MTI Solution Sustainability consultation and service provider

🌿🦋 ความหลากหลายทางชีวภาพ คือความสมดุลของธรรมชาติที่เชื่อมโยงทุกชีวิตเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นป่าไม้ สัตว์ป่า หรือแหล่งอาห...
22/05/2026

🌿🦋 ความหลากหลายทางชีวภาพ คือความสมดุลของธรรมชาติที่เชื่อมโยงทุกชีวิตเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นป่าไม้ สัตว์ป่า หรือแหล่งอาหารของมนุษย์ 🌏✨

แต่วันนี้ระบบนิเวศกําลังถูกคุกคามจากโลกร้อน มลพิษ และการใช้ทรัพยากรเกินพอดี จนหลายสายพันธุ์เริ่มหายไป 🐘💔

การอนุรักษ์ธรรมชาติจึงไม่ใช่แค่การปกป้องสิ่งแวดล้อม แต่คือการรักษาคุณภาพชีวิตและอนาคตของโลกใบนี้ร่วมกัน 💚♻️



🌱 ความหลากหลายทางชีวภาพ ไม่ได้มีคุณค่าแค่ความสวยงาม แต่คือ ระบบบริการฟรีจากธรรมชาติ (Ecosystem services) ที่ช่วยหล่อเลี้ยงชีวิตมนุษย์ทุกวัน

อาหาร น้ำสะอาด อากาศบริสุทธิ์ รวมถึงการป้องกันน้ำท่วมและการดูดซับคาร์บอน ล้วนเกิดจากการทำงานของระบบนิเวศที่สมบูรณ์ 🌏

22 พฤษภาคม เนื่องในวันสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ คณะการจัดการสิ่งแวดล้อม ม.อ. ร่วมตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ

“ร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของทุกชีวิต”





#สิ่งแวดล้อม
#ความหลากหลายทางชีวภาพ


#คณะการจัดการสิ่งแวดล้อม

🌍🔥 เมื่อ “เอลนินโญ่” ผสานกับ “โลกร้อน” สิ่งที่สั่นสะเทือนไม่ใช่แค่อากาศ…แต่คือ “แหล่งอาหารของโลก” ทั้งระบบ 🌾🐟 ภัยแล้ง ฝน...
08/05/2026

🌍🔥 เมื่อ “เอลนินโญ่” ผสานกับ “โลกร้อน” สิ่งที่สั่นสะเทือนไม่ใช่แค่อากาศ…แต่คือ “แหล่งอาหารของโลก” ทั้งระบบ 🌾🐟 ภัยแล้ง ฝนแปรปรวน อุณหภูมิทะเลสูงขึ้น ทำให้ผลผลิตทางเกษตรลดลง สัตว์น้ำอพยพ และต้นทุนอาหารพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

🥬 วันนี้หลายประเทศเริ่มเผชิญภาวะอาหารไม่มั่นคง ข้าว ผัก ผลไม้ ไปจนถึงอาหารทะเลได้รับผลกระทบโดยตรง เพราะธรรมชาติไม่สามารถฟื้นตัวได้ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงขึ้นทุกปี ☀️🌊

♻️ วิกฤตนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะทุกมื้ออาหารของเรากำลังเชื่อมโยงกับสภาพภูมิอากาศมากกว่าที่เคย การลดขยะอาหาร ใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน และสนับสนุนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาจเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่ช่วยโลกได้มากกว่าที่คิด 💚



