MTI Solution Sustainability consultation and service provider

🌱 ความยั่งยืนในวันนี้ ไม่ใช่แค่การติดโลโก้หรือฉลากสีเขียว แต่ต้องพิสูจน์ได้ว่ามีการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธ...
07/08/2026

🌱 ความยั่งยืนในวันนี้ ไม่ใช่แค่การติดโลโก้หรือฉลากสีเขียว แต่ต้องพิสูจน์ได้ว่ามีการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม และมีข้อมูลรองรับที่ตรวจสอบได้

🔍 กฎหมายใหม่ของสหภาพยุโรป (EU) กำลังยกระดับมาตรฐานการสื่อสารด้านสิ่งแวดล้อม โดยไม่อนุญาตให้สร้างโลโก้หรือกล่าวอ้างว่า “เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” เพราะผู้บริโภคควรได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โปร่งใส และเชื่อถือได้

🌍 สำหรับผู้ประกอบการไทย นี่คือโอกาสในการพัฒนากระบวนการผลิตให้ยั่งยืนอย่างแท้จริง พร้อมใช้มาตรฐานและการรับรองที่น่าเชื่อถือเป็นเครื่องยืนยัน เพราะ “ความยั่งยืน” ไม่ใช่แค่สิ่งที่บอก แต่คือสิ่งที่ทำและพิสูจน์ได้ 💚



🚨 [SAVE THE DATE 2-4 ก.ย.69]
🚨เตรียมพบกับ GCNT EXPO 2026 เร็ว ๆ นี้!
___________________
🌳การสร้างโลโก้รักษ์โลกขึ้นมาใช้เอง กำลังกลายเป็นเรื่องที่ทำไม่ได้อีกต่อไปในตลาดยุโรป เนื่องจากสหภาพยุโรป (EU) ได้ออกกฎหมายว่า "Empowering Consumers for the Green Transition Directive" กฎหมายเพิ่มอำนาจให้ผู้บริโภคเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่สีเขียว ซึ่งเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน 2026 เป็นต้นไป

🌳สาเหตุเนื่องจากในตลาด EU มีโลโก้ด้านสิ่งแวดล้อมปะปนอยู่มากกว่า 230 แบบ ซึ่งกว่าครึ่งหนึ่งไม่มีระบบตรวจสอบที่น่าเชื่อถือ ส่งผลให้ผู้บริโภคเกิดความสับสนและคลางแคลงใจ การมีกฎหมายฉบับนี้จึงเข้ามาจัดระเบียบการอนุมัติและตรวจสอบฉลากสิ่งแวดล้อมเพื่อสกัดกั้นไม่ให้มีการเพิ่มฉลากใหม่ๆ ออกมาตามใจชอบ โดยมีประเด็น เช่น:

❎ห้ามสร้างโลโก้ขึ้นมาเอง เช่น โลโก้สีเขียว รูปต้นไม้ หรือสัญลักษณ์รักษ์โลกใดๆ ขึ้นมาบนสินค้าของตนเองเพื่อดึงดูดใจผู้บริโภคโดยไม่มีการรับรองจากภายนอกได้อีกต่อไป

✅แนวปฏิบัติที่ถูกต้อง: ฉลากหรือโลโก้ที่จะนำมาใช้ได้นั้น จะต้องเป็นโลโก้ที่จัดตั้งโดยหน่วยงานภาครัฐ หรือระบบการรับรองที่ผ่านการตรวจสอบโดยหน่วยงานอิสระภายนอก (Third-party verifier) ที่มีมาตรฐาน โปร่งใส และเปิดให้ผู้ประกอบการทุกรายสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียมกัน

🌳สำหรับผู้ส่งออกไทยที่ต้องการส่งออกสินค้าไป EU
สำหรับผู้ส่งออกไทยที่ต้องปรับตัว สามารถใช้ระบบตรวจวัดมาตรฐานของหน่วยงานในไทยเพื่อเป็นเครื่องมือเตรียมความพร้อมด้านข้อมูลและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ก่อนส่งออกไปตลาด EU ได้ เช่น

⭐1. ฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint of Products)
เครื่องหมายที่แสดงปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ โดยเป็นการคำนวณและทวนสอบตามหลักเกณฑ์มาตรฐานสากล ซึ่งช่วยให้แบรนด์มีฐานข้อมูลเชิงตัวเลขที่อิงตามมาตรฐานสากล (ISO 14067) เพื่อใช้แสดงความโปร่งใสต่อคู่ค้าในยุโรปได้อย่างมีหลักฐาน ยืนยันได้จริง

⭐2. ฉลากเขียว (Green Label)
ฉลากสิ่งแวดล้อมสำหรับผลิตภัณฑ์และบริการที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ทั่วไป โดยตัวฉลากพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิดมาตรฐานสากล ด้วยระบบการตรวจสอบที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายฉลากสิ่งแวดล้อมโลก (Global Ecolabelling Network - GEN) จึงช่วยให้ผู้ประกอบการมีระบบเอกสารที่น่าเชื่อถือ สำหรับใช้เป็นหลักฐานยืนยันกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเมื่อต้องเจรจาการค้ากับคู่ค้าใน EU

