เทวะจักรวาล

เทวะจักรวาล ศาสตร์แห่งปัญญาญาณผสานสู่ตัวตนขั้?

ธรรมชนะสิบทิศ  ตอนที่ 2   "บุญ คือ อะไร"โดย อ.รักคำราม ยอดรักนักธรรมสืบเนื่องมาแต่เรื่องโพสเดิม ที่ผมได้เจิมประเดิมบทธรร...
30/05/2021

ธรรมชนะสิบทิศ ตอนที่ 2 "บุญ คือ อะไร"
โดย อ.รักคำราม ยอดรักนักธรรม
สืบเนื่องมาแต่เรื่องโพสเดิม ที่ผมได้เจิมประเดิมบทธรรม นำท่านเข้าสู่ประตูปัญญาไปแล้วนั้น
ในโพสนี้ เป็นญัตติสอง ที่ผมใคร่จะสนองตาท่าน ให้ได้อ่านธรรมสารสมบัติ เพื่อให้สลัดกิเลสในใจให้ไถลไปไกลห่าง
ขอเจรจาพาที ด้วย เรื่อง "บุญ"
ความทุกข์ในใจคน มีต้นเหง้ามาจากเล้ากิเลสเป็นเหตุเริ่ม
ท่านอาจถามผมว่า
เมื่อทุกข์ถูกร่ายเวทย์มาแต่กิเลสอันเป็นแรกเหดุ แล้วจะหามนต์วิเศษใดเล่าจะเป่ามันให้ดับแดดิ้น
ผมขอตอบว่า
คงไม่มีมนตราใดในโลกนี้จะมีแรงฤทธิ์เป่าให้เต็มเบ้าปากได้มากเท่าฤทธิ์แห่ง
“บุญ”
บุญเกลี่ยใจเราพ้นดงทางหลง ชักนำเราตรงสู่ลู่ทางดี
ทุกท่านเอย !
นับแต่น้อยจวบใหญ่มา คำว่า “บุญ” คงโชยผ่านลมปากมาฝากถมท่วมจมหูจนรู้ชัดชินชามาแต่ครั้งบุพกาลนานโขแล้ว
เป็นที่รู้ในหมู่คนเดินทางพระว่า บุญเป็นของเลิศประเสริฐล้ำค่ากว่าเพชรนิลจินดาใด
เพราะบุญนั้นเป็นตัวจูงสุขมาปลุกหัวใจได้ตื่นหรรษา โดยมาพร้อมของขวัญอันเลอค่าน่าใคร่ตามวิสัยชาวโลกที่ยังกวักมือโบกเรียกหา
ดั่งหมู่มัจฉาเริงร่าเมื่อได้แหวกว่ายในสาคร
อีกยิ่งกว่านั้น “บุญ” อันสัจธรรมปั้นค่าให้เป็นดั่งของกำนัลอันแปะป้ายราคาสูงลิ่วจนแตะถึงผิวเพดานฟ้า
ทั้งคนสัตว์ เทพเทวา ยักษ์ยม พรหมผี ต่างกุลีกุจอขอไต่บันไดไปไขว่คว้าไม่ว่าจะอยู่ ณ ฟากฟ้าใด
นอกเหนือกว่านี้ บุญถูกเลี่ยมค่าว่าเป็นของสูงจูงจิตบรรพชิตให้สะเดาะพิษถอนตะกอนกิเลสให้เฉดออกสำรอกอนุสัย
เลี่ยมหัวใจให้แข็งแกร่งแรงเยี่ยมดั่งเลี่ยมเพชรเม็ดเติบเอิบใสเอี่ยมหลากเหลี่ยมกระรัตชวนน่าทัศนา
เมื่อบุญใหญ่ตัวเอ้สุด หยุดกิเลสได้หมดจด ปลดแอกที่แบกมันมาเนิ่นกาลที่ต้องเกิดตายวายปราณ ลวงเราให้เข้ามากระหนุงกระหนิงอิงใจกันในกามภพ จนสิ้นจบภารกิจปิดทางหลงสู่วงวัฏฏะ
ดั่งงูลอกเปลือกกายย้ายเป็นร่างใหม่ ดั่งใจเก่าเราลอกคราบบาป สะบัดหลุดสุดขั้วเหง้าเดิม
เติมสู่จิตดวงใสใหม่เอี่ยมอ่องส่องประภัสสรเข้านอนแนบสนิทสถิตในธรรมวิจิตรแห่งพระนฤพาน
ท่านอาจถามผมว่า
“สุขของคนเรานี้ ผุดมาแต่บุญนำส่งหรือ”
ขอบรรจงแจงความนี้ให้ชัดว่า
ใช่ขอรับท่าน !
ก็สุขใดในโลกหล้าที่คนไขว่คว้ามาประสบเสพ ไม่ได้เกิดแต่เทพองค์ใดเสกประสิทธิ์โปรยอิทธิฤทธิ์ช่วยเนรมิตให้
แต่แก่นแท้คือบุญที่ปลูกในเรือนใจเราไว้ในปางเก่านั่นแหละ ถึงคราวผลิผลดลดาลชีวิตให้ได้ชิดเชยเสวยสุขทุกทิวาราตรีกาล
หากท่านเดินตามทางพระมาระยะหนึ่ง ก็คงพอรู้ซึ้งแก่ใจชัดว่า
ทางเข้าสู่ประตูสุขนิรันดร์
มิพักต้องหันย้อนกลับมานับครั้งเกิดดับใหม่ที่พระสัพพัญญูเจ้าได้เคยเดินคลำหาเป้ามาเป็นกาลนิจ
ครั้นเมื่อพระองค์หยั่งจิตเพ่งพิศหาทิศประตูออก พระทศพลญาณมาขานบอกว่า “บุญ” เท่านั้นอันเป็นทางเอก
อันทางออกสายเดี่ยวนี้ หากท่านลองไขเข้าไปคลำดู จะรู้ว่าเป็นประตูออกที่ไม่กระฉอกเบี่ยงไปคลุกกามสุขให้สุดขั้ว หรือ บ่ายหน้าไปกลั้วกองทุกข์ให้สุดขอบ
แต่ประกอบรวมบรรจบพบกันที่สายกลางอันวางทางเที่ยงจริงไม่อิงละครรำ
ก็คือทางสาย “บุญ” นั่นเอง
แม้ผมผู้ประดิษฐ์เนรมิตบทธรรมเรียงร้อยถ้อยคำให้ยาววรรคไปสักกี่แถวอักษร แต่ในท้ายตอนก็ชักป้อนเนื้อในผลักไสไปประกบกันที่บ่อ “บุญ”
ดั่งแม่น้ำทุกเส้นสายในโลกหล้า ต้องนัดหมายไหลมาสมทบบรรจบสุด ณ ผืนสมุทรกว้าง
ชีวิตอันเปี่ยมค่า คือการได้มาซึ่งรสสุขสันต์หรรษาใจ