ตลอด 1-2 เดือนที่ผ่านมา ปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) คือสิ่งที่เราได้ยินมาตลอด และนอกจากสภาพภูมิอากาศแล้วปรากฎการณ์ที่สภาวะโลกร้อนในมหาสมุทรแปซิฟิกทวีความรุนแรงขึ้น ยังส่งผลถึงปากท้องและความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) โดยตรง
คริส จาคคารินี นักวิเคราะห์อาวุโส ด้านอาหารและการเกษตร จากหน่วยข่าวกรองด้านพลังงานและสภาพภูมิอากาศ (Energy and Climate Intelligence Unit) กล่าวว่า ปี 2026 กำลังจะเป็นอีกปีหนึ่งที่ความขัดแย้งและความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศได้กลายเป็นความจริง ทั้งจากสภาพอากาศสุดขั้วที่กระทบการผลิตในพื้นที่เพาะปลูกหลัก รวมถึงความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งพลต่อเชื้อเพลิงพลังงาน และปุ๋ยที่ใช้ในการเกษตร
ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คือฐานการผลิตอาหารสำคัญของโลก และเอลนีโญกำลังทำให้พืชบางชนิดมีแนวโน้มลดลง มีรายงานระบุว่า เอลนีโญทำให้ฝนลดลงในบริเวณที่ปกติมีฝนชุก ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดความล้มเหลวของพืชผลในหลายภูมิภาคพร้อมกันโดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนัก ได้แก่ แอฟริกากลาง ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ อเมริกากลาง บราซิล และหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก ขณะที่พืชบางชนิด มีผลผลิตลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ เช่น ข้าว ธัญพืช ส่วน น้ำตาล และน้ำมันปาล์มมีแนวโน้มผลผลิตลดลงพร้อมกันในหลายประเทศ ทั้งไทย เวียดนาม และอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์
ดร.วิษณุ อรรถวานิช อาจารย์ประจำภาควิชาเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อมและภูมิอากาศ ให้สัมภาษณ์ National Geographic ฉบับภาษาไทย ว่า จนถึงขณะนี้ผลลัพธ์ของการเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญ่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ และภาคเกษตร กรรมได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยเฉพาะข้าว น้ำตาล และน้ำมันปาล์ม ซึ่งราคาสูงขึ้นทั้งจากปัจจัยด้านสภาพภูมิอากาศ และความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
“เวลาพูดเรื่องความมั่นคงทางอาหาร มองแค่ตัวเลขผลผลิตที่ได้อย่างเดียวคงไม่ได้ ผมขอนิยามความมั่นคงทางอาหารใน 4 ความหมายหลัก เพื่อเชื่อมโยงว่าสภาพภูมิอากาศร้อนขึ้นส่งผลต่อความมั่นคงในนิยามใด โดยหลักการแล้วความมั่นคงทางอาหารประกอบไปด้วย 1. การมีอาหารเพียงพอ (Food Availability) ซึ่งหมายถึงการมีอาหารในปริมาณที่เพียงพอและมีคุณภาพซึ่งจนถึงขณะนี้ยังเชื่อว่าอาหารยังมีเพียงพออยู่ 2. การเข้าถึงอาหาร (Food Access) ซึ่งหมายถึงการที่คนคนหนึ่งการเข้าถึงทรัพยากรที่เหมาะสมรวมไปถึงสิทธิเพื่อการหาอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสม และถ้าในกรณีที่ผลผลิตน้อยลง หรือสินค้ามีราคาที่สูงขึ้น สำหรับบางครอบครัวอาจกระทบในส่วนนี้”
“ข้อ 3 คือการใช้ประโยชน์จากอาหาร (Food Utilization) การใช้ประโยชน์จากอาหารในการบริโภค ซึ่งอากาศที่ร้อนขึ้นส่งผลถึงการมี Food waste ที่เพิ่มขึ้น เกิดการเน่าเสียแทนที่จะเก็บได้นานขึ้น และข้อ 4 คือการมีเสถียรภาพด้านอาหาร (Food Stability) ประชาชนหรือครัวเรือนหรือบุคคลต้องเข้าถึงอาหารอย่างเพียงพอตลอดเวลา ไม่มีความเสี่ยงในการเข้าถึงอาหารเมื่อเกิดความขาดแคลนขึ้นมาอย่างกะทันหัน”
อากาศกับปากท้องสัมพันะ์อย่างไร? จากการศึกวิจัยพบว่าปัจจัยอุณหภูมิที่สูงส่งผลกระทบต่อวงจรด้านอาหารทั้งระบบ ได้แก่ ภาคประมงและทรัพยากรน้ำ ซึ่งความร้อนส่งผลถึงการอพยพของสัตว์น้ำ โดยเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นจะทำให้สัตว์น้ำอพยพไปยังพื้นที่ที่เย็นกว่าทางตอนเหนือ ส่งผลให้ปริมาณสัตว์น้ำในภูมิภาคนี้ลดลง ขณะที่การรุกล้ำของน้ำเค็ม เมื่อปริมาณน้ำจืดในเขื่อนมีน้อยลง การปล่อยน้ำเพื่อไล่น้ำทะเลจะทำได้ยาก ทำให้เกิดการรุกล้ำของน้ำเค็ม ซึ่งทำลายพืชผลและสัตว์น้ำจืด
ภาคการเกษตร อุณหภูมิที่สูงและผันผวนส่งผลให้ผลผลิตทางการเกษตรเสียหายและลดลง พืชเศรษฐกิจหลายชนิด เช่น ข้าว อ้อย มันสำปะหลัง ทุเรียน มีความอ่อนไหวเป็นพิเศษ ขณะที่ด้านปศุสัตว์มีต้นทุนพลังงานเพิ่มขึ้นจากการควบคุมอุณหภูมิเพื่อไม่ให้สัตว์เครียด กินน้อยลง โตช้าลง เป็นโรคง่ายขึ้น และผสมพันธุ์ได้น้อยลง ซึ่งกลายเป็นการเพิ่มต้นทุนและภาระแก่เกษตรกร ทั้งนี้สภาพอากาศยังส่งผลต่อการเน่าเสียของอาหาร เพิ่ม Food Waste และ Food Loss ระหว่างการขนส่ง
อ่านต่อที่ https://ngthai.com/environment/81785/el-nino-food-security/