ที่มา: European Union และ European Commission

สภาพอากาศที่แปรปรวนและภัยพิบัติที่รุนแรงขึ้น ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรลดลง สัตว์โตช้า ต้นทุนพุ่งสูง สิ่งเหล่านี้กระทบโดยตรง...
24/07/2026

สภาพอากาศที่แปรปรวนและภัยพิบัติที่รุนแรงขึ้น ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรลดลง สัตว์โตช้า ต้นทุนพุ่งสูง สิ่งเหล่านี้กระทบโดยตรงทำให้ "ค่าอาหาร" ซึ่งเป็นรายจ่ายหลักของเราแพงขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ 🥩💸

นอกจากนั้นเมื่ออากาศยิ่งร้อน แอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าก็ยิ่งทำงานหนัก (ร้อนขึ้น 1 องศา แอร์กินไฟเพิ่ม 3%) แถมความร้อนยังทำให้เชื้อโรคโตไว โรคภัยต่างๆ เช่น ฮีทสโตรก อาหารเป็นพิษ ถามหาบ่อยขึ้น ทำให้เราต้องเสียทั้งค่าไฟและค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว ⚡💊

การร่วมกันรับมือกับวิกฤตภูมิอากาศ จึงไม่ใช่แค่การปกป้องธรรมชาติ แต่คือการ "ลดภาระค่าครองชีพ" สร้างความมั่นคงให้เงินในกระเป๋า และยกระดับคุณภาพชีวิตของเราทุกคนให้รอดพ้นจากวิกฤตนี้ไปได้ 🌱✨



เมื่อวิกฤตภูมิอากาศ กลายเป็นวิกฤตค่าครองชีพ
เมื่อสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวนเกิดบ่อยขึ้น และภัยพิบัติทวีความรุนแรงขึ้น ไม่ว่าจะเป็น น้ำท่วม ไฟป่าหรือภัยแล้ง ล้วนส่งผลกระทบต่อทั้งระบบนิเวศ เศรษฐกิจ และการดำรงชีวิตของมนุษย์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ได้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อภาคเกษตรกรรม ปัญหาอาหารขาดแคลน สุขภาพ การจ้างงาน และรายได้ของประชาชน เมื่อผลผลิตทางการเกษตรลดลง ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น หรือเกิดความเสียหายจากภัยพิบัติ ย่อมส่งผลให้ราคาสินค้าและบริการปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่เชื่อมโยงกับค่าครองชีพของประชาชนในปัจจุบันและมีแนวโน้มส่งผลกระทบรุนแรงขึ้นในอนาคต (1)

หนึ่งในผลกระทบที่เห็นได้ชัดคือด้านความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับค่าครองชีพของประชาชน อย่างที่ทราบกันดีว่า อาหารเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ และสัดส่วนรายจ่ายหลักในชีวิตประจำวันที่มากที่สุดของคนไทยคือ อาหารและเครื่องดื่ม ดังนั้น หากต้นทุนทางอาหารเพิ่มขึ้นหรือเกิดการขาดแคลนจะส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพเป็นอย่างมาก เมื่อโลกร้อนขึ้น ผลผลิตทางการเกษตรมีแนวโน้มลดลง รวมไปถึงปศุสัตว์ ยกตัวอย่างเช่น สุกรที่โตช้า ไก่ออกไข่น้อยลง ทำให้ราคาวัตถุดิบอาหารมีการปรับตัวขึ้น ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของคนไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ (3) (4)

นอกจากค่าใช้จ่ายด้านอาหารแล้ว ค่าไฟฟ้าก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งในชีวิตประจำวันที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างชัดเจน เมื่ออากาศร้อนขึ้น ทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ทำความเย็นต้องทำงานมากขึ้นและใช้พลังงานไฟฟ้ามากกว่าเดิม จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้หน่วยการใช้ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น จากข้อมูลของ MEA พบว่าอุณหภูมิภายนอกที่เพิ่มขึ้นทุก 1 องศาเซลเซียส เครื่องปรับอากาศจะกินไฟเพิ่มขึ้นมากกว่า 3% ถึงแม้จะใช้งานในระยะเวลาเท่ากัน หรือปรับตั้งค่าอุณหภูมิเท่าเดิมก็ตาม รวมไปถึงพฤติกรรมที่ยิ่งทำให้เกิดการใช้ไฟฟ้ามากขึ้นในวันที่อากาศร้อน เช่น การเปิด-ปิดตู้เย็นบ่อยขึ้น การบริโภคน้ำบ่อยขึ้น ทำให้ปั๊มน้ำทำงานหนัก ล้วนส่งผลให้การใช้พลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้น และสะท้อนออกมาในรูปของค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าที่สูง ซึ่งส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของครัวเรือนโดยตรง (2)

รวมไปถึงค่าใช้จ่ายทางด้านสุขภาพที่ได้รับผลกระทบ โรคที่มักจะมากับอากาศร้อน เช่น ไข้เลือดออก อาหารเป็นพิษ หรือฮีทสโตรก เกิดถี่และรุนแรงมากขึ้นจากอากาศที่ร้อนจัด เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นยิ่งทำให้เชื้อโรคเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วส่งผลให้มีความเสี่ยงในการเสียค่ารักษาพยาบาลบ่อยขึ้น และจากรายงานของ องค์การอนามัยโลก (WHO) ประชากรกว่า 930 ล้านคน หรือราว 12% ของประชากรโลก ต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลเกิน 10% ของรายได้ครัวเรือน เนื่องจากคนยากจนส่วนใหญ่ไม่มีประกันสุขภาพ และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะยิ่งทำให้แนวโน้มนี้แย่ลง อีกทั้งการที่อุตสาหกรรมยาก็เผชิญกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตัวอย่างเช่น ในปี 2017 เมื่อพายุเฮอริเคนมาเรียพัดถล่มเปอร์โตรีโก สร้างความเสียหายต่อโรงงานผลิตยามากกว่า 500 แห่ง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตยา 10% ของยาทั้งหมดที่บริโภคในสหรัฐฯ อีกทั้งปัญหาต้นทุนในการก่อสร้างโรงงานผลิตยาแห่งใหม่มีต้นทุนสูง ทำให้การผลิตยาหลายชนิดพึ่งพาโรงงานเฉพาะแห่ง รวมถึงการผลิตและการกระจายยามีความเสี่ยงที่จะหยุดชะงัก และอาจกระทบต่อการเข้าถึงยาของประชาชนได้ ปัจจัยเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสามารถซ้ำเติมความเปราะบางของระบบสุขภาพและเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพได้มากยิ่งขึ้น (5) (6)

ท้ายที่สุด การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพ ทั้งค่าไฟฟ้า ค่าอาหาร และ ค่าใช้จ่ายทางด้านสุขภาพ ดังนั้น การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจึงไม่ใช่เพียงการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ หากแต่เป็นการลงทุนเพื่อสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ลดภาระค่าครองชีพ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน

อ้างอิง
(1) https://blog.cheewid.com/knowledge/climate-change-effects/
(2) https://www.mea.or.th/public-relations/corporate-news-activities/announcement/Tw672hGqg
(3) https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1081576
(4) https://www.thaipbs.or.th/news/content/504242
(5) https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/climate-change-and-health
(6) https://www.oxfordeconomics.com/resource/the-pharmaceutical-sector-must-find-a-remedy-for-its-climate-related-risks/
"ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน"

#กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

🌊 El Niño 2026 กำลังกลับมา และอาจไม่ใช่แค่เรื่องอากาศร้อน แต่คือความเสี่ยงที่โลกจะมีความรุนแรงของการเผชิญกับฝนที่ลดลง อุ...
26/06/2026

🌊 El Niño 2026 กำลังกลับมา และอาจไม่ใช่แค่เรื่องอากาศร้อน แต่คือความเสี่ยงที่โลกจะมีความรุนแรงของการเผชิญกับฝนที่ลดลง อุณหภูมิสูงขึ้น และภัยแล้ง ☀️

🇹🇭 สำหรับไทย ผลกระทบอาจเริ่มเห็นชัดตั้งแต่ช่วงกลางปี โดยเฉพาะภาคเกษตร อุตสาหกรรม และธุรกิจที่พึ่งพาน้ำหรือวัตถุดิบจากสินค้าเกษตร ซึ่งอาจมีผลผลิตที่ลดลง ต้นทุนที่สูงขึ้น 🌾📉

💡 สิ่งสำคัญคือการเตรียมพร้อมทั้งในระดับรัฐ ชุมชน และครัวเรือน เพราะในวันที่ “สภาพอากาศ” กลายเป็นตัวแปรสำคัญ การเตรียมพร้อมก่อนย่อมได้เปรียบกว่า 🌍📊

#ภัยแล้ง #คุณภาพชีวิต #ค่าครองชี

🌊องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ออกแถลงการณ์เตือนทุกภาคส่วนให้เตรียมพร้อมรับมือกับการกลับมาของปรากฏการณ์เอลนีโญปี 2026 ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศและเศรษฐกิจโลกอย่างมีนัยสำคัญ ดังนี้

🔹แนวโน้มความน่าจะเป็น: มีโอกาสเกิดสูงถึง 80% ในช่วงเดือนมิถุนายน–สิงหาคม 2026 และความน่าจะเป็นจะเพิ่มขึ้นเป็น 90% ต่อเนื่องยาวไปจนถึงอย่างน้อยเดือนพฤศจิกายน

🔹ระดับความรุนแรง: รอบนี้จะมีความรุนแรงในระดับ "ปานกลางถึงรุนแรงมาก" โดยพบอุณหภูมิน้ำใต้ทะเลลึกในมหาสมุทรแปซิฟิกสูงกว่าค่าเฉลี่ยถึง 6°C ซึ่งเป็นแหล่งสะสมมวลความร้อนขนาดใหญ่

