจิตเพ่งพิศหาทิศประตูออก พระทศพลญาณมาขานบอกว่า “บุญ” เท่านั้นอันเป็นทางเอก
อันทางออกสายเดี่ยวนี้ หากท่านลองไขเข้าไปคลำดู จะรู้ว่าเป็นประตูออกที่ไม่กระฉอกเบี่ยงไปคลุกกามสุขให้สุดขั้ว หรือ บ่ายหน้าไปกลั้วกองทุกข์ให้สุดขอบ
แต่ประกอบรวมบรรจบพบกันที่สายกลางอันวางทางเที่ยงจริงไม่อิงละครรำ
ก็คือทางสาย “บุญ” นั่นเอง
แม้ผมผู้ประดิษฐ์เนรมิตบทธรรมเรียงร้อยถ้อยคำให้ยาววรรคไปสักกี่แถวอักษร แต่ในท้ายตอนก็ชักป้อนเนื้อในผลักไสไปประกบกันที่บ่อ “บุญ”
ดั่งแม่น้ำทุกเส้นสายในโลกหล้า ต้องนัดหมายไหลมาสมทบบรรจบสุด ณ ผืนสมุทรกว้าง
ชีวิตอันเปี่ยมค่า คือการได้มาซึ่งรสสุขสันต์หรรษาใจ
ท่านผู้ใคร่ธรรมทั้งหลาย
จงกระชับใจให้มั่นคงเถิดว่า หากท่านหมายใจหวังจะปีนป่ายขึ้นโด่งสุดโต่งขุนเขา
หากไร้เงาบุญหนุนจูงชัก ก็อาจชะงักท้อป้อแป้สะดุดหยุดแค่จุดกึ่งกลาง หรือไม่หากเคราะห์ซ้ำมาซึมแทรกระหว่างทาง ก็อาจพลัดล่วงผางกระแทกลงกลางดินได้
ผมจะขานไขให้ว่า คนทุกเหล่ากองที่ได้ครองสิ่งอันน่าใคร่ยินดีทั้งรสสุขแบบคนดูละครนอนเรือน หรือรสสุขแบบคนห่มเหลืองนอนกุฏินั้น
อันเราเขาจะเสวยสุขได้ ก็เพราะเคยแช่ใจไว้ในบ่อบุญมาแต่ปางบรรพ์กันทั้งสิ้น
ผู้เป็นเศรษฐีย่อมเอมอิ่มยินดีในเงินทองกองทรัพย์เหลือคณา
ผู้สมเสน่หาย่อมอิ่มอุราในยอดพธูแห่งคู่รัก
ผู้เรืองศักดิ์ย่อมอิ่มเปรมประจักษ์ในเกียรติยศฐา
ผู้ไร้โรคาย่อมอิ่มสุขในทุกอิริยาบถแห่งกายา
ผู้อยู่ข้ามบ่วงเวลาสู่ชราวัยย่อมอิ่มอุในอายุขัย
ผู้มีรูปพักตร์งามวิไลย่อมอิ่มใจดั่งดาวเด่นเป็นที่น่าทัศนา
ผู้เปรื่องบุญญาย่อมอิ่มอุ่นหนุนพึ่งธรรมนำพ้นทุกข์
หลากท่านอาจฉงนใจว่า
“แล้วบุญที่ว่านี้ ผุดหน่อมาจากกอใด”
ผมจะขอปอกนิยาม “บุญ” ลอกเปลือกนอกออกจนเห็นเม็ดใน
บุญ นี้ แปลว่า “ชำระ”
ขำระ นัยตามมติโลก คือ ล้างลอกสิ่งปฏิกูลออก เหมือนขัดฟอกผ้าเปื้อนคล้ำด้วยน้ำยาซัก
บุญ ตามตำราพระ ก็มีนัยนี้ดุจเดียวกัน
ฉะนั้นแล้ว ท่านจงตรองตรึกให้แจ่มลึกเถิดว่า บุญมีภารกิจเดียว คือ เข้าชำระขัดฟอกกิเลสให้หมดเหตุที่จะป้ายปฏิกูลในใจเราให้คล้ำเขรอะจนเปรอะทุกข์
อันบุญนั้น คืออาการชำระใจให้ใส หาใช่กวนให้ขุ่นไม่
สุขเกิดไม่ได้ หากไร้บุญ
สุขเป็นเงาของตัวบุญ
บุญเป็นเมล็ดต้น สุขคือผลท้าย
บุญคือเหตุกุศลกรรม สุขคือเวทนากุศลวิบาก
ท่านจงพินิจให้ถ้วนจิตเถิดว่า หากท่านใคร่หวังปองครองสิ่งใด ใจท่านจะร้อนรนเที่ยววิ่งวนหมายจะตามคว้า เมื่อได้สิ่งนั้นมาประหงมสมใจคอก นั่นเป็นผลผลิตแห่งบุญเก่าที่ขนเอาสุขมาซุกให้หรอก
หากไร้บุญมากรอกชื่อว่าเป็นผู้อุปการะ แม้ใจท่านพึงหวังใจปองจะครองสิ่งใดแล้ว ท่านก็ต้องแคล้วหวังจังเบ้อเร่อ ต้องเก้อรอฝ่อใจเศร้าเฉาเหี่ยวไป
ท่านผู้ใคร่ธรรมทุกท่าน !
หากลองแกะจิตออกมาย้อนพินิจดูภาพเก่าแต่คราวหลังครั้งสิ่งที่หวังไว้ในจิตไม่เนรมิตมาให้สมใจคิด ท่านจะรู้แก่จิตตนว่า ในห้วงนั้นทุกข์ได้ลากจิตท่านลงจมมิดติดบ่อตมระทมหม่น
นั่นเป็นผลกรรมเก่าเป่าสาปส่งให้ลงเอยด้วยทุกข์เวทนา เพราะไร้บุญมารองหนุนจุนเจือให้
หากเราไร้บุญมาอิงพัก กิเลสก็มักจะเข้าพิงสิงใจ