วันแรงงานไม่ใช่แค่วันหยุด แต่คือวันที่เรานึกถึง “ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของแรงงาน” 🛠️✨ ทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับค่าจ้างที่...
01/05/2026

วันแรงงานไม่ใช่แค่วันหยุด แต่คือวันที่เรานึกถึง “ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของแรงงาน” 🛠️✨

ทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับค่าจ้างที่เป็นธรรม ชั่วโมงการทำงานที่เหมาะสม และสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย เพราะแรงงานคือหัวใจของเศรษฐกิจ 💼⚖️

เพราะเมื่อแรงงานได้รับความเป็นธรรม สังคมทั้งระบบก็จะเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน 🚀🌱




🌍🔥 ในวันที่โลกเผชิญ “ภัยสงคราม” ผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่แค่สนามรบ…แต่มันลุกลามไปถึง “พลังงานโลก” โดยเฉพาะน้ำมันปิโตรเลียมที...
10/04/2026

🌍🔥 ในวันที่โลกเผชิญ “ภัยสงคราม” ผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่แค่สนามรบ…แต่มันลุกลามไปถึง “พลังงานโลก” โดยเฉพาะน้ำมันปิโตรเลียมที่เป็นหัวใจของเศรษฐกิจ เมื่อแหล่งผลิตหรือเส้นทางขนส่งถูกกระทบ ราคาน้ำมันก็พุ่งสูงทันที ⚡️📈

⛽️ และเมื่อพลังงานแพงขึ้น ทุกอย่างก็แพงตามเป็นลูกโซ่—ค่าขนส่ง ค่าอาหาร ค่าไฟฟ้า จนถึงค่าครองชีพของคนทั่วไป สงครามที่ดูเหมือนไกลตัว กลับกระทบชีวิตเราแบบใกล้กว่าที่คิด 💔🌫️

💡 วิกฤตนี้อาจไม่ใช่แค่ปัญหา แต่คือ “สัญญาณเตือน” ให้โลกต้องเร่งหันไปพึ่งพาพลังงานทางเลือก ลดการพึ่งพาน้ำมัน ก่อนที่ความไม่แน่นอนจะกลายเป็นเรื่องปกติที่เราต้องเผชิญทุกวัน 🌱✨



ฝ่าวิกฤตพลังงาน รื้อโครงสร้างสู่ทางรอด
เปิดข้อเสนอต่อนโยบายสร้างเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศไทย: จากมาตรการเร่งด่วนสู่การปฏิรูปโครงสร้าง โดยดร.อารีพร อัศวินพงศ์พันธ์, ดร.สุเมธ องกิตติกุล และ ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)
อ่านข้อเสนอ https://tdri.or.th/2026/04/energy-policy-stability-structural-transition/

ฝุ่น PM2.5 กลับมาอีกแล้ว…และครั้งนี้ “หนักกว่าเดิม” บางพื้นที่พุ่งทะลุ 1,000! อากาศที่เราหายใจ กลายเป็นภัยเงียบที่ทำร้าย...
02/04/2026

ฝุ่น PM2.5 กลับมาอีกแล้ว…และครั้งนี้ “หนักกว่าเดิม” บางพื้นที่พุ่งทะลุ 1,000! อากาศที่เราหายใจ กลายเป็นภัยเงียบที่ทำร้ายปอดแบบไม่รู้ตัว 🌫️🔥

ภาคเหนือวิกฤตหนัก ค่าฝุ่นพุ่งระดับอันตรายสุด จากไฟป่าและการเผาในที่โล่ง ส่งผลให้คนป่วยเพิ่มขึ้น📍🏥

อย่าชะล่าใจ! เพราะนี่ไม่ใช่แค่ฝุ่น…แต่มันคือเรื่องชีวิตของเรา ร่วมกันหยุดเผา ลดควัน เพื่ออากาศที่เราทุกคนต้องหายใจ 🌍😷



รายงานข้อมูลสถานการณ์คุณภาพอากาศ ณ วันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน 2569 เวลา 8.00 น.

🔹 กรุงเทพฯ มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 อยู่ระหว่าง 23 - 24 ug/m3
🔹 ภาคกลาง มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 อยู่ระหว่าง 16 - 36 ug/m3
🔹 ภาคเหนือ มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 อยู่ระหว่าง 71 - 299 ug/m3
🔹 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 อยู่ที่ 61 ug/m3
🔹 ภาคใต้ มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 อยู่ระหว่าง 20 - 32 ug/m3
🔹 ภาพรวมทั้งประเทศ มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 อยู่ระหว่าง 16 - 299 ug/m3

อย่าลืมสวมอุปกรณ์ป้องกันตัวเอง


ที่มา : รายงานค่าฝุ่น PM2.5 (ug/m3) จากจุดติดตั้งเครื่องวัดฝุ่น DustBoy

ศูนย์เฝ้าระวังคุณภาพอากาศ
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
https://pm2_5.nrct.go.th