⚡️ความเสี่ยงและสภาพอากาศในไทย
💧สทนช. และกรมอุตุนิยมวิทยา เผยอุณหภูมิผิวน้ำทะเลมีแนวโน้มพุ่งสูง ส่งผลให้ปริมาณฝนอาจลดลงอย่างมากและเพิ่มความเสี่ยงต่อภัยแล้งรุนแรง ไฟป่า และผลผลิตทางการเกษตรเสียหาย

💧เตือนไทยปริมาณฝนที่ลดลงต่ำกว่าเกณฑ์ปกติอย่างมีนัยสำคัญ ในระยะสั้น มิ.ย. - ส.ค. ภาพรวมทั้งช่วงฝนเฉลี่ยลดลง 10-12% และระยะยาว ก.ย. - พ.ย. ความรุนแรงสู่ภาวะ "ซูเปอร์เอลนีโญ" ดันฝนสะสมภาพรวมดิ่งลง 30% และจะแห้งแล้งวิกฤตที่สุดในเดือน พ.ย. โดยฝนอาจหายไปถึง 39% เสี่ยงภัยแล้งรุนแรงและไฟป่านอกเขตชลประทาน

🌤️ผลกระทบสำคัญต่อภาคธุรกิจไทย
🔹วิกฤตน้ำและโลจิสติกส์: ความแห้งแล้งส่งผลกระทบโดยตรงต่อระดับน้ำในคลองขุดสำคัญทั่วโลกที่ใช้ในการขนส่งสินค้า กระทบต่อระบบโลจิสติกส์และการค้าระหว่างประเทศ

🔹วิกฤตผลผลิตเกษตรและต้นทุนพุ่ง: ผลผลิตสินค้าเกษตรทั่วโลก เช่น ข้าว ปุ๋ย ยางพารา ปาล์มน้ำมัน น้ำตาล หรือ ถั่วเหลืองจะมีปริมาณลดลง ดันให้ราคาตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น และส่งผลกระทบต่อเนื่องสู่ต้นทุนภาคปศุสัตว์

🌊แนวทางการรับมือของธุรกิจไทย
⭐️บริหารจัดการน้ำเชิงรุก: ภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมต้องเร่งกักเก็บน้ำ สำรองแหล่งน้ำ และปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้น้ำ เพื่อรองรับภาวะฝนทิ้งช่วงล่วงหน้าก่อนเข้าสู่ปี 2570

⭐️ปรับแผนซัพพลายเชนและต้นทุน: ภาคธุรกิจที่พึ่งพาสินค้าเกษตรต้องกระจายความเสี่ยงในการจัดหาวัตถุดิบ เพื่อรับมือกับราคาปุ๋ยและสินค้าโภคภัณฑ์ที่ผันผวน รวมถึงวางแผนรองรับต้นทุนพลังงานที่จะสูงขึ้นตามความต้องการใช้ไฟฟ้าในช่วงอากาศร้อนจัด

⭐️ใช้ระบบเตือนภัยและข้อมูลพยากรณ์ล่วงหน้า: นำข้อมูลสภาพภูมิอากาศเชิงลึกมาใช้ในการวางแผนการผลิต การตลาด และปกป้องแรงงานจากความเสี่ยงด้านสาธารณสุข เพื่อให้การตัดสินใจทางธุรกิจเป็นไปอย่างแม่นยำและทันท่วงที

ที่มา: World Meteorological Organization, ฐานเศรษฐกิจ, SET, GISTDA, Thairath

12/06/2026
🌿🦋 ความหลากหลายทางชีวภาพ คือความสมดุลของธรรมชาติที่เชื่อมโยงทุกชีวิตเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นป่าไม้ สัตว์ป่า หรือแหล่งอาห...
22/05/2026

🌿🦋 ความหลากหลายทางชีวภาพ คือความสมดุลของธรรมชาติที่เชื่อมโยงทุกชีวิตเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นป่าไม้ สัตว์ป่า หรือแหล่งอาหารของมนุษย์ 🌏✨

แต่วันนี้ระบบนิเวศกําลังถูกคุกคามจากโลกร้อน มลพิษ และการใช้ทรัพยากรเกินพอดี จนหลายสายพันธุ์เริ่มหายไป 🐘💔

การอนุรักษ์ธรรมชาติจึงไม่ใช่แค่การปกป้องสิ่งแวดล้อม แต่คือการรักษาคุณภาพชีวิตและอนาคตของโลกใบนี้ร่วมกัน 💚♻️



🌱 ความหลากหลายทางชีวภาพ ไม่ได้มีคุณค่าแค่ความสวยงาม แต่คือ ระบบบริการฟรีจากธรรมชาติ (Ecosystem services) ที่ช่วยหล่อเลี้ยงชีวิตมนุษย์ทุกวัน

อาหาร น้ำสะอาด อากาศบริสุทธิ์ รวมถึงการป้องกันน้ำท่วมและการดูดซับคาร์บอน ล้วนเกิดจากการทำงานของระบบนิเวศที่สมบูรณ์ 🌏

22 พฤษภาคม เนื่องในวันสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ คณะการจัดการสิ่งแวดล้อม ม.อ. ร่วมตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ

“ร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของทุกชีวิต”





