Advance Biological Products & Innovation

Advance Biological Products & Innovation จำหน่าย จัดส่ง และให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสารชีวภัณฑ์ขั้นสูงที่ใช้ในการจัดการและป้องกันโรคต่างๆในพืช ผัก และผลไม้ รวมทั้งนวัตกรรมใหม่ๆเกี่ยวกับการเกษตร

รู้มั๊ย? ดินในแปลงปลูกผักผลไม้ที่มีสภาพเสื่อมโทรม  #ดินแข็งกระด้าง เกิดจากการใช้สารเคมีกำจัดวัชพืชและปุ๋ยเคมีอย่างหนัก เ...
06/11/2024

รู้มั๊ย? ดินในแปลงปลูกผักผลไม้ที่มีสภาพเสื่อมโทรม #ดินแข็งกระด้าง เกิดจากการใช้สารเคมีกำจัดวัชพืชและปุ๋ยเคมีอย่างหนัก เราจะสามารถ #ปรับสภาพดิน ให้ดีขึ้นได้ยังงัย❓

#ที่นี่มีคำตอบ🎈 ...มาลองใช้ "ซอยซัพพลาย SoiSupply" สิ❣️ น้องเป็นชีวภัณฑ์เพื่อการดูแลและปรับสภาพดิน มีลักษณะเป็นผงแห้ง มีเชื้อจุลินทรีย์กลุ่มที่มีประโยชน์ในธรรมชาติหลายชนิดอยู่รวมกันในสภาพพร้อมใช้ ซึ่งจะช่วยย่อยสลายซากพืชซากสัตว์ในดินปลูกให้กลายเป็นสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อพืช และยังช่วยปรับสภาพดินให้เป็นกลางได้อีกด้วย ดีใช่มั๊ยล่ะ🥰

การใช้งานง่ายมาก...👉👉👉 เพียงใช้ซอยซัพพลายผสมน้ำ อัตราส่วน 20 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร กวนผสมให้ละลาย ใช้ฉีดพ่นหรือราดลงดินรอบทรงพุ่มต้น หรือให้ทั่วแปลงปลูกได้ทันที แล้วรดน้ำให้ดินชุ่ม เช้า-เย็นสม่ำเสมอ และ/หรือ เสริมด้วยการใส่ปุ๋ยธาตุอาหารบำรุงดิน ทำทุกสัปดาห์ เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้ดินกลับมามีคุณภาพดีขึ้นภายใน 1-2 เดือน มีสารอาหารให้พืชผักผลไม้นำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างดีแล้วนะ...

❤️ที่สำคัญ❤️...น้องเป็นชีวภัณฑ์ชนิดผงความเข้มข้นสูง เพียงละลายน้ำ ก็พร้อมใช้งานได้เลยทันทีจ้า ใช้เวลาไหนก็ได้ที่สะดวก เป็นสายอึดถึกทนร้อนเย็นได้หมด ไม่ว่าจะเช้า-สาย-เที่ยง-บ่าย-เย็น-ค่ำ-ดึก เยี่ยมไปเลยใช่มั๊ย‼️

สอบถามเพิ่มเติมหรือสนใจสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ ทัก ib สอบถามกันมาได้น้า😘😘😘

มี 2 ขนาดให้เลือก 100 กรัม (ใช้ได้ 5 ครั้ง หรือผสมน้ำได้ 100 ลิตร) หรือ 500 กรัม (ผสมน้ำได้ 500 ลิตร)

#จุลินทรีย์ปรับสภาพดิน #ชีวภัณฑ์ปรับปรุงดิน #ปรับปรุงดิน
#เกษตรยุคใหม่ #เกษตรอินทรีย์ #เกษตรผสมผสาน #ผักผลไม้อินทรีย์ #การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี

เมื่อไหร่หน้าฝนมาเยือน ต้องเตรียมวางแผนปลูกต้นทุเรียนใหม่ทดแทนต้นป่วยตายทุกครั้งไป😂 กว่าจะได้ผลผลิตต้องรออีกหลายปี🥲🥲🥲เคม...
03/11/2024

เมื่อไหร่หน้าฝนมาเยือน ต้องเตรียมวางแผนปลูกต้นทุเรียนใหม่ทดแทนต้นป่วยตายทุกครั้งไป😂 กว่าจะได้ผลผลิตต้องรออีกหลายปี🥲🥲🥲

เคมีที่ใช้ก็ใช่ว่าจะได้ผลทุกครั้งไป แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะเชื้อมันอยู่ในดิน ยิ่งความชื้นเยอะเชื้อราก็แพร่กระจายได้เร็ว เรามีวิธีแก้ที่เห็นผลชัดเจน…‼️

ทำอย่างไร? ต้นทุเรียนสามารถกลับมาให้ผลผลิตได้ใหม่ภายใน 6-8 เดือน สนใจทักถามมาได้น้า😊

โรคท๊อปฮิต‼️ของต้นทุเรียนในหน้าฝน หากไม่จัดการให้ดีสามารถให้ต้นทุเรียนตายได้ง่ายๆ เราสามารถจัดการง่ายๆได้อย่างไร มาดูกัน...
03/11/2024

โรคท๊อปฮิต‼️ของต้นทุเรียนในหน้าฝน หากไม่จัดการให้ดีสามารถให้ต้นทุเรียนตายได้ง่ายๆ เราสามารถจัดการง่ายๆได้อย่างไร มาดูกันค่ะ😊

ก่อนและหลังจากการใช้ชีวภัณฑ์ “ไบโอเอฟเอ็กซ์ BioFX” และ ”ซอยเคลียร์ SoilKlear” จัดการโรครากเน่าโคนเน่าที่เกิดจากเชื้อราดิน ไฟท๊อปเทอร่า

👉 โดยผสมไบโอเอฟเอ็กซ์กับน้ำ ในอัตราส่วน 20 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร (ต่อทุเรียน 1 ต้น) ฉีดพ่นให้ทั่วต้นทุเรียนที่เป็นโรคตั้งแต่โคนต้นจนถึงปลายยอด และเน้นบริเวณลำต้นส่วนที่เป็นแผลหรือแสดงอาการมีน้ำไหลเยิ้ม

👉 ผสมซอยเคลียร์กับน้ำ อัตราส่วน 20 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร (ต่อต้นทุเรียน 1 ต้น) ฉีดพ่นลงดินรอบโคนต้นในรัศมีทรงพุ่มของต้นทุเรียน แล้วรดน้ำเช้าเย็นให้ดินชุ่มชื้นตลอดเวลา

❤️ แนะนำให้ทำทุก 3-7 วัน หากต้นทุเรียนมีอาการยังไม่มากนัก ฉีดพ่นทุก 7 วัน ต่อเนื่องให้ครบ 8 ครั้ง‼️

เพียงเท่านี้…ต้นทุเรียนที่รักของเราก็ฟื้นคืนกลับมาภายใน 2-5 เดือน โดยที่ไม่ต้องถากเปลือกใดๆทั้งสิ้น🤩

สนใจข้อมูลเพิ่มเติม ทักถามมาทาง ib ได้นะคะ

ทุเรียนหลังการเก็บเกี่ยวผลผลิต จะพบปัญหาต้นโทรม ใบเล็กและไม่แตกใบอ่อน ระบบรากไม่ดี และยังพบปัญหาการเข้าทำลายของโรค ทำให้...
11/07/2024

ทุเรียนหลังการเก็บเกี่ยวผลผลิต จะพบปัญหาต้นโทรม ใบเล็กและไม่แตกใบอ่อน ระบบรากไม่ดี และยังพบปัญหาการเข้าทำลายของโรค ทำให้ทุเรียนยืนต้นตายและให้ผลผลิตลดลงในฤดูต่อไป วิธีการแก้ปัญหาเหล่านี้คือต้องสร้างความแข็งแรงด้วยการสร้างระบบรากที่ดี ทุเรียนจะสามารถดูดซับธาตุที่เพียงพอต่อการเจริญเติบโต ฟื้นฟูต้นให้สามารถสร้างผลผลิตได้เต็มที่ ในฤดูต่อไปด้วย การใช้ ซอยซับพลาย + ซอยเคลียร์ ใส่ลงดินใต้ทรงพุ่มทุเรียน

วิธีการใช้:
ให้ผสม ซอยซับพลายและซอยเคลียร์อย่างละ 500 กรัม(อย่าง 1 ซอย)/น้ำ 200 ลิตร หลังจากผสมแล้ว นำไปพ่นรอบโคนต้นให้ทั่ว ทุกๆ 7-10 วัน โดยพ่นครั้งแรกให้พ่นห่างโคนต้นมา 30 ซม. พ่นครั้งที่ 2 ให้พ่นจากปลายทรงพุ่มเข้ามา1-2 เมตร. จากนั้น ทำสลับกันไปมาให้ครั้ง 2 เดือน

ประโยชน์ คือ
(1.) กำจัดเชื้อโรค ทุกชนิด ที่อาศัยอยู่ในดิน เช่น เชื้อไฟท็อบเทอร่า เชื้อฟูซาเรี่ยม เชื้อพิเที่ยม ฯลฯ ด้วยการปลดปล่อย สารปฏิชีวนะหลายตัวออกมาฆ่าเชื้อโรคทุกชนิดในดินโดยตรง และแย่งอาหารและพื้นที่กับ เชื้อโรคทางดินทุกชนิด

(2.) กระตุ้นการแตกรากใหม่ รวมทั้งรากฝอย ซึ่งเป็นรากที่ทำหน้าที่ ดูดน้ำและธาตุอาหารไปพร้อมกัน ทำให้รากใหม่ใหญ่ขึ้น ยาวขึ้น สามารถดูด น้ำ และ ธาตุอาหารได้มากขึ้น ด้วยการผลิต ฮอร์โมณธรรมชาติเร่งการเจริญเติบโต 3 ตัว จะทำงานร่วมกันคือ กระตุ้นการแบ่งเซล ขยายขนาดเซล เพิ่มความยาวเซล

(3.) ทำให้ธาตุอาหาร ที่ถูกดินยึดไวัทั้ง 6 ตัว คือ ฟอสฟอรัส แคลเซี่ยม แมกนีเซี่ยม เหล็ก สังกะสี แมงกานีส ละลายกลับออกมาเป็นประโยชน์กับพืชอีกครั้ง ทำให้ธาตุอาหารทางดินทั้ง 13 ตัว ที่พืชต้องการอยู่ในรูปคีเลท ด้วยปฏิกริยาคีเลชั่น ธาตุอาหารรูปคีเลท เป็นรูปที่เป็นประโยชน์กับพืชมากที่สุด ทั้งในดิน และในต้นพืช

ต้นทุเรียนหลังเก็บเกี่ยวผลทุเรียนแล้วเสร็จ เพื่อฟื้นต้นควรใช้ซอยซับพลาย+ซอยเคลียร์ ลงดินใต้ทรงพุ่ม ทุเรียน จะทำให้ ทุเรียนแตกชุดใบใหม่ ออกมา สมบูรณ์ ใบใหญ่ ใบหนา ใบสีเขียวเข้ม ใบมัน

การใช้ผลิตภัณฑ์ไบโอฟิลล์กับปาล์มน้ำมันมีงานวิจัยเกี่ยวกับการใช้แบคทีเรียเอ็นโดไฟติกกับปาล์มน้ำมันในประเทศไทยด้วย โดยมีตั...
03/07/2024

การใช้ผลิตภัณฑ์ไบโอฟิลล์กับปาล์มน้ำมัน

มีงานวิจัยเกี่ยวกับการใช้แบคทีเรียเอ็นโดไฟติกกับปาล์มน้ำมันในประเทศไทยด้วย โดยมีตัวอย่างงานวิจัยที่น่าสนใจดังนี้

(1.) งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้คัดแยกแบคทีเรียเอ็นโดไฟติกจากรากปาล์มน้ำมัน และพบว่าสามารถเพิ่มการเจริญเติบโตและผลผลิตของปาล์มน้ำมันในสภาพแปลงทดลองได้

(2.) งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ศึกษาผลของแบคทีเรียเอ็นโดไฟติกต่อการเจริญเติบโตของปาล์มน้ำมันในระยะกล้า พบว่าสามารถเพิ่มความสูง น้ำหนักรากและน้ำหนักต้นได้

(3.) งานวิจัยจากศูนย์วิจัยปาล์มน้ำมันสุราษฎร์ธานี ได้คัดเลือกแบคทีเรียเอ็นโดไฟติกดีเด่น และทดสอบในสวนปาล์มน้ำมันเชิงพาณิชย์ พบว่าสามารถเพิ่มผลผลิตทะลายปาล์มได้ประมาณ 10-15%

ใช้ไบโอฟิลล์ ใส่ลงดิน ใต้ต้นปาล์มน้ำมัน ช่วย:
(1.) ป้องกันและกำจัดกาโนเดอร์ม่า ไบโอฟิลล์ฟฆ่าเชื้อกาโนเดอร์ม่าด้วย การปลดปล่อยสารปฏิชีวนะออกมาฆ่าโดยตรง

(2.) เพิ่มผลผลิตปาล์มน้ำมันด้วยไบโอฟิลล์ จะทำการผลิตฮอร์โมนพืช ออกซิน จิบเบอเรอริล ไซโตคินิน กระตุ้นการแตกรากใหม่ รากใหญ่ ดูดน้ำและธาตุอาหารได้มากขึ้น

การใช้ผลิตภัณฑ์ ไบโอฟิลล์ กับปาล์มน้ำมันพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมัน ทั้งประเทศ ประมาณ 6 ล้านไร่ จากการสำรวจของ หน่วยงานราชการ...
01/07/2024

การใช้ผลิตภัณฑ์ ไบโอฟิลล์ กับปาล์มน้ำมัน

พื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมัน ทั้งประเทศ ประมาณ 6 ล้านไร่ จากการสำรวจของ หน่วยงานราชการ กรมส่งเสริมการเกษตรนั้น สรุปได้ว่า พื้นที่ๆมีปัญหาโรคลำต้นเน่า ที่มีสาเหตุมาจาก เชื้อกาโนเดอร์ม่า นั้น มีประมาณ 15,000 ไร่ 90% อยู่ทางภาคใต้ 10% อยู่ทางภาคตะวันออก แนวทางแก้ปัญหา โรคลำต้นเน่าปาล์มน้ำมัน ที่เหมาะสมที่สุดในทางปฏิบัติคือ
(1.) ต้นปาล์มน้ำมัน ที่มีเห็ดออกมาที่โคนต้นแล้วนั้น แสดงว่าลำต้นถูก ทำลายไปแล้วเกิน 50% ให้เผาทิ้ง ทำลาย ต้นนั้นๆไป ไม่ต้องรักษา เพราะไม่คุ้มกับการลงทุน

(2.) ต้นปาล์มน้ำมันที่ยังปรกติอยู่ และ ต้นปาล์มน้ำมันที่ยังไม่เห็นเห็ดที่โคนต้น ให้ ทำการป้องกัน เชื้อกาโนเดอร์ม่า ด้วย การใส่ไบโอฟิลล์ลงดินใต้บริเวณ โคนต้นปาล์มน้ำมัน โดยใส่เพียงครั้งเดียว ก็จะช่วยป้องกัน กาโนเดอร์ม่า เข้ารากปาล์มน้ำมันได้ตลอดไปจนหมดอายุปาล์มน้ำมัน และช่วยปรับปรุงบำรุงดินให้อุดมสมบูรณ์ขึ้นทั้งทางเคมีและทางกายภาพ สำหรับต้นปาล์มน้ำมัน เพื่อ การเจริญเติบโต และผลผลิตที่เพิ่มขึ้นของปาล์มน้ำมัน

แนะนำให้ป้องกันต้นปาล์มที่เหลืออยู่ ในแปลงปาล์มน้ำมัน ด้วย ไบโอฟิลล์ อัตราต่ำสุด 10 กรัม (1ช้อนโต๊ะ) ต่อต้น เพียงครั้งเดียวเท่านั้น

ไบโอฟิลล์ จะฆ่าเชื้อ กาโนเดอร์ม่า ได้อย่างเด็ดขาด ยั่งยืน ด้วย การปล่อยสารปฏิชีวนะหลายตัวออกมาฆ่าเชื้อกาโนเดอร์ม่าโดยตรง และแย่งพื้นที่และแย่งอาหารเพื่อการเจริญเติบโต

หน้าที่หลักๆ ของไบโอฟิลล์ คือ
(1.) ช่วยกระตุ้นการแตกรากปาล์มน้ำมัน และช่วยทำให้รากสมบูรณ์แข็งแรง หาอาหารได้เก่ง ด้วยการผลิตฮอร์โมนพืช เร่งการเจริญเติบโต 3 ชนิด คือ (a.) ออกซิน, (b.) จิบเบอเรอริล, (c.) ไซโตคินิน

(2.) หน้าที่ประเด็นหลักคือเป็นธาตุอาหารพืช

(3.) ไบโอฟิลล์ จะทำงานตลอด 24 ชั่วโมงและทุกวัน เหมือนโรงงานปุ๋ย อยู่ใต้ดิน คือ (a.) ตรึงไนโตรเจนจากอากาศ ให้กลายเป็นไนโตรเจนรูปที่เป็นประโยชน์กับพืช (b.) ละลายธาตุฟอสฟอรัสที่ถูกดินยึดเอาไว้ ให้ละลายกลับออกมาเป็นประโยชน์กับพืชอีกครั้ง (c.) ละลายธาตุ โปแตสเซี่ยม จากแร่ที่มีโปแตสเซี่ยมเป็นองค์ประกอบ ให้ละลายออกมา ้เป็นประโยชน์กับพืช และ (c.) ทำหน้าที่ คีเลชั่นคือ ทำให้ธาตุอาหารทางดินทั้งหมด 13 ตัวอยู่ในรูปคีเลท ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับพืชมากขึ้น

23/06/2024
โรคเหี่ยวเขียวหรือโรคเหี่ยว (bacterial wilt disease) เป็นโรคที่สร้างความเสียหายให้กับพืชกว่า 200 ชนิด โดยเฉพาะพืชเศรษฐกิ...
12/06/2024

โรคเหี่ยวเขียวหรือโรคเหี่ยว (bacterial wilt disease) เป็นโรคที่สร้างความเสียหายให้กับพืชกว่า 200 ชนิด โดยเฉพาะพืชเศรษฐกิจสำคัญ อย่าง มะเขือเทศ มะเขือ มันฝรั่ง พริก พริกไทย กล้วย ขิง ถั่วลิสง และยาสูบ ฯลฯ สาเหตุของการเกิดโรคจากเชื้อแบคทีเรียราลสโตเนีย โซลานาซีเอรัม (Ral stonia solanacearum) ที่อาศัยอยู่ในดิน โดยการเข้าทำลายพืชทางราก ตามรอยแผลที่เกิดจากการทำลายของแมลง ไส้เดือนฝอย รอยฉีกขาดของราก หรือแผลที่เกิดในธรรมชาติ สามารถแพร่ระบาดไปกับน้ำได้ดี โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนจะพบการระบาดรุนแรงและรวดเร็ว รวมทั้งสามารถติดไปกับหัวพันธุ์และแอบแฝงอยู่จนข้ามฤดูได้ การป้องกันกำจัดทำได้ค่อนข้างยาก เพราะเชื้อสามารถอยู่ในดินได้นาน ปัจจุบันยังไม่มีสารเคมีที่มีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันกำจัด จากสถิติขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) โรคเหี่ยวเขียวสร้างความเสียหายไปทั่วโลก มีมูลค่ากว่าปีละ 35,000 ล้าน บาท สำหรับไทยเราโรคนี้สร้างความเสียหายให้กับผลผลิตมะเขือเทศและพริกคิดเป็นมูลค่ารวมกว่าปีละ 540 ล้านบาท

ฉีดเอ็นโดไฟติค แบคทีเรีย (ไบโอฟิลล์) ทางใบ โดยใช้ อัตรา 20 กรัม ต่อ น้ำ 20 ลิตร ทุกๆ 15 วัน แก้ปัญหาโรคเหี่ยวเขียวได้แน่นอน

เอ็นโดไฟติกแบคทีเรีย ทำหน้าที่กำจัดและต้านทานเชื้อโรคพืชทุกชนิด ทั้ง *เชื้อรา *เชื้อแบคทีเรีย *เชื้อไวรัส ด้วยกลไกหลัก 3 ประการ คือ: 1.การกระตุ้นการแสดงออกผ่านทาง ระบบ ISR (Induced Systemic Resistance) โดยกระตุ้นให้เซลพืชสร้างโปรตีน PR ที่ออกฤทธิ์ต้าน เชื้อโรคทุกชนิด 2.การผลิตสารต้านเชื้อโรคโดยตรง เช่น แบคเทอริโอซิน (Bacteriocin) หรือสารทุติยภูมิอื่นๆ ที่มีคุณสมบัติต้านเชื้อโรคทุกชนิด 3.เอ็นโดไฟติคจะเจริญเติบโตแย่ง พื้นที่และอาหารสำหรับการเจริญเติบโตกับเชื้อโรคทุกชนิด ทำให้ลดการระบาดเชื้อโรคทุกชนิด

สรุปเพื่อความเข้าใจง่ายๆ ก็คือ เอ็นโดไฟติคแบคทีเรีย สามารถช่วยกำจัดแมลงศัตรูพืชได้ด้วย จากกระบวนการยับยั้งการย่อยคาร์โบไฮเดรท และ ยับยั้งการย่อยโปรตีน ของแมลงศัตรูพืช นอกจากกำจัด เชื้อโรคพืชทุกชนิด *เชื้อรา *เชื้อแบคทีเรีย *เชื้อไวรัส
, Viratchanapong Khummoomuang, Gumpanat Yensuang

ถ้าเข้าสู่สภาวะ “ลานีญา” จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ส่งผลต่อสภาวะอากาศโลก และสภาพอากาศในประเทศไทยอย่างไรบ้าง?จากกรณีกรมอุตุนิยมว...
12/06/2024

ถ้าเข้าสู่สภาวะ “ลานีญา” จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ส่งผลต่อสภาวะอากาศโลก และสภาพอากาศในประเทศไทยอย่างไรบ้าง?

จากกรณีกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยข้อมูล สถานการณ์เอลนีโญประจำเดือนเมษายน 2567 โดยระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยอยู่ในสภาวะเอลนีโญกําลังอ่อน ทำให้ประเทศไทยมีแนวโน้มอุณหภูมิสูงกว่าปกติ ในขณะที่ปริมาณฝนใกล้เคียงค่าปกติ และมีความน่าจะเป็นร้อยละ 60 ที่จะเข้าสู่สภาวะลานีญาในช่วงเดือน มิถุนายนถึงสิงหาคม 2567 นั้น

ทำให้หลายคนสงสัยว่าหลังจากเปลี่ยนผ่านสถานการณ์เอลนีโญ ไปสู่สภาวะลานีญา จะส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศในประเทศไทยอย่างไรบ้าง

โดย ลานีญา (La Nina) เป็นปรากฏการณ์ที่ตรงกันข้ามกับเอลนีโญ กล่าวคือ ลานีญา เป็นปรากฏการณ์ที่อุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณตอนกลางและตะวันออกตอนกลางของแปซิฟิกเขตศูนย์สูตรต่ำกว่าปกติประมาณ 0.5 องศาเซลเซียสลงไป ซึ่งปรากฏการณ์ลานีญาจะเกิดขึ้นได้ทุก 2-3 ปี และปกติจะเกิดนานประมาณ 9-12 เดือน แต่บางครั้งอาจอยู่ได้นานถึง 2 ปี

ทั้งนี้ลานีญาเกิดจากกระแสลมพัดจากด้านตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิกมายังด้านตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิกตามเดิม แต่กระแสลมมีความรุนแรงมากกว่าปกติ ทำให้กระแสน้ำอุ่นไหลมายังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น ส่งผลให้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และออสเตรเลียมีระดับน้ำทะเลสูงขึ้นและมีปริมาณฝนตกหนักมากกว่าปกติ ซึ่งในทางตรงข้ามก็ทำให้เกิดภาวะความแห้งแล้งตามแนวชายฝั่งทวีปอมริกาใต้อีกด้วย

