30/10/2018
นี่คือธุรกิจของคุณ (ไม่ใช่ของอัพไลน์หรือดาวน์ไลน์)
คุณเชื่อไหมครับว่าความคิดแบบนี้ จะเกิดขึ้นได้ยากมาก หากเราเคยทำงานในโหมดลูกจ้างมานาน ๆ (เจ้าของกิจการที่ยังไม่ประสบความสำเร็จก็เป็นนะ)
เพราะเมื่อคุณฟังธุรกิจเครือข่ายเสร็จปุ๊บ ถ้าเขาพรีเซนต์มาได้ดี คุณจะรู้สึกฮอท ในช่วงนั้น แล้วเชื่อไหมครับ บางทียังไม่ทันพ้นประตูห้องเลย คุณก็จะเหมือนถูกดูดไฟในตัวคุณออกไปซะงั้นแหละ มันแปลกแต่เป็นเรื่องจริง (อารมณ์อาจจะคล้าย ๆ ถูกนายบี้งานมาแล้วเราถึงจะรีบทำให้มันเสร็จนั่นแหละ)
แต่ถ้าคุณเคยมีประสบการณ์การทำธุรกิจส่วนตัวแล้ว คุณฟังเสร็จ ถ้าคุณรู้สึกว่ามันน่าลอง คุณก็เริ่มคิดหาทางที่ลองทำถูกไหมครับ เพราะคุณถูกฝึกให้คิดเป็นเจ้าของตั้งแต่คุณทำธุรกิจส่วนตัวแล้วไงล่ะ (นี่แหละที่จะต่างจากลูกจ้างมืออาชีพตรงนี้)
ธุรกิจเครือข่าย ก็คือธุรกิจหนึ่งเหมือนกันครับ ที่เราก็ต้องมีการขายสินค้า เพียงแต่เราขายผ่านกลุ่มสมาชิกของเราแค่นั้น (ธุรกิจทั่วไปก็ขายสินค้า แต่ขายผ่านช่องทางปกติ) แต่ทั้งนี้กระบวนการสร้างธุรกิจ วิธีคิด ความเป็นเจ้าของ เรียกได้ว่าแทบไม่ต่างอะไรกับการที่เราจะเป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัวเลย
แต่ทีนี้เนื่องจาก เจ้าธุรกิจเครือข่าย เนี่ย มันมีภาพทับซ้อนกันระหว่าง ผลประโยชน์เรา กับ ผลประโยชน์ผู้แนะนำ ผลประโยชน์ทีมงาน นั่นทำให้มือใหม่ที่เพิ่งทำธุรกิจ ไม่รู้บทบาทที่ตัวเองควรทำ
ถ้าทำแล้วกลัวอัพไลน์จะได้ ส่งให้คนอื่นรวย (อ้าว แล้วที่ทำอยู่ ไม่กลัวหัวหน้าจะได้บ้างรึ นั่นน่ะ บางทีทำให้ตาย ถ้าเจอการเมืองเข้าไป ก็ไม่ก้าวหน้านะ)
ถ้าทำแล้ว กลัวเอาเปรียบเพื่อน ทีมงาน (อ้าว แล้วเวลาเรามีลูกน้อง มีพนักงาน กลัวด้วยหรือเปล่า เขาก็มองเราแบบข้อข้างบนนะ)
ถ้าทำแล้วกลัวไม่สำเร็จ (อ้าว แล้วเวลา เริ่มทำธุรกิจใหม่ ๆ อย่างอื่น ไม่กลัวบ้างหรือ คู่แข่งเพียบนะ ต่างกันตรงไหน)