#สิ่งแวดล้อม
#ความหลากหลายทางชีวภาพ


#คณะการจัดการสิ่งแวดล้อม

🌍🔥 เมื่อ “เอลนินโญ่” ผสานกับ “โลกร้อน” สิ่งที่สั่นสะเทือนไม่ใช่แค่อากาศ…แต่คือ “แหล่งอาหารของโลก” ทั้งระบบ 🌾🐟 ภัยแล้ง ฝน...
08/05/2026

🌍🔥 เมื่อ “เอลนินโญ่” ผสานกับ “โลกร้อน” สิ่งที่สั่นสะเทือนไม่ใช่แค่อากาศ…แต่คือ “แหล่งอาหารของโลก” ทั้งระบบ 🌾🐟 ภัยแล้ง ฝนแปรปรวน อุณหภูมิทะเลสูงขึ้น ทำให้ผลผลิตทางเกษตรลดลง สัตว์น้ำอพยพ และต้นทุนอาหารพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

🥬 วันนี้หลายประเทศเริ่มเผชิญภาวะอาหารไม่มั่นคง ข้าว ผัก ผลไม้ ไปจนถึงอาหารทะเลได้รับผลกระทบโดยตรง เพราะธรรมชาติไม่สามารถฟื้นตัวได้ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงขึ้นทุกปี ☀️🌊

♻️ วิกฤตนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะทุกมื้ออาหารของเรากำลังเชื่อมโยงกับสภาพภูมิอากาศมากกว่าที่เคย การลดขยะอาหาร ใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน และสนับสนุนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาจเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่ช่วยโลกได้มากกว่าที่คิด 💚



ตลอด 1-2 เดือนที่ผ่านมา ปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) คือสิ่งที่เราได้ยินมาตลอด และนอกจากสภาพภูมิอากาศแล้วปรากฎการณ์ที่สภาวะโลกร้อนในมหาสมุทรแปซิฟิกทวีความรุนแรงขึ้น ยังส่งผลถึงปากท้องและความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) โดยตรง
คริส จาคคารินี นักวิเคราะห์อาวุโส ด้านอาหารและการเกษตร จากหน่วยข่าวกรองด้านพลังงานและสภาพภูมิอากาศ (Energy and Climate Intelligence Unit) กล่าวว่า ปี 2026 กำลังจะเป็นอีกปีหนึ่งที่ความขัดแย้งและความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศได้กลายเป็นความจริง ทั้งจากสภาพอากาศสุดขั้วที่กระทบการผลิตในพื้นที่เพาะปลูกหลัก รวมถึงความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งพลต่อเชื้อเพลิงพลังงาน และปุ๋ยที่ใช้ในการเกษตร
ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คือฐานการผลิตอาหารสำคัญของโลก และเอลนีโญกำลังทำให้พืชบางชนิดมีแนวโน้มลดลง มีรายงานระบุว่า เอลนีโญทำให้ฝนลดลงในบริเวณที่ปกติมีฝนชุก ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดความล้มเหลวของพืชผลในหลายภูมิภาคพร้อมกันโดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนัก ได้แก่ แอฟริกากลาง ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ อเมริกากลาง บราซิล และหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก ขณะที่พืชบางชนิด มีผลผลิตลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ เช่น ข้าว ธัญพืช ส่วน น้ำตาล และน้ำมันปาล์มมีแนวโน้มผลผลิตลดลงพร้อมกันในหลายประเทศ ทั้งไทย เวียดนาม และอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์
ดร.วิษณุ อรรถวานิช อาจารย์ประจำภาควิชาเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อมและภูมิอากาศ ให้สัมภาษณ์ National Geographic ฉบับภาษาไทย ว่า จนถึงขณะนี้ผลลัพธ์ของการเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญ่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ และภาคเกษตร กรรมได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยเฉพาะข้าว น้ำตาล และน้ำมันปาล์ม ซึ่งราคาสูงขึ้นทั้งจากปัจจัยด้านสภาพภูมิอากาศ และความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
“เวลาพูดเรื่องความมั่นคงทางอาหาร มองแค่ตัวเลขผลผลิตที่ได้อย่างเดียวคงไม่ได้ ผมขอนิยามความมั่นคงทางอาหารใน 4 ความหมายหลัก เพื่อเชื่อมโยงว่าสภาพภูมิอากาศร้อนขึ้นส่งผลต่อความมั่นคงในนิยามใด โดยหลักการแล้วความมั่นคงทางอาหารประกอบไปด้วย 1. การมีอาหารเพียงพอ (Food Availability) ซึ่งหมายถึงการมีอาหารในปริมาณที่เพียงพอและมีคุณภาพซึ่งจนถึงขณะนี้ยังเชื่อว่าอาหารยังมีเพียงพออยู่ 2. การเข้าถึงอาหาร (Food Access) ซึ่งหมายถึงการที่คนคนหนึ่งการเข้าถึงทรัพยากรที่เหมาะสมรวมไปถึงสิทธิเพื่อการหาอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสม และถ้าในกรณีที่ผลผลิตน้อยลง หรือสินค้ามีราคาที่สูงขึ้น สำหรับบางครอบครัวอาจกระทบในส่วนนี้”
“ข้อ 3 คือการใช้ประโยชน์จากอาหาร (Food Utilization) การใช้ประโยชน์จากอาหารในการบริโภค ซึ่งอากาศที่ร้อนขึ้นส่งผลถึงการมี Food waste ที่เพิ่มขึ้น เกิดการเน่าเสียแทนที่จะเก็บได้นานขึ้น และข้อ 4 คือการมีเสถียรภาพด้านอาหาร (Food Stability) ประชาชนหรือครัวเรือนหรือบุคคลต้องเข้าถึงอาหารอย่างเพียงพอตลอดเวลา ไม่มีความเสี่ยงในการเข้าถึงอาหารเมื่อเกิดความขาดแคลนขึ้นมาอย่างกะทันหัน”
อากาศกับปากท้องสัมพันะ์อย่างไร? จากการศึกวิจัยพบว่าปัจจัยอุณหภูมิที่สูงส่งผลกระทบต่อวงจรด้านอาหารทั้งระบบ ได้แก่ ภาคประมงและทรัพยากรน้ำ ซึ่งความร้อนส่งผลถึงการอพยพของสัตว์น้ำ โดยเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นจะทำให้สัตว์น้ำอพยพไปยังพื้นที่ที่เย็นกว่าทางตอนเหนือ ส่งผลให้ปริมาณสัตว์น้ำในภูมิภาคนี้ลดลง ขณะที่การรุกล้ำของน้ำเค็ม เมื่อปริมาณน้ำจืดในเขื่อนมีน้อยลง การปล่อยน้ำเพื่อไล่น้ำทะเลจะทำได้ยาก ทำให้เกิดการรุกล้ำของน้ำเค็ม ซึ่งทำลายพืชผลและสัตว์น้ำจืด
ภาคการเกษตร อุณหภูมิที่สูงและผันผวนส่งผลให้ผลผลิตทางการเกษตรเสียหายและลดลง พืชเศรษฐกิจหลายชนิด เช่น ข้าว อ้อย มันสำปะหลัง ทุเรียน มีความอ่อนไหวเป็นพิเศษ ขณะที่ด้านปศุสัตว์มีต้นทุนพลังงานเพิ่มขึ้นจากการควบคุมอุณหภูมิเพื่อไม่ให้สัตว์เครียด กินน้อยลง โตช้าลง เป็นโรคง่ายขึ้น และผสมพันธุ์ได้น้อยลง ซึ่งกลายเป็นการเพิ่มต้นทุนและภาระแก่เกษตรกร ทั้งนี้สภาพอากาศยังส่งผลต่อการเน่าเสียของอาหาร เพิ่ม Food Waste และ Food Loss ระหว่างการขนส่ง
อ่านต่อที่ https://ngthai.com/environment/81785/el-nino-food-security/

วันแรงงานไม่ใช่แค่วันหยุด แต่คือวันที่เรานึกถึง “ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของแรงงาน” 🛠️✨ ทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับค่าจ้างที่...
01/05/2026

วันแรงงานไม่ใช่แค่วันหยุด แต่คือวันที่เรานึกถึง “ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของแรงงาน” 🛠️✨

ทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับค่าจ้างที่เป็นธรรม ชั่วโมงการทำงานที่เหมาะสม และสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย เพราะแรงงานคือหัวใจของเศรษฐกิจ 💼⚖️

เพราะเมื่อแรงงานได้รับความเป็นธรรม สังคมทั้งระบบก็จะเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน 🚀🌱




🌍🔥 ในวันที่โลกเผชิญ “ภัยสงคราม” ผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่แค่สนามรบ…แต่มันลุกลามไปถึง “พลังงานโลก” โดยเฉพาะน้ำมันปิโตรเลียมที...
10/04/2026

🌍🔥 ในวันที่โลกเผชิญ “ภัยสงคราม” ผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่แค่สนามรบ…แต่มันลุกลามไปถึง “พลังงานโลก” โดยเฉพาะน้ำมันปิโตรเลียมที่เป็นหัวใจของเศรษฐกิจ เมื่อแหล่งผลิตหรือเส้นทางขนส่งถูกกระทบ ราคาน้ำมันก็พุ่งสูงทันที ⚡️📈

⛽️ และเมื่อพลังงานแพงขึ้น ทุกอย่างก็แพงตามเป็นลูกโซ่—ค่าขนส่ง ค่าอาหาร ค่าไฟฟ้า จนถึงค่าครองชีพของคนทั่วไป สงครามที่ดูเหมือนไกลตัว กลับกระทบชีวิตเราแบบใกล้กว่าที่คิด 💔🌫️

💡 วิกฤตนี้อาจไม่ใช่แค่ปัญหา แต่คือ “สัญญาณเตือน” ให้โลกต้องเร่งหันไปพึ่งพาพลังงานทางเลือก ลดการพึ่งพาน้ำมัน ก่อนที่ความไม่แน่นอนจะกลายเป็นเรื่องปกติที่เราต้องเผชิญทุกวัน 🌱✨



ฝ่าวิกฤตพลังงาน รื้อโครงสร้างสู่ทางรอด
เปิดข้อเสนอต่อนโยบายสร้างเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศไทย: จากมาตรการเร่งด่วนสู่การปฏิรูปโครงสร้าง โดยดร.อารีพร อัศวินพงศ์พันธ์, ดร.สุเมธ องกิตติกุล และ ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)
อ่านข้อเสนอ https://tdri.or.th/2026/04/energy-policy-stability-structural-transition/

ฝุ่น PM2.5 กลับมาอีกแล้ว…และครั้งนี้ “หนักกว่าเดิม” บางพื้นที่พุ่งทะลุ 1,000! อากาศที่เราหายใจ กลายเป็นภัยเงียบที่ทำร้าย...
02/04/2026

ฝุ่น PM2.5 กลับมาอีกแล้ว…และครั้งนี้ “หนักกว่าเดิม” บางพื้นที่พุ่งทะลุ 1,000! อากาศที่เราหายใจ กลายเป็นภัยเงียบที่ทำร้ายปอดแบบไม่รู้ตัว 🌫️🔥

ภาคเหนือวิกฤตหนัก ค่าฝุ่นพุ่งระดับอันตรายสุด จากไฟป่าและการเผาในที่โล่ง ส่งผลให้คนป่วยเพิ่มขึ้น📍🏥

อย่าชะล่าใจ! เพราะนี่ไม่ใช่แค่ฝุ่น…แต่มันคือเรื่องชีวิตของเรา ร่วมกันหยุดเผา ลดควัน เพื่ออากาศที่เราทุกคนต้องหายใจ 🌍😷



รายงานข้อมูลสถานการณ์คุณภาพอากาศ ณ วันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน 2569 เวลา 8.00 น.

🔹 กรุงเทพฯ มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 อยู่ระหว่าง 23 - 24 ug/m3
🔹 ภาคกลาง มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 อยู่ระหว่าง 16 - 36 ug/m3
🔹 ภาคเหนือ มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 อยู่ระหว่าง 71 - 299 ug/m3
🔹 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 อยู่ที่ 61 ug/m3
🔹 ภาคใต้ มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 อยู่ระหว่าง 20 - 32 ug/m3
🔹 ภาพรวมทั้งประเทศ มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 อยู่ระหว่าง 16 - 299 ug/m3

อย่าลืมสวมอุปกรณ์ป้องกันตัวเอง


ที่มา : รายงานค่าฝุ่น PM2.5 (ug/m3) จากจุดติดตั้งเครื่องวัดฝุ่น DustBoy

ศูนย์เฝ้าระวังคุณภาพอากาศ
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
https://pm2_5.nrct.go.th

🌍🔥 ทุกครั้งที่เกิดสงคราม ไม่ได้มีแค่เสียงระเบิด…แต่คือ “อากาศที่เป็นพิษ ป่าที่ถูกเผา และชีวิตที่สูญหาย” 🌫️🌳💔 สิ่งที่ถูกท...
20/03/2026

🌍🔥 ทุกครั้งที่เกิดสงคราม ไม่ได้มีแค่เสียงระเบิด…แต่คือ “อากาศที่เป็นพิษ ป่าที่ถูกเผา และชีวิตที่สูญหาย” 🌫️🌳💔

สิ่งที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังคือ “สิ่งแวดล้อม” ที่บอบช้ำ… ทั้งการเผาไหม้ แหล่งน้ำมันรั่วไหล โครงสร้างพื้นฐานที่พังทลาย และมลพิษที่พุ่งสูงเกินควบคุม 🌊💥

เพราะสงครามไม่ได้จบแค่ในสนามรบ แต่มันทิ้งรอยแผลไว้กับธรรมชาติไปอีกนาน สุดท้าย “ผู้แพ้ตัวจริง” อาจไม่ใช่ฝ่ายไหนในสงคราม…แต่คือโลกทั้งใบของเรา 🌏💔



