ปรึกษากฎหมายฟรี ทนายความชาวบ้าน

ปรึกษากฎหมายฟรี  ทนายความชาวบ้าน ทนายความชาวบ้าน ปรึกษากฎหมายฟรี

02/02/2021

#การไต่สวนมูลฟ้อง คือ กระบวนการไต่สวนของศาลเพื่อวินิจฉัยถึงมูลคดีที่จำเลยต้องหาว่ากระทำความผิด
ความผิดอาญาผู้ที่มีอำนาจฟ้องคดีอาญาต่อศาล คือ #พนักงานอัยการ และ #ผู้เสียหาย การฟ้องคดีอาญาต้องกระทำให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนดโดยเคร่งครัด

#คดีอาญาที่อัยการเป็นโจทก์ไม่จำเป็นต้องไต่สวนมูลฟ้อง แต่ถ้าศาลเห็นสมควรจะสั่งให้ไต่สวนมูลฟ้องก่อนก็ได้ ที่เป็นเช่นนี้เพราะคดีอาญาที่อัยการเป็นโจทก์นั้น ก่อนที่พนักงานอัยการจะยื่นฟ้องต่อศาล ได้มีการสอบสวน การรวบรวมพยานหลักฐานเกี่ยวกับความผิดที่กล่าวหาเพื่อที่จะทราบข้อเท็จจริงหรือพิสูจน์ความผิดและพิจารณาแล้วว่ามีมูลความผิดจริงสมควรสั่งฟ้องเพื่อเอาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ ในทางปฏิบัติศาลจึงไม่ไต่สวนมูลฟ้องโดยสั่งประทับฟ้องไปเลย

#แต่ในคดีอาญาที่ผู้เสียหาย(ราษฎร)เป็นโจทก์ฟ้องเองกฎหมายกำหนดให้ศาลทำการไต่สวนมูลฟ้องก่อน เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงครบองค์ประกอบของความผิด เพราะความผิดนั้นยังไม่ได้มีการสอบสวนหรือรวบรวมพยานหลักฐานมาก่อนว่าคดีมีมูลความผิดจริงตามฟ้องหรือไม่

โดยปกติแล้วการกู้ยืมเงินเกินกวา2000บาท. กฎหมายกำหนดไห้ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือสัญญากู้ยืมเงินครับ. ถ้าไม่มีหลักฐานสัญญาก...
11/01/2021

โดยปกติแล้วการกู้ยืมเงินเกินกวา2000บาท. กฎหมายกำหนดไห้ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือสัญญากู้ยืมเงินครับ. ถ้าไม่มีหลักฐานสัญญากู้ก็ไม่สามารถฟ้องร้องบังคับคดีได้. แต่ปัจจุบัน. กฎหมายได้เปิดช่องให้การยืมเงินกันถ้ามีข้อความสนทนา ในแชทเฟสบุ้ก. หรือ ไลน์ที่ระบุว่ามีการกู้ยืมเงินกัน มีสลิปการโอนเงิน. ก็สามารถใช้เป็นหลักฐานในการฟ้องร้องบังคับคดีได้ตามพรบ.อิเล็กทรอนิก. เสมือนว่ามีหลักฐานเป็นหนังสือสัญญากู้ครับ. วันนี้ทนายได้นำคำพิพากษามาให้เป็นแนวทางเป็นกรณีศึกษาครับ.

02/12/2020
02/12/2020

รับจัดทำเอกสารทวงหนี้ ก่อนยื่นคำฟ้องต่อศาล ค่าใช้จ่ายเริ่ม590 บาท หากลูกหนี้ติดชำระมาสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในการฟ้องได้เยอะครับ ยินดียื่นหนังสือไห้ทั่วประเทศ

ไม่มีสัญญาเงินกู้ยืมเงินก็นำข้อความแชทกันกู้ยืมเงินและหลักฐานการโอนเงินฟ้องร้องบังคับตาม. พรบ.   อิเล็คทรอนิกส์ได้ครับ...
30/11/2020

ไม่มีสัญญาเงินกู้ยืมเงินก็นำข้อความแชทกันกู้ยืมเงินและหลักฐานการโอนเงินฟ้องร้องบังคับตาม. พรบ. อิเล็คทรอนิกส์ได้ครับ. จ้วดๆ

สัญญาเช่าซื้อข้อ 12 กำหนดว่า หากผู้เช่าซื้อผิดนัดชำระค่าเช่าซื้องวดใดงวดหนึ่งก็ดี ผู้เช่าซื้อยินยอมให้ผู้ให้เช่าซื้อได้ก...
21/10/2020