ท่านผู้ใคร่ธรรมทั้งหลาย
จงกระชับใจให้มั่นคงเถิดว่า หากท่านหมายใจหวังจะปีนป่ายขึ้นโด่งสุดโต่งขุนเขา
หากไร้เงาบุญหนุนจูงชัก ก็อาจชะงักท้อป้อแป้สะดุดหยุดแค่จุดกึ่งกลาง หรือไม่หากเคราะห์ซ้ำมาซึมแทรกระหว่างทาง ก็อาจพลัดล่วงผางกระแทกลงกลางดินได้
ผมจะขานไขให้ว่า คนทุกเหล่ากองที่ได้ครองสิ่งอันน่าใคร่ยินดีทั้งรสสุขแบบคนดูละครนอนเรือน หรือรสสุขแบบคนห่มเหลืองนอนกุฏินั้น
อันเราเขาจะเสวยสุขได้ ก็เพราะเคยแช่ใจไว้ในบ่อบุญมาแต่ปางบรรพ์กันทั้งสิ้น
ผู้เป็นเศรษฐีย่อมเอมอิ่มยินดีในเงินทองกองทรัพย์เหลือคณา
ผู้สมเสน่หาย่อมอิ่มอุราในยอดพธูแห่งคู่รัก
ผู้เรืองศักดิ์ย่อมอิ่มเปรมประจักษ์ในเกียรติยศฐา
ผู้ไร้โรคาย่อมอิ่มสุขในทุกอิริยาบถแห่งกายา
ผู้อยู่ข้ามบ่วงเวลาสู่ชราวัยย่อมอิ่มอุในอายุขัย
ผู้มีรูปพักตร์งามวิไลย่อมอิ่มใจดั่งดาวเด่นเป็นที่น่าทัศนา
ผู้เปรื่องบุญญาย่อมอิ่มอุ่นหนุนพึ่งธรรมนำพ้นทุกข์
หลากท่านอาจฉงนใจว่า
“แล้วบุญที่ว่านี้ ผุดหน่อมาจากกอใด”

ผมจะขอปอกนิยาม “บุญ” ลอกเปลือกนอกออกจนเห็นเม็ดใน
บุญ นี้ แปลว่า “ชำระ”
ขำระ นัยตามมติโลก คือ ล้างลอกสิ่งปฏิกูลออก เหมือนขัดฟอกผ้าเปื้อนคล้ำด้วยน้ำยาซัก
บุญ ตามตำราพระ ก็มีนัยนี้ดุจเดียวกัน
ฉะนั้นแล้ว ท่านจงตรองตรึกให้แจ่มลึกเถิดว่า บุญมีภารกิจเดียว คือ เข้าชำระขัดฟอกกิเลสให้หมดเหตุที่จะป้ายปฏิกูลในใจเราให้คล้ำเขรอะจนเปรอะทุกข์
อันบุญนั้น คืออาการชำระใจให้ใส หาใช่กวนให้ขุ่นไม่
สุขเกิดไม่ได้ หากไร้บุญ
สุขเป็นเงาของตัวบุญ
บุญเป็นเมล็ดต้น สุขคือผลท้าย
บุญคือเหตุกุศลกรรม สุขคือเวทนากุศลวิบาก
ท่านจงพินิจให้ถ้วนจิตเถิดว่า หากท่านใคร่หวังปองครองสิ่งใด ใจท่านจะร้อนรนเที่ยววิ่งวนหมายจะตามคว้า เมื่อได้สิ่งนั้นมาประหงมสมใจคอก นั่นเป็นผลผลิตแห่งบุญเก่าที่ขนเอาสุขมาซุกให้หรอก
หากไร้บุญมากรอกชื่อว่าเป็นผู้อุปการะ แม้ใจท่านพึงหวังใจปองจะครองสิ่งใดแล้ว ท่านก็ต้องแคล้วหวังจังเบ้อเร่อ ต้องเก้อรอฝ่อใจเศร้าเฉาเหี่ยวไป
ท่านผู้ใคร่ธรรมทุกท่าน !
หากลองแกะจิตออกมาย้อนพินิจดูภาพเก่าแต่คราวหลังครั้งสิ่งที่หวังไว้ในจิตไม่เนรมิตมาให้สมใจคิด ท่านจะรู้แก่จิตตนว่า ในห้วงนั้นทุกข์ได้ลากจิตท่านลงจมมิดติดบ่อตมระทมหม่น
นั่นเป็นผลกรรมเก่าเป่าสาปส่งให้ลงเอยด้วยทุกข์เวทนา เพราะไร้บุญมารองหนุนจุนเจือให้

