P for U Service - รับสมัคร พนักงานคลังสินค้า รายวัน-รายเดือน จำนวนมาก
- รับจัดหา พนักงานคลังสินค้า Outsource จำนวนมาก
- พื้นที่สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา กรุงเทพมหานคร อยุธยา

🚩🎯งานจ๊อบ 6.6 ช๊อปปี้ (คลังเก่า) ซ.วัดบัวโรย‼️วันที่ 5-8 มิถุนายน 69💵💵 รับเงินสดหลังเลิกงาน 750-1,476 บาท/วัน 💵💵⏩ กะเช้า...
28/05/2026

🚩🎯งานจ๊อบ 6.6 ช๊อปปี้ (คลังเก่า) ซ.วัดบัวโรย‼️
วันที่ 5-8 มิถุนายน 69

💵💵 รับเงินสดหลังเลิกงาน 750-1,476 บาท/วัน 💵💵

⏩ กะเช้า 08.30-20.30 / 09.00 - 21.00 (รวม OT)
⏩ กะดึก 20.30-08.00 / 21.00 - 08.30 (รวม OT)

✅ ค่าแรง 372 บาท
✅ ค่ากะเช้า 378 / กะดึก 378 บาท
✅ OT ชมละ 69 บาท
💰จ่ายเงินสดหลังเลิกงาน

✅️ ค่าคนเก่า 100 บาท
เงื่อนไข : มาทำงานครบทุกวัน ไม่สาย ไม่ออกโอที
🚩คนเก่าคือ: คนที่มาทำงานตั้งแต่
แคมเปญ 3.3,4.4,5.5

✅ Incentive สูงสุด 372 บาท
✅ ทำงานครบ 4 วันรับเพิ่ม 80 บาท
👉🏻โอนจ่ายตามวันที่ 29/6/69

⏩ รับอายุ 18 ปีขึ้นไป
🚖ฟรี รถรับ-ส่ง🚘

👇🏻ลงทะเบียนช๊อปปี้
https://forms.gle/DeSTd6B88FdYAFGm7

⛳️แผนที่ ช๊อปปี้ (คลังเก่า) ซ.วัดบัวโรย
https://maps.app.goo.gl/XiP8AFaYioP2ooMF8

สอบถามข้อมูลติดต่อ
📱 096-1835516​ พี่กล้วย
📱 088-4306062 พี่กร
📱 064-5050946 พี่นุ๊ก

25/05/2026

สศช. เตือนแรงงานไทย 8.7 ล้านคน เสี่ยงถูก AI แย่งงาน กลุ่มทักษะปานกลางหนักสุด
สศช. เปิดข้อมูลแรงงานไทยกว่า 8.7 ล้านคน เสี่ยงได้รับผลกระทบจาก AI โดยเฉพาะกลุ่มทักษะปานกลางอย่างเสมียน เลขานุการ และคอลเซ็นเตอร์ ขณะเดียวกันอีกหลายอาชีพเริ่มใช้ AI เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของตลาดแรงงานไทย
สศช. เผยแรงงานไทยกว่า 8.7 ล้านคน หรือ 21.8% ของกำลังแรงงานทั้งหมด มีความเสี่ยงได้รับผลกระทบจาก Generative AI โดยแบ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงถูกทดแทน 2.2 ล้านคน และอีก 6.5 ล้านคนที่สามารถนำ AI มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ สะท้อนการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของโลกการทำงานในยุคเทคโนโลยีที่กำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
แรงงานทักษะปานกลางถือเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยเฉพาะอาชีพเสมียน เลขานุการ งานสนับสนุนสำนักงาน เจ้าหน้าที่บริการลูกค้า และงานบัญชีการเงิน เนื่องจากเป็นงานที่มีรูปแบบซ้ำและสามารถใช้ AI เข้ามาช่วยดำเนินการได้ ขณะที่แรงงานทักษะสูงบางส่วน เช่น งานการตลาด การเงิน และไอที ก็เริ่มเผชิญแรงกดดันจากเทคโนโลยีเช่นกัน
อีกด้านหนึ่ง AI กำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการช่วยทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพนักงานขาย เจ้าของร้านค้า คนขับรถ หรือกลุ่มผู้บริหาร ที่เริ่มนำ AI มาใช้วิเคราะห์ข้อมูล วางแผนงาน และให้บริการลูกค้า โดยยังต้องอาศัยทักษะมนุษย์ด้านการสื่อสาร การตัดสินใจ และความเข้าใจลูกค้า ซึ่งยังเป็นจุดแข็งสำคัญที่ AI ทดแทนได้ยาก
สศช. ระบุว่า ไทยจำเป็นต้องเร่งพัฒนาทักษะแรงงาน ทั้ง Upskill และ Reskill เพื่อให้ทันกับเทคโนโลยี AI ที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว พร้อมผลักดันการเรียนรู้ AI Literacy และเตรียมแรงงานสู่บทบาท “ผู้บริหารจัดการ AI” ในอนาคต