#อินโฟอินใจ ผลกระทบของสงครามต่อสิ่งแวดล้อมคือหนึ่งในความเสียหายที่ไม่อาจย้อนกลับได้ สงครามได้ทำร้ายธรรมชาติในด้านใดบ้างในครั้งที่ผ่าน ๆ มา?
นายบัน คี มุน อดีตเลขาธิการสหประชาติ เคยกล่าวเอาไว้ว่า “ให้เรายืนยันถึงความมุ่งมั่นของเราอีกครั้งในการปกป้องสิ่งแวดล้อมจากผลกระทบของสงคราม เพื่อป้องกันทรัพยากรธรรมชาติให้อยู่เหนือความขัดแย้ง”
ผลกระทบของสงครามไม่เพียงแต่คร่าชีวิตของผู้คนมากมายทั้งทหาร ผู้บริสุทธิ์ คนชรา หรือแม้แต่เด็กเท่านั้น แต่ยังสร้างความเสียหายให้กับทุกอย่างที่ขอบเขตของสงครามเข้าไปสัมผัสทั้งทางตรงและทางอ้อม ไม่ว่าจะพืชหรือสัตว์ ความขัดแย้งของมนุษย์ได้สร้างสิ่งที่ไม่อาจย้อนหลับได้
#ผลกระทบต่ออากาศ จากรายงานวิจัยที่ชื่อ ‘Air pollution caused by war activity’ C. Protopsaltis, Chamber of Technology, กรีซ ระบุว่าในช่วงปี 1954 ถึง 2009 หลายประเทศได้พยายามสร้างอาวุธนิวเคลียร์กันมากกว่า 2,000 ครั้ง ซึ่งสร้างผลกระทบต่อคุณภาพอากาศอย่างมาก
ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีผลต่อการไหลเวียนของอากาศตามธรรมชาติทั้งทางบกและทางทะเล ซึ่งเชื่อมโยงกับที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด เมื่อประเทศได้ทดลองระเบิดนิวเคลียร์ อนุภาคอันตรายจะกระจายเข้าไปชั้นบรรยากาศ กลายเป็นทั้งฝนตกลงมาและเป็นอากาศที่เราหายใจ นี่ยังไม่รวมควันไฟที่เกิดจากระเบิดจำนวนมาก
#ผลกระทบต่อพื้นที่ป่า จากข้อมูลของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) สงครามที่เกิดขึ้นหลายสิบปีที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นในอัฟกานิสถาน โคลัมเบีย อิรัก หรือรัสเซียรุกรานยูเครน ต่างก็ทำลายพื้นที่ป่าไปอย่างมาก การทิ้งระเบิดและจรวดมิสไซล์ได้สร้างไฟป่า
ดินกลายเป็นสถานที่ที่มีสารเคมีอันตรายปนเปื้อนนานนับสิบปี กลายเป็นพื้นที่ที่ไม่สามารถเจริญเติบโตได้ ระบบนิเวศพังทลาย แค่เพียงสงครามในอัฟกานิสถานเพียงประเทศเดียวก็ทำให้พื้นที่ป่าบางแห่งหายไป 95%
#ผลกระทบต่อสัตว์ป่า สัตว์ป่าที่ไม่รู้เรื่องอะไรถูกยิงขีปนาวุธใส่ ถูกทิ้งระเบิดใส่ ไม่เพียงแค่ในภูเขาเท่านั้นแต่รวมถึงทะเลด้วยจนทำให้แนวปะการังเสียหายซึ่งเป็นบ้านของปลานับพันชนิด สัตว์ที่อยู่ในบัญชีคุ้มครองตามกฎหมายก็ถูกฆ่าเพื่อนำมาทำอาหาร ภาวะสงครามทำให้เกิดการฆ่าอย่างไม่ต้องรับผิดชอบ มีการประเมินว่ามีสัตว์ตายในสงครามโลกครั้งที่สองกว่า 750,000 ตัว
เช่นในสงครามกลางเมืองโมซัมบิก อุทยานแห่งชาติ Gorongosa ต้องสูญเสียสัตว์ป่าไปถึง 95% ทั้งจากการยิงกันและจากนักลักลอบล่าสัตว์ แต่ผลกระทบไม่จบแต่ความตาย เมื่อหลายตัวที่รอดต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีแต่สารพิษ สารเคมีปนเปื้อน ในแหล่งอาหารและแหล่งน้ำ
#ผลกระทบต่อน้ำ แหล่งน้ำเป็นที่อยู่ของสัตว์นานาชนิด รวมทั้งเป็นพื้นที่ค้ำจุนระบบนิเวศ จากข้อมูลของ UNEP ระบุว่าเมื่อเกิดสงคราม โครงสร้างพื้นฐานเกี่ยวกับน้ำไม่ว่าจะเป็นน้ำบาดาล โรงบำบัดน้ำเสีย สถานีสูบน้ำ ต่างก็ได้รับความเสียหาย ทำให้ผู้คนไม่มีน้ำใช้ น้ำกิน สัตว์ก็ไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ
ไม่เพียงเท่านั้นน้ำยังปนเปื้อนไปด้วยปรอท สารหนู ตะกั่ว และสารพิษอื่น ๆ ซึ่งทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บไว้เวลาต่อมา
#สงครามได้สร้างบาดแผลที่ไม่อาจย้อนกลับได้ให้แก่โลก ให้แก่ธรรมชาติ และให้แก่เราทุกคน เราขอแสดงความเสียใจต่อผู้เสียชีวิตทุกคน และขอให้ความขัดแย้งจบลงได้เร็วที่สุด
ข้อมูลจาก
https://www.theguardian.com/environment/2014/nov/06/whats-the-environmental-impact-of-modern-war
https://wwfcee.org/news/assessing-the-environmental-impacts-of-the-war-in-ukraine
https://www.nytimes.com/2022/04/13/science/war-environmental-impact-ukraine.html #:~:text=But%20even%20when%20environmental%20destruction,metals%20into%20soil%20and%20water.
https://ceobs.org/how-does-war-damage-the-environment/
https://newsonair.com/2022/03/03/environmental-impacts-of-wars-the-irreversible-damage/

ที่อยู่

168/73 หมู่ 12 ตำบลบางแก้ว อำเภอบางพลี
Samut Prakan
10540

เบอร์โทรศัพท์

+66946456464

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ MTI Solutionผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์