หากเราไร้บุญมาอิงพัก กิเลสก็มักจะเข้าพิงสิงใจ

ธรรมะชนะสิบทิศ จาก อ.รักคำราม ยอดรักนักธรรมวันนี้ อ.รักคำราม ขอเจรจาค้าไมตรีกับกัลายาณีผู้มีใจอารีทุกท่าน ด้วยธรรมรส อัน...
29/05/2021

ธรรมะชนะสิบทิศ
จาก อ.รักคำราม ยอดรักนักธรรม
วันนี้ อ.รักคำราม ขอเจรจาค้าไมตรีกับกัลายาณีผู้มีใจอารีทุกท่าน ด้วยธรรมรส อันหอมสดชื่น
ขอเริ่มประเดิมธรรมด้วย หัวเรื่องวา
"กิเลส"
กิเลส เราได้ยินกิตติศัพท์มานานโขแล้วว่า มันคือ ตัวเอกที่เสกทุกข์
ขึ้นชื่อว่ากิเลสก็เปรียบดั่งอาเพศร้ายมักจะมาเยี่ยมกรายเยือนเมื่อยามเจ้าเรือนที่หลงแชเชือนเพราะมัวลืมเลือนไม่เตือนระวังตน
อันตัวการชักนำทุกข์มาซุกหัวใจเรา มิใช่ตัวแปรมาแต่ภายนอกหรอก
ทั้งก้อนลาภ กองรัก หรือยศยอแต่อย่างใด อันสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงเงาของตัวสุขที่เราไปคลุกคลีด้วย จนเผลอไปติดหนึบจนสะบัดหลุดได้ยาก จิตที่ไปเจ๊าะแจ๊ะจนแกะออกไม่ได้ อาการนี้ทางพระเรียก “กิเลส”
กิเลส นิยามตามตรง ว่า “อาการที่หน่วงใจให้เศร้าหมอง”
กิเลสจองจำเราให้เขลาขลาดวิปลาสไป และปกปิดใจที่หมักหมมด้วยโคลนตม และจมเราในบึงทุกข์
ทุกท่านเอย
อันตัวชีวิตมีจิตผลิตกิเลสติดมาแต่ครั้งบุพกาลนานโข มิว่าเราหมุนโคจรเปลี่ยนรูปนามกายจิตแปรชีวิตเปลี่ยนภพไปสักกี่หลากชาติ
หากไม่อาจตัดสิ้นทายาทกิเลส ก็เป็นเหตุให้ต้องสืบมรดกให้ตกแก่เราต้องรับเอาเป็นช่วงต่อหมุนกงล้อชีวิตพ่วงติดไปในวงบ่วงกรรม
ย้ำเกิดตายซ้ำไปทุกภูมิภพ จนกว่าจะหาทางจบฝังกลบมันทิ้งจากใจจนเกลี้ยงเชื้อ
เราเฝ้าเลี้ยงกิเลสมาโดยถูกมันบังตาไม่ให้เห็นภาพตามจริงของธรรมชาติที่มันเป็นไป
หนำซ้ำยังป้อนบำรุงด้วยข้าวปลายาไส้ให้กำลังวังชาเป็นดิบดี เป็นฉะนี้มาตั้งแต่น้อยจวบใหญ่แล้ว
ผมขอชักตัวอย่างให้ดู
ดั่งเช่นเราเลี้ยงหมาป่าไว้ข้างตัว หวังจะให้พยุงการกิจ ช่วยเฝ้าเรือน เฝ้าไร่ให้เราได้เบางาน
แต่หารู้ไม่ว่าอันสัญชาตญาณหมาป่าที่เติบกล้ามาแต่ป่าไพรไร้การฝึกนิสัยให้เชื่องรัก
มีหรือจะใจภักดิ์ดั่งหมาบ้านเลี้ยงมาแต่ออดให้แนบกอดสนิทเป็นหนึ่งมิตรชิดใกล้กับผู้เป็นนายมัน
ครั้นจะสอนให้หมาป่ามันซึ้งค่าบุญคุณแกงร้อนที่ป้อนมา มันก็ไม่รู้ประสาภาษากตัญญู
หากอยู่มาวันใดเราประมาทพลั้งใจเผลอไปเหยียบเข้าในส่วนหวงของมัน เพียงเสี้ยวครู่มันก็อาจโจมจู่ฝังเขี้ยวเข้าจมเนื้อผู้เป็นเจ้าของให้ต้องแผลใหญ่
อันธรรมดากิเลสในใจคนก็แกมกัน เพียงแต่แตกแหวกสายกันตรงที่ หมาป่านั้น เราไม่เทใจไปรับเลี้ยงแต่ต้นแรก มันก็ไม่อาจแยกฟันฝากเขี้ยวให้จมเนื้อเราแม้น้อยหนึ่งได้
เพราะเรามองประจันกับมันซึ่งหน้า เห็นเป็นเด่นว่าท่วงท่าฟันเขี้ยวดูเสียวไส้ ไม่เผยไต๋ร่างแท้ให้แลเห็นจริตเก่า เราจึงเฝ้าระวังระไวทิ้งช่วงกายห่างจากตัวมันได้
แต่ทุกท่านเอย
เจ้ากิเลสในจิตเรานี้สิ บางคราวไม่ได้เข้ามาแจ้งประกาศโจ๋งครึ่มว่าเป็นตัวโกงแต่แรกเลี้ยง เราจึงเข้าตาเสี่ยงชะล่าประหม่าใจ หลงพาเข้านอนร่วมเรือนเนานานเป็นกาลอันเนิ่น เพราะหลงเพลินไปกับเล่ห์เพทุบายอันตบตาให้น่าใคร่พิสมัยเอ็นดู
แต่เราคงหลงลืมไปว่า ตัวมันเติบกล้ามาแต่ป่าดิบ เผลอชั่วแว็บตากระพริบ มันรีบถอนจริตเดิมเหิมหาญออกฉายลายพาลเตรียมระรานปั้นท่าโจนเข้าหาขย้ำใส่ให้เราได้หวาดสยอง
ทุกท่านลองตรองดูเถิดว่า
เราเลี้ยงกิเลสให้เฝ้าเรือนใจ เหมือนเลี้ยงหมาไพรให้เฝ้าเรือนนอน จะหย่อนตาหลับขับใจพักปักหัวลงหมอนให้สบายกายนอน
แต่ใจหนึ่งก็ร้อนผ่าวด้วยคอยครุ่นคิดคลางแคลงในจิตระแวงระวังทางไม่อาจระวางระแวดใจปลงคงพะว้าพะวงพลอยเพลียให้สบายคลายคลอนเลย
อันกิเลสนี้เราได้เคล้าสุขกับมันในบั้นต้น แต่ต้องทนทุกข์ในเบื้องปลาย
เรามีกิเลสดองเท่ากองเขา เราจึงถูกปักหน้าตราชื่อว่า
“ปุถุชน” แปลว่า “ผู้หนักด้วยกิเลสหมักดองจิต”
เราท่านก็เป็นปุถุชนด้วยกันสิ้น จึงจำควรจะชวนกันมาสังหารกิเลสมารที่หมองจิตให้ปลิดทิ้งไป
กิเลส คือ ต้นเหตุตัวการหลักที่แอบปักกายกบดานเป็นอันธพาลระรานหัวใจท่านมาเนิ่นกาลแล้ว
กิเลส มันมีหน้าที่ ประพฤติพาลหักหาญน้ำใจท่านให้ได้ชอกช้ำ มิหนำยังบั่นทอนจิตลิดรอนสุขเอาตามอำเภอใจ
ผมกล่าวร้ายกิเลสด้วยคำแรง หาใช่แฝงอคติป้ายร้ายใส่มลทินแก่มันให้ได้อายไม่
ก็ดูเอาเถิด ! ทุกท่านก็รู้เช่นเห็นชาติเจ้าพยาธิร้ายนี้ที่ปลอมตัวมาย้อมสุขแล้วตุกติกกระดิกพลิกเล่ห์ลวงล่อให้ลุ่มหลงถมใจหนัก แล้วผลักให้จมปลักใต้ก้นบ่อทุกข์จนเอาวันเดือนปีมาจับคำนวณก็ยังนับไม่ถ้วนจบเลย
ดั่งเสพรสนุ่มหวานจากชานอ้อย แทะเคี้ยวย่อยอร่อยล้นจนเพลินลิ้น พอสิ้นรสหมดหวานไม่นานกิน ก็พาลิ้นดันกากคายซากทิ้งไป
ฉะนั้นโทษานุโทษมันนั้นอุกฤษฏ์นัก
ผม รักคำราม ทาสธรรมผู้ซื่อ พร้อมพรักขอปักประกาศสีหนาทบนหน้าเพจผืนนี้ว่า จะช่วยท่านรื้อถอนแท่งกิเลสที่ปักใจเนาเป็นเสาเอกลงเลขยันต์ปั้นอาถรรพ์ใส่เคราะห์มาเกาะกุมสุมหัวใจท่านให้จงได้
โปรดอ่านตอนต่อไป