25/05/2026

สัญญาณเตือนตลาดแรงงานไทย ว่างงานระยะยาวพุ่ง 27% สศช. ชี้ AI - EV จ่อดิสรัปต์คนทำงานนับล้าน
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงภาวะสังคมไทยไตรมาสที่ 1 ปี 2569 โดยในส่วนของสถานการณ์แรงงานว่าสถานการณ์การจ้างงานในภาพรวมจะมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นจากการขยายตัวของภาคเกษตรกรรมและภาคบริการ แต่มีสัญญาณที่ต้องเฝ้าระวังจากการที่อัตราการว่างงานปรับตัวสูงขึ้นในไตรมาสที่ผ่านมา
โดยรายละเอียดสถานการณ์แรงงานที่สำคัญได้แก่ ตัวเลขการจ้างงานและการว่างงาน ในไตรมาสที่ 1 ปี 2569 มีผู้มีงานทำจำนวน 41.2 ล้านคน เพิ่มขึ้น 4.6% จากปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม อัตราการว่างงานขยับขึ้นมาอยู่ที่ 0.94% หรือคิดเป็นจำนวนผู้ว่างงาน 3.9 แสนคน ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 0.88% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 0.70% ในไตรมาสที่ผ่านมา
โดยการว่างงานที่น่ากังวลอยู่ในกลุ่มผู้ว่างงานส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่เคยทำงานมาก่อนขณะที่กลุ่มผู้ว่างงานระยะยาว (ว่างงานเกิน 1 ปี) มีจำนวนเพิ่มขึ้นถึง 27% นอกจากนี้จำนวนผู้เสมือนว่างงานยังเพิ่มขึ้น 3% โดยเฉพาะในกลุ่มcแรงงานนอกภาคเกษตรกรรม ส่วนการว่างงานแฝง มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภาคเกษตรกรรมและแรงงานที่มีการศึกษาไม่สูง ซึ่งในปี 2568 มีจำนวนเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 17.8
นายดนุชากล่าวต่อว่ายังมีประเด็นการว่างงานในอนาคตที่น่าจับตา เป็นผลมาจากปัจจัยเสี่ยงและผลกระทบจากเทคโนโลยี โดยการเข้ามาของปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยจากการศึกษาสภาพัฒน์ระบุว่าแรงงานไทยกว่า 8.7 ล้านคนได้รับผลกระทบจาก Generative AI (Gen AI) โดยในจำนวนนี้มี 2.2 ล้านคนที่มีความเสี่ยงสูงที่จะถูก AI เข้ามาทดแทนงาน (Task Replacement) ส่วนใหญ่เป็นงานที่มีลักษณะทำซ้ำหรือมีแบบแผนตายตัว เช่น พนักงานบัญชี เสมียน และโปรแกรมเมอร์
นอกจากนั้นในเรื่องการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทำให้แรงงานในกลุ่มผลิตชิ้นส่วนเครื่องยนต์สันดาปมีความเสี่ยงที่จะต้องโยกย้ายงานหรือออกจากระบบ โดยคาดว่าจะมีแรงงานกว่า 1.1 แสนคนหรือ 16.3% ในอุตสาหกรรมยานยนต์ ต้องย้ายไปทำงานในอุตสาหกรรมอื่นๆ
สำหรับข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเลขาธิการ สศช. ได้เน้นย้ำถึงการเตรียมความพร้อมรับมือ ทั้งการเร่งช่วยเหลือแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางผ่านการจับคู่จ้างงาน และรองรับค่าครองชีพที่จะสูงขึ้นจนไม่ทันกับรายได้ของแรงงานที่ไม่ได้ปรับตัวตามหรือลดลง รวมทั้งต้องยกระดับผลิตภาพเพื่อลดการว่างงานแฝง และการปรับบทบาทแรงงานทักษะสูงให้กลายเป็น "ผู้บริหารจัดการ AI" เพื่อความมั่นคงในอาชีพในอนาคต
#กรุงเทพธุรกิจ #กรุงเทพธุรกิจEconomic

