01/10/2026
🌏 ส.อ.ท. ชู 5 การเปลี่ยนผ่าน พาอุตสาหกรรมไทยจาก “ตั้งรับ” สู่ “สร้างความได้เปรียบ” บนเวทีโลก
วันที่ 1 ตุลาคม 2569 นายปรีดา วัชรเธียรสกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และประธานสถาบันน้ำ สิ่งแวดล้อม และ Climate Change ร่วมบรรยายพิเศษหัวข้อ “อนาคตอุตสาหกรรมไทยสู่เวทีโลก” ในงาน I-EA-T SOCIAL IMPACT FORUM 2026: เชื่อมโยงคุณค่า สู่พันธมิตรที่ขับเคลื่อนได้จริง จัดโดยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ
งานดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้โครงการประเมินผลลัพธ์เชิงสังคม (Social Impact Assessment: SIA) โดยมี นางสาวบุปผา กวินวศิน รองผู้ว่าการ กนอ. (พัฒนาที่ยั่งยืน) กล่าวเปิดงาน และนายอนุชิต สวัสดิ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ กนอ. (พัฒนาที่ยั่งยืน) กล่าวรายงาน พร้อมเน้นบทบาทของ กนอ. ในฐานะ “Impact Enabler” ที่เชื่อมโยงความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับการทำงานด้านความยั่งยืนจากรายองค์กรสู่พลังขับเคลื่อนร่วมกัน (Collective Impact)
นายปรีดากล่าวว่า “กติกาโลกยุคใหม่ไม่ได้แข่งขันกันเพียงว่าใครผลิตได้ถูกกว่า แต่แข่งขันกันว่าใครผลิตได้สะอาดกว่า ยืดหยุ่นกว่า โปร่งใสกว่า และสร้างคุณค่าร่วมกับสังคมได้มากกว่า คู่ค้าไม่ได้ถามเพียงว่าเราผลิตอะไร แต่ต้องการทราบด้วยว่าเราผลิตอย่างไร”
ท่ามกลางมาตรการสากลที่เข้มงวดขึ้น ทั้ง CBAM, PPWR มาตรการป้องกัน Greenwashing และ Digital Product Passport ซึ่งส่งผลต่อเนื่องตลอดห่วงโซ่อุปทาน รวมถึง SMEs ไทย ภาคอุตสาหกรรมจำเป็นต้องเร่งขับเคลื่อน 5 การเปลี่ยนผ่านสำคัญ ได้แก่
Carbon & Energy
เปลี่ยนจากการนับปริมาณคาร์บอน ไปสู่การเพิ่มผลิตภาพคาร์บอน (Carbon Productivity) ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานและการใช้พลังงานสะอาด
Climate & Water Resilience
ยกระดับการบริหารความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศและน้ำให้เป็นส่วนหนึ่งของแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCP)
Circularity & End of Waste
เปลี่ยนของเสียและผลพลอยได้ให้เป็นวัตถุดิบทุติยภูมิ พร้อมส่งเสริมการพึ่งพากันระหว่างภาคอุตสาหกรรม (Industrial Symbiosis)
Data & Traceability
พัฒนาข้อมูลที่ถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบย้อนกลับได้ ภายใต้แนวคิด “Data = Product” เพราะข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนกำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของคุณค่าผลิตภัณฑ์
SME Readiness
สนับสนุน SMEs ด้วยแนวทาง Simple, Shared, Scalable ให้เข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี ระบบข้อมูล และเครื่องมือทางการเงิน เพื่อรักษาสถานะในห่วงโซ่อุปทานโลก
แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบาย 5I ของ ส.อ.ท. โดยเฉพาะ I5: Inclusive & Sustainable Growth ซึ่งมุ่งนำความยั่งยืนมาเป็นกลไกเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ผ่าน 3 แนวทางสำคัญ ได้แก่ Low Carbon Transition, Circular Transformation และ Inclusive SME Transformation เพื่อให้ผู้ประกอบการทุกขนาดสามารถปรับตัวและเติบโตไปด้วยกัน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
นายปรีดายังเสนอให้นำ มาตรฐานแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงภาคอุตสาหกรรม (มอก. 9999) มาประยุกต์ใช้ร่วมกับวงจร PDCA เพื่อยกระดับความยั่งยืนจาก “กิจกรรม CSR” ไปสู่ “ระบบบริหารธุรกิจหลัก” และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยสู่เป้าหมาย G-R-I-T
G – Green: ผลิตอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและคาร์บอนต่ำ
R – Resilient: มีความยืดหยุ่นและพร้อมรับมือความเสี่ยง
I – Inclusive: เติบโตอย่างทั่วถึงตลอดห่วงโซ่อุปทาน
T – Trusted: โปร่งใส ตรวจสอบได้ และได้รับความเชื่อมั่น
“เป้าหมายสำคัญคือการเปลี่ยนจากการตั้งรับกติกาโลก ไปสู่การใช้ความยั่งยืนสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน และยกระดับภาพลักษณ์จาก Made in Thailand สู่ Trusted Thailand ซึ่งหมายถึงสินค้าที่มีคุณภาพ ผลิตอย่างรับผิดชอบ ตรวจสอบได้ และได้รับความเชื่อมั่นในตลาดโลก” นายปรีดากล่าว
#สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย #สอท #กนอ
https://www.facebook.com/share/p/1HyhKx8Ppr/