รีบทำซะ จะได้เลิกจน!!  คุณเคยมั้ย เก็บเงินไม่อยู่ หาเงินมาได้เท่าไหร่ก็ไม่เหลือ มีเหตุต้องให้สูญเสียเงินนั้น  มีภาระหนี้...
10/05/2021

รีบทำซะ จะได้เลิกจน!! คุณเคยมั้ย เก็บเงินไม่อยู่ หาเงินมาได้เท่าไหร่ก็ไม่เหลือ มีเหตุต้องให้สูญเสียเงินนั้น มีภาระหนี้สินที่ไม่ได้เป็นคนก่อ มีภาระหนี้มากมายที่ต้องตามใช้
ลงทุนก็เจ๊ง ทำธุรกิจก็ไม่ได้กำไร
มีแต่ปัญหาทางการเงินรุมเร้า
เราอาจเคยทำกรรมที่ส่งผลสืบเนื่องต่อ
กรรมของอทินนาทานเช่นเคยยักยอกเงินคนอื่นเคยรับปากว่าจะคืนเงินแล้วไม่ได้คืน ยืมเงินคนอื่นมาอาจจะไม่ได้ใช้คืนหรือเราอาจจะเคยใช้น้ำไฟของวัดแล้วไม่ได้คืน หรือเราอาจจะเคยค้าขายหลอกลวง ที่ผ่านมาเราอาจจะทำทุจริตผิดศีลต่อกรรมของอทินนาทาน
สิ่งที่เราทำมามันแก้ไขไม่ได้ แต่เราสำนึกผิดได้
ถ้าเราสำนึกได้ กรรมนั้นจะถูกลดทอนลง
บางคนอาจทำบุญเยอะ แต่ไม่เคยสำนึกกรรมเลย ได้เงินมาก็ต้องหมดไปเหมือนเติมน้ำใส่ตุ่มที่มีรอยรั่ว
ลองขอขมากรรมทางการเงินโดยเฉพาะ
ดูบ้าง ...

ให้น้อมใจน้อมบุญที่เคยทำมา ขอขมากรรมต่อหน้า
พระประธานเพื่อให้พระรัตนตรัยโปรดเป็นพยานในการสำนึกกรรมนี้ นำเงิน 1 เหรียญ จะเป็นเหรียญ 1 บาท 5 บาท 10 บาทก็ได้ ใส่ไว้ในมือพนม หลังจากขอขมากรรมตามคำกล่าวด้านล่างเสร็จแล้วให้นำเหรียญในมือไปทำบุญใดก็ได้
ขอขอบคุณคำกล่าวขอขมากรรมทางการเงิน
ฉบับ อ.รักคำราม
หากเห็นว่าสิ่งนี้มีประโยชน์ ช่วยแชร์กันออกไป เผื่อการแชร์โพสต์นี้ของคุณ อาจจะช่วยคนที่มีในวิกฤตทางการเงินได้ทุเลาเบาบางบ้าง อย่างน้อยก็ช่วยเสริมกำลังใจกัน

โดย รักคำราม
#อาจารย์รักคำราม
#ขอขมากรรม
#ขอขมากรรมทางการเงิน

อย่าได้กลัวว่า ชีวิตเราจะไม่ปลอดภัย เพราะชีวิตนี้สร้างมาจากรัก และดูและโดยรักตลอดเวลาเป็นความสมบูรณ์ตั้งแต่แรกเราแค่มาเล...
19/02/2021

อย่าได้กลัวว่า ชีวิตเราจะไม่ปลอดภัย
เพราะชีวิตนี้สร้างมาจากรัก และดูและโดยรักตลอดเวลา
เป็นความสมบูรณ์ตั้งแต่แรก
เราแค่มาเล่นสนุกกับชีวิต เพื่อรู้จักชีวิต
เหมือนเราไปเข้าบ้านผีสิง ที่น่ากลัวเหมือนจริง แต่ผีนั้นไม่มีอยู่จริง
ผีในบ้านนั้น ถูกสร้างขึ้นจากคนที่อยากให้เรามีประสบการณ์ถึงความสนุก และตื่นเต้น ว่าเป็นอย่างไร
ขณะเราอยู่ในนั้น เรากลัวสุดขีด หวีดร้อง
แต่ใจลึกๆเรากำลังหัวเราะด้วยความสนุก ขณะที่เรากลัวสุดๆ
เพราะลึกๆเรารู้ว่า
“นี่ไม่จริง”
แต่ที่หวีดร้องคืออาการของอัตตา
ภาวะนั้น เราจึงเห็นความกลัวของอัตตาแสดงตัวออกมา
แต่เราเป็นตัวจริงที่รู้ว่า เราแค่มาเล่นสนุกที่นี่
เมื่อเราออกจากบ้านผีสิงแล้ว
เรา “รู้” ว่า บ้านผีสิงคือ ของไม่จริง
แต่ของจริงคือเรา ที่เป็นอยู่ ที่ไม่ได้ถูกผีหลอก หรือทำร้าย
เมื่อเรากลับเข้าไปบ้านผีสิงนั้นใหม่อีกรอบ
เราจะกลัวน้อยลง
เมื่อเราออกมาแล้วกลับเข้าไปใหม่หลายๆรอบ
เราแทบจะไม่กลัวเลย
ทั้งๆที่ บ้านผีสิงนั้น ก็เป็นผีตัวเดิม เล่นมุขเดิมๆ
แสดงว่า ผี นั้นไม่ได้ทำให้เรากลัว
แต่เป็นอัตตาต่างหากที่แสดงอาการออกมาด้วยความกลัว
เพราะอัตตาเกิดจากความกลัว และความไม่รู้ความจริง
เมื่อเราเข้าไปบ้านผีสิงแรกๆ เรากลัวสุดขีด เพราะอัตตา ไม่รู้ ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ภาพที่เห็นนั้นกระตุ้นให้อัตตา แสดงกลไกการป้องกันตัวเอง ด้วยการกลัว หดตัว เราจึงพยายามจะเกาะเสื้อเพื่อนเรา
แต่เมื่อเราได้กลับเข้าไปใหม่หลายๆรอบ
เราไม่กลัว เพราะ เราได้มีประสบการณ์ถึงสิ่งนั้นแล้วว่าอะไรจะเกิดขึ้น
การมีประสบการณ์ถึงสิ่งที่เราเห็น เรียกว่า ตัวรู้ หรือ ปัญญา
เราจึงไม่กลัวเลย เพราะ ตัวรู้ของเราได้เข้ามาแทนที่อัตตา
ตัวรู้หรือปัญญา รู้ว่า นั่นไม่จริง นั่นเป็นแค่ของเล่นสนุกๆ