จะบอกว่าจริง ๆ แล้วธุรกิจนี้ งานคือการที่เราสะสมสมาชิก เข้ามาบริโภคสินค้าของบริษัทแค่นั้น เราช่วยให้ลูกค้าเข้ามาซื้อของกับบริษัทเยอะ เขาก็จ่ายค่านายหน้าให้เราผ่านแผนไง (มันเป็นเรื่องค้าขายปกติทั่วไป แต่อย่างที่บอก ถ้าคุณอยู่ในโหมดลูกจ้างมานาน หรือไม่ค่อยมีหัวค้าขายเท่าไร เรื่องนี้อาจดูเป็นเรื่องที่แปลกไปสักหน่อยสำหรับคุณ)
จุดที่ยากอีกจุดหนึ่งของธุรกิจนี้ก็คือ ช่วงเริ่มต้นธุรกิจ มันจับต้องอะไรไม่ได้เลย คือพูดง่าย ๆ ว่ามันมีแค่โครงสร้างในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ นั่นทำให้ภาพคำว่าเจ้าของธุรกิจ จับต้องไม่ได้ในความคิดของเรา (ไม่เหมือนจ่าย 100,000 ได้โต๊ะ ได้เก้าอี้ สิ่งของมาถูกไหม) ไอ้การที่จะมีคนเยอะ ๆ เป็น 10 เป็น 1000 ให้จับต้องได้ มันต้องอาศัยจินตนาการของตัวคุณเองไง ซึ่งไอ้นี่แหละที่ยากกกกกกกกกกกกกกกกกกก
เพราะถ้าคุณไม่มีภาพในหัวเลยว่า คนเยอะ ๆ นั้นจะเป็นทีมคุณได้ยังไง (ไปถามเรื่องวิธีการทำงาน 4 ABCD คุณจะได้คำตอบในหัวทันที) คุณก็จะทำแบบเหมือนไม่ใช่เจ้าของ ทำไปเรื่อย ๆ กะฟลุค ไม่โฟกัส ไม่จัดเวลาทำงาน ไม่ลงทุนในสิ่งที่ควรลงทุน กะเจอคนเก่งสมัครเข้ามา แล้วก็ระเบิดตู้ม ๆๆๆๆๆ (อันนี้ ถ้าทำบุญมาดีจริง ๆ ก็อาจมีโอกาสครับ)
เมื่อความเป็นเจ้าของธุรกิจไม่มา คุณจะทำงานแบบลูกจ้างทั่วไป แรก ๆ ก็จะฮอท ไฟแรง (อารมณ์เด็กจบใหม่) แต่หลัง ๆ ต้องให้นายมาบี้งาน คุณจะเริ่มทำงานเท่าที่คุณทำได้ ไม่ต่อยอด ไม่พัฒนา ไม่ขวนขวาย (เพราะคุณคิดว่า ทำให้ตายยังไง ก็มีค่าเท่าเดิม จะขยันไปทำไม) คุณจะไม่มีทางได้ FAST Track เลื่อนขั้นพรวด ๆๆๆๆ เพราะคุณไม่โดดเด่นพอ (อ้อ ไม่นับเรื่องการเมืองด้วยนะ)
แต่หากคุณทำงานแบบเจ้าของธุรกิจ คุณจะกระเสือกกระสน ดิ้นรน หาทางทำ ไปเรียนรู้ คอร์สนั่น คอร์สนี่ ต่อยอด พัฒนา เปลี่ยนแปลง ถูกไหมครับ (ไม่ทำได้ไง จ่ายไป แสนนึงแล้วนี่ ผมว่านี่ก็อีกหนึ่งจุดบอดเครือข่าย คือ มันเริ่มต้นถูกไง ความเป็นเจ้าของกิจการเลยไม่ค่อยมี)
ในธุรกิจเครือข่ายก็เช่นกัน ทุกวง ที่เกิดขึ้นในทีมของคุณเกิดจากคุณ จาก 1 คนจะเปลี่ยนเป็น 10 คน หรือ 100 คน ขึ้นอยู่กับการทำงานของคุณ คุณไม่ทำงาน ไม่แนะนำลูกค้า ไม่สร้างฐานลูกค้า ก็จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ธุรกิจเครือข่าย ช่วยให้คุณผ่อนแรงในการที่คุณจะรักษาลูกค้าอยู่แล้วในตัว เพราะสมาชิกที่เข้ามาก็สามารถได้รายได้เหมือนกับที่คุณได้ (แต่ถ้าเป็นธุรกิจปกติ การรักษาฐานลูกค้า อยู่ที่กึ๋น และงบของคุณแล้ว มีพอหรือเปล่าล่ะ) แต่ทีนี้จะทำอย่างไรให้เราใช้ข้อได้เปรียบนี้ต่อยอดธุรกิจของคุณให้กระจายออกไปได้เรื่อย ๆ
คุณมีลูกค้า 1 คน จะทำให้เขาซื้อของ ใช้ความรู้อย่างหนึ่ง
คุณมีลูกค้า 10 คน จะทำให้เขาซื้อของ ก็ใช้ความรู้อย่างหนึ่ง
คุณมีลูกค้า 100 คน จะทำให้เขาซื้อของ ก็ใช้ความรู้อย่างหนึ่ง
คุณมีลูกค้า 1,000 คน จะทำให้เขาซื้อของ ก็ใช้ความรู้อย่างหนึ่ง
ทุกขั้นตอน ใช้ความรู้ที่แตกต่างกันไป (ไม่ลงแรง ลงเวลา จะทำเป็นไหม)
ธุรกิจนี้มีโค้ชคอยบอกทาง
ธุรกิจนี้ทีมเวิคเฉลี่ยเครือข่ายของแต่ละคนซึ่งกันละกัน
ธุรกิจนี้รักษาฐานลูกค้าซึ่งกันและกัน
ธุรกิจนี้สามารถขยายตัวต่อเนื่องได้เรื่อย ๆ หากคุณทำอย่างถูกต้อง
ธุรกิจนี้จะทำให้คุณและเพื่อนของคุณสร้างอำนาจต่อรองกับผู้ผลิตได้มากขึ้น
ผลลัพธ์ระดับนี้ ต่อให้เป็นเจ้าของกิจการยังต้องใช้ระยะเวลาหลาย 10 ปี ใช้เงินหลาย 10 ล้าน แต่ถ้าเป็นเครือข่าย การเติบโตแบบทวีคูณจะทำให้คุณย่นระยะเวลาลงมาได้เหลือแค่ 2-3 ปี แล้วถ้าคุณไม่ลงมือทำด้วยตัวเอง ไม่เรียนรู้ด้วยตัวเอง เวลาเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมา (ผมเชื่อเลยว่าคุณจะโทษคนอื่นที่ไม่ใช่โทษตัวเอง ก็คล้าย ๆ เจ้าของกิจการใหม่ ๆ ที่อยากรวยเร็ว แต่ไม่ลงมือมือทำด้วยตัวเอง ให้คนอื่นทำจนถูกโกงนั่นแหละครับ)
ธุรกิจเครือข่ายสามารถทำให้คุณ ย้ายจากคนฝั่งซ้ายมาอยู่ฝั่งขวาได้ แต่ธุรกิจที่อยู่ฝั่งขวาได้ จะต้องเป็นธุรกิจที่มีระบบ แล้วถ้าคุณอยากได้ผลลัพธ์จากธุรกิจนี้จริง สิ่งที่คุณควรไปเรียนรู้เลยก็คือ แล้วไอ้ระบบในการทำงานเนี่ยมันเป็นยังไง มีคนเยอะ ๆ ต้องทำยังไง
ลงแรง
ลงเวลา
ลงเงิน
ของคุณให้ถูกต้อง แล้วคุณจะควบคุมความสำเร็จแบบทวีคูณได้ตามที่คุณอยากได้ ไม่ใช่รอพึ่งโชคชะตา มันเป็นธุรกิจของคุณ !!!