🌍🔥 ทุกครั้งที่เกิดสงคราม ไม่ได้มีแค่เสียงระเบิด…แต่คือ “อากาศที่เป็นพิษ ป่าที่ถูกเผา และชีวิตที่สูญหาย” 🌫️🌳💔 สิ่งที่ถูกท...
20/03/2026

🌍🔥 ทุกครั้งที่เกิดสงคราม ไม่ได้มีแค่เสียงระเบิด…แต่คือ “อากาศที่เป็นพิษ ป่าที่ถูกเผา และชีวิตที่สูญหาย” 🌫️🌳💔

สิ่งที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังคือ “สิ่งแวดล้อม” ที่บอบช้ำ… ทั้งการเผาไหม้ แหล่งน้ำมันรั่วไหล โครงสร้างพื้นฐานที่พังทลาย และมลพิษที่พุ่งสูงเกินควบคุม 🌊💥

เพราะสงครามไม่ได้จบแค่ในสนามรบ แต่มันทิ้งรอยแผลไว้กับธรรมชาติไปอีกนาน สุดท้าย “ผู้แพ้ตัวจริง” อาจไม่ใช่ฝ่ายไหนในสงคราม…แต่คือโลกทั้งใบของเรา 🌏💔



#อินโฟอินใจ ผลกระทบของสงครามต่อสิ่งแวดล้อมคือหนึ่งในความเสียหายที่ไม่อาจย้อนกลับได้ สงครามได้ทำร้ายธรรมชาติในด้านใดบ้างในครั้งที่ผ่าน ๆ มา?
นายบัน คี มุน อดีตเลขาธิการสหประชาติ เคยกล่าวเอาไว้ว่า “ให้เรายืนยันถึงความมุ่งมั่นของเราอีกครั้งในการปกป้องสิ่งแวดล้อมจากผลกระทบของสงคราม เพื่อป้องกันทรัพยากรธรรมชาติให้อยู่เหนือความขัดแย้ง”
ผลกระทบของสงครามไม่เพียงแต่คร่าชีวิตของผู้คนมากมายทั้งทหาร ผู้บริสุทธิ์ คนชรา หรือแม้แต่เด็กเท่านั้น แต่ยังสร้างความเสียหายให้กับทุกอย่างที่ขอบเขตของสงครามเข้าไปสัมผัสทั้งทางตรงและทางอ้อม ไม่ว่าจะพืชหรือสัตว์ ความขัดแย้งของมนุษย์ได้สร้างสิ่งที่ไม่อาจย้อนหลับได้
#ผลกระทบต่ออากาศ จากรายงานวิจัยที่ชื่อ ‘Air pollution caused by war activity’ C. Protopsaltis, Chamber of Technology, กรีซ ระบุว่าในช่วงปี 1954 ถึง 2009 หลายประเทศได้พยายามสร้างอาวุธนิวเคลียร์กันมากกว่า 2,000 ครั้ง ซึ่งสร้างผลกระทบต่อคุณภาพอากาศอย่างมาก
ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีผลต่อการไหลเวียนของอากาศตามธรรมชาติทั้งทางบกและทางทะเล ซึ่งเชื่อมโยงกับที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด เมื่อประเทศได้ทดลองระเบิดนิวเคลียร์ อนุภาคอันตรายจะกระจายเข้าไปชั้นบรรยากาศ กลายเป็นทั้งฝนตกลงมาและเป็นอากาศที่เราหายใจ นี่ยังไม่รวมควันไฟที่เกิดจากระเบิดจำนวนมาก
#ผลกระทบต่อพื้นที่ป่า จากข้อมูลของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) สงครามที่เกิดขึ้นหลายสิบปีที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นในอัฟกานิสถาน โคลัมเบีย อิรัก หรือรัสเซียรุกรานยูเครน ต่างก็ทำลายพื้นที่ป่าไปอย่างมาก การทิ้งระเบิดและจรวดมิสไซล์ได้สร้างไฟป่า
ดินกลายเป็นสถานที่ที่มีสารเคมีอันตรายปนเปื้อนนานนับสิบปี กลายเป็นพื้นที่ที่ไม่สามารถเจริญเติบโตได้ ระบบนิเวศพังทลาย แค่เพียงสงครามในอัฟกานิสถานเพียงประเทศเดียวก็ทำให้พื้นที่ป่าบางแห่งหายไป 95%
#ผลกระทบต่อสัตว์ป่า สัตว์ป่าที่ไม่รู้เรื่องอะไรถูกยิงขีปนาวุธใส่ ถูกทิ้งระเบิดใส่ ไม่เพียงแค่ในภูเขาเท่านั้นแต่รวมถึงทะเลด้วยจนทำให้แนวปะการังเสียหายซึ่งเป็นบ้านของปลานับพันชนิด สัตว์ที่อยู่ในบัญชีคุ้มครองตามกฎหมายก็ถูกฆ่าเพื่อนำมาทำอาหาร ภาวะสงครามทำให้เกิดการฆ่าอย่างไม่ต้องรับผิดชอบ มีการประเมินว่ามีสัตว์ตายในสงครามโลกครั้งที่สองกว่า 750,000 ตัว
เช่นในสงครามกลางเมืองโมซัมบิก อุทยานแห่งชาติ Gorongosa ต้องสูญเสียสัตว์ป่าไปถึง 95% ทั้งจากการยิงกันและจากนักลักลอบล่าสัตว์ แต่ผลกระทบไม่จบแต่ความตาย เมื่อหลายตัวที่รอดต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีแต่สารพิษ สารเคมีปนเปื้อน ในแหล่งอาหารและแหล่งน้ำ
#ผลกระทบต่อน้ำ แหล่งน้ำเป็นที่อยู่ของสัตว์นานาชนิด รวมทั้งเป็นพื้นที่ค้ำจุนระบบนิเวศ จากข้อมูลของ UNEP ระบุว่าเมื่อเกิดสงคราม โครงสร้างพื้นฐานเกี่ยวกับน้ำไม่ว่าจะเป็นน้ำบาดาล โรงบำบัดน้ำเสีย สถานีสูบน้ำ ต่างก็ได้รับความเสียหาย ทำให้ผู้คนไม่มีน้ำใช้ น้ำกิน สัตว์ก็ไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ
ไม่เพียงเท่านั้นน้ำยังปนเปื้อนไปด้วยปรอท สารหนู ตะกั่ว และสารพิษอื่น ๆ ซึ่งทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บไว้เวลาต่อมา
#สงครามได้สร้างบาดแผลที่ไม่อาจย้อนกลับได้ให้แก่โลก ให้แก่ธรรมชาติ และให้แก่เราทุกคน เราขอแสดงความเสียใจต่อผู้เสียชีวิตทุกคน และขอให้ความขัดแย้งจบลงได้เร็วที่สุด
ข้อมูลจาก
https://www.theguardian.com/environment/2014/nov/06/whats-the-environmental-impact-of-modern-war
https://wwfcee.org/news/assessing-the-environmental-impacts-of-the-war-in-ukraine
https://www.nytimes.com/2022/04/13/science/war-environmental-impact-ukraine.html #:~:text=But%20even%20when%20environmental%20destruction,metals%20into%20soil%20and%20water.
https://ceobs.org/how-does-war-damage-the-environment/
https://newsonair.com/2022/03/03/environmental-impacts-of-wars-the-irreversible-damage/

ถุงพลาสติกหนึ่งใบอาจดูเป็นเรื่องเล็ก…แต่เมื่อรวมกันนับล้านใบต่อวัน มันกลายเป็นภาระใหญ่ของโลก 🌍🛍️  หลายใบถูกใช้เพียงไม่กี...
06/03/2026

ถุงพลาสติกหนึ่งใบอาจดูเป็นเรื่องเล็ก…แต่เมื่อรวมกันนับล้านใบต่อวัน มันกลายเป็นภาระใหญ่ของโลก 🌍🛍️

หลายใบถูกใช้เพียงไม่กี่นาที แต่ต้องใช้เวลานานหลายร้อยปีในการย่อยสลาย เริ่มง่าย ๆ แค่พกถุงผ้า ใช้ซ้ำ และคิดก่อนรับถุง 🌱

เรื่องเล็ก ๆ ของเราในวันนี้ อาจกลายเป็นความหวังของโลกใบนี้ในวันข้างหน้า 💚



ถุงพลาสติก 1,000,000 ใบ ถูกใช้ไปเพียงแค่ 1 นาที แต่ย่อยสลายนานหลายร้อยปี‼️

ปัจจุบันปัญหาขยะพลาสติกยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะโลกเดือด โดยทุก ๆ 1 นาที ทั่วโลกมีการใช้ถุงพลาสติกมากกว่า 1 ล้านใบ ขณะเดียวกัน ถุงพลาสติกแต่ละใบอาจใช้เวลาย่อยสลายตามธรรมชาติยาวนานกว่า 500 ปี ขึ้นอยู่กับชนิดของพลาสติกและสภาพแวดล้อมในการย่อยสลาย