จริงๆเราไม่ได้กลัวผี แต่ เราอยู่กับอัตตาที่ไม่รู้ และมันเองที่แสดงความกลัวออกมา เพราะมันกลัวตาย กลัวสูญเสียตัวตน มันเป็นตัวตนที่ถูกสร้างขึ้นมาให้ ตัวจริง คือ ปัญญา และรักได้เกิดขึ้น
เมื่อปัญญารู้ความจริงขณะใด อัตตาจะเกิดไม่ได้ขณะนั้น
เมื่ออัตตาเกิดไม่ได้ โลภ โกรธ ก็เกิดไม่ได้ เพราะโลภ และโกรธมันเป็นอาการของอัตตา
บ้านผีสิงนั้นถูกสร้างมาจากคนที่มีความรักต่อเรา
โลกของเรา ก็ถูกสร้างมาเพื่อให้เราใช้อัตตามาเล่นสนุกในสิ่งที่เหมือนจริง แต่ไม่จริง
เพื่อให้ความจริงได้ถูกรับรู้ได้
จิตวิญญาณสร้างอัตตา เพื่อให้เราได้มาเล่นสนุก และรู้ว่า เราไม่มีอันตรายใดๆกับชีวิต แต่อัตตาต่างหากที่แสดงความพร่องออกมา
สังเกตไหมว่า ก่อนหน้านี้เราทุกข์จากเรื่องต่างๆในชีวิต ตั้งแต่เป็นเด็ก เป็นวัยรุ่น เริ่มทำงาน เราเจอทุกข์หนักๆมาเป็นระยะๆ
แล้วเราผ่านช่วงนั้นมาได้ยังไง
ทั้งๆที่เราไม่ได้มีปัญญาระดับเลิศที่จะแก้ปัญหาได้
เราไม่มีใครมาช่วยเรา
แต่พอถึงคราวจวนเจียน มันจะมีทางของมันเข้ามาเอง
เพราะชีวิตเราถูกสร้างจากรัก และเป็นไปด้วยรัก
ชีวิตเรา สมบูรณ์แบบเสมอมา
แต่ต้องมาเล่นละครสนุกๆ ผ่านความพร่องและไม่สมบูรณ์ เพื่อความสมบูรณ์ในความเป็นเราจะได้ถูกนิยามได้
เหมือนตอนเราออกจากบ้านผีสิง ที่ผ่านความกลัวได้ เราจะรักรับรู้ถึงภาวะตื่นเต้น สนุก กระชุ่มกระชวยขึ้นซึ่งอาการนี้ เป็นหนึ่งในคุณสมบัติของจิตวิญญาณของเรา
คนออกมาจากบ้านผีสิงแล้วจะหัวเราะด้วยความเริงร่าฉันใด
คนได้ออกจากอัตตาด้วยแสงแห่งปัญญา จะเริงร่าในชีวิตฉันนั้น
เพราะเรารู้ว่า ชีวิตเราไม่ได้ทุกข์จากชีวิต แต่ทุกข์เพราะอัตตาแสดงอาการออกมาเท่านั้น
หากปัญญาได้เข้ามาแทนที่ความไม่จริงคืออัตตาแล้ว ทุกข์ใดๆไม่อาจเกิดกับเราได้
หากเรากลัว กังวลกับเรื่องใด แล้วหมดทางจะแก้ปัญหานั้น ก็ปล่อยให้มันเป็นไป แล้วทางออกจะมาหาเราเอง
เหมือนตอนอยู่ในบ้านผีสิง เรากลัวสุดแค่ไหน เราก็เดินไปช้างหน้าเรื่อยๆ
จนสุดท้ายเราจะเจอทางออกจากบ้านนั้นเอง เพราะเราแค่เดินไปเรื่อยๆ
ชีวิตนี้ เรากำลังอยู่ในช่วงการเดินของจิตวิญญาณผ่านละครสนุกๆของอัตตาเท่านั้น ที่จะมีระยะเวลาให้เราอยู่กับอัตตาแค่บางช่วง และจะวกกลับมาหาความจริงของเราเองในช่วงต่อมา
“อย่าหาทางหนีทุกข์ในชีวิตด้วยทางของอัตตา
แต่หาทางเข้าหาปัญญาเพื่อสลายอัตตาที่ทำให้เกิดทุกข์นั้น”
ขอขอบคุณอัตตา และ ตัวประกอบในบ้านผีสิงนั้น ที่เราเองช่วยกันสร้างขึ้นมา
เพราะถ้าไม่มีมัน เราจะเป็นเราแบบนี้ไม่ได้
ถ้าไม่มีมัน
คุณกับผมก็มาเจอกันที่นี่ไม่ได้เช่นกัน เจอกันที่ความรักและปัญญาที่ไร้อัตตา ณ เวลานี้ ซึ่งมีแต่รักที่กำลังคำรามก้องจักรวาลนี้
เขียนโดย รักคำราม

พลังแห่งความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตนี้ มีจุดเริ่มต้นที่การโฟกัสที่ใจเราเอง วันนี้ เทวะจักรวาลมีสิ่งดีๆมามอบให้อีกเช่นเค...
14/02/2021

พลังแห่งความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตนี้ มีจุดเริ่มต้นที่การโฟกัสที่ใจเราเอง
วันนี้ เทวะจักรวาลมีสิ่งดีๆมามอบให้อีกเช่นเคย
ชีวิตนี้มีความเท่าเทียมกันที่คุณค่าของชีวิต
แต่มีความต่างกันตรงที่ใครจะนำคุณค่านั้นมารังสรรค์ชีวิตได้ดีกว่ากัน
มีคน 2 ปะเภทนี้ที่มีคุณค่าของชีวิต คือมีความรัก ศักดิ์ศรี ความดีงาม กำลังกาย กำลังศรัทธา ที่และมีเวลาในการรังสรรค์ชีวิตตัวเองที่เท่าเทียมกัน
หรือจักรวาลให้เงินทุนทุกคนเท่ากัน คือ 1 พันบาทสุดแต่ว่า แต่ละคนจะนำไปทำอะไรก็ตามเพื่อให้มันงอกเงยขึ้นหรือจะเอาไปผลาญมันเล่น
คนประเภทแรก ใช้เวลาที่มีในชีวิตตั้งแต่แรกเกิด เติบโต และสร้างแนวทางชีวิตตัวเอง เพื่อจะมาจบที่ การเป็น "คนจน"
คนประเภทที่สอง ใช้ปัจจัยเดียวกันกับคนแรก แต่เลือกที่จะมาจบที่ การเป็น "คนรวย"
ทั้งสองคนมีปัจจัยเป็นต้นทุนชีวิตเหมือนกัน แต่ละคนเลือกทางสร้างตัวเองต่างกัน
จักรวาลให้ของขวัญที่ล้ำค่าที่สุดแก่มนุษย์คือ อิสระในการเลือกได้ทุกขณะ ( Free Will ) หรือ เจตนา หรือพูดเป็นภาษาชาวบ้าน คือ การได้รับโอกาสให้เปลี่ยนใจได้ทุกวินาที
ทุกสิ่งที่จักรวาลรังสรรค์ขึ้นเพื่อการเกิด การดำรงอยู่ และการดับไปเพื่อการเกิดใหม่ นี่คือวงจรแห่งสมดุลชีวิต
คนเราใช้เวลาถึง 50 ปีมีค่าในชีวิตเพื่อจะเลือกเป็นคนจน
แล้วเขาไม่ยอมรับสิ่งที่เขาเลือกเอง และตีโพยตีพายโทษโชคชะตาฟ้าดิน ที่ลิขิตให้เขาต้องมีสภาพเช่นนี้
แต่โชคชะตาฟ้าดินตามความคิดที่เขาเข้าใจนั้น ได้ให้โอกาสเขาเลือกและตัดสินใจแนวทางตัวเองใหม่ทุกๆครั้ง ทุกๆวินาที
แต่ทุกครั้งที่เขาเลือกใหม่ จะเลือกจะเป็นคนจน
เขาไม่ได้ "อยาก" จน แต่เขา"เลือก" จะเป็นคนจน
จักรวาล โชคชะตาฟ้าดิน หรือจะเรียกพระเจ้า หรืออะไรก็ตามแต่ คือผู้ดำเนินการตามสิ่งที่คนนั้น "เลือก" แต่ไม่ได้ทำตาม ความ "อยาก" หรือไม่ "อยาก" ของใคร
เพราะจักรวาลให้ Free Will หรืออำนาจแห่งการเลือกอย่างอิสระให้กับมนุษย์ไว้แล้ว
อำนาจในการเลือกจะเป็นอะไรนั้นอยู่ที่ตัวคนนั้นเองแล้ว
ไม่ใช่อยู่ที่จักรวาลซึ่งจักรวาลแค่ทำตามหน้าที่ของตัวเอง คือน้อมนำการเลือกนั้นให้มาปรากฏในประสบการณ์ความจริงในโลกกายภาพของคนนั้นเท่านั้น
สิ่งที่เกิดขึ้นกับชีวิตเราหรือใคร ไม่ควรไปกล่าวโทษต้นเหตุจากจักรวาล หรือ โชคชะตา หรือ พระเจ้า
คนจนอยากรวย แต่เลือกวิถีชีวิตบนแนวทางที่ทำให้ตัวเองจน คือ เขาเลือกโฟกัส หรือการรวมศูนย์จิตไปที่ ความจน และขยายความจนในใจนั้นออกมาผ่านคำพูดและเลยเถิดเป็นการกระทำ
ความจนนั้นมีรากฐานมาจาก จากสิ่งที่เขาเลือกโฟกัสไปที่ความรู้สึกว่า "ยังมีไม่พอ" เช่น เงินไม่พอใช้ หรือเงินไม่มีพอ
เขาเชื่อว่า ถ้าจะให้มีพอ จะต้องมีเงิน !!
แล้วแก้ไขปมนี้ด้วยการบ่นกับตัวเอง นั่นเป็นการตอกย้ำให้เขาเชื่อมั่นให้ถลำลึกลงปีอีกว่า เขา “มีไม่พอ” จริงๆ

เมื่อความรู้สึกในใจที่เขาเลือกจะให้เกิดนั้นมีกำลังมากพอ จึงทะลักออกมาผ่านการกระทำทางกาย
คือออกไปหาเงินตามที่เขาเชื่อว่า เงินได้มากจะมากลบควรมรู้สึกไม่พอได้
เขาจึงทำงานหนักตรากตรำ เพื่อให้ได้มาซึ่งคำว่า "ยังมีไม่พอ"
การหาเงินของเขาแลกกับเวลาชีวิตที่เสียไป แต่ละวันๆ 8 - 10 ชั่วโมง เงินได้มามากเวลาชีวิตก็หมดไปมาก
บางคนก็ไปถลำไกลกว่านั้น คือ ทำงานไม่คุ้มเวลาจ้าง หรือค้าขายโดยไม่จริงใจกับลูกค้า ขายของไม่มีคุณภาพ ตั้งราคาสูงเกินจริง หรือใช้ยุทธวิธีทางการตลาดที่ดูสวยหรูเพื่อจุดมุ่งหมายคือ หลอกตาลูกค้า หรือเอาแบบแย่ๆไปเลยก็ใช้ความมักงายสารพัดวิธี เพื่อจะลดทอนต้นทุนเวลาและเงินทุนเพื่อให้ได้กำไรเป็นตัวเงินมาเร็วขึ้น
แต่นั้นหารู้ไม่ว่า เขากำลังเร่งเครื่องให้จักรวาลทำหน้าที่ด้วยความซื่อตรงตามต้นขั้วด้วยการส่ง คำว่า "มีไม่พอ" ให้เกิดกับชีวิตจริงตามที่เขาได้เลือกนั้นให้เร็วขึ้น
เขาต้องการเงินซึ่งเป็นตัวแทนของคำว่า มีไม่พอให้กับเขาเร็วๆ จักรวาลก็มอบให้เขาสมหวังตามคำสั่งที่ป้อนมาว่า "มีไม่พอ"
จนเงินที่เขาหามาได้พอจะซื้อบ้านและรถได้แล้ว แต่เขายังรู้สึกว่ามีไม่พออยู่ดี ยังมีทีวีใหม่ โซฟาใหม่ และอีกจิปาถะ
และวันหนึ่งจักรวาลได้ทำตามสัญญาใจ หรือ คำสั่งในใจที่เขาได้ป้อนลงไป ถึงวิธีการได้เงินมาแบบไม่ซื่อตรง
โดยจะสะท้อนให้เขาเห็นถึงเส้นทางชีวิตของเขาที่หาเงินมาโดยทางใดบ้างด้วยการ ให้เงินที่หามานั้น ต้องพร่องลงไปจากสิ่งเดียวกับที่เขาเคย ยักยอกเวลาทำงาน หรือ ขายของไม่มีคุณภาพ จึงทำให้ถูกหลอกจากคนอื่น ได้ซื้อของใหม่ที่ชำรุด หรือไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการใช้เงินซื้อ จนเกิดความวุ่นวาย ต้องฟ้องร้อง และอีกมายขณะที่หาเงินมาได้ในมือ
ซึ่งทั้งหมดก็คือกระจกสะท้อนให้เขาได้เห็นภาพตัวเองที่ผ่านมา
จนถึงบั้นปลายชีวิตที่เขาหมดแรงที่จะหามันเงินไม่ไหวแล้ว เขาจึงหยุดหาและยอมจำนนให้กับคำว่า "มีไม่พอ" ที่ยังทำงานในใจของเขาอย่างเต็มกำลังตามคำสั่งที่ตอกย้ำมาทั้งชีวิต