https://www.facebook.com/share/p/1Fzn48y9Vt/?mibextid=wwXIfr
19/04/2026

https://www.facebook.com/share/p/1Fzn48y9Vt/?mibextid=wwXIfr

กระทรวงแรงงานปรับปรุงสิทธิประโยชน์ด้านทันตกรรมครั้งใหญ่สำหรับผู้ประกันตน ม.33 และ ม.39 โดยเพิ่มการเข้าถึงบริการในโรงพยาบาลรัฐแบบไม่ต้องสำรองจ่าย ไม่จำกัดจำนวนครั้ง พร้อมขยายสิทธิในสถานพยาบาลเอกชน และเพิ่มสิทธิใหม่ด้านรากฟันเทียม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและลดภาระค่าใช้จ่าย เริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมนี้
ผู้ประกันตนสามารถเข้ารับบริการทันตกรรมในสถานพยาบาลของรัฐที่เข้าร่วมโครงการได้โดยไม่ต้องสำรองจ่าย ครอบคลุมทั้งการอุดฟัน ขูดหินปูน ถอนฟัน และผ่าฟันคุด รวมถึงบริการใหม่ เช่น เกลารากฟัน และการเตรียมช่องปากก่อนใส่ฟันเทียม โดยสามารถใช้บริการได้ตามความจำเป็นทางการแพทย์แบบไม่จำกัดจำนวนครั้ง ยกเว้นกรณีคลินิกพิเศษที่อาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม
ในส่วนของสถานพยาบาลเอกชน ผู้ประกันตนยังคงได้รับวงเงิน 900 บาทต่อปีสำหรับอุด ขูด ถอน และเพิ่มค่าผ่าฟันคุดเป็น 1,500–2,500 บาทต่อซี่ พร้อมขยายวงเงินฟันปลอมเป็น 1,500–6,000 บาท และค่าซ่อม 900 บาทต่อครั้ง นอกจากนี้ยังเพิ่มสิทธิใหม่สำหรับการฝังรากฟันเทียมในผู้ที่สูญเสียฟันทั้งปาก โดยครอบคลุมค่าผ่าตัด 17,500 บาท และอุปกรณ์ 3,300 บาท พร้อมการติดตามผลหลังการรักษา
#ประกันสังคม #สิทธิผู้ประกันตน #ทำฟันฟรี #ฟันปลอม #รากฟันเทียม

https://www.facebook.com/share/p/18YKecd6po/?mibextid=wwXIfr
19/04/2026

https://www.facebook.com/share/p/18YKecd6po/?mibextid=wwXIfr

มีใบ ‘ปริญญา’ แต่ได้เงินเท่าเด็กมัธยม วิกฤติเด็กจบใหม่ 'ทำงานต่ำศักยภาพ'
ทำตามสูตรสำเร็จของชีวิต มีใบ ‘ปริญญา’ แต่ได้เงินเท่าเด็กมัธยม วิกฤติเด็กจบใหม่ 43% 'ทำงานต่ำศักยภาพ' AI กระทบงานระดับเริ่มต้น-ทักษะบัณฑิตไม่ตรงที่ตลาดงานต้องการ
เหล่าบัณฑิตต่างก็มั่นใจว่า การเดินตาม “สูตรสำเร็จของชีวิต” มาอย่างถูกต้อง ทั้งกู้เงินเรียน ยอมอดนอนติวสอบและทำแล็บตลอด 4 ปี เพื่อแลกกับ “ใบปริญญา” ใบเดียว
ทว่าความจริงที่น่าเจ็บปวดคือ บัณฑิตจบใหม่หลายคนกลับต้องไปทำงานที่คนจบแค่ชั้นมัธยมก็ทำได้ ไม่ว่าจะเป็นพนักงานแคชเชียร์ร้านเสื้อผ้า บาริสต้าชงกาแฟ หรือรับจ้างเลี้ยงเด็ก เพียงเพื่อให้มีเงินประทังชีวิตไปวันๆ
นี่คือปรากฏการณ์ที่นักเศรษฐศาสตร์เรียกว่า Underemployed หรือ กลุ่มบัณฑิตที่ติดอยู่ในงานที่ไม่ได้ใช้ศักยภาพตามวุฒิการศึกษา ข้อมูลจาก ธนาคารกลางสหรัฐหรือว่าเฟด สาขานิวยอร์ก ณ เดือนธันวาคม 2025 ระบุว่า มีบัณฑิตจบใหม่ในสหรัฐ ในช่วงอายุ 22-27 ปี ถึง 43% ที่อยู่ในสภาวะนี้ ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 3% ภายในปีเดียว ถือเป็นตัวเลขที่สูงสุดนับตั้งแต่ช่วงโควิด-19 แม้จะยังไม่รุนแรงเท่าวิกฤติเศรษฐกิจปี 2008 ก็ตาม
🎓AI และความไม่สมดุลของ 'ทักษะ'
หลายคนอาจพุ่งเป้าไปที่ AI ซึ่งงานวิจัยจาก Stanford Digital Economy Lab และ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ยืนยันว่า AI กำลังเข้ามาแย่งงานระดับเริ่มต้น ในสายงานที่ต้องใช้สมอง เช่น การเขียนโปรแกรม งานบริการลูกค้า และการตลาด
แต่ลึกไปกว่านั้น ปัญหานี้สะสมมานานถึง 20 ปี ข้อมูลจาก Lightcast บริษัทวิเคราะห์แรงงาน พบความลักลั่นที่น่ากลัว คือในขณะที่คนจบมหาวิทยาลัยเพิ่มขึ้น 54% แต่งานระดับที่รองรับบัณฑิตเหล่านี้กลับเพิ่มขึ้นเพียง 42% เท่านั้น
Elena Magrini หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Lightcast ถึงกับกล่าวว่า "เส้นทางจากการศึกษาไปสู่การทำงานดูเหมือนจะขาดสะบั้นลงเป็นครั้งแรก"
อ่านต่อ: https://www.bangkokbiznews.com/world/economics/1230186
#กรุงเทพธุรกิจ #กรุงเทพธุรกิจEconomic

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1444096581089257&id=100064667864722
17/04/2026

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1444096581089257&id=100064667864722