นอกจากนี้พลาสติกไม่ได้ย่อยสลายอย่างแท้จริงเหมือนเศษอาหารหรือใบไม้ที่ร่วงหล่น แต่จะเสื่อมสภาพและแตกตัวเป็นชิ้นเล็ก ๆ และถึงแม้จะแตกตัวแล้ว เศษที่ยังเหลืออยู่ก็ยังคงอยู่ในรูปของ "ไมโครพลาสติก" (Microplastics) ที่สามารถหลุดรอดสู่ระบบนิเวศ ที่ปนเปื้อนในห่วงโซ่อาหาร และส่งผลเสียต่อสุขภาวะของมนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ทั่วโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อีกทั้งปริมาณการใช้ถุงพลาสติกที่พุ่งสูงขึ้น ขยะพลาสติกเหล่านี้ไม่ได้เพียงแต่สร้างปัญหามลพิษเท่านั้น แต่กระบวนการจัดการที่ไม่มีประสิทธิภาพ พลาสติกมักถูกกำจัดด้วยการเผาในที่โล่ง ซึ่งเป็นการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสารพิษสู่ชั้นบรรยากาศโดยตรง

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนมาตรการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ความคืบหน้าของนโยบายลดใช้ถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ในห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อ สามารถลดปริมาณขยะพลาสติกจากต้นทางได้หลายหมื่นล้านใบในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ความพยายามนี้มิใช่เพียงเพื่อความสะอาดของบ้านเมือง แต่คือกลไกสำคัญในการมุ่งสู่เป้าหมายเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อลดการพึ่งพาทรัพยากรใหม่และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการผลิตพลาสติก

ความท้าทายนี้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของประชาชนเป็นฟันเฟืองที่สำคัญที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการปฏิเสธไม่รับถุงพลาสติก พกถุงผ้า พกแก้วน้ำส่วนตัว

ทั้งหมดนี้คือจุดเริ่มต้นของการสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน ซึ่งเริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยน "ทัศนคติ" สู่การลงมือทำจริง

ที่มา : https://enviroliteracy.org/animals/how-long-does-it-take-for-plastic-to-decompose/?utm_source=chatgpt.com
https://www.prachachat.net/breaking-news/news-1839652
https://decompositiontime.com/plastic-bag/
https://www.bangkokbiznews.com/environment/1187850
https://www.plasticoceans.org/blog/the-facts #:~:text=Annually%2C%20approximately%20500%20billion%20plastic,whole%20of%20the%20last%20century.
https://www.bcg.in.th/news/reduce-the-use-of-plastic-bags-in-3-years/
https://www.facebook.com/watch/?v=1524952635111850
"ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน"

24 กุมภาพันธ์ “วันรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า” 🌫️🔥ปัญหาไฟป่าไม่ได้ทำลายแค่ผืนป่า แต่ทำร้ายสุขภาพของเราโดยตรง ทั้งฝุ่น P...
24/02/2026

24 กุมภาพันธ์ “วันรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า” 🌫️🔥
ปัญหาไฟป่าไม่ได้ทำลายแค่ผืนป่า แต่ทำร้ายสุขภาพของเราโดยตรง ทั้งฝุ่น PM2.5 โรคทางเดินหายใจ ซึ่งส่งผลกระทบต่อทุกคนแบบเลี่ยงไม่ได้

เพราะทุกการเผาคือการเพิ่มควันพิษในอากาศ 🌬️
และทุกการไม่เพิกเฉยเท่ากับเป็นการช่วยปกป้องป่าและชีวิตคนอีกจำนวนมาก

ฉะนั้นเราทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการดูแลอากาศได้ เพราะอากาศสะอาดไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง แต่คือสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกคน 💚🌱



24 กุมภาพันธ์
วันรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า 🔥🌳

คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2543 กำหนดให้วันที่ 24 กุมภาพันธ์ของทุกปีเป็นวันสำคัญ เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนและเกษตรกรงดการจุดไฟเผาป่า ลดปัญหาควันพิษและหมอกควัน ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของทุกคน

ไฟป่าและการเผาในที่โล่งเป็นสาเหตุสำคัญของฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ซึ่งสามารถเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจและกระแสเลือด โดยเฉพาะในเด็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง หลายพื้นที่ของประเทศไทยต้องเผชิญปัญหาหมอกควันสะสมต่อเนื่องทุกปี ส่งผลกระทบทั้งต่อสุขภาพ สิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจโดยรวม

นอกจากผลกระทบในระดับพื้นที่แล้ว ไฟป่ายังเชื่อมโยงกับปัญหาโลกร้อนโดยตรง เพราะการเผาไหม้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกจำนวนมาก ขณะเดียวกันป่าซึ่งเป็นแหล่งดูดซับคาร์บอนตามธรรมชาติก็ถูกทำลาย ทำให้ความสามารถในการลดก๊าซเรือนกระจกลดลง เกิดวงจรที่ยิ่งทำให้สภาพอากาศรุนแรงและเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่ามากขึ้น

วันนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความรู้ ความเข้าใจ ถึงอันตรายของไฟป่า ปลูกจิตสำนึกให้เยาวชนและประชาชนร่วมป้องกันไฟป่า และร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทยทุกคน

📢 ร่วมรณรงค์ “ลดเผา” ทำได้ง่าย ๆ
✔️งดเผาขยะ ใบไม้ และเศษวัสดุทางการเกษตร
✔️ปรับเปลี่ยนวิธีจัดการเศษพืช เช่น ไถกลบ ทำปุ๋ยหมัก หรือใช้ประโยชน์จากชีวมวล
✔️แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อพบการลักลอบเผา และสามารถแจ้งสายด่วนพิทักษ์ป่าได้เมื่อพบเห็นไฟป่า โทร 1362 ตลอด 24 ชม.

