13/08/2026
แนวโน้มการเติบโตของอีคอมเมิร์ซ (E-commerce) ในประเทศไทยช่วงปี 2568-2573 (ค.ศ. 2025-2030) มีทิศทางขยายตัวอย่างแข็งแกร่งและก้าวกระโดด โดยเปลี่ยนผ่านจากการเน้นปริมาณการขายไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มและคุณภาพเป็นหลัก โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้ครับ:
1. ขนาดตลาดและอัตราการเติบโต
มูลค่าตลาดพุ่งสูง: คาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดค้าปลีกออนไลน์ของไทยจะเติบโตจากประมาณ 9.8 แสนล้านบาทในปี 2568
ขึ้นไปแตะระดับ 1.8 ถึง 2.0 ล้านล้านบาทภายในปี 2573
อัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR): ตลาดจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี สูงกว่าร้อยละ 14 ในช่วงปี 2569-2573
ซึ่งเป็นการเติบโตในเชิงมูลค่า (Value-driven growth) ที่เน้นการเพิ่มยอดซื้อต่อบิลมากกว่าการเน้นเพียงจำนวนคำสั่งซื้อ
สัดส่วนต่อตลาดรวม: ในปี 2573 ส่วนแบ่งของอีคอมเมิร์ซใน SAM (Serviceable Addressable Market) ของไทยจะมีมูลค่าสูงถึง 5.3-5.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
2. ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ (Growth Drivers)
การเข้าสู่ยุค "Confidence Commerce": พฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทยเปลี่ยนไปโดย ให้ความสำคัญกับคุณภาพและความน่าเชื่อถือ (ร้อยละ 66) มากกว่าเรื่องราคา
ผู้ซื้อมีความมั่นใจในสินค้าของแท้และยินดีจ่ายแพงกว่าเพื่อแลกกับความมั่นใจนั้น
เทคโนโลยี AI และ Data: AI จะถูกนำมาผสานในทุกขั้นตอนของประสบการณ์ลูกค้า ตั้งแต่การวิเคราะห์พฤติกรรมเพื่อเสนอสินค้าเฉพาะบุคคล (Personalization) ไปจนถึงการใช้ Chatbot อัจฉริยะในการบริการลูกค้า
สังคมไร้เงินสดและ Mobile-first: กว่า ร้อยละ 80 ของธุรกรรมออนไลน์เกิดขึ้นผ่านอุปกรณ์มือถือ
โดยมีระบบชำระเงินที่ไร้รอยต่ออย่าง PromptPay และ Digital Wallet เป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยลดอุปสรรคในการตัดสินใจซื้อ
3. การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างและกลยุทธ์
การผงาดของ Social Commerce และ Video Commerce: TikTok Shop ได้เข้ามาเป็นตัวแปรสำคัญที่เปลี่ยนพฤติกรรมเป็นการซื้อแบบฉับพลันจากการดูเนื้อหา (Impulse purchasing) โดยคาดว่าในปี 2568 การซื้อผ่านโซเชียลแพลตฟอร์มจะมีสัดส่วนสูงถึง ร้อยละ 38 ของธุรกรรมอีคอมเมิร์ซทั้งหมด
การบูรณาการ O2O (Online-to-Offline): ร้านค้าปลีกจะทำธุรกิจแบบไร้รอยต่อมากขึ้น เช่น การสั่งออนไลน์แล้วรับสินค้าที่ร้าน (Click & Collect) หรือการคืนสินค้าที่หน้าร้านได้ทันที ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกและลดช่องว่างระหว่างการช้อปปิ้งทั้งสองโลก
Quick Commerce (Q-commerce): ความต้องการการจัดส่งที่รวดเร็ว (ภายใน 30 นาที) สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นจะเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 20-30 ต่อปี
โดยมีการใช้เครือข่าย Micro-fulfillment และ Dark stores กระจายอยู่ใกล้ชุมชน
4. ผลกระทบด้านกฎระเบียบและภาษี
การยกเลิกข้อยกเว้นภาษีสินค้ามูลค่าต่ำ (De Minimis): ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป สินค้านำเข้าออนไลน์ทุกชิ้นแม้จะมีมูลค่าไม่เกิน 1,500 บาท จะต้อง เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ร้อยละ 7 และอากรขาเข้า
ความเท่าเทียมในการแข่งขัน: มาตรการนี้จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำระหว่างผู้ประกอบการไทย (SMEs) กับสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศ (โดยเฉพาะจากจีน) ทำให้สภาพแวดล้อมในการแข่งขันมีความเป็นธรรมมากขึ้น
สรุปแนวโน้ม: อีคอมเมิร์ซในไทยช่วงปี 2568-2573 จะเป็นยุคที่ "ความเชื่อมั่นและประสิทธิภาพเทคโนโลยี" เป็นหัวใจหลักในการทำธุรกิจ โดยตลาดจะขยายตัวสู่ต่างจังหวัดมากขึ้นผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและโลจิสติกส์ที่ครอบคลุมทั่วประเทศครับ
#ที่ปรึกษาธุรกิจ #ที่ปรึกษาการตลาด #ที่ปรึกษาการขาย
[email protected]
085 328 8365