เรียนจบสูงแต่เป็นหนี้ท่วม แถมไม่มีงานทำ? วิกฤติเด็กจบใหม่กับใบปริญญาไร้ค่า กำลังลุกลามทั่วโลก
ภาพจำของ #ใบปริญญา เคยเป็นสัญลักษณ์ของความมั่นคง เป็นตั๋วทองสู่ชีวิตการทำงานที่ดี งานเงินเดือนสูง แต่สำหรับคนรุ่นใหม่ในวันนี้ ความเชื่อนั้นกำลังสั่นคลอนอย่างหนัก เห็นได้จากกรณีเด็กจบใหม่เคสหนึ่งในสหราชอาณาจักรที่ต้องแบกหนี้กู้ยืมการศึกษาสูงถึง 420,000 ดอลลาร์ หรือราวๆ 13,400,000 บาท เทียบแล้วสูงกว่าราคาซื้อบ้านในอังกฤษได้ทั้งหลังเสียอีก
เรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่ตัวเลขที่น่าตกใจ แต่กลายเป็นภาพสะท้อนของวิกฤติที่กำลังเกิดขึ้นกับบัณฑิตจบใหม่ทั่วโลก ซึ่งวันนี้พวกเขาหลายคนได้เปลี่ยนคำถามในใจจากเดิมที่ว่า “เรียนจบแล้วจะได้งานไหม?” มาเป็น “เงินที่ลงทุนเรียนสูงๆ ระดับปริญญา วันนี้มันคุ้มค่าอยู่ไหม?”
ข้อมูลจาก Student Loans Company เปิดเผยว่า บัณฑิตจบใหม่รายหนึ่งในสหราชอาณาจักรมีหนี้สะสมสูงถึง 314,356 ปอนด์ หรือประมาณ 420,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 13,400,000 บาท) ซึ่งสูงกว่าราคาบ้านเฉลี่ยในประเทศที่อยู่ราว 270,000 ปอนด์ (ประมาณ 11,700,000 บาท)
แม้กรณีนี้จะเป็นเพียงตัวอย่างที่รุนแรงที่สุด แต่ภาพรวมของปัญหาก็กำลังขยายวงกว้างขึ้นอย่างชัดเจน บัณฑิตจบใหม่ส่วนใหญ่ยังคงมีหนี้เฉลี่ยราว 45,000 ปอนด์ (ประมาณ 1,960,000 บาท) และมีอีกจำนวนไม่น้อยที่มีหนี้ทะลุหลักแสนปอนด์ โดยเฉพาะกลุ่มที่ยอดหนี้เกิน 100,000 ปอนด์ (ประมาณ 4,300,000 บาท) ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาไม่นาน
เมื่อดอกเบี้ยจากหนี้สินค่าเล่าเรียนยังคงทบต้นอย่างต่อเนื่อง ภาระเหล่านี้จึงไม่ได้หยุดอยู่แค่ช่วงเรียนจบ แต่กลายเป็นแรงกดดันระยะยาวที่ติดตัวคนทำงานไปอีกหลายปี ขณะเดียวกัน ค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นกลับวิ่งเร็วกว่ารายได้ ทำให้คนรุ่นใหม่จำนวนมากเริ่มต้นชีวิตการทำงานด้วยภาวะ “ติดลบ” ตั้งแต่วันแรก
แม้จะยอมแบกรับต้นทุนการศึกษาที่สูงขึ้น แต่สิ่งที่คนจบใหม่ต้องเผชิญกลับไม่ใช่โอกาสที่เพิ่มขึ้น แต่เป็นการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อดูภาพรวมเด็กจบใหม่ในสหราชอาณาจักร พบว่า มีการยื่นสมัครงานมากกว่า 1.2 ล้านครั้ง เพื่อชิงตำแหน่งงานบัณฑิตเพียงราว 17,000 ตำแหน่ง ตามข้อมูลของ Institute of Student Employers ซึ่งสะท้อนการแข่งขันในตลาดแรงงานที่รุนแรงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ขณะที่บางกรณี พบว่า บัณฑิตจบใหม่ต้องใช้เวลานานกว่าหนึ่งปี สมัครงานนับพันครั้ง แต่ยังไม่ได้รับข้อเสนอแม้แต่ครั้งเดียว
อ่านต่อ: https://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/1229797
#กรุงเทพธุรกิจ #กรุงเทพธุรกิจLifestyle #กรุงเทพธุรกิจEconomic

รับแอดมินด่วนๆ 2 อัตรา รองรับการขยายงานสนใจแอดไลน์  ส่ง Resume มานะครับ
29/03/2026

รับแอดมินด่วนๆ 2 อัตรา รองรับการขยายงาน
สนใจแอดไลน์ ส่ง Resume มานะครับ

👋🏻เปิดรับสมัครพนักงานจ๊อบประจำ จำนวนมาก🔝  เงินออกทุกวันไม่เกินเที่ยงคืน  -ไม่มีค่าธรรมเนียมทุกธนาคาร COSMAX คลองส่งน้ำ 0...
27/03/2026

👋🏻เปิดรับสมัครพนักงานจ๊อบประจำ จำนวนมาก🔝
เงินออกทุกวันไม่เกินเที่ยงคืน
-ไม่มีค่าธรรมเนียมทุกธนาคาร
COSMAX คลองส่งน้ำ 08.00-20.00 น.
ขอคน ที่สามารถทำโอทีได้เท่านั้น 🐣

27/02/2026
21/02/2026

- เปิด 5 คีย์เวิร์ดคนหางานแห่งปี 68 Marketing ขึ้นแท่นเบอร์ 1 Work from Home มัดใจคนรุ่นใหม่สุด -
1) ข้อมูลจาก Jobsdb by SEEK แพลตฟอร์มหางานออนไลน์ชั้นนำของประเทศไทย เผยรายงาน 5 อันดับคำค้นหางานที่ได้รับความนิยมสูงสุด (Top Keywords Search) ในช่วงเดือนกรกฎาคม–ธันวาคม 2568 โดยพบว่า Marketing และ Work from Home ครองความนิยมสูงสุดเป็น 2 อันดับแรก ตามมาด้วย Data Analyst, HR และ Engineer ซึ่งชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของตลาดแรงงานที่ให้ความสำคัญกับสมดุลชีวิตและทักษะแห่งอนาคต
นอกจากนี้ ยังสื่อถึงการปรับตัวขององค์กรสู่การเปลี่ยนผ่านไปยังยุคดิจิทัล และเริ่มให้ความสำคัญกับการใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ไปจนถึงรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่นมากขึ้น แม้แต่ละคีย์เวิร์ดจะมีนัยยะต่อทิศทางตลาดแรงงานที่แตกต่างกัน แต่ทั้งหมดล้วนเป็นสัญญาณสำคัญที่สะท้อนถึงแนวโน้มการจ้างงานและความต้องการของผู้สมัครงานในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี��
2) ดวงพร พรหมอ่อน กรรมการผู้จัดการ Jobsdb by SEEK กล่าวว่า “คีย์เวิร์ดการค้นหาเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าคนทำงานยุคใหม่ในไทยล้วนมองหา ‘ทักษะ โอกาสเติบโต และความยืดหยุ่น’ ควบคู่กัน ทั้งในมิติของการยกระดับทักษะให้สอดรับกับโลกดิจิทัล การบริหารทรัพยากรบุคคลเชิงกลยุทธ์ ไปจนถึงรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่นอย่าง ‘Work from Home’ ที่ไม่ได้เป็นเพียงกระแสหรือเทรนด์ฮิตอีกต่อไป หากแต่กลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักในการตัดสินใจสมัครงานและเลือกองค์กรด้วยเช่นกัน”
เจาะลึก 5 คำค้นหาของสายงานมาแรงที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล

- สายงานการตลาด (Marketing) ยังคงเป็นสายงานที่ได้รับความสนใจมากที่สุด สอดคล้องกับทิศทางของหลายองค์กรที่เริ่มโฟกัสกับการตลาดดิจิทัล การสร้างแบรนด์ และการสื่อสารกับผู้บริโภคผ่านโซเชียลแพลตฟอร์ม พร้อมมุ่งเน้นขับเคลื่อนธุรกิจด้วยกลยุทธ์ที่สามารถวัดผลได้จริง ทั้งในแง่ของยอดขาย การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย และการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาว

- นักวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analyst) กลายเป็นตำแหน่งที่มีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจทางธุรกิจ มีองค์กรหลากหลายภาคส่วนและอุตสาหกรรมลงทุนกับการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในด้านต่าง ๆ ทั้งการแข่งขัน คาดการณ์ และวางกลยุทธ์ ทำให้ปัจจุบันบุคลากรที่มีทักษะด้านวิเคราะห์ข้อมูลและเทคโนโลยีมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง�

- ทรัพยากรบุคคล (HR) ปัจจุบันตำแหน่งนี้ได้ถูกยกระดับสู่หน้าที่เชิงกลยุทธ์ที่สำคัญขององค์กร (Strategic HR) โดยมีบทบาทหลักในการเฟ้นหา และรักษาบุคลากร ตลอดจนพัฒนาวัฒนธรรมองค์กรและรูปแบบการทำงานให้สอดคล้องกับความคาดหวังของพนักงานยุคใหม่ในองค์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ�

- สายงานด้านวิศวกรรม (Engineer) เป็นอีกหนึ่งในอาชีพที่หลายคนมองว่ามีความมั่นคง โดยพื้นฐานของสายงานด้านนี้ยังคงเป็นกำลังหลักในการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีในหลากหลายอุตสาหกรรม ซึ่งยังคงมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการขยายตัวและเติบโตขององค์กรในระยะยาว��

- นอกจากนี้ ยังมีคำค้นหาอย่าง (New Graduate) สำหรับบัณฑิตจบใหม่ และ การฝึกงาน (Internship) ที่พุ่งขึ้นสูงในช่วงปลายปี แสดงให้เห็นถึงการตื่นตัวของแรงงานรุ่นใหม่ที่กำลังเดินหน้าเข้าสู่โลกการทำงาน ซึ่งเหล่าบัณฑิตจบใหม่ล้วนให้ความสำคัญกับตำแหน่งงานที่มีความก้าวหน้าชัดเจน ควบคู่กับโอกาสในการพัฒนาทักษะที่ตรงตามความต้องการของธุรกิจ และจากประสบการณ์การปฏิบัติงานจริง

ที่อยู่

445/158 ม. 12 ต. บางพลีใหญ่ อ. บางพลี
Samut Prakan
10540

เบอร์โทรศัพท์

+955932914

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ P for U Serviceผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง P for U Service:

แชร์