🔥 หยุดเผา = หยุดควันพิษ … เริ่มที่เรา เพื่ออากาศสะอาดของลูกหลาน 💚

ที่มา :
https://www.facebook.com/share/p/1DVGqztuYW/?mibextid=wwXIfr

https://www.samitivejhospitals.com/th/article/detail/%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%9D%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99-PM2-5

https://www.thaihealth.or.th/%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2/

https://esc.doae.go.th/9-%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A9%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%94-4/

https://www.facebook.com/share/p/177k8NrtHY/?mibextid=wwXIfr

"ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน"

#กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

ปี 2026 เป็นหมุดหมายสำคัญ เมื่อ “สนธิสัญญาทะเลหลวง” มีผลบังคับใช้ 17 ม.ค. 2026 หลังผลักดันยาวนานกว่า 20 ปี ถือเป็นกฎหมาย...
12/02/2026

ปี 2026 เป็นหมุดหมายสำคัญ เมื่อ “สนธิสัญญาทะเลหลวง” มีผลบังคับใช้ 17 ม.ค. 2026 หลังผลักดันยาวนานกว่า 20 ปี ถือเป็นกฎหมายระหว่างประเทศฉบับแรกที่คุ้มครองทะเลหลวง ซึ่งมีพื้นที่เกือบ 50% ของโลก 🌍✨🌊

สนธิสัญญากำหนดให้ประเทศต่าง ๆ ต้องประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมก่อนทำโครงการใหญ่ในน่านน้ำสากล เพราะพื้นที่นี้คือแหล่งอาศัยของสิ่งมีชีวิตถึง 95% และเป็นคลังทรัพยากรพันธุกรรมสำคัญ โดยย้ำหลัก “ผลประโยชน์ต้องเป็นของทุกคน” 💙🔬🐋

แต่กฎหมายจะมีความหมายก็ต่อเมื่อถูกบังคับใช้อย่างจริงจัง เราทุกคนควรปกป้องทะเลหลวงอย่างจริงจัง เพราะการรักษาทะเล คือการรักษาอนาคตของมนุษยชาติทั้งโลก 🌎🤝



◉ POLICY: ความสำเร็จใหญ่แรก ๆ แห่งปี 2026 สนธิสัญญาฉบับแรกของโลกเพื่อปกป้องทะเลหลวงกลายเป็นกฎหมายแล้ว หลังจากหารือและปรับปรุงแก้ไขมานานกว่า 20 ปี ในที่สุดสนธิสัญญาว่าด้วยน่านน้ำสากลก็พร้อมที่จะมีผลบังคับใช้

สนธิสัญญาทะเลหลวงแห่งสหประชาชาติ (High Seas Treaty) ซึ่งได้รับการขนานนามว่า “ชัยชนะด้านการอนุรักษ์ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา” และ “จุดเปลี่ยนสำหรับมนุษยชาติ” มีผลบังคับใช้ในวันเสาร์ที่ 17 มกราคม 2026 ซึ่งเป็นข้อตกลงระหว่างประเทศที่ผลผูกพันทางกฎหมายฉบับแรกเพื่อปกป้องสิ่งมีชีวิตและระบบนิเวศ

โดยทั่วไปแล้วทะเลหลวงนั้นครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 50% ของพื้นผิวโลก มันทั้งกว้างใหญ่และห่างไกล ทำให้ไม่มีกฎหมายใดคุ้มครองพื้นที่เหล่านั้นได้ แต่เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมองค์การสหประชาชาติได้หารือเกี่ยวกับสนธิสัญญาณนี้เป็นครั้งแรกเมื่อเกือบ 20 ปีก่อนและเริ่มต้นเจรจาอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2017

ปกป้องยังไง? - เนื่องจากน่านน้ำสากลคิดเป็น 95% ของแหล่งที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตบนโลก มันจึงกลายเป็นแหล่งกักเก็บความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลที่ใหญ่ที่สุด ดังนั้นจึงหมายความว่าเราจะได้ปกป้องระบบหมุนเวียนทางชีวภาพของโลกไปด้วย

ประเทศที่อยู่ในสนธิสัญญาจะต้องตรวจสอบสุขภาพสิ่งแวดล้อมก่อนที่จะเริ่มโครงการขนาดใหญ่ใด ๆ ในน่านน้ำสากล ขณะเดียวกันคณะกรรมการก็จะคอยตรวจสอบเป็นระยะ ๆ กับผลกระทบต่อทะเลด้วยเช่นกันผ่านเครื่องมือและเทคโนโลยี

ประเทศที่เข้าร่วมจะได้ประโยชน์อะไร? - หนึ่งในส่วนสำคัญคือ ‘การค้นพบ’ โดยจะมีการแบ่งปันข้อมูลจากการค้นพบใหม่ ๆ โดยเฉพาะทรัพยากรทางพันธุกรรมทางทะเล ซึ่งสามารถใช้สร้างยาใหม่และเพิ่มความก้าวหน้าทางชีวการแพทย์

“จุดสำคัญที่แท้จริงก็คือ เทคโนโลยีทางการแพทย์ ซึ่งอาจเกิดขึ้นจากการค้นพบทางพันธุกรรมในทะเลลึก มันจะไม่ยุติธรรมเลยหากประเทศที่มีทรัพยากรเข้าไปในพื้นที่เหล่านี้ซึ่งเป็นของทุกคนและไม่มีใครเป็นเจ้าของ สามารถได้รับผลกระทบโยชน์ทางการเงินหรือด้านอื่น ๆ จากสิ่งนี้” Sarah Bedolfe นักวิทยาศาสตร์ทางทะเลจากโอเชียนา กล่าวกับ IFLScience

“สนธิสัญญานี้รับรองว่าทุกคนจะได้รับประโยชน์จากการค้นพบประเภทนี้” เธอเสริม ยังไงก็ตามผู้เชี่ยวชาญหลายคนกำลังมองโลกในแง่ดีอย่างระมัดระวัง เนื่องจากทะเลหลวงนั้นกว้างใหญ่มาก ดังนั้นต้องมีการติดตามที่มีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังต้องการการลงโทษที่เหมาะสมตามมาด้วย

ที่มา

https://globalchoices.org/the-high-seas-treaty-explained/?gad_campaignid=21759290298

https://www.nytimes.com/2026/01/17/climate/high-seas-treaty-law.html

https://www.iflscience.com/it-belongs-to-everyone-and-no-one-a-huge-un-treaty-on-international-waters-is-about-to-kick-into-action-82246

06/02/2026

ฝุ่น PM2.5 สามารถเข้าสู่กระแสเลือดของหญิงตั้งครรภ์และส่งผลต่อการทำงานของรก ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ 👶🏻⚠️

การสัมผัส PM2.5 ระหว่างตั้งครรภ์เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะทารกน้ำหนักน้อย คลอดก่อนกำหนด และอาจกระทบพัฒนาการของสมองในระยะยาว 🧠📉

การลด PM2.5 คือความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคน เพื่อปกป้องชีวิตเล็กๆ ตั้งแต่ยังอยู่ในครรภ์ 🤍✨ เพราะอากาศสะอาดคือสิทธิของทุกคน 🌱💙



คุณไหมแพร ศรีใส โลเยน, คุณสาลิณี สามทอง ผู้บริหาร บริษัทอกรีแอค โกลบอล และ MTI Solution และทีมงานบริษัท ร่วมลงนาม MOU กั...
26/01/2026

คุณไหมแพร ศรีใส โลเยน, คุณสาลิณี สามทอง ผู้บริหาร บริษัทอกรีแอค โกลบอล และ MTI Solution และทีมงานบริษัท ร่วมลงนาม MOU กับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ในการร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) นี้มีขึ้นก็เพื่อพัฒนาความร่วมมือด้าน Sustainability Beyond Net Zero และร่วมกันผลักดันประเทศไทยสู่บทบาท ในการเป็นผู้นำด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Leadership) ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการผสานองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เข้ากับ ความเชี่ยวชาญของบริษัทในด้านระบบ traceability การเตรียมความพร้อมต่อมาตรการ EUDR และการจัดการคาร์บอน (Carbon Management) เพื่อพัฒนาแนวทางด้านความยั่งยืนที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในภาคอุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทาน การลงนาม MOU ดังกล่าวยังเกิดขึ้นภายใต้กรอบความร่วมมือกับภาคเอกชนชั้นนำอีกหลายองค์กร

ทั้งนี้บริษัทยังคงมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับสถาบันการศึกษาชั้นนำและภาคีเครือข่าย เพื่อพัฒนาบุคลากรและการแก้ปัญหาด้านสภาพภูมิอากาศที่ตอบโจทย์มาตรฐานสากล พร้อมยกระดับบทบาทของประเทศไทยบนเวทีภูมิภาคและระดับโลกในยุค Beyond Net Zero

ที่อยู่

168/73 หมู่ 12 ตำบลบางแก้ว อำเภอบางพลี
Samut Prakan
10540

เบอร์โทรศัพท์

+66946456464

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ MTI Solutionผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์