ที่ชีวิตเขาเป็นแบบนี้ เพราะมีจุดเริ่มที่เขา โฟกัสไปที่ใจของเขาที่มีคำว่า "มีไม่พอ" ตั้งแต่แรก และหลงเชื่อว่า จะมีให้พอต้องมีเงินมากๆ มาโปะความรู้สึกนี้
เราจึงเจอคนเช่นนี้เกินครึ่งหนึ่งของประชากรโลกและหนึ่งในนั้นอาจเป็นเราที่อ่านข้อความนี้อยู่ก็ได้
เขาจึงใช้ชีวิตเพื่ออุทิศให้กับเขาว่า "มีไม่พอ" ที่เขาได้ "เลือก" โฟกัสมันเอง
อย่าลืมนะว่า จักรวาลให้ Free Will หรือการเปลี่ยนใจใหม่ได้ทุกขณะ แก่เราทุกคน แต่คนจน ใช้ทางเลือกนี้ เลือกจะตอกย้ำทางเดิมๆตั้งแต่แรก มาจนสุดปลายชีวิต
จักรวาลไม่มีหน้าที่เลือกแทนให้เขา แต่มีหน้าที่มอบทางเลือกให้เขาเลือกใหม่ด้วยตัวเขาเอง
ทุกอย่างในจักรวาลนี้ ที่รวมเราทุกคนด้วย มีระบบฝังชิพให้ทำหน้าที่อย่างตายตัวและแน่นอน เพราะทุกอย่างทำงานกันเป็นระบบความสัมพันธ์เกี่ยวโยงอิงอาศัยซึ่งกันและกัน
อุทาหรณ์นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
คำว่า พอหรือไม่พอ มันไม่ได้อยู่ที่ต้องมีเงินมากหรือน้อย
มาดูฟากคนที่รวยบ้าง
คนรวยจริงๆ เขาไม่ได้เริ่มต้นจากการมองที่ตัวเงิน แต่โฟกัสไปที่ ความรู้สึกว่า “มีแล้ว” หรือ “มีมากพอ”
เขากระจายความรู้สึกนี้ที่เอ่อล้นหัวใจเขาด้วยการแสดงออกถึงคำว่า มีแล้ว ด้วยการแบ่งปันสิ่งที่เขามี แม้ทางกายภาพจะมีค่าเล็กน้อย ให้กับคนอื่นๆที่ยัง โฟกัสไปที่ มีไม่พอ
เช่น เราให้เงินกับขอทาน แม้จะเป็นเงินเล็กน้อยเพราะเรายังมีเงินไม่มากพอ แต่มันมาจากความรู้สึกที่ “มีมากพอ”
จักรวาลทำหน้าที่ตาม ความรู้สึกในใจที่ถูกโฟกัส ไม่ใช่ทำตามระดับจำนวนเงินซึ่งเป็นแค่ของสมมติที่ชาวโลกกุขึ้นมาให้เป็นเงื่อนไขตัวกลางการแลกเปลี่ยนที่พวกเขาตกลงยอมรับร่วมกัน
เมื่อความรู้สึกว่า มีมากพอ ถูกคนให้เข้มข้นขึ้นด้วยการแสดงออกผ่านการกรทะทางร่างกายซึ่งมีหน้าที่อย่างเดียวคือ เป็นเครื่องขยายเสียงของจิตใจ จักรวาลจึงทำงานตามระเบียบ คือ น้อมนำ ความมีมากพอมาให้ผ่านประสบการณ์ชีวิตจริงในโลกกายภาพด้วยการ นำเงินทอง กำไร และความร่ำรวยมาให้ผ่าน ลูกค้าที่มาอุดหนุน ซึ่งเจ้าตัวเองก็ งงๆว่า ทำไมจู่ๆ ช่วง
นี้ขายดีจัง จู่ๆก็ได้งานดีๆ เงินเดือนเพิ่ม หรือ จู่ๆ ก็ถูกหวยแบบฟลุคๆ
หากเราไม่พอใจกับสภาพความเป็นอยู่ของเราในตอนนี้ และอยากเปลี่ยนมันให้ดีขึ้น ไม่ใช่เปลี่ยนงานใหม่ เปลี่ยนวิธีหาเงินใหม่ ซึ่งมันไม่มีทางเปลี่ยนเราอย่างแท้จริงและถาวร
แต่ต้องเปลี่ยนการโฟกัสใหม่ ไปที่ ความรู้สึกว่ามีพอแล้ว และแสดงออกมันผ่านแอมพลิไฟเออร์เครื่องขยายเสียงแห่งจิตใจ คือ ร่างกายเรา ใช้มันนำเอาสิ่งที่เราอยากได้ ให้กับคนอื่น จนใจเรารู้สึกจริงๆว่า เรามีมันแล้ว และมีมากพอ จนจักรวาลนำคำนี้ ถ่ายสำเนาออกมาให้เรานั่งนับความมีมากพอที่ถูกใส่ห่อของขวัญมาในรูปเงินทอง และความร่ำรวย

โดย รักคำราม
จากเพจ เทวะจักรวาล
จะเป็นการดีมาก ถ้าท่านช่วยแชร์ต่อให้คนอื่น

ที่อยู่

Phra Nakhon

เบอร์โทรศัพท์

+66956519919

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ เทวะจักรวาลผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์