ทั้งนี้เนื่องจากปรากฏการณ์เอลนีโญและลานีญา ทำให้กระแสลมและกระแสน้ำอุ่นเกิดความแปรปรวน ซึ่งการเกิดเอลนีโญจะส่งผลให้เกิดความแห้งแล้งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และออสเตรเลียตอนเหนือ และฝนตกหนักทางตอนเหนือของทวีปอเมริกาใต้ ส่วนลานีญาจะส่งผลกระทบให้เกิดความแห้งแล้งทางตอนเหนือของทวีปอเมริกาใต้ และเกิดฝนตกหนักในเอเชียตะวันออกเชียงใต้ส่วนผลกระทบต่อสภาพอากาศไทยปรากฏการณ์ลานีญา จะทำให้ประเทศไทยมีปริมาณน้ำฝนมากกว่าปกติ และมีอุณภูมิลดลง

อย่างไรก็ตาม กรณีปรากฏการณ์ลานีญาในประเทศไทยนั้น มีการคาดการณ์ที่น่าสนใจ โดย ผศ. ดร.จุติเทพ วงษ์เพ็ชร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เคยให้ข้อมูลไว้ในการแถลงข่าว “แนวโน้มสถานการณ์น้ำ 67 - 68” รับมือภัยแล้ง ด้วยวิจัยและนวัตกรรม โดยระบุว่าแบบจำลองปริมาณน้ำท่าในปี 2567-2568 มีความเป็นไปได้ 3 รูปแบบ คือ

รูปแบบที่ 1 หากช่วงฤดูฝนของปี 2567 มีการพัฒนาเข้าสู่สภาวะลานีญารุนแรง จะทำให้ปริมาณน้ำสูงถึง 14,000 ล้าน ลบ.ม.

รูปแบบที่ 2 หากช่วงฤดูฝนของปี 2567 มีการพัฒนาเข้าสู่สภาวะลานีญาอ่อน จะทำให้ปริมาณน้ำมีประมาณ 6,000 – 8,000 ล้าน ลบ.ม.

รูปแบบที่ 3 หากในช่วงฤดูฝนของปี 2567 สภาวะลานีญาอยู่ในระดับปกติ และในปี 2568 ปริมาณน้ำจะอยู่ที่ระดับประมาณ 6,000 ล้าน ลบ.ม.
, Viratchanapong Khummoomuang, Gumpanat Yensuang

ระวัง "ไฟท็อป" จะกลับมาระบาดอีกครั้งนะครับ ในช่วงเวลานี้ ถ้าท่านเจอปัญหาไฟท็อป เราสามารถแก้ปัญหาให้ท่านแบบเบ็ดเสร็จเด็ดข...
11/06/2024

ระวัง "ไฟท็อป" จะกลับมาระบาดอีกครั้งนะครับ ในช่วงเวลานี้ ถ้าท่านเจอปัญหาไฟท็อป เราสามารถแก้ปัญหาให้ท่านแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดได้จากผลิตภัณฑ์ของพวกเราครับ

ตั้งแต่เดือนกรกฏาคมจนกระทั่งถึงเดือนกันยายน 2567 ประเทศไทยจะเริ่มเปลีย่นจากภาวะ "เอลนีโญ" เข้าสู่ภาวะ "ลานีญา" ถึง 69% มีการคาดการณ์ว่าอาจจะมีฝนตกลงมาอย่างหนัก และ เกิดน้ำท่วมได้ โดยอุณหภูมิจะลดลงเล็กน้อย จะเกิดขึ้นในประเทศไทย และประเทศอินโดนีเซีย

(Followers1, Gumpanat Yensuang, Viratchanapong Khummoomuang)

ที่อยู่

99/113 M. 16, King Kaew Road, Bangplee Yai
Samut Prakan
10540

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Advance Biological Products & Innovationผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์