สัญญาเช่าซื้อข้อ 12 กำหนดว่า หากผู้เช่าซื้อผิดนัดชำระค่าเช่าซื้องวดใดงวดหนึ่งก็ดี ผู้เช่าซื้อยินยอมให้ผู้ให้เช่าซื้อได้กลับเข้าครอบครองทรัพย์ที่เช่าซื้อและ/หรือบอกเลิกสัญญาได้ทันที ดังนั้น เมื่อจำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อในงวดที่ 2 โจทก์จึงมีสิทธิดำเนินการตามข้อสัญญาดังกล่าว แต่เมื่อปรากฏว่าโจทก์รับชำระค่าเช่าซื้อในงวดที่ 3 และงวดที่ 4 แสดงว่าโจทก์สละสิทธิตามข้อสัญญานี้ หนังสือแจ้งให้ชำระหนี้ไม่ถือเป็นหนังสือบอกเลิกสัญญา และยังไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้บอกเลิกสัญญา ดังนั้น สัญญาเช่าซื้อระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ยังมีผลผูกพันอยู่ การที่ ช. ผู้รับจ้างในการติดตามรถที่เช่าซื้อรถของโจทก์ยึดรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนโดยจำเลยที่ 1 มิได้โต้แย้ง พฤติการณ์เช่นนี้ถือได้ว่าโจทก์และจำเลยที่ 1 ต่างสมัครใจเลิกสัญญากันโดยปริยายในวันที่ยึดรถที่เช่าซื้อคืน คู่สัญญาจึงไม่มีสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาอีกต่อไป โจทก์ผู้ให้เช่าซื้อจะฟ้องเรียกค่าขาดราคาส่วนที่ขายทรัพย์ที่เช่าซื้อไป หรือราคาทรัพย์ที่เช่าซื้อส่วนที่ขาดอยู่ตามสัญญาข้อ 15 ซึ่งระงับไปแล้วไม่ได้ แม้จำเลยทั้งสี่จะมิได้ยกขึ้นฎีกา แต่เป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5)
อนึ่ง คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงิน 50,987.20 บาท พร้อมดอกเบี้ยนับถัดจากวันฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำเลยทั้งสี่ชำระเงิน 260,987.20 บาท พร้อมดอกเบี้ยนับถัดจากวันฟ้อง จำเลยทั้งสี่ฎีกาขอให้พิพากษาตามศาลชั้นต้น ทุนทรัพย์ในชั้นฎีกาจึงต้องหักต้นเงิน 50,987.20 บาท ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ชำระแก่โจทก์ออก ที่จำเลยทั้งสี่ชำระค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาในทุนทรัพย์ 260,987.20 บาท เป็นการชำระค่าขึ้นศาลเกินมา ให้คืนค่าขึ้นศาลส่วนที่เกินมาแก่จำเลยทั้งสี่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2131 / 2560 เปลี่ยนบรรทัดฐานการตัดสินใหม่ คือ อัตราดอกเบี้ย ที่เจ้าหนี้ คิดเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ศ...
20/10/2020

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2131 / 2560 เปลี่ยนบรรทัดฐานการตัดสินใหม่ คือ อัตราดอกเบี้ย ที่เจ้าหนี้ คิดเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ศาลฎีกา ให้ถือเป็นโมฆะ และ เงินดอกเบี้ยที่เกินกฎหมายนั้นทั้งหมด ให้ถือเป็น การจ่ายคืนเงินต้นไปแล้วบางส่วน หรือ ทั้งหมด(ถ้าจ่ายดอกเบี้ย เกินเงินต้นแล้ว ถือว่า ชำระหนี้หมดแล้ว)

~ ตามคำพิพากษาฎีกา ในคดีนี้ โจทก์เจ้าหนี้ คิดดอกเบี้ย จากจำเลยลูกหนี้ร้อยละ 1.3 ต่อเดือน หรือ อัตราร้อยละ 15.6 ต่อปี ซึ่งเป็นการคิดดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด อันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475 มาตรา 3 ประกอบ ป.พ.พ. มาตรา 654

~ คำพิพากษาศาลฎีกาใหม่นี้ มีผลให้อัตราดอกเบี้ยดังกล่าว ตกเป็นโมฆะ

~ ศาลฎีกา วางบรรทัดฐานใหม่ว่า ในกรณีนี้ "จึงถือไม่ได้ว่า จำเลยลูกหนี้ ชำระหนี้โดยจงใจฝ่าฝืนข้อห้ามตามกฎหมาย หรือ เป็นการกระทำอันใดตามอำเภอใจ เสมือนหนึ่งว่า เพื่อชำระหนี้โดยรู้อยู่ว่า…ตนไม่มีความผูกพันตามกฎหมายที่ต้องชำระ อันจะเป็นเหตุให้จำเลยลูกหนี้ ไม่มีสิทธิได้รับทรัพย์นั้นคืน ตาม ป.พ.พ. มาตรา 407
~ คือ …ศาลฎีกา วางบรรทัดฐานใหม่ว่า เมื่อดอกเบี้ยของโจทก์เจ้าหนี้ เป็นโมฆะ
~ เท่ากับสัญญากู้ยืม มิได้มีการตกลงเรื่องดอกเบี้ยกันไว้
~ โจทก์เจ้าหนี้ จึงไม่มีสิทธิได้ดอกเบี้ยก่อนผิดนัด และ ไม่อาจนำเงินที่จำเลยลูกหนี้ชำระแก่โจทก์เจ้าหนี้มาแล้ว ไปหักออกจากดอกเบี้ย ที่โจทก์เจ้าหนี้ ไม่มีสิทธิคิดได้
~ จึงต้องนำเงินที่จำเลยลูกหนี้ ชำระหนี้(ดอกเบี้ยทั้งหมด และเงินต้นบางส่วนที่จ่ายไปแล้ว) เอาไปชำระต้นเงินทั้งหมดได้

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1330894

ที่อยู่

270. ม. 16. ต. หัวเรือ. อ. เมือง. จ. อุบล
Ubon Ratchathani
3400

เบอร์โทรศัพท์

+66619645485

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ปรึกษากฎหมายฟรี ทนายความชาวบ้านผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท